Nexus One เมื่อกูเกิลหันมาขายโทรศัพท์มือถือเอง
January 6, 2010
กูเกิลเปิดตัวโทรศัพท์มือถือใต้แบรนด์ของตัวเองชื่อ Nexus One โดยผลิตเครื่องจากโรงงานของ HTC และใช้ระบบปฏิบัติการ Android หวังทำลายการผูกขาดอุตสาหกรรมมือถือของโอเปอเรเตอร์
วันที่ 5 มกราคม 2553 ที่เมาท์เทนวิว แคลิฟอร์เนีย กูเกิลได้เปิดตัวโทรศัพท์มือถือแบรนด์ Nexus One ซึ่งเป็นมือถือตัวแรกที่กูเกิลทำตลาดด้วยตัวเอง ตัวเครื่องผลิตโดยบริษัท HTC จากไต้หวัน และใช้ระบบปฏิบัติการ Android รุ่นล่าสุด 2.1 วางขายแบบไม่ติดสัญญาในราคา 529 ดอลลาร์
กูเกิลเปิดตัวระบบปฏิบัติการ Android สำหรับมือถือในปี 2008 โดยพัฒนาต่อมาจากบริษัท Android Inc ที่ซื้อมาตั้งแต่ปี 2005 ยุทธศาสตร์ด้านมือถือของกูเกิลวางตัวเป็นผู้พัฒนาระบบปฏิบัติการ แล้วแจกซอร์สโค้ดของระบบปฏิบัติการให้กับผู้ผลิตฮาร์ดแวร์รายอื่นๆ เช่น HTC และ Motorola นำไปปรับแต่ง ซึ่งเป็นยุทธศาสตร์เดียวกับ Windows Mobile ของไมโครซอฟท์ ต่างจากแอปเปิลและ RIM (BlackBerry) ที่ควบคุมทั้งฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์ด้วยตัวเองทั้งหมด
แม้ว่า Android จะได้รับความนิยมในท้องตลาดเป็นอย่างมาก มีผู้ผลิตฮาร์ดแวร์ที่มีชื่อเสียง เช่น HTC, Samsung, Sony Ericsson, LG, Motorola ร่วมผลิตตัวเครื่องโทรศัพท์ที่ใช้ Android ออกมาเป็นจำนวนพอสมควรในช่วงครึ่งหลังของปี 2009 (ที่โดดเด่นคือ Motorola Droid ที่ทำตลาดโดย Verizon เครือข่ายมือถือรายใหญ่ของสหรัฐ) แต่กูเกิลกลับไม่พอใจสถานการณ์ของ Android มากนัก โดยเฉพาะเมื่อเทียบกับคู่แข่งอย่าง iPhone ของกูเกิล จึงเป็นผลให้กูเกิลลงมาสร้างโทรศัพท์มือถือเองในชื่อ Nexus One

ภาพของตัวเครื่อง Nexus One
การผลิต
แม้จะได้ชื่อว่าลงมาทำมือถือเอง แต่จริงๆ แล้วกูเกิลใช้วิธีจ้างบริษัท HTC ในไต้หวันเป็นผู้ผลิตตัวเครื่อง HTC นั้นเป็นผู้ผลิตโทรศัพท์มือถือ Android รายใหญ่อยู่แล้ว โดยโทรศัพท์มือถือ Android เครื่องแรก T-Mobile G1 ก็ใช้วิธีจ้าง HTC เป็นผู้ผลิตเช่นกัน การที่กูเกิลจ้าง HTC จึงเกิดคำถามขึ้นว่า กูเกิลจะลงมาแข่งในตลาดเดียวกับคู่ค้าอย่าง HTC (รวมไปถึงรายอื่นๆ อย่าง Motorola) หรือไม่
ฮาร์ดแวร์
ฮาร์ดแวร์ของ Nexus One ใช้หน่วยประมวลผล Qualcomm Snapdragon ความเร็ว 1GHz ซึ่งถือว่าเป็นโทรศัพท์มือถือที่เร็วที่สุดในขณะนี้ ตัวเครื่องบาง ไม่มีคีย์บอร์ดในตัว (ต้องใช้คีย์บอร์ดผ่านหน้าจอเช่นเดียวกับ iPhone) สเปกโดยรวมถือว่าหรูหรา ใช้วัสดุประกอบอย่างดี จอภาพความละเอียดสูง มีกล้องถ่ายรูปที่คมชัด ถือว่าเทียบชั้นได้กับมือถือระดับบนในตลาดอย่าง iPhone 3GS
ซอฟต์แวร์
ในส่วนของซอฟต์แวร์ Nexus One ใช้ระบบปฏิบัติการ Android รุ่น 2.1 ซึ่งใหม่กว่า Android 2.0 ที่ใช้ใน Motorola Droid เล็กน้อย การเปลี่ยนแปลงระหว่างเวอร์ชันมีไม่เยอะนัก สิ่งที่เพิ่มเข้ามาคือกูเกิลปรับส่วนติดต่อผู้ใช้ให้สวยและมีลูกเล่นเพิ่มขึ้นเล็กน้อย และเพิ่มความสามารถในการพิมพ์ข้อความด้วยเสียง (จากรีวิวของสำนักข่าวต่างประเทศ พบว่ามีความแม่นยำประมาณ 90% ในบริเวณที่ไม่มีเสียงรบกวน)
บริการ
Nexus One นั้นเป็นเช่นเดียวกับมือถือตระกูล Android ส่วนมาก คือมาพร้อมกับบริการต่างๆ ของกูเกิลครบครัน ไม่ว่าจะเป็น Gmail, Google Maps, YouTube และ Google Calendar การใช้งานจำเป็นต้องมีบัญชีผู้ใช้ของกูเกิล และผูกติดกับบริการของกูเกิลอย่างแนบแน่น ซึ่งในทางหนึ่งอาจมองว่าเป็นจุดขายสำหรับคนที่ใช้บริการของกูเกิลอยู่แล้ว แต่ในทางลบ ก็อาจมีปัญหาด้านความเป็นส่วนตัว และการผูกติดกับผู้ขายรายใดรายหนึ่งมากเกินไป (ปัญหา vendor lock-in) ได้เช่นกัน

ภาพ Nexus One ในการใช้งานจริง (ภาพจาก Gizmodo)
เครือข่ายและวิธีการขาย
นี่อาจถือเป็นจุดที่น่าสนใจที่สุดของ Nexus One เลยก็ว่าได้
ปัจจุบัน Nexus One นั้นสามารถใช้กับเครือข่าย T-Mobile ในสหรัฐ โดยขายตัวเครื่องในราคาที่ T-Mobile ช่วยสนับสนุนบางส่วนคือ 179 ดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 6,000 บาท) แต่ต้องแลกกับสัญญาการใช้งานเครือข่ายของ T-Mobile อีกเดือนละ 80 ดอลลาร์ เป็นเวลา 2 ปี การขายโทรศัพท์มือถือแบบติดสัญญาเป็นแนวทางที่ทำกันเป็นเรื่องปกติในตลาดยุโรปและสหรัฐอเมริกาอยู่แล้ว คู่แข่งอย่าง iPhone ของแอปเปิลก็ผูกติดกับเครือข่าย AT&T แบบติดสัญญาเช่นกัน
นอกจาก T-Mobile แล้ว Nexus One ยังจะใช้กับเครือข่าย Verizon ในสหรัฐได้ในช่วงกลางปี 2010 และกูเกิลยังประกาศพันธมิตรกับเครือข่าย Vodafone จากสหราชอาณาจักร (ให้บริการหลายประเทศในยุโรป ในช่วงกลางปี 2010 เช่นกัน)
แต่สิ่งที่กูเกิลกล้าแหวกแนวคือการขายเครื่อง Nexus One แบบไม่ติดสัญญา (หรือที่ภาษาปากเรียก “เครื่องเปล่า”) ในราคา 529 ดอลลาร์ (18,000 บาท) โดยสามารถสั่งซื้อได้จากหน้าเว็บของกูเกิลโดยตรง โดยไม่ต้องผ่านตัวแทนหรือร้านค้าอย่างที่อุตสาหกรรมโทรศัพท์มือถือทำกันมา
ภาพหน้าจอสั่งซื้อโทรศัพท์ Nexus One บนเว็บไซต์ของกูเกิล
(ผู้ใช้ที่อยู่ในประเทศไทยยังไม่สามารถเข้าถึงหน้านี้ได้, ภาพจาก Gizmodo)
ตอนนี้กูเกิลเปิดให้สั่งซื้อ Nexus One แบบไม่ติดสัญญาใน 4 ประเทศ ได้แก่ สหรัฐอเมริกา สหราชอาณาจักร สิงคโปร์ และฮ่องกง
การขายเครื่องโดยตรงของกูเกิลในครั้งนี้ เป็นความพยายามของกูเกิลในการทำลายโครงสร้างเดิมของอุตสาหกรรมโทรศัพท์มือถือในโลกตะวันตก ซึ่งถูกผูกขาดมานานโดยผู้ให้บริการหรือโอเปอเรเตอร์ จากเดิมที่ผู้ผลิตฮาร์ดแวร์นั้นต้องทำตามเงื่อนไขของโอเปอเรเตอร์เพื่อจะขายตัวเครื่องผ่านร้านค้าหรือตัวแทนของโอเปอเรเตอร์ กลายเป็นผู้ผลิตฮาร์ดแวร์สามารถขายตัวเครื่องเองได้อย่างอิสระ และผู้ซื้อสามารถนำเครื่องไปใช้กับเครือข่ายรายใดก็ได้
(หมายเหตุ: สิ่งที่กูเกิลต้องการเป็นสภาวะที่เกิดขึ้นแล้วในอุตสาหกรรมโทรศัพท์มือถือของประเทศไทย หลังจากการยกเลิกการล็อคเลข IMEI เมื่อหลายปีก่อน เพียงแต่ของสหรัฐและยุโรปต่างกันที่ เครือข่ายจะใช้ระบบสัญญาและการชดเชยค่าเครื่องมาเป็นเครื่องมือในการล็อคผู้บริโภคให้ผูกติดกับเครือข่ายของตัวเอง)
กูเกิลต้องการใช้แบรนด์กูเกิลและกระแส Android ที่กำลังก่อตัวขึ้นในตลาดให้เกิดประโยชน์ เพื่อสร้างอำนาจต่อรองของกูเกิลต่อโอเปอเรเตอร์นั่นเอง อย่างไรก็ตาม จะเห็นว่ากูเกิลเพียงลำพังยังไม่สามารถทำลายโครงสร้างเดิมลงได้ และกูเกิลยังต้องยอมขายเครื่องแบบติดสัญญากับทั้ง T-Mobile, Verizon และ Vodafone อยู่เพื่อสร้างยอดขาย

ภาพการใช้งานระบบนำทางรถยนต์ของ Nexus One (ภาพจาก Gizmodo)
บทวิเคราะห์ SIU
ยุทธศาสตร์ใหญ่ของกูเกิลต่อโทรศัพท์มือถือยังเหมือนเดิม กูเกิลไม่สนใจหารายได้จากการขายฮาร์ดแวร์ หรือขายสิทธิ์ที่ตัวซอฟต์แวร์ แต่กูเกิลต้องการให้คนใช้บริการของตัวเอง (ผ่านมือถือ) ให้มากๆ แล้วทำรายได้จากการโฆษณาซึ่งเป็นรายได้หลักของกูเกิลมาตั้งแต่ต้น
ช่วงแรกกูเกิลใช้แนวทางการพัฒนาบริการของตัวเอง ให้เหมาะสำหรับการใช้งานบนโทรศัพท์ทุกยี่ห้อ ไม่ว่าจะเป็นแอปเปิล BlackBerry หรือโทรศัพท์ทั่วไปที่ไม่ใช่สมาร์ทโฟน แต่ภายหลังกูเกิลพบว่าการพึ่งพิงบริษัทอื่นในการพัฒนาซอฟต์แวร์นั้นมีปัญหา เพราะไม่มีการการันตีว่าจะใช้บริการของกูเกิล (ตัวอย่างเช่น iPhone นั้นเลือกใช้บริการอีเมลของยาฮู เป็นอีเมลหลัก)
กูเกิลจึงพัฒนาระบบปฎิบัติการ Android ขึ้นมาด้วยตัวเอง เพื่อให้ตัวเองสามารถควบคุมซอฟต์แวร์และการเข้าถึงบริการต่างๆ ได้อย่างสมบูรณ์ ในส่วนของฮาร์ดแวร์นั้น กูเกิลใช้ยุทธศาสตร์เดียวกับไมโครซอฟท์คือให้บริษัทอื่นเป็นผู้ผลิต โดยกูเกิลถึงกับแจกซอร์สโค้ดของ Android ให้บริษัทสามารถนำไปใช้ได้ฟรี โดยไม่คิดมูลค่า (ไมโครซอฟท์มีคิดเงินจาก Windows Mobile แต่ไม่เยอะนัก ส่วนโนเกียเคยคิดเงินกับระบบปฏิบัติการ Symbian แต่ภายหลังเปลี่ยนใจ ใช้วิธีแบบโอเพนซอร์สเช่นเดียวกับกูเกิล)
อย่างไรก็ตาม ยุทธศาสตร์ไม่ผลิตฮาร์ดแวร์เองของกูเกิลก็พบปัญหา เพราะผู้ผลิตฮาร์ดแวร์ไม่สามารถดึงพลังของ Android ออกมาได้อย่างที่กูเกิลวาดฝันเอาไว้ ประเด็นนี้ยิ่งมีผลมากเมื่อเทียบกับคู่แข่งอย่าง iPhone และ BlackBerry ที่ผลิตทุกอย่างเองทั้งหมด และสามารถสร้าง “ประสบการณ์ในการใช้งาน” ที่ดีกว่าได้
นี่จึงเป็นเหตุผลที่ทำให้กูเกิลต้องลงมาทำฮาร์ดแวร์เองในนาม Nexus One โดยจุดมุ่งหมายของกูเกิลคือสร้าง “ต้นแบบของมือถือ Android ที่ควรจะเป็น” ให้ผู้ผลิตฮาร์ดแวร์รายอื่นต้องทำตาม หลังจากนี้ไป มือถือที่ด้อยกว่า Nexus One จะไม่สามารถแข่งขันในตลาดได้ ถือเป็นการบีบให้ผู้ผลิตฮาร์ดแวร์รายอื่นๆ ที่นำ Android ไปพัฒนาเป็นรุ่นเฉพาะของตัวเอง (เช่น HTC, Sony Ericsson และ Motorola) ต้องพยายามให้มากขึ้นในการออกมือถือแต่ละรุ่น ยุทธศาสตร์นี้จะช่วยให้กองทัพ Android ในภาพรวมมีศักยภาพสูงขึ้นในการแข่งกับคู่แข่งที่ใช้ระบบปฏิบัติการอื่นๆ
อย่างที่กล่าวไปแล้วว่า ยุทธศาสตร์นี้ของกูเกิลก็มีผลเสียในมุมกลับ เพราะถือเป็นการลงมาแข่งขันกับคู่ค้าโดยตรง ซึ่งอาจทำให้ความสัมพันธ์ของกูเกิลกับผู้ผลิตฮาร์ดแวร์ซึ่งถือเป็นพันธมิตรของ Android มีปัญหาได้ แม้ในตอนนี้กูเกิลอาจมองว่าตัวเองเป็นฝ่ายที่มีอำนาจต่อรองสูงกว่าก็ตาม (SIU มองว่ามือถือในตระกูล Nexus จะทำตัวเป็น “ต้นแบบ” เท่านั้น และใช้การทำตลาดที่ต่างออกไปจากมือถือปกติ เช่น ออกเพียงปีละรุ่น และไม่ขายผ่านหน้าร้านปกติ)
นอกจากประเด็นด้านการสร้างมาตรฐานใหม่ให้กับวงการ Android แล้ว การวางขาย Nexus One ยังเป็นโอกาสในการทำลายการผูกขาดอุตสาหกรรมมือถือของโอเปอเรเตอร์ ดังที่กล่าวไปแล้วข้างต้นเช่นกัน
ในภาพรวม แม้ว่า Nexus One จะกลายเป็น flagship product ตัวใหม่ของค่าย Android แต่มันยังไม่สามารถเปลี่ยนแปลงโมเมนตัมของการแข่งขันในอุตสาหกรรมมือถือได้มากนัก แพลตฟอร์ม Android ยังมีจุดอ่อนในด้านมัลติมีเดีย และจำนวนแอพพลิเคชันที่วางขายในร้านออนไลน์เมื่อเทียบกับ iPhone และยังไม่สามารถเอาชนะ BlackBerry ได้ในแง่คีย์บอร์ดเพื่อการพิมพ์ข้อความ และการใช้งานในกลุ่มองค์กร
กล่าวโดยสรุปแล้ว Nexus One ถือเป็นการเก็บกวาดบ้าน Android ของกูเกิลเองให้เรียบร้อย และถือโอกาสกัดเซาะโครงสร้างการขายมือถือที่ถูกผูกขาด มากกว่าเป็นการสร้างนวัตกรรมใหม่ในแง่ฟีเจอร์ เพื่อสกัดความร้อนแรงของคู่แข่ง
Comments
6 Responses to “Nexus One เมื่อกูเกิลหันมาขายโทรศัพท์มือถือเอง”
Got something to say?






ที่อย่างเห็นมากๆในตอนนี้คือเรื่องจอครับ ถ้าทำได้ดีเท่ากันกับไอโฟนหรือดีกว่าได้ละก็ ผมเองก็จะเปลี่ยนไปใช้ NexusOne แน่ๆ เพราะราคาก็ไม่แพงมากด้วย เสียดายจังที่ไม่เข้ามาในไทย คงต้องพึ่งพาของหิ้วกันอีกตามเคย
ถ้าระบบ speech recognize สมบูรณ์ นี่ ระบบการอินเตอร์เฟสแห่งโลก คอมพิวเตอร์ก็จะก้าวกระโดอีกครั้ง ในอนาคตอันใกล้ คุยจะพูดคุยกับคอมมากขึ้น คีย์บอร์ดจะถูกลืมเลือนไป
ผมคงจะไม่ไปวิเคราะห์ถึงเทคโนโลยี เพราะโดยพื้นฐานแล้วมันก็คือ HTC Android นั่นเอง
แต่ประเด็นสำคัญคงเป็นอย่างที่เจ้าของบทความว่าไว้คือในเรื่องของการตลาด ในส่วนนี้ผมมองว่าการสร้างประวัติศาสตร์ของ Google นั้นจะเป็นการกระตุ้นกระแส Convergence มากกว่า เพราะจากการที่ Google ปล่อย Android OS ออกมาได้ระยะหนึ่งแล้ว แต่กระแสที่ได้รับกลับไม่แรงเท่าที่ควร ทั้งนี้เนื่องจาก Vendor แต่ละรายก็ยังคงต้องจัดการกับ OS เดิมๆที่ตัวเองมีประสบการณ์ดีอยู่แล้ว การเปิด Production line ในสาย OS ใหม่จึงไม่เกิดการพัฒนาที่ทันใจ Google ทาง Google จึงตัดสินใจสร้างหน้าประวัติศาสตร์ด้วยตนเอง…
อย่างไรก็ตาม แม้ดูเหมือนว่าจะเป็นการกระโดดเข้ามาขอส่วนแบ่งทางการตลาดจาก Partner แต่ผมกลับมองว่ากลุ่มลูกค้ายังคงมี Brand Royalty ที่ดีกับบรรดา Partner ของ Google อยู่และที่สำคัญ เครือข่ายการบริการหลังการขายของ Partner แต่ละรายก็มีความแข็งแรงอยู่แล้ว ในขณะที่ Google Phone เองยังคงต้องเดินทางอีกไกล ดังนั้นการกระตุ้นของ Nexsus One ในครั้งนี้จึงเกิดมาเพื่อประกาศศักดิ์ดาความสามารถของ Android โดยเฉพาะ เพราะหากย้อนกลับมามองดีๆ Feature ต่างๆใน Android 2.0 และ 2.1 แตกต่างกันไม่มาก แถม App ในปัจจุบัน และอนาคตอันใกล้ก็ยังสามารถใช้ด้วยกันได้ จึงไม่เห็นแนวโน้มที่ Nexus One จะออกมาเหยียบย่ำ Partner อย่าง THC หรือ Motorola ให้จมดินหายไปแต่อย่างใด
ในสายตาผม Nexus One จึงเหมาะกับผู้ที่รักในเทคโนโลยี Online จริงๆ และไม่ค่อยเปลี่ยนมือถือตาม Fashion มากกว่า เพราะท้ายที่สุด ผมก็เห็นผู้ใช้ iPhone ซื้อเครื่องมาใช้บริการของ Google กว่าครึ่ง
สิ่งที่น่าจับตามมองต่อไปนี้คือ Android จะมีการผสมพันธ์กับ Chrome เมื่อไหร่เท่านั้น…
ถ้า Android ผสมเข้ากับ Chrome OS เมื่อไร google คงดังเป็นพลุแตกแน่
เท่ากับเรามี PC อยู่บนมือถือเลยสิ เพราะ Chrome OS ทำงานผ่าน cloud network นี่
(ถ้าเป็นแบบที่ผมคิด) ถ้ารวมกันแล้ว การใช้งานผ่าน PC หรือ มือถือ ก็จะเชื่อมไปที่เดียวกันด้วยสินะ เท่ากับใช้อันไหน ก็มีข้อมูลของเราอยู่โดยไม่ต้องลงใหม่ให้วุ่นวายเลย
น่าสนจริงๆ เข้าไทยละจะใช้บ้าง
อยากให้มาเปิดในประเทศไทยไวๆจัง
อยากใช่เหมือนกัน
ราคาไม่แพงเท่าไหร่ด้วย
ชอบตั้งแต่แรกเห้นมาหาดูทุกวันเลยไม่รู็ว่าเมื่อไหล่จะเข้าไทย