มื่อวันที่ 23 พฤษภาคม 2554 นายสุรนันท์ วงศ์วิทยกำจร กรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กทช.) ปฎิบัติหน้าที่ กรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ได้ยื่นคำฟ้องต่อศาลปกครองกลาง ว่ากระบวนการสรรหาคณะกรรมการ กสทช. (ซึ่งนายสุรนันท์เป็นหนึ่งในผู้สมัคร และไม่ได้รับการคัดเลือกในรอบแรก) ว่าปฏิบัติหน้าที่ไม่เป็นธรรม และขอให้ศาลปกครองมีคำสั่งให้ทบทวนและสรรหาผู้สมัครในสาขาเศรษฐศาสตร์ใหม่

นายสุรนันท์บอกถึงกรณีที่เป็นปัญหาว่าาคณะกรรมการสรรหาได้ลงคะแนนเลือก นายอรรถชัย บุรกรรมโกวิท ที่มีตำแหน่งเป็นกรรมการบริษัท อสมท.จำกัด (มหาชน) เข้ารอบเป็น 1 ใน 22 คนที่จะได้เสนอชื่อให้วุฒิสภาพิจารณาด้วย ทั้งที่มีคุณสมบัติต้องห้ามตามกฎหมายมาตรา 7 (12) พ.ร.บ. กสทช. และตามระเบียบสำนักงานเลขาธิการวุฒิสภา ว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการคัดเลือกผู้สมควรได้รับเลือกเป็น กสทช. โดยวิธีสรรหา พ.ศ.2553 ทำให้ต้องตัดสิทธินายอรรถชัย ออกไป ซึ่งในทางปฏิบัติที่ถูกต้องควรจะต้องมีการเลื่อนผู้ที่ได้รับคะแนนถัดไปขึ้นมาในบัญชีรายชื่อแทน แต่คณะกรรมการกลับใช้ดุลพินิจให้ลงคะแนนคัดเลือกใหม่แทน ทั้งๆ ที่ตามกฎหมายแล้วการคัดเลือกใหม่จะทำได้ก็ต่อเมื่อผู้สมัครมีคะแนนเท่ากันเท่านั้น
“เมื่อนายอรรถชัย ได้รับเลือกเป็นอันดับ 4 และมีปัญหาคุณสมบัติ กรรมการควรจะเลื่อนลำดับ 5 ขึ้นมาแทน เมื่อผมมีคะแนนเป็นอันดับ 5 ก็ควรจะได้เลื่อนขึ้นมา หรือหากจะให้เกิดความเป็นธรรมโดยการลงคะแนนคัดเลือกใหม่ ก็ควรจะคัดเลือกใหม่ทั้ง 4 คนในสาขาเศรษฐศาสตร์ แต่กรรมการกลับเลือก นายยุทธ์ ชัยประวิตร ซึ่งอยู่ในลำดับที่ 7 เป็นลำดับที่ 4 แทน และเมื่อขอดูบัตรลงคะแนนของกรรมการ กลับได้รับคำตอบจากเจ้าหน้าที่ว่าทำลายบัตรไปแล้ว จึงแปลกใจว่าเป็นเอกสารทางราชการจะทำลายได้อย่างไร”
ตามกฎหมายระบุว่า กสทช. ด้านเศรษฐศาสตร์ต้องมีกรรมการจำนวน 2 คน โดยเสนอชื่อ 4 คน (สองเท่า) เพื่อให้วุฒิสภาคัดเลือกอีกครั้ง
ศาลปกครองได้รับฟ้องกรณีคณะกรรมการสรรหาไม่เป็นธรรม แต่ไม่รับคุ้มครองชั่วคราวให้ส่งรายชื่อผู้ผ่านการคัดเลือกไปยังสำนักงานเลขาธิการวุฒิสภา โดยให้เห็นผลว่ามีกรอบเวลาชัดเจน
ทั้งนี้ถ้าศาลปกครองมีคำสั่งให้คัดเลือก กสทช. ในสาขาเศรษฐศาสตร์ใหม่ อาจทำให้กระบวนการสรรหา กสทช. ต้องเลื่อนออกไปอีกได้
