คำแถลงประกาศชัยชนะ ของบารัค โอบามา

November 6, 2008

สวัสดีชิคาโก

หากยังคงมีใครยังสงสัยอยู่ว่าอเมริกาเป็นประเทศที่ทุกอย่างเป็นไปได้จริงหรือไม่ หากยังมีคนที่ยังสงสัยว่าความฝันของผู้สถาปนาประเทศยังคงดำรงอยู่ในห้วงเวลาของพวกเราหรือไม่ ใครที่ยังสงสัยถึงพลังประชาธิปไตยของเรา คืนนี้คือคำตอบของคุณ

มันคือคำตอบที่ถูกบอกเล่าด้วยแถวของผู้คนที่ยาวเหยียดอยู่รอบโบสถ์และโรงเรียนซึ่งเป็นจำนวนของคนที่ประเทศชาติไม่เคยได้เห็นมาก่อน เป็นคำตอบที่บอกโดยประชาชนผู้เฝ้ารอเวลากว่า 3-4 ชั่วโมง และเป็นครั้งแรกของหลายๆ คนเพราะพวกเขาเชื่อว่าครั้งนี้ความแตกต่าง ซึ่งเสียงของพวกเขาคือความแตกต่างนั้น

มันคือคำตอบที่บอกเล่าโดยคนหนุ่มสาวและผู้อาวุโส คนรวยและคนจน เดโมแครต และรีพับลิกัน คนดำ คนขาว คนเชื้อสายเสปน คนเอเชีย ชนพื้นเมือง เพศทางเลือก คนปกติ ผู้พิการหรือไม่พิการ ชาวอเมริกันผู้ส่งสารต่อโลกว่าเราเราไม่เพียงเป็นการรวมตัวของปัจเจกชน หรือการรวมตัวระหว่างรัฐสีแดงกับรัฐสีน้ำเงินเท่านั้น

แต่เราเป็น, และจะเป็น “สหพันธรัฐอเมริกา” (United state of America) อยู่เสมอ

มันคือคำตอบที่ชี้นำประชาชนซึ่งถูกบอกให้ เย้ยหยัน ขลาดกลัว ระแวงสงสัย ให้พวกเขาได้วางมือลงบนจุดสำคัญแห่งประวัติศาสตร์และดัดเส้นทางของมันให้ไปสู่ความหวังถึงวันที่ดีกว่า

มันคือการเดินทางบรรลุเป้าหมายด้วยเวลายาวนาน แต่สิ้นสุดลงในคืนนี้, ด้วยสิ่งที่พวกเราได้กระทำลงไปในวันเลือกตั้งวันนี้ ในวาระแห่งห้วงเวลาแห่งการกำหนดความเปลี่ยนแปลงของอเมริกา

ก่อนหน้านี้เล็กน้อย ในช่วงเย็น ผมได้รับโทรศัพท์อันทรงเกียรติจากวุฒิสมาชิกแมคเคนผู้ซึ่งต่อสู้อย่างยาวนานและยากลำบาก และเขาก็ต่อสู้มาอย่างยาวนานกว่าเพื่อประเทศที่เขารัก เขายืนหยัดอุทิศตนเพื่ออเมริกาอย่างที่พวกเราหลายคนไม่อาจจะจินตนาการถึง พวกเราจะได้รับโอกาสที่ดีเช่นกันจากผู้นำซึ่งกล้าหาญและไม่เห็นแก่ตัวผู้นี้.

ผมแสดงความยินดีกับเขา และผมแสดงความยินดีกับผู้ว่าการฯ แพลิน ผมแสดงความยินดีกับทุกๆ สิ่งที่พวกเขาได้บรรลุเป้าหมาย และผมตั้งตารอที่จะร่วมงานกับพวกเขาเพื่อการพลิกฟื้นอนาคต

ผมขอขอบคุณหุ้นส่วนในการเดินทางครั้งนี้ ชายผู้ซึ่งรณรงค์หาเสียงด้วยหัวใจของเขาและพูดเพื่อชายหญิงที่เติบโตขึ้นมาพร้อมกับเขาบนถนนสแครนตัน รวมถึงผู้ที่ร่วมขบวนรถไฟมุ่งหน้าสู่บ้านในเดลาแวร์…รองประธานาธิบดีแห่งสหรัฐอเมริกา โจ ไบเด็น

ผมจะไม่มายืนอยู่ตรงนี้ในคืนนี้ หากปราศจากการสนับสนุนอย่างเข้มแข็งของเพื่อนที่ดีที่สุดของผมในช่วง 16 ปีที่ผ่าน คนที่คอยดูแลครอบครัวของเรา คนรักแห่งชีวิต และคนที่กำลังจะเป็นสตรีหมายเลข 1 ของสหรัฐอมริกา, มิเชล โอบามา

ซาชา และมาลีอา พ่อรักลูกทั้งสองเกินกว่าที่ลูกจะจินตนาการได้ และลูกได้ลูกหมาตัวใหม่ซึ่งจะย้ายไปอยู่กับเราที่บ้านสีขาวหลังใหม่(The new White House) ด้วย

และแม้ว่าคุณยายของผมจะไม่อยู่กับพวกเราอีกต่อไปแล้ว ผมรู้ว่าท่านกำลังเฝ้าดูอยู่ รวมไปถึงครอบครัวของผมซึ่งสร้างให้ผมเป็นอย่างที่ผมเป็น ผมคิดถึงพวกเขาในคืนนี้ ผมรู้ว่าผมเป็นหนี้พวกเขาอย่างมหาศาล

มายาและอัลมา น้องสาวของผม พี่ชายและพี่สาวของผมทั้งหลาย ขอบคุณอย่างยิ่งสำหรับการสนับสนุน ผมซาบซึ้งในบุญคุณของพวกเขา

ผู้จัดการการรณรงค์หาเสียงของผม เดวิด พลูฟเฟ่ วีรบุรุษไร้นามของการหาเสียงครั้งนี้ ซึ่งผมคิดว่าเป็นเป็นผู้สร้างการรณรงค์ที่ดีที่สุดในประวัติศาสตร์อเมริกา

ขอบคุณหัวหน้าฝ่ายยุทธศาสตร์ เดวิด แอ็กเซลรอด ซึ่งอยู่เคียงข้างผมทุกๆ จังหวะก้าว

ขอบคุณ ทีมหาเสียงที่ดีที่สุดที่กำเนิดขึ้นในประวัติศาสตร์ทางการเมือง พวกคุณได้สร้างให้มันเกิดขึ้นแล้ว และผมซาบซึ้งต่อสิ่งที่พวกท่านอุทิศให้ผมตลอดไป

แต่เหนือสิ่งอื่นใด ผมจะไม่มีวันลืมบุคคลที่เป็นเจ้าของชัยชนะครั้งนี้ ชัยชนะครั้งนี้เป็นของพวกคุณ ชัยชนะเป็นของพวกคุณ

ผมไม่ใช่ผู้สมัครที่มีโอกาสมากที่สุด เราไม่ได้เริ่มต้นด้วยเงินหรือการให้การสนับสนุนจำนวนมาก การหาเสียงของเราได้เกิดขึ้นในที่ประชุมในวอชิงตัน แต่มันเริ่มต้นขึ้นที่สวนหลังบ้านของเดส มอยเนส และห้องนั่งเล่นของคอนคอร์ด และระเบียงหน้าบ้านชารลส์ตัน มันก่อร่างขึ้นโดยคนงานชายหญิงที่ทำงานหนักเพื่อเงินสะสมเล็กน้อยซึ่งเขาเจียดมาให้ 5 เหรียญบ้าง 10 เหรียญ หรือ 20 ตามแต่ความสามารถ

มันงอกงามขึ้นจากประชาชนหนุ่มสาวผู้ปฏิเสธความเฉื่อยชาอันน่าพิศวงในรุ่นของตัวเอง ละทิ้งบ้านและครอบครัวมาเพื่อหางานซึ่งตอบแทนพวกเขาด้วยค่าจ้างและการพักผ่อนที่น้อยนิด

มันถูกขีดวาดขึ้นโดยกลุ่มคนที่พ้นวัยหนุ่มสาว ซึ่งต้องกล้าต่อสู้กับความหนาวเหน็บและร้อนอบอ้าวของอากาศ ไปเคาะประตูบ้านของคนแปลกหน้า และเกิดขึ้นจากชาวอเมริกันนับล้านที่อาสา จัดตั้ง และพิสูจน์ให้เห็นว่า รัฐบาลของประชาชน โดยประชาชน และเพื่อประชาชน ซึ่งดำรงมากว่า 200 ปีไม่ได้สูญสลายไปจากโลกนี้

นี่คือชัยชนะของพวกคุณ

และผมรู้ว่า ที่พวกคุณไม่ได้ทำเพื่อชนะการเลือกตั้งเท่านั้น และก็ไม่ได้ทำเพื่อผม

พวกคุณทำ เพราะคุณเข้าใจในพันธกิจที่ยิ่งใหญ่ที่จะเกิดขึ้นต่อไปข้างหน้า แม้ว่าพวกเราจะร่วมกันเฉลิมฉลองในวันนี้ แต่เราต่างก็รู้ถึงความท้าทายที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในช่วงชีวิตเราซึ่งจะมาในวันพรุ่ง — สงครามสองแห่ง[1], โลกที่กำลังมีปัญหาที่อันตราย, และวิกฤติทางการเงินที่เลวร้ายที่สุดในรอบศตวรรษ[2]

แม้พวกเราจะรวมตัวกันอยู่ ณ ที่นี้ ในคืนนี้ แต่เรารู้ว่ายังมีชาวอเมริกันผู้หาญกล้ายังคงตื่นอยู่ในทะเลทรายอิรัก บนภูเขาของอัฟกานิสถาน เสี่ยงภัยเพื่อพวกเรา

ยังมีแม่และพ่อที่ยังนอนลืมตาตื่นคอยดูแลลูกๆ ซึ่งหลับใหล และครุ่นคิดถึงการจำนองบ้าน หรือการชำระค่ารักษาพยาบาล หรือการออมเงินเพื่อการศึกษาในระดับวิทยาลัยของลูกๆ

ยังคงมีพลังงานในรูปแบบใหม่ๆ ที่รอการใช้ประโยชน์ งานใหม่ๆ ที่รอการสรรสร้าง โรงเรียนใหม่ๆ รอการปลูกสร้าง การคุกคามใหม่ๆ ที่ยังต้องเผชิญ ความร่วมมือที่รอการเยียวยา

หนทางข้างหน้ายังอีกยาวไกล การป่ายปีนของเรานั้นสูงชัน เราไม่สามารถได้มาในเวลาเพียงหนึ่งปี หรือแม้แต่หนึ่งวาระ แต่ อเมริกา…ผม ไม่เคยมีความหวังมากไปกว่าที่มีในคืนนี้ ว่าเราจะทำได้

ผมสัญญากับพวกคุณว่า พวกเราในฐานะประชาชนจะไปถึงซึ่งจุดหมาย

จะมีความพ่ายแพ้และผิดพลาดเกิดขึ้น และจะมีคนจำนวนมากที่ไม่เห็นด้วยกับหลายนโยบายซึ่งผมตัดสินใจในฐานะประธานาธิบดี และเรารู้ว่ารัฐบาลไม่สามารถแก้ไขได้ทุกปัญหา

แต่ผมจะซื่อสัตย์ต่อพวกคุณเสมอในทุกๆ ความท้าทายที่พวกเราต้องเผชิญ จะรับฟังคุณ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในยามที่เราไม่เห็นพ้องต้องกัน และ เหนือสิ่งอื่นใด ผมจะขอให้พวกคุณร่วมในการทำงานเพื่อสร้างชาติขึ้นอีกครั้ง ด้วยหนทางเดียวกับที่เราเคยทำมาแล้วเมื่อ 221 ปีก่อน ช่วงตึกหนึ่งไปยังอีกช่วงตึกหนึ่ง อิฐก้อนหนึ่งสู้อิฐอีกก้อนหนึ่ง และมืออันแข็งกร้านสู่มืออันแข็งกร้าน

สิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อ 21 เดือนก่อนในช่วงหนาวที่สุดของฤดูหนาว จะไม่จบลงในค่ำคืนแห่งฤดูใบไม้ร่วงนี้

ชัยชนะครั้งนี้เพียงอย่างเดียวไม่ใช่ความเปลี่ยนแปลงที่เรามองหา มันเป็นแค่โอกาสของเราที่จะสร้างความเปลี่ยนแปลงนั้น และไม่สามารถเกิดขึ้นหากเรากลับไปสู่สิ่งที่เราเคยเป็น

มันจะเกิดขึ้นไม่ได้โดยปราศจากพวกคุณ โดยปราศจากจิตวิญญาณของการรับใช้ จิตวิญญาณใหม่ของการอุทิศตน

ฉะนั้น ขอพวกเราจงหลอมรวมจิตวิญญาณใหม่แห่งความรักชาติ และสำนึกรับผิดชอบซึ่งเราได้ตกลงใจเข้าร่วม ทำงานหนัก และเฝ้าดู ไม่เฉพาะเพื่อตัวเราเองแต่เพื่อคนอื่นๆ ด้วย

ขอพวกเราจงจดจำว่า หากวิกฤตการณ์การเงินครั้งนี้จะสอนอะไรบางอย่างแก่เรา นั่นก็คือการที่เราไม่สามารถจะอยู่กับความเฟื่องฟูของวอลสตรีท ในขณะที่ถนนสายหลักยังคงทนทุกข์

ในประเทศแห่งนี้ เรารุ่งโรจน์และร่วงโรยในฐานะที่เป็นประเทศเดียวกัน เป็นคนๆ เดียวกัน ขอให้พวกเราร่วมกันต่อต้านความพยายามที่กลับไปสู่การแบ่งพรรคแบ่งพวก ความน่าเวทนา และความไม่มีวุฒิภาวะซึ่งเป็นพิษต่อการเมืองของเรามายาวนาน

โปรดจดจำว่า ชายคนหนึ่งจากรัฐนี้เคยแบกป้ายของพรรครีพับลิกันเข้าสู่ทำเนียบขาวเป็นครั้งแรก พรรครีพับลิกันซึ่งก่อตั้งอยู่บนฐานคุณค่าของความเชื่อมั่นในตนเอง เสรีภาพในปัจเจกชนและความเป็นหนึ่งเดียวกันของประเทศ

นั่นคือสิ่งที่เราเชื่อร่วมกัน และเมื่อพรรคเดโมแครตชนะการเลือกตั้งครั้งยิ่งใหญ่ในคืนนี้ เราก็จะทำเช่นเดียวกันนั้นด้วยความอ่อนน้อมและมุ่งมั่นที่จะเยียวยาความแตกแยกซึ่งสกัดกั้นความเจริญก้าวหน้าของเรา

ดังที่ลินคอล์นได้กล่าวว่าประเทศแตกแยกมากกว่าตัวเรา เราไม่ใช่ศัตรูแต่เราคือเพื่อน แม้ความไม่พึงพอใจจะยังคงตึงเขม็ง แต่มันจะต้องไม่ทำลายสายใยแห่งความสมัครสมานของเรา

และสำหรับชาวอเมริกันที่ให้ความสนับสนุนผม ผมจะไม่เพียงแค่ได้คะแนนเสียงของพวกคุณในคืนนี้ แต่ผมจะฟังเสียงของพวกคุณ ผมต้องการความช่วยเหลือจากคุณ และผมจะเป็นประธานาธิบดีของพวกคุณ

สำหรับทุกท่านที่เฝ้าดูอยู่ในคืนนี้ ผู้ที่อยู่ไกลออกไปจากชายฝั่งของประเทศเรา ไม่ว่าจากรัฐสภาหรือพระราชวัง ผู้ที่รวมตัวกันอยู่เพื่อฟังวิทยุในมุมใดมุมของโลกซึ่งถูกหลงลืม เรื่องราวของประเทศเราเป็นเรื่องเฉพาะ ทว่าชะตากรรมนั้นเป็นสิ่งที่เราต้องร่วมแบ่งปัน และอรุณรุ่งวันใหม่แห่งความเป็นผู้นำของอเมริกาก็ใกล้จะมาถึงแล้ว

และถึงท่านทั้งหลายผู้ซึ่งปรารถนาจะทำลายโลกลง เราจะ เอาชนะพวกคุณ ท่านทั้งหลายผู้แสวงหาสันติภาพและความมั่นคง เราสนับสนุนคุณ และสำหรับคนที่ยังคงสงสัยว่าแสงไฟนำทางของสหรัฐจะยังคงโชติช่วงหรือไม่นั้น: คืนนี้เราได้พิสูจน์อีกครั้งหนึ่งแล้วว่า ความเข้มแข็งที่แท้จริงของเราไม่ได้มาจากอาวุธ หรือระดับของความมั่งคั่ง แต่มาจากการความคงมั่นของอุดมการณ์ ประชาธิปไตย เสรีภาพ โอกาส และ ความหวังอันแข็งแกร่ง

อัจฉริยภาพที่แท้จริงของอเมริกาคืออเมริกาสามารถเปลี่ยนแปลง การรวมตัวกันของเราสามารถสัมฤทธิ์ผลสมบูรณ์ สิ่งที่เราได้บรรลุแล้วนั้นได้มองความหวังแก่เราเพื่อให้เราบรรลุผลสำเร็จที่มากกว่าในวันพรุ่ง

การเลือกตั้งครั้งนี้ได้ก่อให้เกิด ‘ครั้งแรก’ ในหลายๆ เรื่อง และก่อให้เกิดเรื่องราวมากมายที่เราจะบอกเล่าสู่คนรุ่นต่อไป แต่เรื่องหนึ่งที่อยู่ในใจของผมในคืนนี้เป็นเรื่องของหญิงผู้หนึ่งซึ่งออกมาลงคะแนนเสียงที่แอตแลนตา เธอก็เหมือนกับคนอื่นๆ อีกนับล้านซึ่งเข้าแถวรอเพื่อจะลงคะแนน เว้นแต่ว่า แอน นิกสัน คูเปอร์ หญิงผู้นั้นอายุ 106 ปีแล้ว

เธอเกิดขึ้นมาในยุคของทาส ในห้วงเวลาที่ยังไม่มีรถยนต์วิ่งอยู่บนถนน ไม่มีเครื่องบินอยู่บนท้องฟ้า ในยุคที่คนเช่นเธอไม่สามารถลงคะแนนเสียงได้ด้วย 2 เหตุผล คือ เพราะเธอเป็นผู้หญิงและเพราะสีผิวของเธอ

และคืนนี้ ผมคิดว่าทุกสิ่งในอเมริกาที่เธอได้เห็นมา 1 ศตวรรษ ความร้าวรานใจและความหวัง การต่อสู้และความก้าวหน้า ช่วงเวลาที่พวกเราถูกบอกว่าเราไม่สามารถทำได้, กับผู้คนผลักดันความเชื่อของอเมริกา,ใช่ เราทำได้

ณ ห้วงเวลาที่เสียงของผู้หญิงเงียบงัน และความหวังของพวกเธอถูกละเลย เธอดำรงชีวิตอยู่เพื่อมองหญิงเหล่านั้นลุกขึ้น เปล่งเสียง และเรียกร้องสิทธิเลือกตั้ง, ใช่ เราทำได้

เมื่อเกิดความหดหู่จากพายุในภาคกลางที่เกิดจากความแห้งแล้ง[3] และเศรษฐกิจตกต่ำไปทั่วประเทศ[4] เธอเคยมองเห็นประเทศชาติต่อสู้กับความกลัวด้วยข้อตกลงใหม่ งานใหม่ และด้วยสำนึกใหม่, ใช่ เราทำได้

เมื่อลูกระเบิดหล่นลงบนอ่าวของเรา และทรราชย์คุกคามโลก เธออยู่ที่นั่น เป็นพยานของคนในรุ่นนั้นซึ่งเติบโตขึ้นสู่ความยิ่งใหญ่ และประชาธิปไตยที่พวกเราพิทักษ์รักษา, ใช่ เราทำได้

เธออยู่ที่นั่นเพื่อได้เห็นรถเมล์ในมอนท์โกเมอรี่ บ้านในเบอร์มิงแฮม ถนนในเซลมา และบาทหลวงจากแอตแลนตาผู้บอกกับประชาชนว่า “เราจะได้ชัยชนะ”, ใช่ เราทำได้

ชายซึ่งได้เหยียบดวงจันทร์ กำแพงที่สลายลงในเบอร์ลิน และโลกซึ่งเชื่อมโยงถึงกันด้วยวิทยาศาสตร์และจินตนาการของเรา

และในปีนี้ ในการเลือกตั้งครั้งนี้ เธอแตะนิ้วของเธอลงบนจอคอมพิวเตอร์ ออกเสียงเลือกตั้ง เพราะหลังจากผ่านประสบการณ์ 106 ปี ในอเมริกา ทั้งในยามรุ่งเรืองที่สุดและในโมงยามที่มืดมิดที่สุด เธอย่อมรู้ว่าอเมริกาสามารถเปลี่ยนแปลงได้

ใช่ พวกเราทำได้!!!

อเมริกา เราเดินมาไกลแล้ว เราพบพานมามาก แต่ก็ยังมีอีกหลายสิ่งหลายอย่างที่เราต้องทำ คืนนี้ ผมขอให้พวกเราทั้งหลายถามตัวเราเองว่า หากเด็กๆ ของเราจะต้องอยู่ไปถึงศตวรรษหน้า ถ้าหากลูกสาวของผมสามารถมีชีวิตยืนยาวได้เหมือน แอน นิกสัน คูเปอร์ เราต้องการเห็นความเปลี่ยนแปลงในลักษณะใด เราจะสร้างสรรค์ความก้าวหน้าแบบใด

นี่คือโอกาสที่จะให้คำตอบต่อเสียงเพรียก นี่คือห้วงเวลาของเรา

นี่คือห้วงเวลาของพวกเรา ทีจะนำประชาชนกลับสู่การงาน เปิดประตูแห่งโอกาสให้เด็กๆ ของพวกเรา ฟื้นฟูความรุ่งเรืองและส่งเสริมสันติภาพ ฟื้นคืนความฝันของอเมริกันชน และยืนยันรากฐานแห่งความจริง เราคือหนึ่งจากจำนวนหลากหลาย ขณะที่เราหายใจ เรามุ่งหวัง และจากที่ซึ่งเราพบการเย้ยหยันและข้อกังขา และจากผู้คนที่บอกเราว่าเราทำไม่ได้ เราจะตอบด้วยความเชื่ออันเป็นนิรันดร์ซึ่งหลอมรวมเป็นจิตวิญญาณของประชาชนว่า ใช่ เราทำได้

ขอบคุณ ขอให้พระเจ้าอวยพรแก่พวกคุณ และขอให้พระเจ้าอำนวยพรแก่สหรัฐอเมริกา

เชิงอรรถ

  1. Two wars : หมายถึงสงครามที่สหรัฐอเมริกากำลังเข้าไปมีส่วนร่วมอยู่ คือสงครามในอิรักและอัฟกานิสถาน
  2. โอบามากำลังพูดถึงประเด็นหลักที่ท้าทายสหรัฐอเมริกาอยู่สามประเด็น คือ สงคราม, ปัญหาสิ่งแวดล้อม/พลังงาน และวิกฤติเศรษฐกิจ (ดูการขยายความ จากสามย่อหน้าถัดไป)
  3. Dust Bowl : ที่ราบใหญ่ตอนกลางของสหรัฐอเมริกา ซึ่งรวมทั้งแคนซัส, โอคลาโฮมา, เท็กซัส, นิวเม็กซิโก และ โคโลราโด บริเวณแห่งนี้ประสบปัญหาจากพายุใหญ่ในช่วงทศวรรษ 1930 รัฐบาลกลางและ รัฐบาลของมลรัฐในแถบนี้พยายามโครงการเพื่อรักษาที่ดินในช่วงปี 1935 ซึ่งรวมทั้งการปลูกหญ้าในพื้นที่บริเวณกว้างและการสร้างแนวป้องกันด้วยแถบป่าไม้ ; ดู MS Encarta
  4. Great Depression : ภาวะเศรษฐกิจตกต่ำทั่วประเทศ เริ่มจากเหตุการณ์ “อังคารทมิฬ” ซึ่งตลาดหุ้นในวอลล์สตรีทตกต่ำอย่างหนักในเดือนตุลาคม 1929 และหลังจากนั้นภาวะเศรษฐกิจตกต่ำก็แพร่ไปทั่วโลก หลังจากนั้นก็เกิดภาวะการว่างงาน ความยากจน บริษัททำกำไรได้น้อย เงินเฟ้อ เศรษฐกิจชะลอตัว คาดกันว่าปัญหาเป็นเพราะการขาดความมั่นใจทางเศรษฐกิจในอนาคตอย่างฉับพลัน ซึ่งเป็นผลมาจากหนี้เอกชนในระดับสูง การกำกับดูแลตลาดที่ย่ำแย่ ซึ่งส่งผลให้ภาคการเงินแสวงหาความร่ำรวยอย่างไร้คุณภาพ ในช่วงเริ่มแรกรัฐบาลตอบสนองด้วยการออกกฎหมายปกป้องตลาด (Smooth-Hawley Tariff Act) แทนที่จะผลิตนโนบายกระตุ้นเศรษฐกิจ จึงยิ่งทำให้ปัญหาทางเศรษฐกิจยิ่งรุนแรงมากขึ้น ภาวะความตกต่ำทางเศรษฐกิจครั้งนี้ส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองขนาดใหญ่และนำมาสู่ นโยบายการฟื้นฟูทางเศรษฐกิจขนาดใหญ่ (The New Deal) ของ ประธานาธิบดี แฟรงคลิน ดี รูสเวลท์ ; ดู Great Depression in the United States

ที่มา :

  • สำนวนแปลจาก – ประชาไท , โดยมีการปรับปรุงเล็กน้อย (ดูอีกสำนวนแปลจาก – มติชน เปรียบเทียบ)
  • สคริปต์ที่ถอดจาก – CNN
  • ขอบคุณ คุณ lulu สำหรับความเห็นเพื่อปรับปรุงบทแปล และข้อมูลเพิ่มเติมหลายประการ (อ่านความเห็น 4-5)

Comments

7 Responses to “คำแถลงประกาศชัยชนะ ของบารัค โอบามา”

  1. 1. Oh! Mama, … ทั่นประธานธิบดี โอบาม่า ! « Let’s talk about the Culture . . . . . Gap! on November 6th, 2008 15:49
  2. 2. Oh! Mama, … ทั่นเพรสซิเดนท์ โอบาม่า ! « Let’s talk about the Culture . . . . . Gap! on November 6th, 2008 16:12
  3. 3. Ink on November 7th, 2008 9:20

    คนที่อเมริกานี่ยินดีกับที่โอบามาได้รับเลือกตั้งมากๆ ครับ ในเมืองผมนี่คนถึงกับออกมาที่ถนน แล้วฉลองกันเลยนะครับ เหมือนกับว่าโอบามานี่เป็นผู้นำมาซึ่งความหวังอย่างแท้จริงๆ ครับ หลังจากที่เค้าได้รับเลือกแล้วนี่บรรณยากาศแห่งความโล่งออกนี่ปรากฏออกมาอย่างเห็นได้ชัดเลยครับ ผมก็หวังว่าเค้าจะสามารถนำความเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้นมาสู่ประเทศนี้ และโลกโดยรวมนะครับ ไม่ใช่เป็นเพียงแค่ดอกไม้ไฟ

  4. 4. lulu on November 9th, 2008 14:31

    dust bowl นี่คือปรากฏการณ์พายุฝุ่นที่เกิดจากความแห้งแล้งในภาคกลางของอเมริกานะครับ ประมาณว่ายุค 30s-40s คนอเมริกา go west ไปหาพื้นที่เพาะปลูกแล้วก็ลงหลักปักฐานในเขตภาคกลางของประเทศกันเยอะ แต่พอเพาะปลูกกันเยอะ ๆ สิ่งที่เกิดขึ้นคือความแห้งแล้งที่เกิดขึ้นอย่างรุนแรงในเขตนั้น แถมลมที่พัดเอาความชื้นจากอ่านแมกซิโกดันเปลี่ยนทางซะอีก ก็เลยเกิดความแห้งแล้งอย่างรุนแรงแล้วทำให้เกิดพายุฝุ่นที่รุนแรงมากประมาณว่าพัดจากรัฐในกลางประเทศ เช่น โอคลาโฮมา ไปจนถึงนิวยอร์ก หรือว่า วอชิงตันดีซี (ว่ากันว่า มีนักการเมืองคนหนึ่งต้องการออกกฏหมายช่วยเหลือรัฐตอนกลางประเทศจากความแห้งแล้ง แต่ว่าคนส่วนใหญ่ในสภาไม่เชื่อว่าเป็นจริง นักการเมืองคนนี้ก็พูดไปเรื่อย ๆ จนพายุที่ว่าพัดมาถึงอาคารรัฐสภา แล้วเขาก็ชี้ออกไปนอกหน้าต่างแล้วพูดว่า ดูด้วยตาของท่านเองละกัน)

    และคิดว่าแปลกตกไปย่อหน้าหนึ่งนะครับ (ก่อนหน้า ผู้ชายแตะเท้าเหยียบดวงจันทร์) อย่าหน้านี่สำคัญ เพราะพูดถึงเรื่อง”คนดำ”ล้วน ๆ เลย

    She was there for the buses in Montgomery, the hoses in Birmingham, a bridge in Selma, and a preacher from Atlanta who told a people that “we shall overcome”. Yes, we can.

  5. 5. lulu on November 9th, 2008 15:03

    1) เจอแปลตกอีกย่อหน้านะครับ ต่อจาก “แต่เราเป็น และจะเป็น”สหพันธ์รัฐอเมริกา”อยู่เสมอ”

    It’s the answer that led those who have been told for so long by so many to be cynical, and fearful, and doubtful of what we can achieve to put their hands on the arc of history and bend it once more toward the hope of a better day.

    2) ตอนพูดถึงลูกสาวนั่น เขาบอกว่า จะได้ลูกหมาตัวใหม่ (new puppy) ในวันที่เข้าทำเนียบขาว (ประธานาธิบดีเก่ง ๆ มักชอบเลี้ยงหมา)

    3) ตอนพูดถึง two wars นี่ น่าจะหมายถึงสงครามในอิรัคและอาฟกานิสถานนะครับ (ซึ่งเขามาขยายความในช่วงถัดไป) นั่นคือเขากำลังพูดถึง 3 ประเด็นหลักคือ สงคราม, เศรษฐกิจ และก็สิ่งแวดล้อม

    4) ต่อจาก dust bowl ข้างบน “depression across the land” นี่น่าจะหมายถึง the great depression นะครับ เพราะว่าเกิดยุคเดียวกัน (30s)

  6. 6. kan on November 9th, 2008 22:37

    ขอบคุณ คุณ lulu มากครับ ตอนแรกผมใช้สำนวนแปลจากมติชนมาลง ซึ่งไม่คิดว่าเขาจะมีตกหล่นมาก (ดูจากผลงานแปลที่ผ่านมา) ไม่แน่ใจว่าเป็นเพราะอะไร แต่นี่ก็ไม่ใช่ข้ออ้างที่จะปัดความรับผิดชอบของเรา

    ต้องขออภัยทุกท่าน รวมทั้งคุณ lulu ที่ไม่ได้ตรวจทานบทแปลให้เรียบร้อยก่อน

    ผมได้ตัดสินใจนำเอาบทแปลจาก “ประชาไท” มาลง เพราะเห็นว่าแปลได้ใจความกว่า แต่ก็มีการแก้ไขและเพิ่มเชิงอรรถขยายความตามเท่าที่เห็นว่าเหมาะสม พร้อมกันนี้ก็ได้ทิ้ง URL ของทั้งสำนวนแปลจากมติชน และ script ที่ถอดการปราศรัยของโอบามาโดย CNN มาลงไว้เปรียบเทียบกันด้วย

    ขอบคุณ คุณ lulu อีกครั้งที่ช่วยร่วมเสนอความคิดเห็น และข้อติชมเข้ามา หวังว่าจะได้รับความกรุณาอีกเรื่อยๆนะครับ

  7. 7. บทแปลคำปราศรัยประกาศชัยชนะของโอบาม่า | PitiSSS.co.cc on November 11th, 2008 14:40

    [...] สำนวนแปลบางส่วนจาก: http://www.siamintelligence.com/wordpress/obama-victory-speech/ [...]

Got something to say?