Practical Report Obama มาแรงบนอินเทอร์เน็ต

โดย อิสริยะ ไพรีพ่ายฤทธิ์ - Siam Intelligence Unit

หมายเหตุ: เป็นบทความที่ผมเขียนไว้บนเว็บไซต์ IamIA แต่นำมาขยายความต่อ สำหรับผู้อ่านของ Siam Intelligence Unit ที่สนใจการเมืองอเมริกัน และการใช้เทคโนโลยีข้อมูลข่าวสารในการจัดกิจกรรมทางการเมือง

ข่าวการคัดเลือกตัวแทนผู้สมัครประธานาธิบดีสหรัฐ ของพรรคแดโมแครตยังอยู่ในความสนใจของสื่อมวลชนต่างประเทศ ยุทธศาสตร์สำคัญของการคัดเลือกรอบนี้คือการใช้สื่อออนไลน์ให้เป็นประโยชน์ ไม่ว่าจะเป็นเว็บกระแสหลักอย่าง YouTube, Facebook หรือ MySpace หรือเว็บไซต์รวมกลุ่มทางการเมืองโดยเฉพาะอย่างเช่น MoveOn หรือ MeetUp เพื่อจัดกิจกรรมแบบพบเจอหน้าด้วย

คนที่มาแรงที่สุดเห็นจะไม่มีใครเกิน Barak Obama ซึ่งเป็นขวัญใจชนชั้นกลาง และกลุ่ม white collar ในสหรัฐ

สถิติจากเว็บไซต์ Compete.com บอกว่าความนิยมในอินเทอร์เน็ตของ Obama นั้นทิ้งคู่แข่ง Hillary ไกล ที่น่าสนใจคือตัวเลขผู้ชมวิดีโอใน YouTube นั้นมากกว่ากันเป็นสิบเท่า

กราฟเปรียบเทียบผู้เข้าชมเว็บไซต์ ระหว่าง Obama กับ Clinton

กราฟเปรียบเทียบการปรากฎตัวในสื่อออนไลน์ เมื่อเทียบกับผู้สมัครพรรคแดโมแครตคนอื่นๆ

การโปรโมทด้วยวิดีโอออนไลน์นั้น Obama มาแรงมาก มีคนเปิดทั้งเว็บไซต์ YouBama (YouTube + Obama) และมีแคมเปญประกวดวิดีโอสนับสนุนยาว 30 วินาทีของ MoveOn.org ซึ่งวิดีโอที่ชนะจะได้ฉายในทีวีจริงๆ

สำหรับพรรครีพับลิกันนั้นได้ตัวผู้ชนะไปแล้ว แต่ถ้าเอาเฉพาะขวัญใจชาวเน็ต ต้องยกให้ Mike Huckabee (ข้อมูลจาก TechCrunch)

ข้อมูลสถิติด้านการหาเสียงออนไลน์อื่นๆ สามารถหาได้จากเว็บไซต์ Compete.com เมื่อพรรคเดโมแครตตัดสินผู้ชนะกันแล้ว ช่วงการหาเสียงเลือกตั้งประธานาธิบดีจริงๆ สมรภูมิอินเทอร์เน็ตคงร้อนแรงอีกครั้ง

การเมืองออนไลน์ในบริบทของประเทศไทย

ช่วงความวุ่นวายทางการเมืองตลอด 3 ปีที่ผ่านมานั้น อินเทอร์เน็ตนับเป็นอีกสมรภูมิหนึ่งที่สำคัญของการปะทะกันทางความคิดทางการเมืองในประเทศไทย สาเหตุหนึ่งอาจเป็นเพราะสื่ออื่นๆ ในบ้านเรา (เช่น ทีวี หนังสือพิมพ์) ถูกควบคุมและชี้นำโดยอำนาจรัฐ (ไม่ว่าฝ่ายใดจะมาเป็นรัฐก็ตาม) ทำให้สื่อที่อิสระและควบคุมได้อยากอย่างอินเทอร์เน็ต จึงกลายมาเป็นเครื่องมือตอบโต้ของฝ่ายที่อยู่ตรงข้ามกับอำนาจรัฐ

  • จุดเริ่มต้นคงไม่มีอะไรเกินกว่าเว็บไซต์ผู้จัดการออนไลน์ ซึ่งหันมาเน้นตลาด white collar ที่ทำงานในเมืองใหญ่ โดยให้ข้อมูลที่รวดเร็วและครบถ้วนกว่าหนังสือพิมพ์ปกติ ทำให้ได้รับความนิยมอย่างรวดเร็วในไม่นาน หลังจากที่สนธิลิ้มทองกุลเริ่มโจมตีรัฐบาลทักษิณ เว็บไซต์ผู้จัดการออนไลน์ถือว่าเป็นจุดรวมของฝ่ายที่ไม่พอใจการทำงานของทักษิณ ก่อนจะขยายผลออกมาเป็นการชุมนุมของพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยบนท้องถนน
  • หลังรัฐประหาร 19 กันยา 2549 กลุ่ม white collar ที่สนใจการเมืองบางส่วนได้แตกแยกทางความคิดอย่างสูง ในขณะที่กลุ่มต่อต้านทักษิณรวมกันอยู่ที่ผู้จัดการออนไลน์​ กลุ่มต่อต้านรัฐประหาร (ซึ่งบางส่วนซ้อนทับกับกลุ่มเอาทักษิณ) ได้รวมตัวกันที่ห้องราชดำเนินของ Pantip.com ก่อนแยกตัวออกมาอยู่ที่อื่นๆ เช่น เว็บบอร์ดของประชาไท, hi-thaksin.net เป็นต้น
  • เว็บไซต์ Hi-Thaksin ถือเป็นกรณีศึกษาที่น่าสนใจ ของการสร้างแคมเปญออนไลน์กลุ่มคนที่สนับสนุนทักษิณ และใช้ความนิยมนี้เป็นต้นทุนในการตอบโต้กับฝ่ายตรงข้าม โดยแย่งชิงพื้นที่ข่าวทางหน้าหนังสือพิมพ์ปกติอีกต่อหนึ่ง ผลงานที่สำคัญของ Hi-Thaksin คือการเปิดโปงเอกสารลับของ คมช. ซึ่งมีผลทางการเมืองพอสมควร เราสามารถมอง Hi-Thaksin ว่าเป็นลูกผสมระหว่างเว็บแคมเปญสนับสนุนนักการเมืองเป็นการเฉพาะ และสื่อมวลชนที่ทำหน้าที่ตรวจสอบฝ่ายตรงข้าม
  • กรณีการบล็อคเว็บไซต์ YouTube เป็นสัญญาณที่ชัดเจนว่า วิดีโอออนไลน์มีอิทธิพลสูง และท้าทายอำนาจของทีวี (ซึ่งถูกควบคุมโดยรัฐ) ในบริบทของประเทศไทยยิ่งชัดเจนว่า เนื้อหาที่ถูกควบคุมอย่างเข้มงวด (สถาบันพระมหากษัตริย์) หาทางออกสู่สาธารณะชนโดยผ่านสื่อออนไลน์ที่มีการควบคุมน้อยมาก และการบล็อค YouTube เป็นการแสดงถึงความพยายามของรัฐไทย ในการขยายการควบคุมสื่อแบบเดิมๆ เข้ามายังสื่อออนไลน์ด้วย (และประสบปัญหา เนื่องจากธรรมชาติของสื่อออนไลน์ที่ไม่ถูกจำกัดด้วยพื้นที่หรือขอบเขตประเทศ ทั้งทางภูมิศาสตร์และทางกฎหมาย)
  • พรรคประชาธิปัตย์ มีการใช้ social network แบบใหม่ๆ เช่น Hi5 หรือสร้างเว็บเจาะกลุ่มคนรุ่นใหม่ Democrat Society
  • Fanrosana แคมเปญสนับสนุนรสนา โตสิตระกูล ในการลงสมัครรับเลือกตั้ง สว. กรุงเทพมหานคร เมื่อปี 2551 เป็นอีกตัวอย่างที่ดีของการใช้ grassroot media แบบออนไลน์ โดยกลุ่มเป้าหมายเป็นวัยรุ่นและวัยทำงานในกรุงเทพ ที่ส่วนมากเข้าถึงอินเทอร์เน็ตได้

โดยภาพรวมคือการเมืองในประเทศไทย ยังใช้อินเทอร์เน็ตมาประกอบกิจกรรมไม่มากนัก ส่วนหนึ่งอาจเป็นเพราะว่าอินเทอร์เน็ตในประเทศไทยยังไม่แพร่หลาย (ประมาณ 10% ของจำนวนประชากร เทียบกับสหรัฐที่ประมาณ 70%) จึงไม่คุ้มนักถ้ากลุ่มเป้าหมายไม่ตรง อย่างไรก็ตามเราจะได้เห็นการใช้อินเทอร์เน็ตมากขึ้นในการเลือกตั้งรอบถัดไป โดยการใช้วิดีโอออนไลน์ และ social network จะเป็นเครื่องมือสำคัญ

  • เจริญชัย

    ยินดีที่ได้อ่านบทความนี้ แสดงว่า คุณมาร์ค ยังมีแนวคิดสร้างสรรค์ไม่สิ้นสุด
    สมกับที่ผมไว้วางใจ
    วิเคราะห์ได้ดี ๆ
    Clinton อาจเป็นคนรุ่นเก่า เลยไม่ถนัดสื่อใหม่นี้
    เรียกว่า ในยุคคลื่นลูกที่ 4 นั้น คลื่นลูกหลังไล่แซงคลื่นลูกแรกเร็วมากๆๆ กว่าที่คิดไว้อีก
    (ประยุกต์ใช้ในเชิงกลยุทธ์ วิกฤติเศรษฐกิจสหรัฐ จะจบเร็วกว่าที่คิดมาก เพราะโลกวันนี้เร็วมาก)

    ผมเปิดเวปมาดู หลังจากหยุดไปหลายวัน ตกใจมากๆๆๆ ตอบคำถามสมาชิกไม่ทันเลย จึงขอหลบมาตอบในบทความนี้ก่อน
    แฟนๆอย่าพึ่งน้อยใจ ขอเวลาปรับตัวนิดนึง ตามอ่านไม่ทันเลย

    Internet เป็น Trend เราต้องมาดูกันว่า จะนำมาใช้กับการเมืองและเศรษฐกิจของไทยอย่างไร

    ฝากให้ทีมงานช่วยติดตามด้วยนะครับ เพราะผม Low Tech แต่ High Taste โดยเฉพาะเรื่อง ศิลปะ 555

  • kc

    เพิ่งเปิดดู practical utopia เมื่อวาน ต้องขอชมทีมงาน siam intelligence ที่ผลิตรายการทางเลือกดีดี ให้กับคนรุ่นใหม่ได้บริหารเซลส์ความคิดกัน
    ผมคิดว่าอีกไม่นาน กลุ่ม siam intelligence จะมาแรงและเติบโตเหมือน กลุ่ม manager ในอนาคตนะครับ
    เมื่อไหร่จะเอาบริษัทเข้าตลาดหุ้นบอกด้วยนะครับ

  • Suwannee Wattananakorn

    ขอ นิดนึ่ง เท่าที่ฟังคุณ เจริญชัย กับ คุณ สุรศักดิ์ พูด ในด้านของการพูด แล้ว การพูด การเน้ทคำ การเว้นจังหวะ ชอบคุณสุรศักดิ์ พูด มากกว่า นุ่นนวล น่าฟัง ส่วนคุณเจริญชัย จะห้วนๆ นิดนึง แต่ อ่านบทความของคุณเจริญชัย แล้ว ชอบเขียน มากกว่า คุณเจริญชัย เขียนได้ ดี มากกว่าพูด อ่านแล้ว กับฟัง เหมือนเป็นคนละคนกัน

    ไปเที่ยวเชียงใหม่มา เห็นกลยุทธ์ ของ เอ ไอ เอส เค้า จ้าง เด็กๆ รุ่นๆ นักศิกษา แต่ตัว ใส่ชุดกันน้ำ สีเขียว โปรโมท ซิมใหม่ แจกน้ำดื่ม น้ำ กิน ฟรี น้ำสาดพรี จ้างรถตุ๊ก ๆ ขับไปทั่วเมือง เล่นน้ำไปด้วย โปรโมทไปด้วย เห็นเด็กๆ แล้วทำงานกันอย่างสนุกสนาน แต่ไม่เคย เห็น ค่าย ดีแทค กับ ทรู ฉกฉวย เทศกาล อย่างนี้ มาเรียกคะแนน นิยมเลย แล้วก้อ เลย ไปกิน กาแฟ ที่ สตาร์บัค แก้ว แรกในชีวิตที่ไนท์บาซ่า ไม่เห็น อร่อยเลย หรือรสนิยม เราไม่ถึง ชอบ แบ็คแคนยอน มากกว่า ม้วน หลายๆ จ๋า

  • เจริญชัย

    น้อมรับครับ จะปรับปรุงตัวและพัฒนาฝีมือให้ดียิ่งขึ้น

  • เจริญชัย

    ต้องขอบคุณ kc มากๆเลยครับ

    สาธุ
    ขอเพียงแค่ครึ่งหนึ่งของ Manager ก็พอครับ
    ส่วนเอาเข้าตลาดนั้นไม่กล้าคิดฝัน

    เพราะตอนนี้ คนดูของเราน้อยมาก จนพวกเราเสียความมั่นใจ

    “หรือรายการของเราจะไม่ดีพอ จึงไม่มีใครให้ความสนใจ”

    จริงๆ ถ้ารายการเรามีคนดู 1000 คนขึ้นไป จะมีคนมาช่วยปรับปรุงให้การนำเสนอน่าดูขึ้น เพราะที่ผ่านมา มีคนบ่นเยอะมากๆๆ ว่ารายการ โหลดยาก
    แต่ขนาด 1000 คน ซึ่งเล็กน้อยมากเมื่อเทียบกับสื่อกระแสหลัก เราก็ยังทำไม่ได้

    เราก็ไม่รู้เหมือนกันว่า รายการของเราจะต้องสิ้นสุดการถ่ายทำเมื่อใด อาจจะไม่กี่เทปข้างหน้าก็ได้ เพราะจำนวนคนดูของเราน้อยมากๆๆๆๆ

    ผมคงไม่มีสิทธิ์ไปอ้างว่า รายการของเราดีมากๆๆๆๆ เพราะฉะนั้น ต้องถ่ายทำและสนับสนุนรายการของเราต่อไป
    (นี่ยังไม่นับว่ารายการเราอาจห่วยแตกก็ได้)
    ในโลกทุนนิยม จำนวนลูกค้า จำนวนคนดู ถือว่าสำคัญที่สุด
    คำอ้างอื่นใดคงไร้ค่า

    อย่าว่าอื่นไกล SIU เปิดมาตั้ง 6 เดือน มีคนคลิกเข้าแค่ 16000 นี่ยังไม่นับคนคลิกซ้ำ

    เราไม่ได้หมดหวัง เรายังมองโลกในแง่ดี เพียงแต่ละอายใจที่จะพูดชมตัวเอง หรือบ้าทุ่มเทตัวเองลงไปผลิตสิ่งต่างๆมากมาย โดยไม่ดูความจริงที่เห็นๆกันอยู่ในปัจจุบัน

    สถานการณ์อาจไม่ดีขึ้น แต่เราสัญญาว่าจะยืนหยัดเพื่อทุกคนจนเลือดหยดสุท้าย
    จนกว่าเงินทุนและเวลาของเราจะหมดสิ้นลง

    ขอบคุณ kc อีกครั้ง

  • Suwannee Wattananakorn

    คุณเจริญชัย เป็นแรงบันดาลใจ ของสุ นะ ฝันใหญ่ๆๆ ไปไหนเสียล่ะ !!!*_*!!!

  • Chana

    ผมละเป็นคนหนึ่งที่จะบอกต่ออีกหลายสิบคนให้ลองมาฟังรายการของคุณเจริญชัยและคุณสุรศักดิ์ อ้อ..ผมฟังเฉพาะรายการ ศส.นะ เพราะขนาดไฟล์ไม่ใหญ่มากแล้วก็โหลดเร็วดี เป็นรายการที่ผมเองก็ไม่คิดว่าจะติดฟังมาเรื่อย ๆ หรอกนะ ที่สนใจมาฟังแรก ๆ เลย
    นั่นก็เพราะการตั้งชื่อหัวข้อสนทนาของรายการนั่นแหละ แหม ! รายการอะไรตั้งหัวข้อสนทนาได้เว่อร์ กระชากอารมณ์จริงๆ (ไม่รู้ใครตั้งนะ..ขอชม) ก็เลยลองโหลดมาฟังด
    ผมชอบคุณเจริญชัยเพราะชอบนำเรื่องราวของสามก๊กมาและเกร็ดประวัติศาสตร์เล่าขานให้ฟัง
    ผมชอบคุณสุรศักดิ์เพราะคนอะไรไม่รู้มีข้อมูลทางด้านเศรษฐกิจแน่นปึ๊กจิง ๆ ฟังแล้วน่าเชื่อถือเป็นที่สุด ยังงัยก็อย่าพึ่งเลิกไปซะก่อนนะครับ เป็นกำลังใจให้ครับ

  • เจริญชัย

    คุณสุ ผมไม่ได้บอกว่าจะเลิก หรือไม่ฝันใหญ่นะครับ 555 อ่านดีๆ คุณสุ

    “เราไม่ได้หมดหวัง เรายังมองโลกในแง่ดี เพียงแต่ละอายใจที่จะพูดชมตัวเอง หรือบ้าทุ่มเทตัวเองลงไปผลิตสิ่งต่างๆมากมาย โดยไม่ดูความจริงที่เห็นๆกันอยู่ในปัจจุบัน

    สถานการณ์อาจไม่ดีขึ้น แต่เราสัญญาว่าจะยืนหยัดเพื่อทุกคนจนเลือดหยดสุท้าย
    จนกว่าเงินทุนและเวลาของเราจะหมดสิ้นลง”

    สิ่งที่ผมย้ำเสมอ คือ ต้องมองโลกในแง่ดี โดยอิงกับความจริง

    แม้ว่าผมจะมองแง่ดี แต่ความเป็นจริงมันบอกเช่นนั้น

    แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าสถานการณ์พลิกกลับในทางที่ดีขึ้นไม่ได้

    ขอบคุณ Chana มากที่จะไปช่วยโปรโมตต่อ
    ถ้าแฟนรายการผมทุกคนทำเช่นนี้ ผมว่ารายการคงเติบใหญ่ได้

    ความคิดในการตั้งชื่อหัวข้อให้กระชากอารมณ์เป็นของคุณสุรศักดิ์
    ส่วนการตั้งชื่อนั้น ส่วนใหญ่เป็นฝีมือผม

    แสดงว่ายุทธวิธีคุณสุรศักดิ์ใช้ได้นะ

    เราเคยบ้าถึงขั้น ตั้งชื่อวันละ 2 ตอนเลย (1 วันจะมี 2 ตอน) แต่ทางทีมงานบอกว่า ในทางเทคนิคทำไม่ได้
    ให้ตั้งชื่อ แค่วันละชื่อพอ

  • แพท

    สวัสดีคะคุณเจริญชัยและคุณสุรศักดิ์
    พึ่งจะได้ติดตามฟังรายการไม่กี่เดือนต้องไปโหลดมาฟังให้หมดเลย ชอบมากคะ กำลังสนใจเรื่องธุรกิจการลงทุนอยู่พอดี(โดยเฉพาะหุ้น)ได้ความรู้ดีมากคะ แต่แพทไม่ค่อยรู้เรื่องธุรกิจมากนัก แพทเป็นโปรแกรมเมอร์ แต่ก้อสนใจหาความรู้ตลอดเลย บางครั้งได้ยินศัพท์ที่คุณพูดกันก้องงๆ ต้องไปค้นดูอีกว่าแปลว่าอะไร ช่วยบอกด้วยนะคะเวลาพูดนะคะ อยากให้คุณเจริญชัย
    และคุณสุรศักดิ์ช่วย แปะบทความดีๆที่คุณมี ลงใน Blog ของคุณจะได้ไหมคะ ขอบคุณคะ เป็นกำลังใจให้ทำรายการดีๆต่อไปนะคะ

  • nutjubjub

    สุขสันต์ วันสงกรานต์ครับ
    ผมขออวยพรให้ อะไรที่ทางทีมงานตั้งใจไว้สำเร็จตามประสงค์ครับ

    ช่วงวันหยุดยาวผมไม่ได้ไปเที่ยว แต่นั่งมาอ่าน สถาบัน สถาปนา เล่มหลังๆ คือเล่ม 4-7
    พอดีเคยคิดไว้นานแล้วว่าจะอ่านให้ครบ เพราะผมมีถึงเล่ม7 (8-10ไม่ได้ซื้อ)แต่อ่านแค่สามเล่มเพราะขี้เกียจ
    คือผมเคยอ่านสามเล่มแรกเมื่อนานมาแล้ว(เกือบๆ10ปี) พอดีเคยได้ยินคุณพูดในรายการเลยคิดถึงขึ้นมา
    พอดีช่วงงานสัปดาห์หนังสือที่ผ่านมาผมเลยไปหาเล่มต่อๆมาสะสมไว้
    เลยกลับไปเก็บที่เหลือต่อ
    พออ่านจนจบเล่ม5 เลยรู้สึกว่ามันดันต้องไปเกี่ยวข้องกับ ซี่รี่ย์หุ่นยนต์ด้วย ซึ่งผมมีแค่สามเล่ม ทั้งที่จริงๆมีสี่เล่ม ว่าจะหาซื้อแบบปรับปรุงใหม่ก็ไม่เห็นใครพิมพ์ออกมา (เห็นแต่provision ทำนครโลหะ มาใหม่เล่มเดียว)
    คือ นครโลหะ นครสุริยะ และนครอรุ่ณรุ่ง (ขาดตอนสุดท้ายไม่ทราบว่าทางทีมงานพอรู้ไหมว่ามันจะซื้อได้ที่ไหน)ซึ่งทั้งสามเล่มเคยซื้อไว้นานแล้ว แต่ไม่ได้สนใจอ่าน พออ่านจบเล่ม5ของสถาบันสถาปนา เลยทำให้อยากรู้เรื่องหุ่นยนต์ว่าทำไม หุ่นยนต์จึงหายไปจากสังคมมนุษย์ใน ยุคหลังๆ (เล่ม5 ก็ไม่ค่อยเฉลยอะไรมาก)ทำให้ผมได้ฝึกการคิดร่วมไปด้วย ยอมรับว่า อาซิมอฟ เนี่ยแกสุดยอดจริงๆครับ

    และถึงขนาดว่า ผมมีของสุดยอดอยู่ในมือ ก็ยังไม่ได้สนใจจะอ่านจนครบมาก จนรายการได้กล่าวถึง ผมจึงอ่านเล่ม4ต่อ จนได้รับความประทับใจเพิ่มเติม

    “เราก็ไม่รู้เหมือนกันว่า รายการของเราจะต้องสิ้นสุดการถ่ายทำเมื่อใด อาจจะไม่กี่เทปข้างหน้าก็ได้ เพราะจำนวนคนดูของเราน้อยมากๆๆๆๆ”

    ผมอ่านข้อความเห็นตรงนี้แล้ว รู้สึกเข้าใจและสะเทือนใจมากเลยครับ
    ผมว่าทางทีมงานทำผลงานได้ดีนะครับ ไม่อยากให้ท้อ
    แต่เรื่องคนฟังน้อย ก็ไม่ได้หมายความว่าผลงานไม่ดี
    คงคล้ายๆกับ วรรณกรรม อาซิมอฟ ที่ผมมีอยู่ แม้มันจะดีมาก แต่ถ้าไม่ได้มีคนกระตุ้น ผมก็อาจจะลืมๆ และเมื่อผมมาอ่านมัน ก็ยังเป็นของดีอยู่นั่นเอง (แม้จะไม่มีคนอ่านมัน)
    ผมคิดว่าเรื่องของสาระในรายการนั่นดี
    แต่การจะทำให้มีคนฟังมากๆนั้น มันน่าจะคนละเรื่องกับสาระในรายการ
    เมื่อทางทีมงานไม่ได้ทำอะไรตรงจุดนี้ มันจึงยังมีคนฟังน้อย
    แต่อาจจะเพิ่มขึ้นอย่างช้าๆ และช้าๆ
    ผมเข้าใจว่าของดีย่อมจะขายตัวเองได้ แต่มันก็คงต้องใช้เวลาขึ้นถ้าใช้ในช่องทางสื่อรองอย่างinternetแต่เพียงอย่างเดียวครับ

    ไม่อยากให้ท้อครับ
    ผมเห็นคุณเจริญชัยจะรับเป็น ผจก กองทุนส่วนตัว ผมเข้าใจเจตนาของคุณเจริญชัย
    และยกย่องมากครับ วันหนึ่งถ้าโอกาสอำนวย ผมอาจจะได้ขอความกรุณาด้วยครับ
    วันหนึ่ง คุณเจริญชัยอาจจะเป็นอย่าง มิสเตอร์ บัฟเฟต์ ก็ได้ แต่ของคุณเจริญชัย อาจจะเป็น มิสเตอร์ โต๊ะจีน แทน :)(เดินกิน คนจีนไม่ค่อยชอบ):)
    อะไรที่อยากให้ช่วยเหลือ บอกกล่าวกันได้ครับ
    ขอเป็นกำลังใจให้ สู้ๆ ครับ

  • สุรศักดิ์ ธรรมโม

    คุณแพท ครับ

    ถ้าสนใจอ่านบทความดีๆ ที่ผมและทีมงานมี สามารถสมัครได้ที่
    http://groups.google.com/group/practical-utopia

    เข้าไปแล้วกดลิงก์ Join this group ด้านขวามือครับ

  • เจริญชัย

    ผมอ่านแล้วซาบซึ้งมากๆๆๆครับ กับศรัทธาที่แฟนรายการทั้งหลายมีให้

    “พึ่งจะได้ติดตามฟังรายการไม่กี่เดือนต้องไปโหลดมาฟังให้หมดเลย ชอบมากคะ…”

    ความเห็นของคุณแพทนี้ ทำให้ผมปลาบปลื้มประโลมใจมาก และไม่ใช่คุณแพทคนเดียว มีผู้ฟังอีกหลายคนได้แสดงความเห็นคล้ายๆกันนี้ ประมาณว่า
    “รายการดี ชอบมาก ต้องไปโหลดฟังย้อนหลัง”

    ถ้าไม่ใช่แฟนเหนียวแน่นจริง คงปล่อยให้เทปเก่าผ่านไป ไว้รอฟังของใหม่ดีกว่า
    แต่นี่ไม่ใช่ ทุกคนคิดว่า เทปเก่าต้องมีอะไรดีไม่แพ้ของใหม่ ดังนั้น จึงคุ้มค่าที่จะกลับไปฟังของเก่าด้วย

    การย้อนฟังของเก่าของแฟนรายการหลายคน ทำให้ผมไม่กล้าที่จะทำรายการแบบ Good อีกต่อไป แต่ต้องพยายามหาของใหม่ เพิ่มคุณภาพ ให้ทุกเทปของเราเป็น
    The Best

    “และถึงขนาดว่า ผมมีของสุดยอดอยู่ในมือ ก็ยังไม่ได้สนใจจะอ่านจนครบมาก จนรายการได้กล่าวถึง ผมจึงอ่านเล่ม4ต่อ จนได้รับความประทับใจเพิ่มเติม”

    ความเห็นของคุณ nut นี้ ทำให้ผมคิดว่า ทุกสิ่งที่ผมพยายามนำเสนอ อย่างตั้งใจ ไม่สูญเปล่า ผมเคยกังวลว่า “สถาบันสถาปนา” แม้เป็น The Best แต่ผู้ฟังอาจไม่สนใจ ผมควรจะพูดดีหรือไม่ คำกล่าวของคุณ nut ได้พิสูจน์แล้วว่า ผมสามารถอัดความรู้และพลังภายในทุกอย่างได้เต็มพิกัด

    แต่อยากแสดงความเห็นขำๆนิดนึงว่า
    “งานของอาซิมอฟ” นอกจากจะ Best แล้ว ยังขายดีเทน้ำเทท่าอีกด้วยนะ แต่รายการผมยังขายไม่ออกเท่าไหร่เลย
    มีเพียงคนฟังกลุ่มเล็กๆนี้เท่านั้น ที่โดนมนต์ดำของผมและคุณสุรศักดิ์ ล่อลวงเข้ามาฟัง

    ผมไม่ได้สิ้นหวังนะครับ เพียงแต่มองตามความจริง
    การให้กำลังใจของแฟนรายการ ทำให้ผมต้องทุ่มเทพลังเข้าไปรีดเร้นศักยภาพยิ่งขึ้น
    หาสิ่งใหม่ๆ มาบำรุงบำเรอพวกท่านให้อ้วนพีด้วยความรู้ ความสุข และภูมิปัญญา

    ผมเริ่มเห็นพัฒนาการของเวปไซด์เรา

    1. แฟนประจำเริ่มมีบ้าง เช่น Suwannee nutjubjub
    2. ขาจรแต่เข้ามาแจมเป็นระยะ เช่น ink kc chana
    3. รายใหม่ ทะยอยกันมาเรื่อย เช่น แพท mai
    4. แฟนรายการโทรมาหาผม เพื่อขอเข้าร่วม “สัมมนา” รายหนึ่งกระตือรือร้นมาก กลัวว่าจะจัดกันไปแล้ว ผมเลยบอกด้วยความดีใจมากๆๆว่า เรากำลังดำเนินการ ยังไม่สายครับท่านพี่
    รายล่าสุด ผู้ฟังเป็นเถ้าแก่คนจีน ให้ลูกน้องในร้านโทรเข้ามา โดยกิจการซึ่งเป็นธุรกิจแบบเก่าเริ่มซบเซา กำลังหาทางออกอยู่ ผมจึงกระตือรือร้นอยากพบหน้าและให้ความช่วยเหลือ เท่าที่จะทำได้

    ซาบซึ้งใจมากกับศรัทธาที่ท่วมท้นกันเข้ามาเช่นนี้

    “สัมมนา” ทางหนึ่งก็ดีใจที่มีคนสนใจ แต่ก็เป็นปัญหาอีกอันที่ผมเริ่มปวดหัว เพราะอย่างที่คุณ nut ได้ให้ความเห็นว่าอย่าพึ่งจองสถานที่ ให้ขอยอดของผู้เข้าร่วมก่อน
    ดูเหมือนผู้ฟังจะอยากเข้าร่วมสัมมนาอย่างเร่าร้อน ผมจึงอยากรีบจัดสัมมนา เพื่อตอบสนองศรัทธาของท่านทั้งหลาย และถือโอกาสทำความรู้จัก ได้สัมผัสตัวตนของผู้ฟัง หรือถึงขั้นช่วยแก้ปัญหาให้แฟนรายการ

    ผมรู้สึกว่า “ชุมชน” ของเรา จะต้องอบอุ่นน่ารัก ผู้ฟังมีจากหลากหลายอาชีพ และอายุ มีทั้งอยู่ในธุรกิจเก่าและใหม่ มีความสนใจที่หลากหลาย (ผมไม่คิดว่า “สถาบันสถาปนา” ที่ผมแนะนำไป จะมีคนสนใจ รวมถึง “จอมคนแผ่นดินเดือด” อีกด้วย)

    ผมหวังว่าที่เรารอคอยที่จะได้พบเจอกัน จะมาถึงโดยไว

    หากใครสนใจเข้าร่วม “สัมมนา” สามารถโทรเข้ามาหาผม เพื่อ Confirm ได้ที่ 085-839-2718 อย่างน้อยก็ขอฟังเสียงแฟนรายการให้ชื่นใจกันสักหน่อย

  • Suwannee Wattananakorn

    ที่สหกรณ์ ขายพันธ์ข้าวอยู่ เมื่อวันพฤหัส มี ข้าวพันธ์ โดนขโมย จะเอาไปหว่าน พรุ่งนี้ ไปดูข้าวในฉางใต้ทุนบ้านของ สมาชิก โดนขโมยหมดเลย เลยปลูกไม่ได้ เค้าเลยมาขอซื้อข้าวเรา 12 กระสอบ ราคา กระสอบ ละ 550 บาท เค้าดีใจใหญ่เลยที่ซื้อข้าวเราได้ ซื้อสดเอาเงินให้เลย เพราะหาซื้อที่อื่นไม่ได้ นี่แหละ ความรู้สึกของข้าวนา ได้ข้าวไปปลูกเหมือนได้ทอง

  • เจริญชัย

    คนจนก็เศร้าแบบนี้ เราจึงต้องพยายามช่วยเขา
    แต่เราไม่มีแรงจะช่วยโดยตรง จึงต้องช่วยโดยอ้อมผ่าน SIU

  • Ming

    แอบเป็นแฟนรายการอยู่ช่วงแรกๆ ระยะหลังเจอที่ (คน) ที่ทำงานบล๊อคเข้าให้ 55
    แต่ตอนนี้คงกลับมาฟังได้อีก

    สำหรับเมืองไทย ผมมองว่ามันแยกขั้วกันเกินไปจนน่าเบื่อ อย่างเวบผู้จัดการก็ด่าทักษิณมันซะทุกคอลัมน์ ไม่เว้นแม้กระทั่งคอลัมน์บันเทิงอย่างซ้อเจ็ด เข้าไปอ่านกะว่าจะบันเทิงไปก็ดันเป็นเรื่องการเมืองไปซะได้ 55 ส่วนเข้าพันทิป ตะก่อนก็จะมีความเห็นหลากหลายมาโต้แย้งกัน สนุกดี แต่หลังๆกลับกลายเป็นเวบคนรักทักษิณไปซะแล้ว

    อยากให้ SIU เปิดพื้นที่เวบบอร์ด แล้วก็พยายามทำตัวเป็นกลางให้คนทั้งสองฝ่ายมาแชร์ข้อมูลกัน เป็นทางเลือกใหม่ของคนเบื่อ manager กับ pantip โดยแบ่งเป็น 3-4 ห้องก่อนในระยะแรก เช่น การเมือง เศรษฐกิจ & ธุรกิจ ปรัชญา ฯลฯ โดย concept ของเวบบอร์ดนี้จะต่างออกไปก็คือ จะมีทั้ง 4-5 ท่านร่วมแจมความเห็นด้วย จะไม่ใช่แค่เป็น interaction ระหว่างผู้อ่านด้วยกัน รับรองว่าดังกว่าพันทิปแน่ๆครับ :)

  • JJKung

    อ่านบทความนี้แล้วนึกถึงที่คุณสุรศักดิ์พูดถึง .. โอบามาได้ดีเพราะจม.หลวงพี่วิจิตรธรรมโชติ 55

  • JJKung

    อยากให้มีการวิเคราะห์กันหน่อยครับว่าทำไม Obama ถึงโด่งดังมาแรงเหลือเกิน ผมมองว่าส่วนนึงเป็นเพราะกระแสที่ชาวอเมริกันต้องการแสดงตัวว่าไม่ผู้ไม่กีดกันสีผิวและเชื้อชาติ เลยเกิดผลสะท้อนในมุมกลับ

    ในส่วนคลินตันนั้นนับว่าน่าเสียดาย เพราะมีการปูทางมาตั้งแต่สมัย บิล คลินตันแล้ว ในช่วงปลายๆก่อนที่ บิล คลินตัน จะลงจากตำแหน่ง ผมสังเกตเห็นว่ามีการ “ปล่อยข่าว” บ่อยครั้งทำนองว่าจริงๆแล้ว ฮิลลารี่ คือผู้อยู่เบื้องหลังความสำเร็จของสามี ที่ว่าจริงๆแล้วแผนการต่างๆ หรือว่ามันสมองของรัฐบาล คือฮิลลารี่ ผมเลยวิเคราะห์ว่าสงสัยฮิลลารี่จะวางแผนลงชิงตำแหน่งเองหรือเปล่านะ

    ในภายหลังยังได้มีการผลิตซีรี่ย์ทีวีเรื่อง Commander in Chief ซึ่งเป็นเรื่องราวเกี่ยวกับประธานาธิบดีหญิงคนแรกของอเมริกา และมีการวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวางด้วยว่า ผู้ผลิตอาจจะจงใจทำเพื่อเป็นการปูทางให้ ฮิลลารี่ คลินตัน

    ไม่ทราบว่าพี่ๆมีความเห็นยังไงกันบ้างครับ

  • เจริญชัย

    ผมสงสัยเหมือนกัน
    เอาในเชิงส่วนตัว ผมไม่ชอบโอบามา
    รู้สึกว่า โหงวเฮ้งไม่ค่อยดี 555
    และได้ข่าวว่าเป็นคนบุคลิกอ่อนแอด้วย

    แต่อย่างว่า มาลุ้นการเมืองไทยกันดีกว่า

  • JJKung

    เห็นด้วยว่าโอบามาบุคลิกอ่อนไหวเกินไป
    แต่น่าจะมาแรงเพราะสีผิวนี่แหละ
    มีสหายท่านนึงเคยบอกผมว่า ฮอว์คิงดังจากการที่นั่งรถเข็นมากกว่าจากงานวิจัย
    เคสนี้ก็น่าจะคล้ายๆกัน :)

  • Suwannee Wattananakorn

    น่าจะเป็นเรื่อง ของชนชั้น ที่กำลังจะเปลี่ยนไปของ โลก มากกว่า โอบามา มาจาก สามัญชน คนธรรมดา (เหมือนหลิวอี้) ไม่ได้มาจาก ตระกูลใหญ่ ร่ำรวย หรือสืบเชื้อสายมาจากขุนนาง แต่เท่าที่รู้ คนยุโรปชอบโอบามา มาก

  • JJKung

    แปลกนะฮะ เพราะปกติคนยุโรปจะ conservative มากกว่าเมกันมาก คือถึงแม้จะชื่นชมโอบามา แต่ถ้าให้เลือกจริงๆก็ยังยึดติดกับชาติตระกูลมากกว่าคนเมกัน ผมว่านะ..

  • Suwannee Wattananakorn

    ยุโรป จะมี กษัตริย์ ขุนนาง และ อัศวิน ซึ่งเค้าอาจจะมอง โอบามาเป็น อัศวิน เป็นผู้ปฏิบัติงาน จึงได้ ชอบและเลือกใช้งาน มีการกล่าวกันว่า คนที่จะรู้อนาคตได้ดี คือคนที่รู้และศึกษาประวัติศาสตร์ ได้ดี

  • Huang

    ไปกันใหญ่แล้วมั๊งคุณ Suwannee

  • เจริญชัย

    555
    ในที่สุด คุณสุวรรณีก็อดทนอ่าน “จอมคนแผ่นดินเดือด” ได้สำเร็จ

    แต่ในเรื่องมีคนชื่อคล้ายกัน
    คิดว่า คนที่คุณสุวรรณีเอ่ยถึงน่าจะเป็น “หลิวอวี้”
    ส่วน “หลิวอี้” นั้นเป็นตัวร้ายนะครับ