Practical Report อ่านและชมคลิป! ข้อเสนอนิติราษฎร์เพื่อแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112

วันที่ 15 มกราคม 2555 ที่หอประชุมศรีบูรพา (หอประชุมเล็ก) มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ กลุ่มนักวิชาการนิติราษฎร์ จากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ได้มีการเสวนาอธิบายโดยละเอียดถึงหลักการและเหตุผลในการแก้ไขประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 โดยมีรายละเอียดดังนี้

คณะนิติราษฎร์: นิติศาสตร์เพื่อราษฎร

ข้อเสนอ
เพื่อการรณรงค์แก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๑๒

โดยตระหนักว่ามนุษย์ ไม่ว่าจะชาติกำเนิดใด ดำรงตำแหน่งสถานะใด ย่อมมีศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ มีเสรีภาพ มีความเสมอภาคเท่าเทียมกัน มีเหตุผล มีความสามารถอดทนอดกลั้นต่อความคิดเห็นที่แตกต่าง และในสังคมประชาธิปไตย เสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นเป็นเสรีภาพที่จะขาดเสียมิได้ หากจะมีการจำกัดเสรีภาพดังกล่าว รัฐต้องกระทำเท่าที่จำเป็น และจะจำกัดจนถึงขนาดกระทบต่อสารัตถะแห่งเสรีภาพนั้นมิได้

กฎหมายเกี่ยวกับความผิดฐานหมิ่นประมาท ดูหมิ่น หรือแสดงความอาฆาตมาดร้ายพระมหากษัตริย์ พระราชินี รัชทายาท และผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ มีความไม่เหมาะสมทั้งในแง่ของโครงสร้างของบทบัญญัติ อัตราโทษ และการบังคับใช้ ประกอบกับกฎหมายดังกล่าวไม่มีการยกเว้นความผิดในกรณีที่บุคคลติชม แสดงความคิดเห็น หรือแสดงข้อความใดโดยสุจริตเพื่อรักษาไว้ซึ่งรัฐธรรมนูญและการปกครองในระบอบประชาธิปไตย อีกทั้งในปัจจุบันปรากฏชัดว่ากฎหมายดังกล่าวเปิดช่องให้บุคคลนำไปใช้เป็นเครื่องมือทางการเมือง หรือนำไปใช้โดยไม่สุจริตและไม่สอดคล้องกับเจตนารมณ์ของกฎหมาย

เพื่อรักษาไว้ซึ่งเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นตามความมุ่งหมายของรัฐธรรมนูญ คณะนิติราษฎร์จึงเห็นควรเสนอแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายเกี่ยวกับความผิดฐานหมิ่นประมาท ดูหมิ่น หรือแสดงความอาฆาตมาดร้ายพระมหากษัตริย์ พระราชินี รัชทายาท และผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ ดังนี้

ประเด็นที่ ๑
การดำรงอยู่ของมาตรา ๑๑๒

ข้อเสนอ
ยกเลิกบทบัญญัติมาตรา ๑๑๒ แห่งประมวลกฎหมายอาญา

เหตุผล
๑. มาตรา ๑๑๒ แห่งประมวลกฎหมายอาญาที่ใช้บังคับอยู่ในปัจจุบันได้รับการบัญญัติขึ้นโดยคำสั่งของคณะปฏิรูปการปกครองแผ่นดิน ฉบับที่ ๔๑ วันที่ ๒๑ ตุลาคม ๒๕๑๙ ซึ่งเป็น “กฎหมาย” ของคณะรัฐประหาร บทบัญญัติในมาตรานี้จึงขาดความชอบธรรมทางประชาธิปไตย
๒. ข้อเสนอของคณะนิติราษฎร์เป็นการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างของบทบัญญัติต่างๆในประมวลกฎหมายอาญาที่เกี่ยวข้องกับความผิดฐานหมิ่นประมาทพระมหากษัตริย์ จึงจำเป็นต้องยกเลิกบทบัญญัติมาตรา ๑๑๒ ในลักษณะ ๑. ความผิดเกี่ยวกับความมั่นคงแห่งราชอาณาจักร เพื่อนำไปบัญญัติขึ้นใหม่เป็นลักษณะ… ความผิดเกี่ยวกับเกียรติยศและชื่อเสียงของพระมหากษัตริย์ พระราชินี รัชทายาท และผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์

ประเด็นที่ ๒
ตำแหน่งแห่งที่ของบทบัญญัติว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับเกียรติยศและชื่อเสียงของพระมหากษัตริย์ พระราชินี รัชทายาท และผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์

ข้อเสนอ
๑. เพิ่มเติมลักษณะ… ความผิดเกี่ยวกับพระเกียรติของพระมหากษัตริย์ พระราชินี รัชทายาท และเกียรติยศของผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ ไว้ในประมวลกฎหมายอาญา
๒. นำบทบัญญัติเกี่ยวกับความผิดฐานหมิ่นประมาท ดูหมิ่น หรือแสดงความอาฆาตมาดร้ายพระมหากษัตริย์ พระราชินี รัชทายาท และผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ไปบัญญัติไว้ในลักษณะ…
๓. แยกความผิดในลักษณะ… เป็น ๔ ฐานความผิด คือ

ความผิดฐานหมิ่นประมาทพระมหากษัตริย์
ความผิดฐานดูหมิ่น หรือแสดงความอาฆาตมาดร้ายพระมหากษัตริย์
ความผิดฐานหมิ่นประมาทพระราชินี รัชทายาท และผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์
ความผิดฐานดูหมิ่น หรือแสดงความอาฆาตมาดร้ายพระราชินี รัชทายาท และผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์

เหตุผล
โดยสภาพของความผิด ความผิดฐานหมิ่นประมาท ดูหมิ่น หรือแสดงความอาฆาตมาดร้ายพระมหากษัตริย์ พระราชินี รัชทายาท และผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ ในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขภายใต้รัฐธรรมนูญ ไม่มีสภาพร้ายแรงถึงขนาดกระทบกระเทือนต่อการดำรงอยู่ต่อบูรณภาพ และต่อความมั่นคงแห่งราชอาณาจักร

ประเด็นที่ ๓
ตำแหน่งที่ได้รับการคุ้มครอง

ข้อเสนอ
แบ่งแยกการคุ้มครองสำหรับตำแหน่งพระมหากษัตริย์ออกจากการคุ้มครองสำหรับตำแหน่งพระราชินี รัชทายาท หรือผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ ดังนี้
มาตรา … “ผู้ใดหมิ่นประมาทพระมหากษัตริย์ ต้องระวางโทษ …”
มาตรา … “ผู้ใดดูหมิ่น หรือแสดงความอาฆาตมาดร้ายพระมหากษัตริย์ ต้องระวางโทษ …”
มาตรา … “ผู้ใดหมิ่นประมาทพระราชินี รัชทายาท หรือผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ ต้องระวางโทษ …”
มาตรา … “ผู้ใด ดูหมิ่น หรือแสดงความอาฆาตมาดร้ายพระราชินี รัชทายาท หรือผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ ต้องระวางโทษ …”

เหตุผล
เพื่อให้สอดคล้องกับการแบ่งแยกการคุ้มครองระหว่างตำแหน่งพระมหากษัตริย์กับตำแหน่งพระราชินี รัชทายาท และผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ ในความผิดฐานอื่นๆ กล่าวคือ

ความผิดฐานปลงพระชนม์พระมหากษัตริย์ (มาตรา ๑๐๗)
ความผิดฐานกระทำการประทุษร้ายพระมหากษัตริย์ (มาตรา ๑๐๘)
ความผิดฐานปลงพระชนม์พระราชินี รัชทายาท และความผิดฐานฆ่าผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ (มาตรา ๑๐๙)
ความผิดฐานกระทำการประทุษร้ายพระราชินี รัชทายาท และผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ (มาตรา ๑๑๐)

ประเด็นที่ ๔
อัตราโทษ

ข้อเสนอ
๑. ไม่มีอัตราโทษขั้นต่ำ
๒. ลดอัตราโทษขั้นสูงให้เป็นจำคุกไม่เกิน ๒ ปี สำหรับความผิดฐานหมิ่นประมาทพระมหากษัตริย์ และกำหนดโทษปรับไม่เกินห้าหมื่นบาท
๓. ลดอัตราโทษขั้นสูงให้เป็นจำคุกไม่เกิน ๑ ปี สำหรับความผิดฐานดูหมิ่น หรือแสดงความอาฆาตมาดร้ายพระมหากษัตริย์ และกำหนดโทษปรับไม่เกินสองหมื่นบาท
๔. ลดอัตราโทษขั้นสูงให้เป็นจำคุกไม่เกิน ๑ ปี สำหรับความผิดฐานหมิ่นประมาทพระราชินี รัชทายาท หรือผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ และกำหนดโทษปรับไม่เกินสามหมื่นบาท
๕. ลดอัตราโทษขั้นสูงให้เป็นจำคุกไม่เกิน ๖ เดือน สำหรับความผิดฐานดูหมิ่น หรือแสดงความอาฆาตมาดร้ายพระราชินี รัชทายาท หรือผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ และกำหนดโทษปรับไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท

เหตุผล
๑. ในระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ ไม่มีการกำหนดอัตราโทษขั้นต่ำในความผิดฐานหมิ่นประมาทพระมหากษัตริย์ ดังนั้น ในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขภายใต้รัฐธรรมนูญ จึงยิ่งไม่ควรมีการกำหนดอัตราโทษขั้นต่ำในความผิดฐานดังกล่าว
๒. เปิดโอกาสให้ศาลได้ใช้ดุลพินิจในการกำหนดโทษจำคุกน้อยเพียงใดก็ได้ตามควรแก่กรณี และในกรณีที่ศาลเห็นว่าการกระทำนั้นเป็นความผิด แต่ไม่ควรลงโทษถึงขั้นจำคุก ศาลอาจใช้ดุลพินิจให้ลงโทษปรับแต่เพียงอย่างเดียวก็ได้
๓. เป็นการคุ้มครองบุคคลในตำแหน่งพระมหากษัตริย์ พระราชินี รัชทายาท และผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ ให้สมแก่สถานะแห่งตำแหน่ง จึงกำหนดให้มีอัตราโทษขั้นสูงที่สูงกว่าความผิดฐานหมิ่นประมาทหรือดูหมิ่นบุคคลธรรมดา แล้วแต่กรณี และเพื่อให้เกิดความสมดุลระหว่างความร้ายแรงของการกระทำอันเป็นความผิดกับโทษที่ผู้กระทำความผิดนั้นควรได้รับ อันเป็นไปตามหลักความพอสมควรแก่เหตุซึ่งได้รับการรับรองตามรัฐธรรมนูญ จึงกำหนดให้มีอัตราโทษขั้นสูงลดลงจากเดิม
๔. โดยเหตุที่พระมหากษัตริย์ทรงดำรงตำแหน่งประมุขของรัฐ ซึ่งมีสถานะแตกต่างจากพระราชินี รัชทายาท และผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ จึงกำหนดอัตราโทษให้แตกต่างกัน
๕. โดยเหตุที่ลักษณะของการกระทำความผิดและความเสียหายที่เกิดจากการกระทำความผิดฐานหมิ่นประมาท แตกต่างจากลักษณะของการกระทำความผิดและความเสียหายที่เกิดจากการกระทำความผิดฐานดูหมิ่น หรือแสดงความอาฆาตมาดร้าย จึงสมควรแยกการกระทำความผิดทั้งสองลักษณะออกจากกันและกำหนดอัตราโทษให้แตกต่างกัน

ประเด็นที่ ๕
เหตุยกเว้นความผิด

ข้อเสนอ
เพิ่มเติมเหตุยกเว้นความผิด ดังนี้
มาตรา … “ผู้ใด ติชม แสดงความคิดเห็น หรือแสดงข้อความใดโดยสุจริต เพื่อรักษาไว้ซึ่งการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขภายใต้รัฐธรรมนูญ เพื่อธำรงไว้ซึ่งรัฐธรรมนูญ เพื่อประโยชน์ทางวิชาการ หรือเพื่อประโยชน์สาธารณะ ผู้นั้นไม่มีความผิดฐานหมิ่นประมาทพระมหากษัตริย์ หรือหมิ่นประมาทพระราชินี รัชทายาท หรือผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์”

เหตุผล
รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย มาตรา ๔๕ รับรองเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น และมาตรา ๕๐ รับรองเสรีภาพในทางวิชาการ ดังนั้น การแสดงความคิดเห็นโดยสุจริตเพื่อการดังกล่าว จึงไม่สมควรเป็นความผิดทางอาญา

ประเด็นที่ ๖
เหตุยกเว้นโทษ

ข้อเสนอ
เพิ่มเติมเหตุยกเว้นโทษ ดังนี้
มาตรา … “ในกรณีความผิดฐานหมิ่นประมาทตามลักษณะ… ถ้าผู้ถูกกล่าวหาว่ากระทำความผิดพิสูจน์ได้ว่าข้อความนั้นเป็นความจริง ผู้นั้นไม่ต้องรับโทษ

ถ้าข้อที่กล่าวหาว่าเป็นความผิดนั้นเป็นเรื่องความเป็นอยู่ส่วนพระองค์หรือความเป็นอยู่ส่วนตัวแล้วแต่กรณี และการพิสูจน์นั้นไม่เป็นประโยชน์แก่ประชาชน ห้ามมิให้พิสูจน์”

เหตุผล
แม้การกระทำนั้นเป็นความผิด แต่หากการกระทำนั้นเป็นการแสดงข้อความที่เป็นจริง และเป็นประโยชน์แก่ประชาชน ก็สมควรได้รับการยกเว้นโทษ

ประเด็นที่ ๗
ผู้มีอำนาจกล่าวโทษ

ข้อเสนอ
๑.ห้ามบุคคลทั่วไปกล่าวโทษว่ามีการกระทำความผิดของพระมหากษัตริย์ พระราชินี รัชทายาท และเกียรติยศของผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์
๒.ให้สำนักราชเลขาธิการเป็นผู้กล่าวโทษว่ามีการกระทำความผิดเกี่ยวกับพระเกียรติของพระมหากษัตริย์ พระราชินี รัชทายาท และเกียรติยศของผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์

เหตุผล
๑. เพื่อมิให้บุคคลทั่วไปนำบทบัญญัติดังกล่าวมาใช้เป็นเครื่องมือทางการเมืองหรือนำไปใช้โดยไม่สุจริต
๒.โดยเหตุที่สำนักราชเลขาธิการเป็นหน่วยงานของรัฐ มีอํานาจหน้าที่เกี่ยวกับการเลขานุการในพระองค์พระมหากษัตริย์ตามมาตรา ๔๖ วรรคหนึ่ง (๑) แห่งพระราชบัญญัติปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม พ.ศ.๒๕๔๕ และมีสถานะเป็นกรม อยู่ภายใต้การบังคับบัญชาของนายกรัฐมนตรี ตามมาตรา ๔๖ วรรคสองแห่งพระราชบัญญัติปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม พ.ศ.๒๕๔๕ มีกองนิติการทำหน้าที่ดำเนินการเกี่ยวกับกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับสถาบันพระมหากษัตริย์และงานส่วนพระองค์และดำเนินการเกี่ยวกับกฎหมายและระเบียบในความรับผิดชอบของสำนักราชเลขาธิการ จึงสมควรให้สำนักราชเลขาธิการทำหน้าที่ปกป้องพระเกียรติของพระมหากษัตริย์ พระราชินี รัชทายาท และเกียรติยศของผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์

หมายเหตุ ข้อเสนอนี้นอกจากจะเป็นข้อเสนอเพื่อการปฏิรูปประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๑๒ แล้ว คณะนิติราษฎร์ยังมุ่งหวังให้เป็นมาตรฐานในการปฏิรูปกฎเกณฑ์ความผิดฐานดูหมิ่นหรือหมิ่นประมาทกรณีอื่นๆในประมวลกฎหมายอาญาให้เป็นระบบและสอดคล้องกับข้อเสนอนี้ในโอกาสต่อไปด้วย

คณะนิติราษฎร์ : นิติศาสตร์เพื่อราษฎร
ท่าพระจันทร์, ๒๖ ธันวาคม ๒๕๕๔

ซึ่งสามารถรับชมคลิปที่ อ.วรเจตน์ ภาคีรัตน์ หนึ่งในคณะนิติราษฎร์ได้แถลงในวันนี้ตามลิงก์ด้านล่าง

 

  • J-t

    พระมหากษัตริย์ ไม่เคยสร้างความเดือดร้อนให้ใคร ยังทำประโยชน์ให้ประเทศมากมาย การคิดจะแก้เพื่อเปิดทางให้ทักษิณล้มล้างสถาบันได้เท่านั้น ลองเปรียบเทียบดูว่า ในอดีต ใครได้ทำประโยชน์ให้แก่ประเทศมากกว่ากัน มันมีข้อมูลมากมายที่จะสืบค้นได้   ตั้งแต่ข้าเกิดมาไม่เคยเห็นคนดีที่ไหนประกาศว่าตัวเองเป็นคนดี เป็นคนบริสุทธิ์ เคยเห็นแต่คนคนเลวๆเท่านั้นที่มักจะบอกว่าตัวเองดี และบริสุทธิ์ ถ้าจะเขียนน่ะมันยาว เอาเป็นว่า เเค่ 15 ล้านเสียง ไม่ได้หมายความว่าจะมีคนเห็นด้วยทั้งหมด ที่แน่ๆการชุมนุมทั้งเสื้อเหลืองเสื้อแดง ข้าไม่เคยเข้าร่วม แต่ถ้าจะมีการล้มล้างสถาบัน ข้าคนหนึ่งหละที่จะเข้าร่วม และจะมีคนตายไม่ใช่แค่ 91ศพ แต่จะมากกว่านั้น  (ที่จริง 91 ศพน่ะไม่ใช่ทหารทำหรอก ทักษิณและแกนนำเสื้อแดงก็รู้ดี)

  • ไพร่อุปทาน

    การปกป้องสถาบันฯ ที่ดีที่สุด และเป็นการปกป้องฯ อย่างมีความเข้าใจ อย่างสร้างสรรค์ คือ “การยกเอาสถาบันฯ ให้พ้นไปจากการเมือง และความขัดแย้งทางการเมือง ให้ทรงดำรงค์อยู่ในฐานะอันควรเคารพและสักการะอย่างแท้จริง”

    การจัดระเบียบเชิงโครงสร้าง เพื่อปฏิรูปบทบาท, สถานะ และอำนาจของสถาบันฯ ต้องให้สอดคล้องกับหลักการประชาธิปไตย เพื่อมิให้สองสิ่งนี้ไปขัดแย้งกันโดยหลักการ นั่นต่างหาก “คือการปกป้องการปกครองในระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ภายใต้รัฐธรรมนูญอย่างแท้จริง และยั่งยืน”

    รักชาติ รักสถาบันฯ รักประชาธิปไตย “อย่างคนมีสติ”

  • People

    กฎหมายต้องยอมให้มีการพิสูจน์ความจริง
    ตลอดหลายปี มีข่าวลือหลายเรื่องที่เป็นการบ่อนทำลายสถาบัน
    และต้องยอมรับว่า คนไทยส่วนหนึ่งหลงเชื่อ ยิ่งบอกว่าเป็นเรื่องลับ เปิดเผยไม่ได้คนยิ่งเชื่อ
    แล้วพูดกันปากต่อปาก ซึ่งเหตุการณ์เช่นนี้เกิดขึ้นแม้กระทั่งในหมู่ผู้จงรักภักดีเอง
    แล้วเราจะแก้ปัญหานี้อย่างไร เมื่อเราไม่สามารถพิสูจน์ข่าวลือเหล่านั้น
    และชี้แจงความจริงต่อสาธารณชน

  • Yo_vaichara

    แก้เพื่อเปิดทางให้ทักษิณล้มล้างสถาบัน….อ่านมาก็รู้เลยว่าคุณไม่ได้อ่านข่าวด้านบน ไหนลองว่ามาซิว่ามันมีข้อเสนอข้อไหนที่เปิดทางให้เรื่องเช่นนั้นเกิดขึ้นได้ สักแต่พูดนะคุณ 

  • Watermilkball

    ความจริงก็คือความจริง และจะแสดงความจริงเมื่อถึงเวลาอันควร
    ณ ตอนนี้ความจริงอาจจะกำลังทำร้ายกลุ่มนิติราษฎร์ได้ เข้าใจว่าอาจเพียงหยั่งกระแส
    หรือจุดประกาย แต่ฟังเสียงมหาชนทัดทานและก็ควรยอมรับจะดีที่สุดครับ
    หากดึงดันจะทำต่อไป แสดงว่ากลุ่มนิติราษฎร์ ไม่หวังดีต่อรัฐบาล และสร้างเงื่อนไข
    ให้อีกฝ่ายโจมตี จึงทำให้กลุ่มนิติราษฎร์เป็นที่กังขาว่า มีการแอบอ้าง แอบแฝง
    เพื่อจุดประสงค์ที่ไม่หวังดี สิ่งที่นิติราษฎร์ทำนั้น ส่งผลชัดเจนอยู่หลายเรื่อง
    1. นายใหญ่โดนเกลียดมากขึ้น
    2. รัฐบาลปูแดง โดนโจมตี
    3. คนเสื้อแดงบางส่วนหลงเชื่อ
    4. จุดชนวนความอ่อนไหวของกองทัพ

    ซึ่งทั้งหมดนี้มีฝ่ายที่รับประโยชน์เต็มๆ คือฝ่ายที่ออกมาต่อต้านนิติราษฎร์

    จึงสงสัยว่า นิติราษฎร์มาเร่งเร้าประเด็นนี้เพื่ออะไร ..
    แก้ปัญหาปากท้องประชาชนก่อนดีกว่า
    และ ฝ่ายที่จะได้ประโยชน์จากการต่อต้านนิติราษฎร์ออกมา “ชงเอง กินเอง” หรือไม่

    หยุด!!! ปั่นหัวประชาชนตาดำๆ ด้วยการเมืองเก่าๆ เถิด ไม่อยากให้เสียหายมากกว่านี้แล้ว
    จาก คนที่ยังรัก ปชป. (เชื่อว่าสักวันต้องดีกว่า)

  • 007

    อืม เกลียดทักษินจริงๆแหละ
    เมื่อก่อนชอบนะเพราะทักษินทำให้ประชาชนรู้สิทธิอะไรหลายๆอย่างที่เป็นของตนและสมควรจะได้รับ
    ตอนนี้ก็ยังรู้สึกขอบคุณอยู่
    แต่ถ้าก่อนนี้ ตอนนี้ และในอนาคต เขาหวังจะบ่อนทำลายประเทศไทย ฉันก็เกลียดมากเลย
    คุณเป็นคนรวยอยู่ที่ไหนก็คงไม่อดตาย หรือลำบากหรอก แต่ถ้าทุกอย่างที่ทำแค่เพียงเอาคืน ใครก็ตาม
    มันคุ้มเหรอที่จะทำให้ประเทศบ้านเกิดล่มจม  คุณไม่รักประเทศบ้างเหรอ ถ้าพูดว่าไม่โดนกับตัวก็คงไม่รู้มันก็จริง แต่ถ้าเป็นฉัน อย่างน้อยพ่อแม่พี่น้องและคนอื่นๆที่ฉันยังอยู่ดีในไทย ฉันยอมอยู่ที่อื่นได้นะ
    แต่ถ้าที่ฉันว่าไปคุณไม่ได้ทำไม่ได้คิด ก็ขอโทษด้วยเพราะฉันเองก็ไม่รู้เบื่องลึกเบื้องหลัง แต่เหตุการณ์หลายๆอย่างมันทำให้ฉันมองคุณแบบนั้น

  • non

    ถ้าอ่านแล้วเปรียบเทียบกับของเดิมจะเข้าใจครับ ว่าข้อเสนอนี้ปรับให้ไม่ขึงขังเท่าปัจจุบัน ลองนึกภาพที่ตอนนี้คนโดนเข้าหลักร้อยสิครับ ผลมันกระจายกว้างมากขึ้น คนล้มสถาบันจริงไม่อยากให้แก้หรอกครับ เพราะสถาบันเดือดร้อน เดือดร้อนยังไงก็ดูตอนนี้ครับ นี่มากขึ้นทุกปีนะครับ ผลจากมาตราเดียวกันนี้ ลองดูข้อเสนอก่อนครับ ว่าปกป้องสถาบันดีกว่าเดิมยังไง

    นิติราษฎร์เร่งเร้าเพื่ออะไร ยอดจำนวนคนที่โดนผลจากกฎหมายนี้ทั้งที่ยังไม่ตัดสินแต่เข้าคุกก่อนทุกคนนะครับ จากหลักสิบมาจนหลักร้อยแล้วครับ อย่างที่บอกไปข้างต้น ถ้าไปถึงหลักพันจะเป็นยังไง ลองฟังพระราชดำรัส ปี 2548 ดูครับ

    คุณอานันท์, คุณคณิต ณ นคร, ส. สิวรักษ์ ถ้ารู้จักทั้งสามท่านนี้ดีลองคลิกดูรูปใหญ่ในนี้ดูครับ http://thaipublica.org/2012/01/lese-majeste-cases-opinions/

    ถ้าอาจคิดผมโมเม หาข้อมูลที่เป็นประโยคเดียวมา แนะนำให้ย้อนหลังดูใน youtube ที่คุณอานันท์ พูดในรายการตอบโจทย์เรื่องประเด็น 112 นี้ครับ ท่านแนะให้แก้มานานแล้ว ก่อนมีปัญหาทุกวันนี้อีกครับ เพราะในระดับสากลเขาคุยกันมานานแล้ว ประเทศไทยเดินช้าหน่อยแต่ก็มาถึงเช่นกัน

    ปัญหาใครเห็นแล้วอยากแก้ควรเริ่มครับ บอกให้คนอื่นทำในปัญหาที่เราเห็น เขาก็อาจไม่เห็นแบบเรา แล้วเขาจะแก้ยังไงครับ เพราะเขาก็มีปัญหาที่เขาเห็นและเขาตั้งใจแก้อยู่ หลายคนที่เขาเริ่มไม่พอใจกับบางปัญหา เขาไม่เริ่มกับการบอก เอ้ย นายที่แก้ปัญหาตรงนั้น มาแก้นี่ก่อนได้ไหม นี่สำคัญกว่า เราอาจเห็นช่างซ่อมทีวีกำลังซ่อมทีวี แต่น้ำรั่วเราก็บอกให้เขามาแก้ก่อน มันสำคัญกว่า ฟังแล้วรู้สึกแปลกไหมครับ

    การเมืองเก่าๆ หรือการเมืองใหม่ก็คนไทยเหมือนเดิมนะครับ จะดีหรือไม่ขึ้นอยู่กับคนไทย จะเริ่มแก้ปัญหาแทนที่จะรอวีรบุรุษหรือไม่ก่อน ไม่เช่นนั้นวีรบุรุษคนเดียวก็ทำไรไม่ได้ครับ :)