Practical Report บารัค โอบามา แถลง “นโยบายอุ้มตะวันออกกลาง: ทุ่มเงินนับพันล้านเหรียญฯ เพื่อรองรับการเปลี่ยนผ่านทางการเมือง”

กว่า 2 สัปดาห์หลังกำจัด บิน ลาเดน และคืนความยุติธรรมแก่ชาวสหรัฐฯ ได้แล้ว โอบามาแถลงพร้อมเดินหน้าสนับสนุนนโยบายที่มีต่อตะวันออกกลางใหม่

โอบามาแถลงนโยบายต่อตะวันออกกลางภายหลังวิสามัญ บิน ลาเดน สำเร็จ ด้วยการให้ความช่วยเหลือเพื่อการพัฒนาด้านเศรษฐกิจ ประชาธิปไตย และความมั่นคง

โอบามา เริ่มต้นด้วยคำกล่าวที่ว่า ตั้งแต่ โอซามา บิน ลาเดน เสียชีวิต ทำเนียบขาวได้พยายามประเมินว่านี่คือการเปลี่ยนแปลงทางประวัติศาสตร์ในภูมิภาค หรือที่เรียกว่า “Arab Spring” หรือ “กระแสการเปลี่ยนแปลงในอาหรับ”

โอบามาเตรียมแผนที่จะสร้างโอกาสเพื่อเพิ่มความมั่นคงทั้งด้านเศรษฐกิจและการเมืองให้เกิดขึ้นแก่ประชาชนและเพื่อสหรัฐอเมริกาเอง

นโยบายอุ้มตะวันออกกลางหรือการเสนอตัวอุปถัมภ์ของสหรัฐฯ นี้ ประธานาธิบดีโอบามาเตรียมที่จะให้ความช่วยเหลือทางด้านเศรษฐกิจด้วยงบประมาณนับพันล้านแก่อียิปต์ และตูนิเซีย เพื่อจัดตั้งรัฐบาลและปลดผู้นำเผด็จการเดิมออกอย่างที่เกิดขึ้นเมื่อต้นปีที่ผ่านมา

เจ้าหน้าที่ฝ่ายบริหารระดับสูง 3 ราย ผู้ไม่ประสงค์ออกนามได้ให้การสนับสนุนการประกาศนโยบายของโอบามาโดยกล่าวว่า แผนการดังกล่าวรวมถึงการช่วยปลดหนี้ให้แก่อียิปต์ที่มีมูลค่าราว 1 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ และอีก 1 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ เพื่อการค้ำประกันเงินกู้ (Loan guarantees: การที่รัฐยอมรับข้อผูกพันในการรับประกันการชำระหนี้ให้แก่หน่วยราชการต่างๆ และรัฐวิสาหกิจ) ของทั้งสองประเทศ

เจ้าหน้าที่กล่าวว่า ทำเนียบขาวหวังว่าประเทศเหล่านี้ (ตูนิเซีย, อียิปต์) จะสามารถเป็นตัวแบบ (model) ให้แก่ประเทศอื่นๆ ในภูมิภาคได้ และเชื่อว่าเศรษฐกิจที่ขยายตัวมากขึ้นจะช่วยทำให้เกิดการเปลี่ยนผ่านประชาธิปไตยได้

“ในทศวรรษที่ผ่านมา เรามุ่งเป้ามาที่ภูมิภาคนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในอิรัก ด้วยการพยายามด้านการทหาร และตามล่าโอซามา บิน ลาเดน และต่อสู้เพื่อต่อต้านอัลกออิดะห์” โฆษกทำเนียบขาว เจย์ คาร์นีย์ กล่าวเมื่อวันพุธที่ผ่านมาว่า “การต่อสู้เพื่อต่อต้านอัลกออิดะห์ยังคงดำเนินต่อไป แต่ภูมิภาคนี้จะมีโอกาสในการขยายความมั่นคงให้เพิ่มมากขึ้น”

ณ กรุงไคโร โอบามา ได้พยายามฟื้นฟูความสัมพันธ์กับโลกอาหรับที่มีประชากรราว 1.5 พันล้านคน โดยเน้นว่าหลังจากสหรัฐฯ ถูกโจมตีจากเหตุการณ์วินาศกรรม 9/11 ในวันนี้ (19 พฤษภาคม 2011) ประธานาธิบดีจะขอให้ประชาชนในภูมิภาคนี้ได้ทบทวนถึงความรุนแรงที่ร้ายแรงมากผ่านตัวแทนแห่งความรุนแรงดังกล่าวอย่าง บิน ลาเดน ที่เป็นเสมือนบ่อนทำลายที่กัดกร่อนสิทธิมนุษยชน ตลอดจนเสถียรภาพทางการเมืองและเศรษฐกิจ

“การเปลี่ยนแปลงดังกล่าวจะมีลักษณะผันแปร ไม่มั่นคง” นั่นหมายถึง “บางสิ่งบางอย่างในกรณีนี้ควรมีการสนับสนุน เพราะเป็นโอกาสที่จะช่วยให้อนาคตของภูมิภาคและโลกนี้ดีขึ้น”

ขณะเดียวกัน โอบามาได้กล่าวถ้อยแถลงเพื่อสร้างความเข้าใจให้มากขึ้นว่า การบริหารของเขามีการตอบสนองที่แตกต่าง สำหรับรัฐบาลที่ปราบปรามประชาชนที่ประท้วงเพื่อเรียกร้องให้ได้มาซึ่งประชาธิปไตยในภูมิภาคนั้น เขาจะสานต่อการเจรจาเพื่อให้เกิดสันติภาพในตะวันออกกลางระหว่างอิสราเอลและปาเลสไตน์

อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์นโยบาย และอดีตผู้เจรจาไกล่เกลี่ยเพื่อสร้างสันติภาพในตะวันออกกลาง นายอารอน เดวิด มิลเลอร์ ได้ตั้งคำถามสำหรับประธานาธิบดีว่า เขา (โอบามา) สามารถที่จะอัดฉีดมาตรการที่แน่ใจว่าสอดคล้องกับกับนโยบายที่สำคัญ ที่ดูแล้วราวกับว่า นี่คือเกมตีตัวตุ่นขนาดใหญ่

(a big game of Whack-A-Mole: เกมที่มีผู้ถือค้อน/อาวุธขนาดใหญ่ และคอยจับจ้อง เฝ้าดู ตัวตุ่นที่จะคอยสลับผลุบโผล่ไม่ซ้ำกัน และเมื่อตัวตุ่นโผล่มาจากหลุมเมื่อไหร่ ผู้ที่คอยเฝ้าดูพร้อมอาวุธ ก็จะใช้ค้อน/อาวุธในมือตีตัวตุ่นอย่างแรงและค่อยๆ สุ่มตีไปเรื่อยๆ จนกว่าจะชนะ)

เมื่อวันพุธที่ผ่านมา ประธานาธิบดีบาชาร์ อัล อัสซาด ได้ปราบปรามประชาชนที่ประท้วงเรียกร้องต่อต้านรัฐบาลอย่างโหดร้าย ประชาชนในซีเรียเสียชีวิตแล้ว 850 ราย นับตั้งแต่การประท้วงเริ่มขึ้นเมื่อ 2 เดือนที่ผ่านมา

จนในที่สุด สหรัฐฯ ก็ได้ตัดสินใจประกาศใช้มาตรการลงโทษผู้นำซีเรีย (ถือว่าเป็นการตอบสนองที่ช้ามากหากเทียบกับผู้นำในลิเบียที่สหรัฐฯ ตัดสินใจใช้กำลังทางทหารตอบโต้โดยทันที ขณะที่อียิปต์ซึ่งเป็นพันธมิตรยาวนานของสหรัฐฯ ทำเนียบขาวก็ปล่อยให้สถานการณ์ผ่านไปเพียงสัปดาห์และขอให้ประธานาธิบดีฮอสนิ มูบารัค ลงจากตำแหน่ง)

สถานการณ์ไม่สงบยังคงเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องในซีเรีย บาห์เรน และเยเมน โอบามา จะวางยุทธศาสตร์อย่างไรสำหรับผู้ที่เขาเห็นว่าฝ่ายหนึ่งคือศัตรู ฝ่ายหนึ่งคือมิตร

USA Today