สุนทรพจน์ของโอบามาที่เวสต์ปอยท์ : ไม่ใช่แค่ชะตากรรมของอัฟกานิสถาน

December 3, 2009

ประธานาธิบดี บารัค โอบามา แห่งสหรัฐอเมริกาประกาศจะส่งกำลังหนุนเพิ่มอีก 3 หมื่นนาย ลงไปสมทบกับทหารอเมริกา 68,000 นาย และทหารนาโต้ 39,000 นายในประเทศอัฟกานิสถาน

เราต้องกดดันอัลกออิดะห์ต่อไป และเพื่อการนี้เราจะต้องเพิ่มเสถียรภาพและขีดความสามารถของหุ้นส่วนของเราในภูมิภาค แน่นอนว่านี่ไม่ได้เป็นภาระของเราเท่านั้น นี่ไม่ใช่แค่สงครามของอเมริกา นับแต่เหตุการณ์ 9/11 แหล่งหลบภัยของอัลกออิดะห์กลายเป็นต้นกำเนิดในการโจมตีลอนดอน, อัมมาน และ บาหลี ประชาชนและรัฐบาลของทั้งอัฟกานิสถานและปากีสถานกำลังตกอยู่ในอันตราย และยิ่งร้ายแรงขึ้นหากเกิดขึ้นกับประเทศปากีสถานที่มีอาวุธนิวเคลียร์ เพราะเรารู้กันดีอยู่แล้ว่าอัลกออิดะห์และพวกสุดขั้วอื่นๆกำลังเสาะแสวงหาอาวุธนิวเคลียร์ และเราก็ตระหนักดีว่าหากได้ไปพวกเขาก็จะใช้มัน

นี่เป็นหนึ่งในสุนทรพจน์ของประธานาธิบดี โอบามา ที่กล่าวต่อโรงเรียนนายร้อยเวสต์ปอยท์ เมื่อวันที่ 1 ธันวาคมที่ผ่านมา (ตรงกับวันอังคารในบ้านเรา) แม้หลายคนจะวิจารณ์ว่า เป็นสุนทรพจน์ที่แข็งกร้าวดุดันคล้ายกับสุนทรพจน์ของประธานาธิบดี จอร์จ ดับบลิว บุช ผิดภาพลักษณ์ประธานาธิบดีผู้ทรงเสน่ห์ที่เพิ่งได้รับรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพมาหยกๆ



ที่มา – huffingtonpost.com

แน่นอนว่า “รางวัลโนเบล” เป็นเรื่อง “การเมือง” และ “การเมือง” นั้นก็สะท้อนความคิดของ “ชนชั้นนำยุโรป”

แม้สหรัฐอเมริกาจะเป็นพระผู้มาโปรด ช่วยอังกฤษ และฝรั่งเศสให้รอดจากการยึดครองของกองทัพนาซีเยอรมันในสงครามโลกครั้งที่สอง แต่การดึงภาคพื้นยุโรปเข้าไปเป็น “แนวหน้า” เพื่อเผชิญหน้ากับขุมกำลังสหภาพโซเวียต ของสหรัฐอเมริกาในช่วงสงครามเย็นนั้นไม่ใช่เรื่องที่ชนชั้นนำชาวยุโรปจะพอใจสักเท่าใดนัก

ดังนั้นเมื่อสหภาพโซเวียตล่มสลาย โลกสำหรับพวกยุโรปเปลี่ยนเป็นช่วงเวลาแห่งความสันติสุขในเวลาอันสั้น และนั่นก็ตรงกับสมัยประธานาธิบดีบิล คลินตัน คนยุโรปพอใจที่สหรัฐฯ ปล่อยยุโรปไว้เฉยๆ แต่หันไปมุ่งเน้นเรื่องการค้าและเศรษฐกิจแทนที่

เมื่อเกิดเหตุการณ์ 9/11 ขึ้น พวกเขาก็ตื่นขึ้นจากความฝัน สหรัฐฯในสมัยประธานาธิบดีจอร์จ ดับบลิว บุช หันคมหอกคมดาบไล่ล่ากลุ่มอัลกออิดะห์ พร้อมทั้งฉวยโอกาสจัดระเบียบภูมิภาคตะวันออกกลางซึ่งอุดมไปด้วยแหล่งพลังงาน พร้อมระเบิดสงครามการก่อการร้ายไปทั่วโลก และนั่นก็ดึงยุโรปเข้าสู่ฝันร้ายในอดีต



คีมยุทธศาสตร์ของสหรัฐอเมริกา – ที่มา : heartland : eurasian review of geopolitics

เมื่อประธานาธิบดีบารัก โอบามาขึ้นสู่อำนาจ ชนชั้นนำชาวยุโรปจึงวาดหวังไว้ว่า โอบามาจะหันเหทิศทางของสหรัฐฯ และโลกเข้าสู่ยุคสันติอีกครั้ง

แต่สหรัฐอเมริกาย่อมเป็นสหรัฐอเมริกา โอบามาไม่ได้เป็นตัวของตัวเอง เขาอาจคิดอย่างอื่น แต่ในที่่สุดการกระทำจะสะท้อนถึงขีดจำกัดของเขา โอบามาถึงที่สุดแล้วก็เป็นตัวแทนของผลประโยชน์ทางยุทธศาสตร์แห่งสหรัฐอเมริกา นั่นหมายความว่า ภารกิจการกำจัดอัลกออิดะห์จำต้องดำเนินต่อจนเสร็จสิ้น การจัดระเบียบตะวันออกกลางใหม่กำลังเผยรูปออกเป็น “คีม” ยุทธศาสตร์ของสหรัฐอเมริกา เพื่อปิดล้อมอิหร่านในที่สุด

แต่ก่อนการฝันหวานเดินแผนปิดล้อมอิหร่าน โอบามายังจะต้องทั้งหว่านล้อมการคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจอิหร่าน จากจีนและรัสเซีย ทั้งยังต้องปิดงานอัลกออิดะห์ในประเทศอัฟกานิสถาน



การปิดงานในอัฟกานิสถาน ไม่ได้หมายความว่าสหรัฐอเมริกาจะต้องเอาชนะกองกำลังอัลกออิดะห์และตาลีบันอย่างเบ็ดเสร็จเด็ดขาด แต่หมายความว่าสหรัฐฯ จะต้องทำงานแข่งกับเวลาในการสร้างให้กองทัพรัฐบาลใหม่ของอัฟกานิสถานจะต้องพึ่งพาตนเองได้ ในการป้องกันและต่อสู้กับกลุ่มอัลกออิดะห์และตาลีบัน

หลักนิยมที่ประธานาธิบดีริชาร์ด นิกสัน เคยใช้ในสงครามเวียดนาม “ปล่อยให้เป็นเรื่องของชาวเวียดนาม” (Vietnamization) กำลังถูกประธานาธิบดีโอบามา นำมาใช้เลียนแบบอีกครั้ง … “ปล่อยให้เป็นเรื่องของชาวอัฟกานิสถาน” (Afganistanization)

แต่คำถามที่สำคัญก็เกิดขึ้นเช่นกัน!

ฤๅ สหรัฐอเมริกาจะติดหล่มในสงครามอัฟกานิสถาน เช่นเดียวกับสงครามเวียดนาม?



ที่มา – huffingtonpost.com

หัวใจหลักที่ทำให้สหรัฐอเมริกาพ่ายสงครามเวียดนามคือ “งานข่าวกรอง”

จริงอยู่แม้สหรัฐอเมริกาจะใช้ระบบดักฟังข่าวกรองทางอิเล็กทรอนิกส์กับกองทัพเวียดนาม1 แต่ในที่สุดแล้ว การลอบดักฟังก็สามารถหาวิธีหลีกเลี่ยงได้ แต่สิ่งที่หลีกเลี่ยงได้ยากคือ “การใช้จารชน”

เวียดนามเหนือใช้สายลับที่ฝังตัวอยู่ในเจ้าหน้าที่ระดับต่างๆในกองทัพเวียดนามใต้ เพื่อเจาะทะลวงข่ายงานทางทหารของเวียดนามใต้กับกองทัพสหรัฐฯ รวมถึงการพึ่งพาเส้นทางลำเลียงในลาวและกัมพูชาเพื่อหลบเลี่ยงการโจมตีจากกองทัพสหรัฐฯ

แม้ในระดับประชาชนพวกเขาจะหวาดกลัวกับลัทธิคอมมิวนิสต์ ซึ่งดูได้จากจำนวนผู้ลี้ภัยจากเวียดนามเหนือมายังเวียดนามใต้มากกว่า ผู้ลี้ภัยจากเวียดนามใต้ไปเวียดนามเหนือมาก แต่ในระดับเจ้าหน้าที่ทางทหารแล้วเวียดกงประสบความสำเร็จในการวางเครือข่ายข่าวกรองในแทบทุกระดับชั้น ในทางกลับกันฝ่ายสหรัฐฯ และเวียดนามใต้ประสบความล้มเหลวกับการแทรกซึมคนกลับเข้าไปยังกองทัพเวียดนามเหนือ และนั่นทำให้เวียดนามเหนือวางแผนรับมือกับกองทัพเวียดนามใต้และสหรัฐฯได้ดีกว่า ที่เหลือก็อยู่ที่ เวลาที่สหรัฐฯ ถูกเสียงประชาชนในบ้านเรียกร้องให้ยุติสงคราม

แน่นอนว่าสถานการณ์ที่สหรัฐอเมริกากำลังเผชิญในอัฟกานิสถานก็ไม่ต่างอะไรกับที่พวกเขาเคยเผชิญมาแล้วในสงครามเวียดนามมากนัก กองทัพใหม่ของอัฟกานิสถานต้องได้รับการฝึกฝน และงานข่าวกรองโดยใช้ “จารชน” ไม่ใช่จะสร้างกันได้ภายในชั่วข้ามคืน

ตาลีบันจะใช้วิธีเดียวกับเวียดนามเหนือ คือพวกเขาจะต้องวางเครือข่ายสายลับในกองทัพใหม่อัฟกานิสถาน ของรัฐบาลฮามิด คาไซ อย่างแน่นอน และการดักฟังอิเล็กทรอนิกส์ของสหรัฐฯ ที่แม้ว่าจะเหนือชั้นกว่าสมัยสงครามเวียดนามมาก จะถูกป้องกันได้ในที่สุด

สหรัฐฯต้องการ “จารชน” ระดับมืออาชีพที่แทรกซึมเข้าไปยังเครือข่ายของตาลีบันได้ … พวกเขาหมายตาหน่วยข่าวกรองระหว่างประเทศปากีสถาน (Inter-Services Intelligence หรือ ISI)

ด้วยความคุ้นเคย ภาษา และเชื้อชาติที่ใกล้เคียงกัน ISI จะเป็นคำตอบสุดท้าย

แต่สมการนี้ยังมีปัญหา เพราะในสมัยสงครามเย็น ปากีสถานเลือกเข้าข้างสหรัฐฯ และร่วมงานกับตาลีบันในการต่อต้านการยึดครองของโซเวียต (ในขณะที่สมัยนั้นอินเดียกลับร่วมมือกับโซเวียต แต่ครั้งนี้อินเดียเลือกสหรัฐฯ) ตาลีบันก็รู้ดีจึงพยายามข่มขู่และกดดัน ISI ด้วยการใช้ระเบิดพลีชีพในบริเวณใกล้กับสำนักงานของ ISI บ่อยครั้ง พร้อมทั้งดำเนินกลยุทธ์การ “ดึงตัว” พร้อมกันไปด้วย

ผลสุดท้ายจะออกมาเป็นอย่างไร ตาลีบันจะเอาชนะสงครามจารกรรมครั้งนี้และใช้ข้อมูลข่าวกรองเอาชัยชนะส่วนใหญ่ได้ หรือกองทัพอัฟกานิสถาน ผนึกกำลังกับปากีสถานในการกวาดล้างกองกำลังตาลีบันในแถบ swat และวาซีรีส์ใต้ รวมทั้ง ISI จะแทรกซึมเข้าไปในตาลีบัน จนทำให้ในที่สุดกองทัพอัฟกานิสถานสามารถพร้อมในการต่อสู้และพึ่งพาตัวเองได้

ใครจะชนะสงครามในครั้งนี้ นั่นจะไม่เพียงทำให้รูปโฉมของภูมิภาคตะวันออกกลาง และอนาคตของโลกเปลี่ยนไปตลอดกาล

แต่ยังเป็นเดิมพันครั้งใหญ่ของสหรัฐอเมริกาเองด้วย!

หมายเหตุ:

  1. มีข่าวว่าฐานทัพในประเทศไทยที่จังหวัดลำปาง และที่ดอยอินทนนท์ สมัยสงครามเย็น ถูกใช้เพื่องานข่าวกรองในสงครามเวียดนาม และกับประเทศจีน []

Comments

3 Responses to “สุนทรพจน์ของโอบามาที่เวสต์ปอยท์ : ไม่ใช่แค่ชะตากรรมของอัฟกานิสถาน”

  1. 1. fatro on December 6th, 2009 18:00

    INI ในย่อหน้ารองสุดท้ายเป็น ISI รึเปล่าครับ

  2. 2. admin on December 13th, 2009 19:10

    แก้เป็น ISI แล้วนะครับ ขอบคุณคุณ fatro มากครับ

  3. 3. Siam Intelligence Unit » คีร์กิซถานใต้เงื้อมเงารัสเซีย on June 20th, 2010 4:50

    [...] และโดยเฉพาะยุทธการปิดล้อมอิหร่าน รวมถึงปัญหาทางเศรษฐกิจของสหรัฐฯ [...]

Got something to say?






;