การแถลงนโยบายของนายบารัก โอบามา ประธานาธิบดีสหรัฐเมื่อวานนี้มีไฮไลท์ที่จะพยายามลดการขาดดุลงบประมาณจาก 1.75 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ (61.25 ล้านล้านบาท) ซึ่งถือเป็นการขาดดุลงบประมาณของสหรัฐอเมริกามากที่สุดนับแต่สงครามโลกครั้งที่สองเป็นต้นมา ในปีงบประมาณ 2009 (พ.ศ. 2552) ซึ่งจะสิ้นสุดในเดือนกันยายน และจะค่อยๆลดการขาดดุลงบประมาณลงเรื่อยๆ จนกระทั่งเหลือ 5.3 แสนล้านเหรียญสหรัฐ (18.65 ล้านล้านบาท) ในปีงบประมาณ 2013 (พ.ศ. 2556)

แม้จะดูเหมือนว่าเมื่อเทียบกับรัฐบาลบุชแล้ว โอบามามีความมุ่งมั่นในแง่วินัยทางการคลังมากกว่า แต่การที่เขายังคงยึดมั่นกับนโยบายการขาดดุลการคลังอย่างต่อเนื่อง ในแผนภาพแม้จะมีการประมาณการว่า GDP จะขยายตัวต่อเนื่องไปอีก 10 ปีข้างหน้า แต่สหรัฐอเมริกาก็วางแผนจะขาดดุลงบประมาณต่อเนื่องไปอีก 10 ปีข้างหน้าเช่นกัน
Fy10 Overview
ท่าทีทำนองนี้ของสหรัฐอเมริกาบ่งชี้ว่า พวกเขาไม่ได้ต้องการแก้ไขปัญหาการบิดเบือนระบบการเงินอย่างถึงรากของโลก สภาพความได้เปรียบจากการเป็นมหาอำนาจเดี่ยวของสหรัฐอเมริกา การที่ดอลลาร์มีสภาพเป็นสื่อกลางแลกเปลี่ยนของโลกโดยปราศจากทองคำหรือสกุลเงินอื่นหนุนหลัง นั่นหมายความว่าสภาพแบบนี้ทำให้สหรัฐอเมริกามีความสามารถในการสร้างหนี้ต่อไปเรื่อยๆ ได้และโดยไม่มีขีดจำกัด การสร้างหนี้เช่นนี้ทำโดยความร่วมมือจากการที่ประเทศเอเชียที่ได้ดุลการค้ามหาศาลกับสหรัฐอเมริกา และจำต้องซื้อพันธบัตรอเมริกาเพื่อเป็นสินทรัพย์หนุนหลังอัตราแลกเปลี่ยนสกุลเงินท้องถิ่นของตนเอาไว้
หากสหรัฐอเมริกาและประเทศเอเชีย รวมถึงประเทศอื่นในโลกไม่ยอมแก้ไขการบิดเบือนกลไกทางการเงินระดับโลกเช่นนี้ ก็มีหวังว่าเราจะได้เห็นหายนะทางการเงินที่ใหญ่มากกว่าครั้งนี้ในอนาคตข้างหน้า
