Practical Report วีระ ธีรภัทร จัดหนัก! “คนที่จะโต้นิติราษฏร์” อ่านเนื้อหาหรือยัง? SIU รวมสรุปข้อเสนอ “นิติราษฎร์”

หลังจากกลายเป็นที่ฮือฮามีผู้ฟังจากทางบ้านโทรเข้าไปแสดงความเห็นในรายการของ วีระ ธีรภัทร นัดจัดรายการฝีปากกล้าแห่งคลื่น 96.5 F.M. คลื่นความคิด และแสดงความคิดเห็นที่ยั่วยุจนถึงกับการขู่ทำร้ายร่างกาย (hate speech) ว่าจะจะ “ตัดคอนิติราษฎร์ทิ้ง” ทำให้สังคมเดินหน้าไปสู่ความเกลียดชัง วีระ ธีรภัทร จึงยอนกลับไปถามผู้ฟังว่าคนที่ออกมาโจมตีหรือขู่ที่จะทำร้ายนักวิชาการนิติราษฎร์นั้นได้อ่านข้อเสนออย่างถี่ถ้วนหรือยัง? หรือเคลื่อนไหวตามกระแส? SIU ในฐานะสื่อจึงเรียบเรียงข้อเสนอให้สามารถเข้าใจในทุกประเด็นที่นิติราษฎร์เสนอเพื่อความเข้าใจที่ดีก่อนที่จะวิพากษ์วิจารณ์ และไม่ให้สังคมเดินหน้าไปสู่ความเกลียดชัง

 

 

ประเด็นข้อเสนอแก้ไขมาตรา 112 ของคณะนิติราษฎร์ กลายเป็นประเด็นร้อนในแวดวงการเมืองไทยมาติดต่อกันมาหลายสัปดาห์ โดยมีทั้งฝ่ายที่สนับสนุนและคัดค้านออกมาแสดงตัว และเรื่องราวยิ่งขยายประเด็นในวงกว้างมากขึ้น หลัง ดร.สมคิด เลิศไพฑูรย์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ออกมาให้ข่าวว่าไม่อนุญาตให้ใช้เวทีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์เคลื่อนไหวในมาตรา 112 จนเกิดการอภิปรายเรื่อง “เสรีภาพในธรรมศาสตร์” อย่างกว้างขวาง

แต่ถ้ามองดูข้อถกเถียงใน “กิจกรรมและความเคลื่อนไหว” ที่รายล้อม ม.112 และกลุ่มนิติราษฎร์ ที่ปรากฎตามหน้าสื่อชั้นนำทั่วไทย เรากลับไม่เห็นการถกเถียงในประเด็นเรื่อง “เนื้อหา” ตามข้อเสนอของนิติราษฎร์มากนัก ทั้งที่การถกเถียงในเชิงวิชาการเหล่านี้ย่อมจะเกิดประโยชน์ต่อทิศทางเชิงนโยบายโดยรวม มากกว่ากิจกรรมระยะสั้นที่ผ่านพ้นวันก็จบกันไป

SIU จึงขอ “ย้อนทวน” ดูประเด็นข้อเสนอต่างๆ ของคณะนิติราษฎร์ในอดีตที่ผ่านมา ว่าตกลงแล้ว กลุ่มนิติราษฎร์ที่คนทั้งรักและเกลียด มีข้อเสนออะไรต่อสังคมไทยกันแน่?

ย้อนอดีต “นิติราษฎร์”

คณะนิติราษฎร์ออกมาส่งข้อเสนอต่อสังคมในวันที่ 18 กันยายน 2554 เนื่องในโอกาสครบรอบ 5 ปี เหตุการณ์รัฐประหาร 19 กันยายน 2549 และครบรอบ 1 ปีของการก่อตั้งคณะนิติราษฎร์ (ก่อนหน้านั้น กลุ่มนิติราษฎร์เคลื่อนไหวในชื่อกลุ่มที่เรียกกันว่า “5 อาจารย์ธรรมศาสตร์”)

ข้อเสนอของนิติราษฎร์มี 4 ประการสำคัญ ได้แก่

  1. การลบล้างผลพวงของรัฐประหาร 19 กันยายน 2549
  2. การแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112
  3. กระบวนการยุติธรรมกับผู้ต้องหาหรือจำเลย และการเยียวยาผู้ได้รับความเสียหายภายหลังรัฐประหาร 19 กันยายน 2549
  4. การยกเลิกรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2550 และการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่

รายละเอียดสามารถอ่านได้จาก แถลงการณ์คณะนิติราษฎร์: ลบล้างผลพวงรัฐประหาร, แก้ไขมาตรา 112, เยียวยาผู้เสียหายจากรัฐประหาร และ จัดทำรธน.ใหม่

ในห้วงเวลานั้นข้อเสนอของนิติราษฎร์ถูกจับตามองอย่างยิ่งในประเด็นแรก คือ “ลบล้างผลพวงของรัฐประหาร” (ซึ่งเป็นประเด็นที่ 1 ในข้อเสนอ) และถูกวิจารณ์อย่างมากว่าเป็นการนิรโทษกรรม พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตรหรือไม่ จนสัปดาห์ถัดมา 25 กันยายน 2554 ทางคณะนิติราษฎร์ต้องออกมาชี้แจงในประเด็นนี้อีกครั้ง และตอบคำถามและข้อสงสัยจากสาธารณะ (รายละเอียดอ่านที่ คณะนิติราษฎร์ชี้แจง: การลบล้างผลพวงของรัฐประหาร 19 กันยา 2549)

หลังจากนั้น กลุ่มนิติราษฎร์ได้เงียบหายไปช่วงหนึ่งในเหตุการณ์น้ำท่วมใหญ่ของปี 2554 ก่อนจะกลับมาอีก 2 ครั้งติดกันในเดือนมกราคม 2555

เมื่อวันที่ 15 มกราคม 2555 กลุ่มนิติราษฎร์ได้ออกมายื่นข้อเสนอการแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 (ซึ่งเป็นประเด็นที่ 2 ในข้อเสนอเดิม) ซึ่งกลุ่มนิติราษฎร์ได้ลงรายละเอียดจากข้อเสนอเดิมมากขึ้น (รายละเอียดอ่านที่ อ่านและชมคลิป! ข้อเสนอนิติราษฎร์เพื่อแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112)

จากนั้นสัปดาห์ถัดมา 22 มกราคม 2555 นิติราษฎร์ออกมาขยายความข้อเสนอเรื่องการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ (ซึ่งเป็นประเด็นที่ 4 ในข้อเสนอเดิม) โดยเสนอให้ตั้ง คณะกรรมการจัดทำรัฐธรรมนูญ จำนวน 25 คน โดยให้รัฐสภาเป็นคนเลือก (รายละเอียดอ่านที่ ‘นิติราษฎร์’ เสนอโรดแมปร่างรัฐธรรมนูญ ตั้งคณะกรรมการร่าง 25 คน ใช้เวลา 9-10 เดือน)

ข้อเสนอ 4 ประการของนิติราษฎร์

กล่าวโดยสรุปแล้ว ข้อเสนอของนิติราษฎร์ในรอบครึ่งปีที่ผ่านมา ยังยืนอยู่บนข้อเสนอ 4 ข้อในวันที่ 18 กันยายน 2554 แต่ขยายความและลงรายละเอียดใน 3 ประเด็นคือ ประเด็นที่ 1-2-4

ดังนั้นในการ “วิพากษ์” ข้อเสนอของนิติราษฎร์แล้ว จำเป็นต้องเข้าใจ “ภาพรวม” ของข้อเสนอนิติราษฎร์ว่าทั้ง 4 ประการมีความเชื่อมโยงกันอย่างไร และจะนำไปสู่เป้าหมายอะไร (ซึ่งจะเป็นเรื่องการสนับสนุนความเข้มแข็งของสถาบันฯ หรือเป็นการล้มล้างสถาบันฯ ก็ขึ้นกับมุมมองทางวิชาการ)

ในโอกาสนี้ SIU จึงขอสรุปประเด็นในข้อเสนอ 4 ประการของนิติราษฎร์เมื่อวันที่ 18 กันยายน 2554 และเพิ่มรายละเอียดจากการขยายความของนิติราษฎร์ในช่วงหลัง เพื่อเป็น “จุดตั้งต้น” ให้ผู้สนใจสามารถติดตามอ่านเอกสารฉบับเต็มของนิติราษฎร์ (ซึ่งมีความยาวและมีความซับซ้อนสูง) ได้สะดวกมากขึ้น

ข้อเสนอ 4 ประการของนิติราษฎร์ (คลิกเพื่อดูภาพขนาดเต็ม)

สำหรับผู้อ่านที่สนใจข้อเสนอของนิติราษฎร์ทั้งหมด สามารถติดตามได้จาก เว็บไซต์ของคณะนิติราษฎร์

  • Ngo

    หลักการปกครองของไทย
    อำนาจ นิติบัญัติ ตุลาการ บริหาร 3 อย่างคานอำนาจกัน
    ตอนนี้ ฝ่ายนิติบัญัติ ถูกฝ่ายบริหารครอบงำเรียบร้อยแล้ว
    ถ้าให้ ครม ตั้งผู้พิพากษาศาลสูงอีก ฝ่ายตุลาการก็ถูกครอบงำอีก
    ก็หมดกัน ใครอยากเป็น ผู้พิพากษาศาลสูง ไม่ต้องไปกราบเท้านักการเมืองเหรอ

    นี่คือการรวบอำนาจ ทั้ง 3 อย่าง ไปไว้ที่ตำแหน่งนายกฯ คนเดียว
    ไม่เป็น เผด็จการซ่อนรูปไปแล้วเหรอ
     
    ตอนนี้นักการเมืองบ้านเรามีอำนาจล้นฟ้า
    ใครอยากเป็นผู้ว่าฯ นายตำรวจชั้นสูง อธิบดีกรมกองต่างๆ
    ต้องกราบนักการเมือง ต้องหาเงินไปถวายนักการเมือง
    นี่มันไม่ผิดเพียนหรอกเหรอ ไม่ใช่เรื่องด่วนที่ควรแก้หรอกเหรอ

    ที่ผมอยากเห็น คือ
    อำนาจบริหาร กับนิติบัญัติ แยกกันให้เด็ดขาด
    ที่มาของ สส ควรเปลี่ยนได้แล้ว
    ทุกวันนี้เราได้แต่พวกนักเลง พวกพูดเก่ง พวกตัวแทนนักธุกิจ มาเป็น สส
    เราไม่เคยมีตัวแทนกลุ่มอาชีพ ต่างๆ ในสภา
    สส ตัวแทนจากจังหวัดต่างๆ ควรจะเป็นคนที่เกิด โต และทำงานที่นั่น

    อีกอย่าง ตำรวจควรไปขึ้นกับศาลมากกว่า เพราะเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการยุติธรรม

  • Go_too_win

    แล้วเรื่องข้อเรียกร้องที่จะให้พระเจ้าอยู่หัวสาบานตนและห้ามมีพระราชดำรัสในที่สาธารณะช่วงที่ไอ้นิติเรี่ยราดมันเสนอกัน ไม่มีแล้วว่างั้นน!!! อ่านแล้วก็ยังรู้สึกว่าการแก้สิ่งเหล่านี้ไม่สามารถทำให้แก้ปัญหาของประเทศ หรือมีประโยชน์กับคนส่วนรวมได้ยังไง ซ้ำร้ายยังสนับสนุนให้คนชั่วหลุดพ้นจากการลงโทษ แน่จริงก็เสนอแก้กฎหมายตรวจสอบคอรัปชั่นให้ละเอียดป้องกันคนโกงกินชาติบ้านเมืองซิวะ แล้วจะมีแต่คนออกมาสนับสนุนเต็มบ้านเต็มเมือง

  • Tong555

    ใครอยากเกรียนก็โทรไปหาอาจารย์เขาสิครับ 55 

  • Sakda9

    ถ้าจะแก้ไข้ต้องย้อยไปถึงสมัยทักษิณเป็นนายกครั้งแรกถึงจะถูก รัฐประหารเกิดจากอะไรทุกคนรู้ดี

  • Ong Wallapa

    หมิ่นพระมหากษัตริย์ น่าจะขังสัก 20 ปี  ปรับ  2,000,000  บาท นะค่ะ

  • Stwatchai

    ต่อการแก้ไข กฏหมาย 112 นั้น มีข้อสงสัยว่า ดังนี้
    1. ทำไมต้องแบ่งแยกความผิดต่อใคร และโทษไม่เท่ากัน
        เพราะว่าเป็นสถาบันพระมหากษัตริย์ ทั้งหมดในบุคคลที่กล่าวถึงในการแบ่งแยก
    2. ทำไมต้องเขียนกันเอาไว้ว่า แสดงออกทางวิชาการ
        เพราะว่า กฏหมายนี้เป็นเกี่ยวกับ การหมิ่นประมาท และไม่ประสงค์ดี ต่อ สถาบันพระมหากษัตริย์ อยู่แล้ว การแสดงออกทางวิชาการ โดยมาก จะเป็นการวิพากษ์ ซึ่งการวิพากษ์ นั้นจะไม่ใช่ การวิจารณ์ ซึ่งอาจจะทำให้เกิดการดูหมิ่น และแสดงความไม่ประสงค์ดี ดังเช่นที่ผ่านมาได้
    3. ทำไมจะต้องยกเลิก 112 
        เพราะว่าตัวกฏหมาย มีข้อความที่ชัดเจนอยู่แล้ว ซึ่งมีความเสมอภาค โดยใครก็ได้สามารถใช้ได้ ไม่จำเป็นต้องคณะบุคคลใดบุคคลหนึ่งเท่านั้นที่ จะสามารถดำเนินการได้ ซึ่งขัดกับหลักการประชาธิปไตย
    เมื่อมองโดยรอบด้านแล้ว แท้จริง ก็คือ ตัวบุคคลที่แสดงออกทางความคิดเห็นนั้น วิจารณ์ มากกว่า วิพากษ์ ซึ่งนำไปถึงการล่อแหลมในการเข้าสู่การ หมิ่นประมาท และไม่ประสงค์ดีได้ ตั้งใจวิพากษ์นั้น มีต้องมีข้อมูล ที่แน่ชัด และวิพากษ์ อย่างสร้างสรรค์ ก็จะไม่ต้องเกรงกลัว กฏหมาย นี้เลย

  • Tangmo

    สนับสนุนเห็นด้วย เพราะว่าเข้าใจ ใครสงสัยอะไรข้อไหน ถามมาได้เช่นกัน ครับ

  • iPAS

    ถูกต้องแล้วครับ เมื่อไม่รู้ก็ต้องหาความจริง หาความรู้ก่อนวิจารย์ .. แต่พอรู้แล้วก็ยังรู้สึกเหมือนเดิมนะ

  • นายนิยม หวังทรัพย์

    นี่คือความจริงที่ประชาชนคนไทยบางท่านยังไม่รู้….ซึ่งความคิดเห็นที่แตกแยกกันทางความคิดในกลุ่มนักวิชาการระดับอาจารย์ แม้จะเป็นอาจารย์สอนนิสิตนักศึกษาในมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์เหมือนกัน….

    แต่ความคิดเห็นที่ไม่เหมือนกัน ความคิดเห็นที่แตกต่างกัน…ไม่ใช่ความรุนแรงอะไรมากมาย นี่คือความสวยงามตามระบอบประชาธิปไตย…ที่คนไทยทุกคนสามารถแสดงออกความเห็นได้ภายใต้รัฐธรรมนูญ….

    เพียงแต่ว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องละเอียดอ่อนที่กระทบสถาบันสูงสุดของประเทศไทย….อีกทั้งกลุ่มนิติราษฏร์ไม่สามารถทำความเข้าใจให้แก่ประชาชนคนไทยทั่วไปให้เข้าใจได้ เพราะเป็นเรื่องที่ละเอียดอ่อนมากเกินที่จะอธิบาย….จึงเป็นปัญหาต่อกลุ่มนิติราษฏร์ที่ออกมาเคลื่อนไหวในเรื่องนี้…ทั้ง ๆ ที่กลุ่มนิติราษฏร์ก็มีความจงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตรย์ไม่น้อยกว่าประชาชนคนไทยด้วยกัน….

    เรื่องนี้จึงกลายเป็นปัญหา…จนอาจจะกลายเป็นน้ำผึ้งหยดเดียว…เพราะ นักการเมือง และ กลุ่มบุคคล นำเรื่องนี้ไปเกี่ยวพันธ์กับรัฐบาลฯ…ซึ่งในความเป็นจริงรัฐบาลฯ โดยท่านนายกฯ ยิ่งลักษณ์   ชินวัตร ได้ออกมาแสดงจุดยืนชัดเจนแล้วว่า…รัฐบาลฯไม่เกี่ยวข้อง และ ไม่ได้สนับสนุน…

    เป็นการร่วมกลุ่มของนักวิชาการอาจารย์มหาวิทยาลัยทั้งในประเทศ และ ต่างประเทศ รวมถึง นัีกวิชาการสาขาอาชีพต่าง ๆ….

    ผมในฐานะประชาชนคนไทยที่มีความจงรักภักดีต่อสถาบันกษัตริย์อย่างสูงสุด….เห็นว่าเรื่องนี้ทั้ง 2 ฝ่ายน่าจะจัดเสวนาหาทางออกมาหาเหตุผลมาหักล้างกัน  โดยไม่ให้เหตุการณ์นี้ลุกลามไปใหญ่โตมากไปกว่านี้…ถ้าฝ่ายไหนมีเหตุผลที่ดีกว่าก็ให้ประชาชนผู้รู้เป็นผู้ตัดสิน….

    และ นี่คือข้อมูลข้อเสนอของกลุ่มนิติราษฏร์…ที่ประชาชนคนไทยอีกหลายล้านคนยังไม่เข้าใจ  จุดมุ่งหมายที่แท้จริงของกลุ่มนิติราษฏร์กระทำไปเพื่ออะไร….มีวาระซ่อนเร้นอะไรหรือไม่….

    ขอวิงวอนให้ทุกฝ่ายที่มีใจเป็นธรรม และ เป็นกลาง…โปรดพิจารณาใช้ดุลยพินิจดู….ก่อนที่จะชี้นิ้วของท่านไปยังฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดว่า…. ” ผิด “……

  • non

    ถ้าเรื่องสาบานตน อ.วรเจตน์ ตอบไว้แล้วที่ช่องเนชั่นเมื่อวาน (4 ก.พ. 55) พิมพ์ค้นหา “วิวาทะ นิติราษฎร์ – ม.112″ ใน youtube ครับ เป็นประเด็นค่อนข้างละเอียดอ่อนอยากให้ไปฟังก่อนครับ

    โดยคร่าวนะครับ สาบานตนเฉพาะการขึ้นครองราชย์ครั้งเดียว (นั่นหมายถึงเป็นเรื่องอนาคตครับ) เพื่อเป็นการแสดงเชิงสัญลักษณ์ว่า รธน. ถือเป็นกฎหมายสูงสุดของแผ่นดินครับ ฉะนั้นหากใครคิดแก้หรือฉีก รธน. เช่น ที่ทำโดยกลุ่มรัฐประหารครับอันนี้ต้องไปฟังความเห็นเยอะๆ ครับ ว่าแต่ละข้อที่ต้องการแก้ มีเหตุผลอะไรด้วย หลายประเด็นที่นิติราษฎร์เสนอแก้เป็นมุมมองเพื่อรักษาสถาบันและประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขในระยะยาวครับ 

    ส่วนเรื่องพระราชดำรัส ผมก็ยังไม่ได้หาอ่านหมดครับ ในแง่ที่นิติราษฎร์เสนอเพราะอะไรผมไม่ขอออกความเห็นนะครับ ส่วนตัวเท่าที่ผมเข้าใจไม่ผิดปัจจุบันอังกฤษใช้หลักการนี้ครับ เพื่อปกป้องสถาบัน เพราะในอังกฤษเองก็มีกลุ่มต้องการเป็นประชาธิปไตยแบบ “สาธารณรัฐ (Republic)” [ประธานาธิบดีเป็นประมุข] ในระดับนึงครับ และก็มีกลุ่มเฉยๆ อยู่เช่นกัน [ส่วนนิติราษฎร์เสนอเป็น ราชอาณาจักร ซึ่งพระมหากษัตริย์เป็นประมุข ครับ] — ปกป้องเพื่อกันข้อผิดพลาดทั้งปวง แล้วยกให้รัฐบาลซึ่งนำโดยนายกรัฐมนตรีครับผิดชอบ เพราะรัฐบาลจะเป็นคนร่าง (ซึ่งอาจพูดคุยกับสถาบันก่อน ถ้าผมจำไม่ผิดนะ)

    ส่วนเรื่องเสนอแก้กฎหมายคอร์รัปชั่น ผมว่ามันคนละประเด็นกันนะครับ เท่าที่ผมอ่านมาสักพักไม่ค่อยเห็นนักกฎหมายเองพูดเชิงให้นิติราษฎร์ไปทำประเด็นอื่นแทน เพราะพูดไปก็เท่ากับบอกตัวเองด้วย ซึ่งส่วนมากเสนอแล้วก็เงียบๆ ไปครับ ไม่ทำเอง เพียงแต่นิติราษฎร์เห็นปัญหาตรงนี้ก็มีข้อเสนอพร้อมร่างให้ ประชาชนตัดสินใจ โดยไม่ได้ปกปิดเจตนาอะไร ถ้าสื่อกระแสหลักไม่บิด แล้วมีคนตั้งใจฟังจริงก็อาจได้เห็นมุมที่น่าสนใจจากเสนอร่างครั้งนี้ครับ

  • non

    ก่อนปี 2519 ที่เกิดการแก้ รธน. โดยกลุ่มรัฐประหารไม่มีโทษขั้นต่ำนะครับ

  • non

    อันนี้ผมสรุปตามที่ผมเข้าใจนะครับ ถ้าอยากฟังคำตอบลองหาฟังบน youtube ได้ครับ อาจารย์วรเจตน์ตอบไว้พอสมควรประมาณนึงแล้ว

    1. ประมวลกฎหมายอื่นที่เกี่ยวกับสถาบัน มีการแยกไว้เช่นกันครับ2. คณะนิติราษฎร์ไม่มีอำนาจเพื่อแก้ไข รธน. ครับ และก็เข้าใจว่าชัดเจนตรงที่จะไม่เป็น สสร. ในการแก้ รธน. จึงเป็นข้อเสนอทางวิชาการเพื่อให้ประชาชน นักกฎหมายหรือผู้สนใจได้อ่านข้อเสนอนี้ครับ ส่วนจะไม่เห็นด้วยแล้วแย้งด้วยเหตุผลทางวิชาการยังไง เห็นทางนิติราษฎร์เองก็พร้อมรับฟังครับ ก่อนเสนอเห็นแย้งควรหาอ่านที่ทางคณะนิติราษฎร์ตอบไว้ก่อนก็ดีครับ3. ยกเลิกเพราะปรับใหม่ครับ ดูในตารางด้านบนก็ได้ครับ เพิ่ม 4 มาตราเข้าไปแทน (จากเดิมมี 1 มาตรา คือ 112)

  • http://www.facebook.com/Spring.Knutt.Pisith Spring Pisith Thanasaethsakul

    อาจารย์ เค้า ให้ เหตุผล ว่าเป็น กุศโลบาย ทางการเมือง ที่จะใช้เพื่อ ปกป้องการ มา กระทำรัฐประหาร

    ลิ้งนี้ ผม ตัดมาถึง ตอนที่ อาจารย์ เค้าอธิบายเรื่อง การสาบานตน พอดีเลย ครั้บ
    หวังว่าจะ ตอบได้ตรงประเด็น น่ะครั้บ

  • http://www.facebook.com/Spring.Knutt.Pisith Spring Pisith Thanasaethsakul

    เห็น ด้วยครั้บว่า ตอนนั้น การกระทำรับประหาร เป็น สิ่งที่หลีกเลี่ยงได้ยาก ไม่งั้น คนคน ตาย จาก ม็อป ชน ม็อป เยอะ

    แต่ว่า ประเด็น คือคณะรับประหาร เข้ามาแล้ว กลับไม่ได้ทำอ่ะไรเลย นี่ไม่นับ ว่า อาจจะเกิด การคอรัปชั่น ต่างๆ นาๆ ขึ้นมากมาย ท้ายสุด ก็ออกกฎหมายนิรโทษกรรม ตัวเอง
    การเกิดการแก้ กฎหมาย ตามที่ นิติรัฐ เสนอ ว่าด้วยการ ยกเลิก กฎหมายนิรโทษกรรม จะทำให้ ครั้งหน้าผมที่ออกมา กระทำรับประหาร มี ความรับผิดชอบมากขึ้น ครั้บ ไม่ไช่เป็นแบบ นาย สนธิ

  • http://www.facebook.com/Spring.Knutt.Pisith Spring Pisith Thanasaethsakul

    ผมขอ ตอบช่วยคุณ นน ซ้ำอีกทีละกันครั้บ

    ถ้าไม่พุดถึง มาตรา 112 น่ะครั้บ มาตรา ที่เหลือจะมีการแยก ระหว่าง กษัตริย์ ราชินี พระบรมวงศานุวง แล้วก็ ผู้สำเร็จราชการแทนไว้ครั้บ เพราว่า รัฐธรรมนูญ ให้ระบุไว้ถึงการปกป้องของ กษัตริย์ไว้ไม่ได้ ครอบคลุม มากไปกว่านั้น

    ส่วนเรื่อง การหมิ่นประมาท กับไม่ประสงดีต้องแยก ออกจากกันน่ะครั้บ เพราะ เราไปรวม คดีหมิ่นประมาท, ใช้ถ้อยคำอาฆาตมาตร้ายเข้าด้วยกัน นี่ไม่นับรวมถึง การตีความ ของ การกระทำที่ไม่เคารพ เช่นการ ไม่ยืนตรง เคารพ เพลง สรรญเสริญ น่ะครั้บ เรื่องพวกนี้เป็นเรื่องละเอียดอ่อนมาก ไม่น่าจะเอามารวม กันน่ะ
    การ ใช้ถ้อยคำอาฆาตมาตร้าย นั้นยังไง ก็ผิดครั้บ ไม่มีใครรับได้หรอก
    แต่ การหมิ่นนี่คลุมเครือมาก เพราะข้อเท็จ จริงก็สามารถเป็นเรื่องหมิ่นได้

    สิ่งที่นิติราช เสนอคือ ถ้าเรื่อง ที่ หมิ่นดันเป็นเรื่อง ที่ ส่งผลต่อประชาชนส่วนใหญ่ แล้ว พิสูจน์ ได้ว่าเป็นความจริงจะได้รับ การยกโทษครั้บ

    ส่วนเรื่อง ที่คุณแสดงความคิดเห็นว่า ถ้าแสดงความคิดเห็นแบบ บริสุทธิ ใจในเชิง วิชาการเนี่ยไม่ต้องกลัวกฎหมายนี้เลยเรื่องนี้ เอาเป็นว่าคุณลองไป หาข้อมูลเพิ่มเติมดูละกันผมขอไม่แสดงความคิดเห็น

  • http://www.facebook.com/Spring.Knutt.Pisith Spring Pisith Thanasaethsakul

    ผมก็ กลัวแบบเดียวกัน กับที่คุณ พุดมาเหมือนกัน ครั้บ แต่ทางกลุ่มนิติราฎร์ ให้เหตุผลว่า

    แล้วทุกวันนี้ คุณ รู้ได้ไงว่า กระบวนการ เลือกสรร ตัว ผู้พิพากษา แล้วก็ ทหาร ไทย ใสสะอาดเราไปเชื่อว่า นักการเมืองเลว หมด อ่ะไร ก็ตามที่ไม่ได้มาจากนักการเมือง นี่ดีข้อเสนอของ นิติราฎร์ คือ ให้นักการเมืองเป็นเสนอชื่อ เพื่อไปให้ ทางกลุ่ม ตุลาการพิจรณาเลือกกันครั้บ ยังไง สส ก็ไม่มีสิทธิเลือก ถ้าทางตุลาการ จะ ปฏิเสธ การเสนอชื่อเค้าก็ต้องมีเหตุผลไช่มั้ยครั้บแล้วการเสนอชื่อ ก็ไม่ได้ เสนอกันลอยๆ เพราะ เราก็เลือกเสนอชื่จาก บุคคลที่ อยู่ในฐานข้อมูลของ ทางฝ่ายตุลาการ อยู่แล้ว ไม่ไช่ว่าจะเสนอใครก็ได้นอกจาก นั้น ทางกลุ่มนิติราฎร์ ก้เสนอเรื่องการ ปฎิรุป ระบบ รัฐสภาด้วยไปพร้อมๆ กันด้วยครั้บแต่ตรงส่วนนั้นผมยังไม่ได้ไป ศึกษา เพราะไม่ค่อยมีใครพูดถึง

  • http://www.facebook.com/Spring.Knutt.Pisith Spring Pisith Thanasaethsakul

    ไม่ประหาร 7 ชั่วโคตรไปเลย อ่ะครั้บ

    คนเค้ากระทำผิดเพราะว่ามี เหตุจูงใจ ให้กระทำผิด ผมว่าเรื่องพวกนี้ทำความเข้าใจกันได้ด้วยข้อมูลครั้บ เราควรจะรู้ก่อนว่าเค้าคิดอ่ะไรทำไม เค้าถึงทำอย่างนั้น แล้วมันจริงมั้ย ผิดถูก ก็ แก้กันอีกที
    ทุกวันนี้ ประเทศเรา พัฒนาได้ด้วย ความคิดครั้บ เราต้องสู้กันด้วยความคิดแล้วก็เหตุผล ไม่ไช่ การใช้กำลัง ไม่ว่าจะผ่านทางไหนก็ ดี
    กฎหมายปัจุบัน ทำให้ไม่สามารถเอาเรื่อง นี้ออกมาสู้ พื้นที่ สาธารณะได้ คนมีอคติ ต่อ สถาบันก็มีต่อไปครั้บ หนี ลงไปเป็น สังคมใต้ดินที่ โต ขึ้น ทุกวันๆ แทนที่จะไป ทำร้ายเค้า สู้ทำความเข้าใจกับเค้าดีกว่ามั้ยครั้บ
    คนเหมือนกัน มี พ่อ มี แม่ เหมือนกัน

  • Mankindza

    ถ้าลบล้างผลพวง รปห แล้วความผิดที่ทักกี้ทำจะว่าไงครับ เพราะหลักฐานมันตาคาตาเลย แล้วถามหน่อยสิ นิติราษฏร์กับทักษิณเป็นพวกเดียวกันป่าว แล้วคนในนิติราษฏร์ส่วนใหญ่เอาทักษิณหมดป่าว

  • Bia

     หลักฐานมันคาตาก็ฟ้องใหม่สิครับ ย้อนกลับไปก็เหมือนยังไม่ได้ตัดสินคดีก็เข้าสู่กระบวนการตัดสินใหม่ถ้าหลักฐานมันชัดเจนยังไงก็โดนครับ หรือคุณไม่เชื่อตุลาการไทย

  • Stwatchai

    ครับผม อ่านแล้วครับ บทความนี้ ไม่ได้นำเสนอส่วนนั้น และผมก็ไม่เห็นด้วยกับสิ่งที่เสนอแบบสรุป และสิ่งเริ่มต้นบทความ โดยตัดส่วนมาเฉพาะประเด็น ให้เหมือนการจุดประเด็นให้ร้อนแรงมากขึ้น
    สิ่งที่ไม่เห็นด้วยกับการเสนอการแก้ไข หรือ ยกเลิก 112 นั้น ก็เป็นแบบที่เขียนเอาไว้ จะถูกพิจารณา หลังจากได้อ่านแล้วนั้น จะจัดอยู่ในส่วนของการโต้แย้งแบบไม่วิชาการ
    ส่วนที่ไม่เห็นด้วย เพราะว่า อ่านมาตรา 112 แล้ว และ อ่านข้อเสนอ ของ นิติราษฎร์ และ ศึกษาประเด็นในส่วนที่เป็นที่มาของการ เสนอแก้ไข หรือว่า ยกเลิกนั้น
    ยังเห็นปัญหาอยู่ที่ตัวบุคคล ที่ใช้ และ ตัวบุคคล ที่พูด มากกว่า อย่างที่เห็นๆกันอยู่ว่า บุคคลที่โดน เป็นผู้ต้องหานั้น ใช้ถ้อยคำ และการนำเสนอ ในแบบที่ไม่เหมาะสม มากกว่าครับ

  • Stwatchai

    ถ้าต้องแยกกันนี้ ขอถามว่ากฏหมาย หมิ่นประมาท และไม่ประสงค์ดี ของคนทั่วไปนั้นแยกกันหรือไม่ จริงๆแล้วมันแยกกันยาก เพราะว่า การกล่าว ให้เข้า หมิ่นประมาท ย่อมอยู่ในวงเดียวกันกับ ไม่ประสงค์ดี
    ส่วนการแสดงความเคารพต่อสิ่งที่ควรเคารพนั้น มันเป็นประเด็นด้านความรู้สึก ซึ่งไม่เคยได้รับทราบว่า มีการใช้กฏหมายนี้ กับคนที่แสดงในทางด้านนี้ อย่างมาก ก็ว่ากล่าวตักเตือนกัน หรือโดนแสดงออกโดยตัวบุคคลต่างๆ
    ปกติแล้ว การหมิ่นประมาท บุคคลใดๆก็แล้วแต่ ควรจะมีหลักฐาน แสดง ให้พิสูจน์ได้ มากกว่า พูดให้หมิ่นก่อน แล้วไปพิสูจน์ กันในภายหลัง อย่างงี้ สังคมคนทั่วไป ก็คงจะไม่เป็นสุขสงบเหมือนกันการแสดงความคิดเห็น (วิพากษ์) นั้น เป็นสิ่งที่พูดเมื่อมีหลักฐาน และมีความแน่ใจ เท่านั้น ซึ่งมันจะเป็นตัวที่ปกป้องเราเอง โดยไม่ต้องกลัว 112 เพราะว่าเราพูดในสิ่งที่เรารู้ และมีหลักฐาน ไม่ใช่ พูดในสิ่งที่รู้เท่านั้น แต่เป็นการฟังเขามา หรือเป็นเรื่องเล่ามา การเล่าต่อ ก็ควรจะอยู่แต่ในวงจำกัด มากกว่าไป ออกเป็นสาธารณะ เป็นการทั่วไป แล้วแต่จะคิดครับ แต่สิ่งที่ผมคิดเป็นแบบนี้ ตามหลักวิชาการที่ได้ร่ำเรียนมา

  • Stwatchai

    1. ทำไมต้องแยก ตัวบุคคล และระดับความผิด ระหว่าง พระมหากษัตริย์ ราชชินี รัชทายาท ผู้สำเร็จราชการ (ไม่เห็นด้วยเพราะว่า ทั้งหมดนั้น เป็นระดับ ประมุขของประเทศ ทั้งหมด)
    2. ทำไมต้องแบ่ง ความประสงค์ เป็น หมิ่นประมาท และดูหมิ่น/ไม่ประสงค์ดี (คำว่า หมิ่นประมาท และ ดูหมิ่น นั้นไม่ได้มีความหมายเหมือนกันหรือครับ) (ไม่เห็นด้วย เพราะว่า ทั้งหมดนั้นเป็น วิจารณ์ โดยความไม่ประสงค์ดี เป็นที่ตั้งอยู่แล้ว)

    เห็นต่างอย่างไร หรือ มีคำอธิบาย อย่างไร วานตอบ

  • Stwatchai

    การทำผิดโดยที่รู้ว่าผิด นั้นถือว่าผิด แต่ถ้า วิพากษ์ ด้วยข้อมูล และหลักฐานนั้น (ไม่ใช่วิจารณ์ และใช้คำเปรียบเทียบอย่างหยาบคาย) จะทำให้คนโดยทั่วไป เห็นและรับรู้ข้อมูลรอบด้าน ซึ่งมันไม่เป็นการผิด โดยตัวมันเองอยู่แล้ว คนที่เห็นต่าง ไม่ได้ หมายถึงทำร้าย แต่มันกระทบกระเทือนจิตใจของคน ที่เอาคนที่รัก มาพูดไม่ดี กระทำไม่ดี นั้นล่ะคือที่มาของ เสียงที่ออกมาต่อต้าน และเรียกร้องให้หยุด และให้การศีกษากัน และแสดงออกแบบการ วิพากษ์ จะดีกว่า มีแก้กฏหมาย หมิ่นประมาท ข้อนี้

  • ข้าพเจ้า

    หลักฐานคาตา??

    ทำไมผ่านมา 5 ปี มีแค่คดีที่ดินรัชดาอันเดียวที่มีคำตัดสินครับ แถมตัดสินว่าไม่ผิดกฏหมายแต่ผิดจริยธรรมอันดี

    ส่วนคดีอื่นๆ มีคดีไหนบ้างครับที่มีคำตัดสินออกมาได้ นี่ขนาดมี “หลักฐานคาตา” แบบคุณว่านะครับ

  • Anonymous

    แล้วทำไมต้องเปลี่ยนเปลี่ยนแล้วได้อะไร ทำไมต้องเปลี่ยนให้เหมือนประเทศนั่นประเทศนี้ ประเทศเราก็ยังเดินหน้าต่อมาได้ถึงทุกวันนี้ ถ้าอยากเปลี่ยนอยากให้เปลี่ยนกฏหมายสำหรับการจัดการพวกนักการเมืองขี้โกงมากกว่า เช่นการเพิ่มโทษให้รุนแรงขึ้น พวกกฏหมายที่ปรับเงินก็ปรับให้มากขึ้น ประเทศจะเจริญก้าวหน้ามากกว่านี้น่ะครับผมว่า

  • Stwatchai

    แล้วรู้ได้อย่างไรว่า การกระบวนการเลือกตั้งมา ไม่โปร่งใส สำหรับ ปัจจุบัน ประเด็นไม่ได้อยู่ที่คนเลือก หรือ ใครเลือก ประเด็นอยู่ที่หลักการ ของการเลือก เป็นสำคัญ ไม่มีใครรู้ว่าใครดี ใครชำนาญในหน้าที่ เท่า คนที่ทำงานอยู่ในสายนั้นๆ ที่ต้องพิจารณา คือหลักเกณท์ การเลือกตั้งตัว ผู้พิพาทษา หรือ ตำแหน่งทางทหาร ควรจะมาดูมากกว่าว่า หลักเกณท์ นั้นดีแล้วหรือยัง ยังต้องปรับปรุงกันที่จุดใด มากกว่า การที่จะ เอาอีกส่วนหนึ่งที่ไม่ชำนาญ และไม่ได้ทำงานอยู่ในแวดวงนั้นๆ มาทำการเสนอชื่อเขาไป เพียงเพราะว่าเกิดความไม่วางใจ หรือ ต้องการ คาน อำนาจกัน เท่านั้นเอง การคานอำนาจ ควรจะมาจาก กฏเกณท์ การเลือกสรร ที่ รัดกุม มากกว่า ครับ

  • Stwatchai

    เป็นเพราะว่า ผู้ต้องหา ไม่ได้อยู่ในประเทศ ไม่สามารถติดตามตัว มาทำการสอบสวนได้ ศาลจึงทำการจำหน่ายคดี เพื่อรอให้ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ติดตามตัว ผู้ต้องหา เพื่อทำการสอบสวนต่อไป เพื่อป้องกัน การสอบสวนลับหลัง (สอบสวน โดยผู้ต้องหา ไม่มีโอกาสโต้แย้ง) และจะเป็นที่วิจารณ์ได้ว่า ไม่ยุติธรรม คดีทั้งหมด จึงเหมือนถูกหยุดเอาไว้ จนกว่า ผู้้ต้องหา จะสามารถกลับมาให้สอบสวนต่อไปได้ครับ

  • non

    บรรทัดบนๆ ผมอ่านแล้ว งงๆ เลยขอตอบเฉพาะสี่บรรทัดล่างนะครับ เท่าที่ฟัง อ.วรเจตน์ ก็เห็นแบบเดียวกันครับ ว่า กระบวนการใช้เป็นปัญหามากกว่าตัวบทกฎหมาย

    ถ้าคำถามนี้ในรายการวันนั้น ผมสรุปขั้นต้นที่อาจารย์พูดตามนี้ครับ
    - การนำไปใช้มีปัญหามากกว่าตัวบท- ปัญหามี 1) การนำไปใช้ 2) ตัวบท 3) อุดมการณ์กำกับการใช้ตัวบท- คนค้านเรื่องระบุโทษ ต้องเข้าใจก่อนว่า ตัวปัจจุบันประกาศโดยกลุ่มรัฐประหารที่ล้อมฆ่าที่ มธ. ตุลา ปี 2519- แก้จากเดิมที่ไม่มีโทษขั้นต่ำให้มีเป็น 3 ปี

    ส่วนคำตอบหลังจากนี้จะตอบชัดขึ้นว่า ทำไมต้องแก้ตัวบทกฎหมาย ลองไปฟังที่คุณจอมขวัญสัมภาษณ์ดีกว่า เกรงว่าถ้าเขียนลงตรงนี้อาจไม่ครบถ้วน แล้วแปลความผิดได้ไม่ครบบริบท

    ซึ่งวันนั้นทั้ง อ.สมคิด (อธิการบดี มธ. คนปัจจุบัน) และอ.วรเจตน์ ตอบประเด็นนี้ตรงกันครับ ทีนี้ผมมองเฉพาะประเด็นว่า เมื่อถูกใช้แบบมีปัญหาแล้วเกี่ยวข้องกับสถาบัน ทำไมเราถึงไม่ทำไรกัน? บอกว่า ปล่อยไว้แบบนี้ดีกว่า ผมฟังมาก็พอสมควร นักวิชาการหลายคนบอกควรแก้ที่ความเข้าใจก่อน และก็กระบวนการ ส่วนตัวบทก็แก้ตรงโทษขั้นต่ำ, แล้วไม่ใช่ใครฟ้องก็ได้ 

    ส่วนที่มองว่า อาจพาไปสู่ความรุนแรง ไม่รู้อ่านเข้าใจผิดไหม ผมมองว่า ต้องอ่านหลักคิดที่มาของการแก้ก่อน ซึ่งน่าจะเยอะพอสมควร เท่าที่ผมฟังมานานอยู่แต่ก็ยังจับได้ไม่ทุกประเด็น ก็ไม่คิดว่า จะพาไปสู่ความรุนแรงอะไรครับ ถ้าทำความเข้าใจดีๆ

  • Ppp

    นิติราษฏร์เสนอ
    1 เว้นโทษเมื่อแสดงความเห็นเชิงวิชาการ << ต้องการอะไรทราบๆกันอยู่
    2 ต้องสาบานตน <<เพื่อ ตามฝรั่ง เพื่อ??
    3 ไม่อนุญาติให้นายหลวงทรงพระราชดำรัส << สิทธิ ประชาธิปไตย??

    ในหลวงทรงงานเพื่อประเทศมามากกว่าอายุผม 2-3 เท่านิติราษทำอะไรเพื่อใครบ้าง หรือต้องการสังคมแบบ
    1 ไม่มีความกตัญญู
    2 ข้ามหัวผู้ใหญ่
    3 ทำดีไปไม่ชื่นชม รุมด่า จะทำดีทำไม4 เงินคือผู้ยิ่งใหญ่

    "อย่าเอาความรู้กับสติปัญญามาบดบังศีลธรรม กันหน่อยเลย"ผมบอกเลย นิติราษ สนับสนุนให้สังคมเกิดแบบนี้

  • non

    ผมก็ไม่ชอบคุณทักษิณครับ ตอนนั้นคำนำชื่อไม่สุภาพแบบนี้หรอกครับ ด่าทอกับเขาอยู่เหมือนกัน  จุดยืนเรื่องรัฐประหารตอนนั้นผมไม่มีครับ (เพิ่งเริ่มตามการเมือง) พอตอนรัฐประหารแรกๆ ผมรู้สึก เอะ ทักษิณโดนไล่ไปแล้ว (ดีใจดีไหม?) แต่ก็รู้สึกว่า นี่ไม่ใช่สิ่งที่ผมอยากเห็น ถ้าเขาโกงก็ต้องโดนจับอยู่ในประเทศสิ ผมคิดแบบนั้น ตอนนั้นผมรู้สึกเหมือนกำลังจะน็อคได้ ต้อนกำลังเข้ามุมแต่อยู่ๆ ก็มีคนมายึดเวทีแล้วเอามุมคุณทักษิณออกไป มันคาใจสุดๆ ครับ

    พอรัฐประหารมาก็มีเหตุผลตามนั้น ที่ผมสนใจคือ โกง ครับ ใช่ ต้องตรวจสอบแล้วหาหลักฐานแล้วว่าไปตามกระบวนการ ถึงจะน่าสนใจหน่อย สุดท้ายผมก็รู้สึกผิดหวังครับ นอกจากจับไม่ได้ รัฐบาลที่มาจาก คมช. เองก็โกงเช่นกัน เศร้าแท้ นี่กลายเป็นตลกร้ายที่ผมขำไม่ออกที่สุด

    ไม่ใช่บอกว่าทักษิณเลว แล้วคนอื่นจะดีวิเศษกว่า ผมคิดได้ขึ้นมาเรื่อยแต่ตอนนั้น
    และไม่ใช่ว่าคนอื่นไม่ดี แล้วจะทำให้ทักษิณเป็นคนไม่โกงไปได้ ก็ไม่ใช่

    ตามหลักประชาธิปไตยเขาก็น่าจะสู้กันทางความคิดจนถึงที่สุด แล้วประชาชนจะเริ่มเรียนรู้ได้เอง การมีรัฐประหารคือการตัดขั้นตอนตรงนั้นทิ้งครับ เหมือนมีฮีโร่มา (แต่ดันไม่ใช่ ก็แค่ตัวร้ายอีกตัว) พูดง่ายๆ คือ ประชาชนก็ยังอ่อนแอทางความคิด เรียนรู้ได้ไม่เต็มที่ ยังสู้กันไม่ถึงที่สุด ยังไม่ตกผลึกพอ

    การบอกว่า ทักษิณเป็นต้นกำเนิดของรัฐประหาร ใช่ครับ คมช. เกิดและเพราะเขาอ้างไว้แบบนั้น
    แต่บอกว่าเพราะทักษิณโกง นู่น นั่นนี่แล้วไปรัฐประหาร มันคนละเรื่องกันครับ

    /

    คุณคำนูณ, อ.ไชยันต์ ที่เคยพูดว่าไม่เห็นด้วยกับรัฐประหาร และไม่สนับสนุน ต่างบอกว่า ต้นเหตุรัฐประหารเพราะทักษิณคอร์รัปชั่น ซึ่ง พธม. เล่นประเด็นนี้เยอะ [อันนี้ผมฟังตอบโจทย์ตอนนึงที่มี คุณคำนูณ อ.ไชยันต์ ส.สิวรักษ์ และอ.วรเจตน์ ครับ]

    สุดท้ายก็ทำให้ผมสงสัยอีกว่า เราด่าเขาแล้วเขาจะโดนจับเพราะคอร์รัปชั่นได้ไหมเนี่ย ถ้ามีข้อมูลกันขนาดนี้ก็น่าจะส่ง ปปช. ส่งไรไป หาหลักฐานมาเอาผิด หรือไรก็ว่าไปสิ ทำไม ทำไม …ก็เลยเศร้าแท้เรา (-_-”)

    ถ้าคิดแบบนี้ พธม. ยิ่งต้องด่าและประท้วง คมช. ทันทีครับ เพราะทำให้คุณทักษิณไม่กลับมาประเทศ เอาผิดไรไม่ได้เลย แกคงไม่ยอมกลับมาถ้าถูกจับยัดขังก่อน แต่ไม่นะ ไม่ด่า เพราะถือว่าขับไล่คุณทักษิณสำเร็จแล้ว ผมเศร้าก็ตอนนี้ล่ะ โกงก็ต้องโดนจับเข้าคุกสิ ถ้าเมื่อก่อนผมฟังก็คงพอฟังได้ มาฟังตอนนี้แล้วรู้สึกแปลก ที่บอกว่า ยอมรับได้ถ้ารัฐประหารเกิดเพราะมีคอร์รัปชั่น ทุกรัฐบาลก็มีตัวเลขการโกงไม่ได้แพ้กันมาก ถึงแม้สมัยทักษิณจะมีตัวเลขโกงเยอะกว่าเพื่อนก็ตาม นี่ยังไม่นับคนที่ออกมาไล่ตอนนั้นบอก คุณอภิสิทธิ์แย่กว่าคุณทักษิณอีกนะครับ ฟังแล้วเศร้าทุกบริบทจริงๆ..

    /

    บ่นยาวไปละ โดยสรุปคือ ทักษิณผิดตอนนั้นก็ควรดำเนินคดีขึ้นศาลตามปกติ รัฐประหารต้องไม่เกิด และควรมีความผิดถ้าทำสำเร็จ แล้วผลจากรัฐประหารไม่ควรเกิดขึ้น ถ้ามีควรมีข้อกำหนดชัดเจน ใครทำให้เกิดโทษควรรับผิดเช่นไร แล้วย้อนค่อยๆ กลับไปพูดถึง รัฐประหารที่ผ่านมาหลังเกิดระบอบประชาธิปไตยแล้วในไทย

    ปล. รู้ว่ามันดู impossible แต่ก็ควรดำเนินคดีศาลตามปกติสักทีครับ

  • non

    อ.ชาญวิทย์ (อดีต อธิการบดี มธ.) เขียนไว้ได้น่าสนใจครับ ลองเสิร์ชดูครับ  “จดหมายจากอธิการบดี ถึงอธิการบดี” ข้อ 4 เลยละกัน

  • Stwatchai

    มองยาว ๆ ครับ ย้อนคิดถึง รบ. ทักษิณ สมัยที่ 1 ซิครับ ทุกคน ชม และ สรรเสริญ ยื่นยอ ว่า ทำงานดี ทำงานเร็ว ปลุกกระแสต่อต้านยังไง ก็ไม่ขึ้น พธม. ขนาดคดีซุกหุ้นคนยังให้การยอมรับได้ แต่ พธม. มาปลุกขึ้น ก็ตรงที่ ทักษิณ ทำบางอย่างที่ไม่ควรทำ (ไม่ใช่ คอร์รับชั่น) และไม่ใช่ครั้งเดียว ซึ่งสิ่งนี้เองทำให้เกิดกลุ่ม พธม. และต่อมา สมัยที่สองของ ทักษิณ นั้น ก็ทำในสิ่งที่ไม่ควรทำเข้าไปอีก คือไม่สามารถควบคุม คนรอบข้างให้คอร์รัปชั่นได้ และยังแก้กฏหมาย ให้ขาย บริษัท ที่ถือสัมปทานสำคัญให้ต่างชาติได้ นั้นคือ จุดใหญ่อีกจุดหนึ่ง ที่คนทั่วไปรู้สึกถึงความหวั่นไหวว่า ทักษิณ เอาสัมปทานของชาติไปขาย (ถึงแม้จะถูกต้องตามกฏหมาย ที่ได้รับการแก้ไขแล้ว)

    ตอนปฏิวัตินั้น ทักษิณ อยู่ต่างประเทศ ซึ่งการจับกุม ก็ต้องใช้ กฏหมายระหว่างประเทศ

    ประเด็นเรื่องการไม่สามารถจับตัว ทักษิณ ได้นั้น เป็นเพราะว่า เมื่อกลับมาประเทศไทย สมัย ท่านนายก สมัคร นั้น มีความมั่นใจในตอนเริ่มแรกว่า จะสามารถ ชนะคดีที่ดิน รัชดา ได้ ต่อเมื่อ ได้รับข้อมูลว่า คดีนี้ แนวโน้มการตัดสินนั้น ไม่น่าจะเป็นประโยชน์ต่อตัวเอง ก็ได้ยื่นขอ ดำเนินการไปเป็นแขกการเปิด โอลิมปิก ที่เมืองจีน 2008 และก็ไม่กลับมาอีกเลย หลังจากนั้น โดยที่ เดินทางไปยังประเทศต่างๆในโลก
    นี้คือคำตอบว่า ทำไม คมช ทำอะไรไม่ได้ หรือไม่สามารถจับ ทักษิณ ได้ และเหตุใด พธม. ถึงลุกขึ้นมาต่อต้าน ทักษิณ 
    แต่ชนวนที่แท้จริงนั้น เริ่มจากคนเพียงสองคน คือ ทักษิณ และ สนธิ ที่ตอนแรกเป็นเพื่อนรักกัน แต่มาแตกหักกันตอนที่ สนธิ ตกที่นั่งลำบาก และยื่นขอกู้เงินกับ กรุงไทย แต่ ทักษิณ ส่งไม่ให้ปล่อยกู้ เนื่องจาก ฐานะ สนธิ นั้นไม่อยู่ในสถานะที่กู้ได้ จุดนี้เอง ทำให้ประเทศไทย ประสบเหตุการณ์มากมาย
    แต่อีกฝั่งนึง ทักษิณ สมัยที่ 2 เอง ก็ออกลาย คอร์รัปชั่น และทำให้องค์กร อิสระ ตาม รธน. ที่สามารถตรวจสอบ รัฐบาลได้ เจอสภาวะชะงักงัน คือตั้งองค์กรนั้นๆ ไม่สำเร็จเสียที (นี้คือช่องโหว่ ของ รธน. 40) ไม่ว่าจะเป็น ปปช กกต วุฒิสภา ติดตามข่าวจะพบว่า มีการใช้ช่องโหว่ของ รธน 40 เพื่อหยุดชะงักการตั้งหลายๆองค์กร โดย ให้ ผู้ได้รับเสนอชื่อ ถอนชื่อ ออกบ้าง ทำให้ต้องสรรหาบุคคลใหม่ ซึ่งก็ต้องใช้เวลาอย่างน้อย 90 วัน แต่ รัฐบาล ก็ทำงานไปได้เรื่อยๆ เป็นต้น (จากผู้ติดตามความเป็นไปของบ้านเมือง)

  • Stwatchai

    ปัญหาเรื่องการใช้กฏหมาย ควรจะเริ่มจากที่ ผู้วิจารณ์ ควรจะรู้กฏหมาย เหมือน ผู้ขับรถ ต้องรู้กฏจราจร เมื่อจะพูดเรื่องใด ก็ต้องคิดก่อนว่า มันเป็นเรื่องจริง ละเมิดต่อใครหรือไม่ ถึงแม้เราจะมีเสรีภาพ แต่ก็ต้องเคารพเสรีภาพของผู้อื่นด้วยเช่นกัน ทั้งผู้โดนผลกระทบ และผู้ใช้ จะต้องได้รับการให้ความรู้เพิ่มมากขึ้น เมื่อผู้โดนผลกระทบ ไม่พูดสิ่งที่ละเมิดต่อผู้อื่น ก็จะไม่มีเหตุให้ผู้ใช้ สามารถใช้สิ่งนี้ได้ หรือว่าเรื่องเป็นจริง ก็สมควร จะกล่าวหาอย่างโจ่งแจ้ง และมีหลักฐาน ไม่เหมือนการปราศรัย และโดนกล่าวหา ดังเช่นที่ผ่านๆมา

    รธน เริ่มต้นจาก คณะราษฏร ที่ล้มล้าง สิ่งที่มีอยู่เดิม มาแต่เก่าก่อน เพื่อเปลี่ยนใหม่ กฏหมายต่างๆ ก็โดนยกเลิก นำกลับมาใช้ และการจะแก้ไข ควรจะดูที่ตัวบทกฏหมาย ไม่ควรจะอ้างว่ามาจากกลุ่มบุคคลใด ควรจะดูว่าเหตุใด สิ่งที่แก้ตอนนั้น ถึงเป็นแบบนี้ และตอนนี้ถึงเวลาหรือยัง ที่จะแก้ไขเพิ่มเติม หรือ ลดทอนลง
    การแก้ไขปัญหาเรื่องการใช้ กฏหมาย 112 นั้นควรจะแก้ที่ ผู้ใช้ และ ผู้ที่โดนผลกระทบ ดังเช่นที่ตอบแล้วข้างต้น 

  • Jack_of_load

    พระมหากษัตริ์ย เป็นที่เคารพของคนไทยมาอย่างยาวนาน แล้วไอคณะที่เสนอมา โทษให้คนที่ ดูหมิ่น อาฆาต แค่นี้เองหรอ รักพระเจ้าอยู่หัวหรือเปล่า ถึงได้คิดเรื่องพวกนี้มาได้อะ

  • non

    ผมย้ำข้างบนแล้วว่า ยังไงประชาชนก็ต้องเรียนรู้เองครับ ต่อให้มันแย่แค่ไหน นานแค่ไหน ก็ไม่ควรไปตัดขั้นตอนการเรียนรู้ตรงนั้นด้วยการรัฐประหาร หรือยึดอำนาจใดๆ ครับ

    ที่บอกข้างบนว่าสุดท้าย คมช. ก็ทำไรไม่ได้ ผมย้ำเพื่อให้เห็นว่า ข้ออ้างของการยึดอำนาจล้มเหลวทุกประการ ผลสุดท้ายแค่เข้ามาเพราะเห็นทักษิณกำลังเติบโตเท่านั้น  ส่วนจะอ้างว่าทำไม่ได้เพราะนั่นนี่ผมว่าไม่ใช่ประเด็น เพราะตามวิถีประชาธิปไตยยังไงเราก็ต้องต่อสู้กับเรื่องแบบนี้อยู่แล้ว

    เรื่อง พธม. เกิดจากอะไรผมก็ติดตามตั้งแต่รายการช่อง 9 โดนปิดครับ ฟังบ่อย จะย้ำว่าสุดท้ายการเรียกร้องที่ไม่นำไปสู่การแก้ไข การเสนอข้อเรียกร้องที่ทำได้จริง การมองว่าเราถูก เขาผิด มันทำให้สังคมสับสนและแก้ปัญหาอะไรไม่ได้ครับ คุณสนธิเองก็โดนผลพวงจาก 112 ด้วย แล้วก็ท่าจะคลายออกยากครับ

    เรื่องคุณทักษิณให้ผมมองยาวเนี่ย ผมก็มองย้อนไป 2475 จนถึงการยึดอำนาจโดยทหารครั้งแรก เรียนรู้ที่จะอยู่ในระบอบประชาธิปไตย เกิดเผด็จการทหารที่สำเร็จ แล้วจนมาไม่สำเร็จ เกิดประชานิยม นักการเมืองต่อสู้ทางความคิดกับทหาร ต่อมายึดอำนาจอีก การเข้ามาของทุนนิยมโลก แล้วก็เกิดทักษิโณมิค จนสู่การขับไล่ทักษิณของ พธม. ยึดอำนาจ 49 จะเห็นว่าถ้าไม่เกิดการยึดอำนาจคนไทยเรียนรู้ประชาธิปไตยเยอะมาก

    คุณทักษิณเองก็มาตามทางการเมืองปกตินะครับ แล้วก็พาให้คนไทยได้เจอประชาธิปไตยในแบบนึง จะเห็นว่า ประชาธิปไตยที่คนไทยเจอมันเปลี่ยนรูปแบบไปแล้ว วันนี้ก็เป็นอีกแบบ คือคนไทยต้องเรียนรู้จะอยู่กับมันครับ การที่มีกลุ่มใดๆ มาอ้างแล้วยึดอำนาจแล้วบอก เฮ้ พวกนั้นเลวเราบอกให้ แล้วเราดีกว่าเพราะเราจะมาปราบให้แลจะตลกไปหน่อย

    จุดเริ่มต้น คุณสนธิ-ทักษิณ หรือ story อะไรพวกนี้เนี่ย ผมว่าฟังแล้วสนุก แต่ไม่เกี่ยวอะไรที่จะพาคนมาทำรัฐประหารเลยครับ 

    จุดสำคัญที่ผมย้ำความเห็นผมด้านบนจนข้อความนี้ ผมย้ำว่า “ไม่ควรเกิดรัฐประหาร ยึดอำนาจนอกเหนือตามวิถีประชาธิปไตย ใดๆ ทั้งสิ้น” ไม่ว่ามีเหตุผลล้านแปดยังไง จะเอาเร่งด่วนทันควัน ทันทีโดยด่าวันด่าคืนก็ไม่ทำให้สิ่งนั้นดีขึ้นได้ครับ ลองมองว่าถ้าผ่านไปสัก 200 ปีแล้วยังเกิดรัฐประหารซ้ำๆ คนรุ่นเหลน โหลนยังต้องมานั่งคุยว่า ไม่เอารัฐประหารทำยังไง ก็ตลกร้ายดีนะครับ (รุ่นปู่ทวดปล่อยมาได้ไงเนี่ย เขาเลิกให้ทหารยึดอำนาจกันเป็นร้อยปีแล้ว)

    จะกี่ปีนานแค่ไหน เราตายไปแล้ว ก็ต้องส่งทอดกระบวนการเรียนรู้นี้ต่อไปเพื่อพัฒนาสังคมกันต่อไปครับ จะได้เรียนรู้ว่านักการเมืองยังไงก็ต้องโดนครหาว่าเลววันยันค่ำ เพราะประชาธิปไตยเปิดโอกาสให้คนแสดงความเห็นได้ แต่เราจะทำยังไงให้การเมืองทำงานไปของมัน โดยที่ประชาชนก็ได้รับผลประโยชน์ สิ่งเหล่านี้เราตายไปแล้วอาจไม่เจอคำตอบก็ไม่เป็นไร แต่ต้องไม่มักง่ายพารัฐประหารมายึดอำนาจ ที่อุตส่าห์เรียนรู้กันแทบตาย ด่ากันจะเป็นจะตาย สู้กันจะเป็นจะตาย ต้องตายไปพร้อมกับมันครับ

  • non

    สามข้อบนนะครับ
    1. ฟังพระราชดำรัส 2548 ให้จบครับ ถ้ายังไม่เข้าใจว่า ทำไมผมถึงให้ฟังก็ไม่ต้องรีบครับ คำตอบนี้อาจต้องใช้เวลานานนิดหน่อย

    ส่วนอีกอันก็เสิร์ชบนกูเกิลว่า “ตอบโจทย์ ดร.สุเมธ” รู้สึกอัพโหลดวันที่ 9 ม.ค. 2555 ครับ ดร. สุเมธ พูดถึงประชาธิปไตยสมัยไปเรียนฝรั่งเศสพอสมควร ส่วนในไทยก็มีพูดถึงสั้นๆ ครับ และน่าจะตอบคำถามคุณพอสมควร 

    2-3. ความเห็นของผมตอบคุณ Go_too_win ด้านบนครับ

    สามข้อล่าง ไม่เกี่ยวสักข้อครับ

  • Stwatchai

    ปฏิวัติ ที่เกิด 19 กันยายน นั้น เป็นเพราะว่า เช้าวันที่ 20 กันยายน จะมีคนสองกลุ่มมาเจอกันในทีเดียว และเมื่อเกิดการตะลุมบอนกันเกิดขึ้นนั้น ใครที่จะเข้ามาควบคุม ก็จะทำให้คนไทย ก็ต้องล้มตาย นี้คือเหตุก็การเกิดปฏิวัติ โดยทหาร ส่วนที่บอกว่า ทักษิณ ไม่ดีอย่างโน้นอย่างนี้ นั้นมนจาก พธม มากกว่า เพราะว่าหลังจาก ปฏิวัต แล้ว คมช ก็ทำแค่ ตั้ง คตส ขึ้นมา รับเรื่องสอบสวน ไม่ได้มัดมือชกว่า ทักษิณ ไม่ดีแบบโน้นแบบนี้ นี้คือ ทหาร ทำได้แค่นี้ เพราะว่าทหารมาโดยปฏิวัติ จะไปพัฒนา และอย่างอื่น นั้นย่อมเป็นไปไม่ได้ รัฐบาลเฉพาะกาล ก็ไม่สามารถทำอะไรได้ จะต้อง รอจนกระทั้ง รธน 2550 ร่างเสร็จ และทำการยุบสภาพ เพื่อเลือกตั้งใหม่ ซึ่ง หลังจากตั้งรัฐาบล  ไทยรักไทย แล้ว ทักษิณ ก็กลับมาต่อสู้คดี แต่เมื่อรู้ว่า ผลการต่อสู้คดี ไม่ออกมา ในรูปแบบที่ดี ก็ชิงออกนอกประเทศไปซะก่อน ที่จะมีการตัดสิน ปฏิวัติ ไม่ได้เกิดขึ้นบ่อย และแน่อน ทุกคนไม่อยากให้เกิด ปฏิวัติ แต่ว่า เมื่อถึงทางตัน และเมื่อ ประชาชน จะหันมาตีกันเอง คนที่ไม่อยากให้เกิด และมีอำนาจ อยู่ในมือ ก็ต้องทำอะไรสักอย่าง ที่ไม่มีใครได้ใครเสีย และไม่เข้าข้างใคร นั้นคือรักษาความสงบของบ้านเมือง ดีกว่าปล่อยให้เกิดการตีกันเองของ คนไทย ย่อมดีกว่า ให้มีเหตุร้ายเกิดขึ้น แล้วมาปราบปราม โดยใช้แก๊สน้ำตา หรือ กระสุนยาง ที่มีแต่ความเสียหายต่อ ร่างกย และสถานที่
    ปฏวิติ รัฐหาร ไม่มีใครนิยมในโลกสมัยใหม่ แต่ถ้าจำเป็น ถ้าทำแล้วช่วยไม่ให้สูญเสีย คนบางคนก็ยอมโดนว่าได้ โดยไม่ตอบโต้เช่นกัน

  • non
  • non

    สุดท้ายแล้ว เข้าใจว่าคงไม่มีอะไรเพิ่มเติมอีก

    ซึ่งย้ำไปหมดแล้วครับ
    ทั้งที่ประชาชนควรรู้เอง (แม้จะเจ็บปวด) 
    + รัฐประหารไม่ทำให้การต่อสู้จบลง (มองดูปัจจุบันน่าจะชัดนะครับ) 
    = ไม่มีข้ออ้างใดที่จำเป็นทั้งนั้น

    ถ้าตรงนี้เข้าใจตรงกัน โอกาสหน้าอาจได้พบกันอีกครับ :)

    ปล. ลิงค์ที่ผมแนบไว้อ่านเล่นๆ ได้นะครับ 

  • Stwatchai

    พระราชดำรัส 2548 ที่อ้างถึงนั้น หมายถึง วิพากษ์ และตำหนิได้ ถ้าเห็นว่า ทำผิด แต่ไม่ใช่การวิจารณ์แบบที่ผ่านๆมา ของคดี ที่โดนฟ้องร้องกัน เป็นการยืนยันด้วยซ้ำว่า ถ้าท่านผู้วิพากษ์ มีหลักการที่ถูกต้อง และมีหลักฐานที่ชัดเจน ก็สามารถวิพากษ์ท่านได้
    ส่วนข้อ 2 – 3 นั้น เป็นการจำกัดสิทธิ์ ส่วนบุคคลในส่วนของสิทธิ์ขั้นพื้นฐาน ถ้าจะบอกว่าท่านอยู่ใน ฐานะพิเศษ ก็ต้องมีกฏหมายรองรับด้วยเช่นกัน จะควบคุม แต่ไม่ให้การคุ้มครอง ดูจะคิดด้านเดียวเกินไปหรือเปล่า

  • Stwatchai

    การเชื่อตุลาการไทย ทำให้ไม่ต้องกลับไปฟ้องใหม่ เพราะว่าเชื่อมายาวนานว่า กระบวนการตุลาการไทยนั้น น่าเชื่อถือ มายาวนานแล้ว ไม่จำเป็นต้อง ฟ้องกันใหม่

  • Stwatchai

    ทุกอย่างมีสองด้าน เหมือนเหรียญ มีหัวและก้อย มีทั้งบวก และ ลบ ขึ้นอยู่กับ คนที่ใช้ และ เวลาที่ใช้ เหมือน สังคมเรา มีทั้งดี และ ชั่ว ถ้าคุณคิดว่า สิ่งใดสิ่งหนึ่ง เป็นสิ่งที่ดี หรือ ชั่ว อย่างเดียวนั้น ก็ลำบากที่จะทำความเข้าใจ ในประวัติศาสตร์ ที่ผ่านมา เพราะว่า สิ่งที่เกิดขึ้นที่ผ่านมา จะเห็นว่า มันไปซ้าย แล้วย้ายมาขวา และก็กลับไปซ้ายใหม่ ก็มี สิ่งที่ถูกก็คือ ทำในสิ่งที่ควรจะทำ โดยที่สิ่งที่ทำนั้นต้องไม่ขัดต่อศีลธรรม
    ดังเช่น ปฏิวัติ 19 กันยายน เพื่อไม่ให้คนไทย ฆ่ากันเอง เพราะว่าความเห็นไม่ตรงกัน การปล่อยให้เกิดสิ่งนั้น แย่กว่าการทำปฏิวัติเสียอีก ดูได้จาก รัฐบาล และ ตร. ในตอนนั้นไม่ได้ออกมาแสดงท่าทีใดๆ และทำเหมือนจะไม่เกิดอะไรขึ้น แต่ ผบทบ. นั้น มองเห็นว่า เช้าวันรุ่งขึ้น นอกจาก คนไทย จะตีกันเองแล้ว สุดท้าย ก็จะต้องโดนปราบปรามด้วยกองกำลังทหาร เพื่อรักษาความสงบ ตามคำสั่งรัฐบาล ที่ถือว่าเป็นสิทธิ์โดยถูกต้องนั้นเอง เหมือนดังเช่น เหตุการณ์ในยุค 2552, 2553 ที่ผ่านๆมา แล้วมันมีอะไรดีขึ้นมา บางทีคนที่นั่งดูเฉยๆ ให้คนที่ออกไปเรียกร้อง ล้มตายนั้น จะดูอำมหิตมากกว่า เพราะว่า เป็นการปล่อยให้คนไปตีกันตาย โดยที่ตัวเองมีอำนาจสามารารถยับยั้งได้ก่อนล่วงหน้า แต่ไม่ยอมทำ

  • Stwatchai

    ทุกอย่างไม่มีวันจบหรอกครับ มีแต่ดำเนินไป ช้าบ้าง เร็วบ้าง แล้วแต่จังหวะเวลา ทุกอย่างต้องดำเินินไปตามจังหวะและโอกาสที่สมควร ถ้าฝืน หรือ ปล่อย มากเกินไป ก็จะเสียหายได้ ค่อยๆเป็นค่อยๆไป ดีที่สุดแล้วครับ

  • Pandalism

    - หลักการปกครองของไทย สามอำนาจคานกัน แยกจากกัน – ถูกต้องครับ
    แต่รัฐประหารคืออำนาจอะไรใน 3 อำนาจนี้หรือ อำนาจที่เอาปืนรถถังมายึดอำนาจบริหาร นั่นเรียกว่ายอมรับได้ในประชาธิปไตยหรือไม่ ?

    แล้วหากเรายอมรับการรัฐประหารแบบนี้ไปเรื่อยๆ การบริหารจะมั่นคงได้ยังไง และอำนาจที่แท้จริงอยู่ที่ไหนกันแน่ เพราะหากฝั่งบริหารที่ประชาชนเลือก แต่ไม่ถูกใจทหาร ก็ถูกล้มได้ง่ายๆ ถามว่า อำนาจที่แท้จริงอยู่ที่ประชาชนผ่านประชาธิปไตย หรือทหารผ่านการรัฐประหารครับ

    เรื่องพื้นๆที่ทำไมแกล้งมองข้ามกัน ????

  • ข้าราชการโรงเรียนเสนาธิการทหาร

    เหตุผลที่คนไทยรักในหลวง

    มีมากมายเกินกว่าจะบรรยายแต่ถ้าจะให้พูดสั้นก็ น่าจะเป็นเพราะพระองค์ท่านทรงเป็นผู้ให้
    “ผู้ให้ย่อมเป็นที่รัก” และทรงเป็นแบบอย่างที่สมบูรณ์ที่สุดยาก
    ที่จะหาบุคคลใดเทียบได้ โดยเฉพาะทรงมีทศพิธราชธรรม

    ในการปกครองอาณาประชาราษฎร์ ดังพระราชดำรัสที่ทรงตรัสว่า…

    “เราจะครองแผ่นโดยธรรม
    เพื่อประโยชน์สุขแด่มหาชนชาวสยาม”

    ขอเป็นข้าพระบาททุกชาติไป /ข้าราชการโรงเรียเสนาธิการทหารบก

  • Pot

    “ปฏิวัติ 19 กันยายน เพื่อไม่ให้คนไทย ฆ่ากันเอง”
    ที่ทุกวันนี้ต่างฝ่ายต่างยังคงจ้องจะฆ่ากัน ก็เพราะส่วนหนึ่งมาจากปฏิวัตินั่นแหละ
    ถ้าคุณยังมองไม่เห็นตรงนี้ ก็เชิญครับ แต่คนส่วนใหญ่ของประเทศนี้ รวมถึงคนที่ไม่ใช่เสื้อแดงด้วย ไม่เห็นว่าการปฏิวัติจะเป็นเครื่องมือในการแก้ความขัดแย้งอีกต่อไปแล้วครับ

    แล้วที่ว่า ทหารมีความหวังดี ไม่อยากให้เกิดการสูญเสีย เป็นการมองด้านเดียวที่ไร้เดียงสามากครับ ทุกๆกลุ่มอำนาจ ทำเพื่อผลประโยชน์ของตัวเองทั้งนั้นครับ เชิญไปศึกษาประวัติศาสตร์ให้มาก แล้วกลับมาบอกอีกทีว่า ปฏิวัติครั้งไหนทำเพื่อประชาชนบ้าง