ซูซาน ไรซ์ ฑูตสหรัฐอเมริกาประจำสหประชาชาติกล่าวว่า เกาหลีเหนือจะต้อง “ชดใช้” กับการทดสอบขีปนาวุธและนิวเคลียร์ไม่กี่วันนี้ โดยชี้ว่าแรงกดดันนานาขาติต่อเกาหลีเหนือกำลังเพิ่มขึ้น จนกว่าเกาหลีเหนือจะตระหนักว่าการทดสอบดังกล่าวยิ่ง ทำให้พวกเขาต้องถูกโดดเดี่ยว และทำให้ประเทศอ่อนแอลงมากเท่านั้น ด้านเกาหลีเหนือตอบโต้ความเห็นนี้ของไรซ์ ด้วยการยิงขีปนาวุธอีกสองลูกในไม่กี่ชั่วโมงถัดมา

ตำแหน่งการทดสอบนิวเคลียร์ และการยิงขีปนาวุธในเกาหลีเหนือ, ที่มา – BBC
นางไรซ์ บอกกับสถานี CBS ในสหรัฐอเมริกาว่า พฤติกรรมของเปียงยางเห็นได้ชัดว่า “ยั่วยุและทำลายเสถียรภาพ ซึ่งคุกคามต่อสันติภาพและความมั่นคงในระดับนานาชาติ”
“เกาหลีเหนือจะต้องเข้าใจว่า ท่าทีเช่นนี้จะต้องได้รับผลลัพธ์ติดตามมา” เธอกล่าว
“จะมีการเพิ่มแรงกดดันต่อเกาหลีเหนือ ทั้งด้านเศรษฐกิจและอื่นๆ เกาหลีเหนือจะตระหนักได้ว่าท่าทีดังกล่าวกลับจะทำให้พวกเขาต้องถูกโดดเดี่ยว และประเทศจะยิ่งอ่อนแอลงมากขึ้นเท่านั้น”
นางไรซ์กล่าวว่า ชุมชนนานาชาติจะไม่ยกมือยอมแพ้แล้วปล่อยให้เป็นไปเช่นนี้ และเกาหลีเหนือจะต้องชดใช้ท่าทีดังกล่าว
นโยบายแบบปรปักษ์
การเลือกใช้คำ “แรง” จากสหรัฐฯ เกิดขึ้นในขณะที่นักการฑูตในสหประชาชาติกำลังหารือเกี่ยวกับการลงโทษเกาหลีเหนือ ในการทดสอบนิวเคลียร์ใต้ดินเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา และตามด้วยการทดสอบยิงขีปนาวุธต่ออีกสามลูก
ก่อนหน้านี้ สภาความมั่นคงได้มีการประณามอย่างเป็นเอกฉันท์ต่อการทดสอบขีปนาวุธดังกล่าว
นักการฑูตกำลังมองว่าจะมีการใช้มาตรการเข้มข้นมากขึ้นต่อเกาหลีเหนือ ซึ่งรวมทั้งการคว่ำบาตรด้วย
สำนักข่าวยอนฮับของเกาหลีใต้รายงานว่า เกาหลีเหนือโต้ตอบด้วยการยิงขีปนาวุธพิสัยใกล้ออกจากฐานทัพทางตะวันออกในอีกไม่กี่ชั่วโมงถัดมา ขีปนาวุธดังกล่าวลูกหนึ่งเป็นขีปนาวุธจากพื้นสู่เรือ และอีกลูกเป็นพื้นสู่อากาศ
เกาหลีเหนือออกแถลงการณ์ผ่านสำนักข่าว KCNA ว่าอเมริกามี “นโยบายแบบปรปักษ์” ต่อเกาหลีเหนือและไม่ได้มีการเปลี่ยนแปลง
“กองทัพและประชาชนของเราเตรียมพร้อมเต็มกำลังในการทำการรบ ต่อความพยายามใดๆที่ขาดความระมัดระวังของสหรัฐฯในการโจมตีก่อน” แถลงการณ์ฉบับนี้ออกเมื่อสหรัฐมีการสับเปลี่ยนฝูงบินรบ
ที่มา – BBC
