Practical Report ฟองสบู่น้ำมันแตกแล้ว?

โดย สมสกุล เผ่าจินดามุข

6 เดือนก่อน หากไปถามคนทั้งในวงการและนอกวงการคงไม่มีใครเชื่อว่า ราคาน้ำมันดีเซลที่พุ่งสูงสุด 44 บาทกว่า เมื่อ 7 กรกฎาคม 2551 จะหล่นมาเหลือ 19 บาทกว่าเช่นเดียวกับเชื้อเพลิงชนิดอื่น ไม่ว่าจะเป็นแก๊สโซฮอล์ 95 และ 91 และเบนซินธรรมดาที่ปรับลดลงมาเกินครึ่งหนึ่ง จากราคาสูงสุดเมื่อกลางปี

มันน่าฉงน หากย้อนพิจารณาราคาน้ำมันที่ต้องใช้เวลา 3 ปีถึงปรับเพิ่มขึ้นมา 1 เท่าตัว แต่ใช้เวลาเพียง 6 เดือนลดลงอยู่ระดับเดียวกับ 3 ปีที่แล้ว

ไม่นานมานี้ นักวิจัยจากสวิตเซอร์แลนด์ และจีน ศึกษาการปรับตัวของราคาน้ำมันโดยดูเทียบกับอุปสงค์และอุปทานในตลาดโลกย้อนหลังไป 4 ปี ได้ข้อสรุปที่ตรงกันว่า “พวกเรากำลังอยู่ในช่วงฟองสบู่น้ำมัน”

ทำไมนะหรือครับ ก็เพราะกราฟแสดงการปรับตัวของราคาน้ำมันฟ้องชัดว่า ราคาน้ำมันพุ่งเร็วกว่าระดับเอ็กซ์โพเนนเชียล พูดอีกอย่าง ก็คือ ราคาน้ำมันช่วงที่ผ่านมาไม่ได้เกี่ยวข้องกับอุปสงค์/อุปทานเลย แต่เป็นเพราะการเก็งกำไรมากกว่า

ข้อมูลที่พวกเขานำมาวิเคราะห์นอกจากราคาน้ำมันตั้งแต่ปี 2548 แล้ว ยังนำอัตราแลกเปลี่ยนสกุลดอลลาร์ ยูโร และสกุลหลักอื่นมาประกอบการวิเคราะห์ด้วย เพื่อยืนยันว่า ราคาที่ปรับขึ้นรวดเร็วไม่เกี่ยวกับการอ่อนตัวของเงินดอลลาร์ และยังพอตรวจสอบอุปสงค์และอุปทานน้ำมันทั่วโลก โดยเฉพาะความต้องการใช้น้ำมันในประเทศเศรษฐกิจใหม่อย่างจีนและอินเดีย

จากแบบจำลองที่ต่างกัน 3 บริบท ได้ข้อสรุปอย่างเดียว คือ “ฟองสบู่” เป็นการคาดการณ์ล่วงหน้าว่าราคาอนาคตจะสูงขึ้น เลยกระพือให้ราคาน้ำมันเพิ่มขึ้น โดยไม่มีเหตุผลด้านพื้นฐานรองรับ

จุดสังเกตที่สำคัญ คือ ปี 2547 และ 2548 อุปสงค์และอุปทานน้ำมันทั่วโลกเพิ่มขึ้นเหมือนกันหมด พอมาต้นปี 2549 อุปทานเริ่มตกลง อีก 2-3 เดือนต่อมาอุปสงค์ลดลงตาม และหลังจากนั้น 6 เดือน ราคาน้ำมันถึงเริ่มลดลง

ช่วงระหว่างกลางปี 2549 ถึงต้นปี 2550 อุปสงค์กับอุปทานเริ่มผันผวน จากนั้นอุปสงค์ อุปทาน และราคาน้ำมันทะยานขึ้นอย่างต่อเนื่องทำสถิติสูงสุดรอบใหม่สุดเป็นประวัติการณ์

ครั้นลองเอาอุปทานและอุปสงค์ล่าสุด (ก.ค.) มาเทียบกัน ก็มาเจอว่าอุปทานสูงเกินกว่าอุปสงค์ถึงครึ่งล้านบาร์เรลต่อวัน แต่ราคาดันทะลึ่งเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ที่ผ่านมา ดุลระหว่างอุปทานและอุปสงค์ส่งผลต่อราคาน้ำมันน้อยมาก นักวิจัยเลยตั้งข้อสังเกตว่า ปัจจัยที่ส่งผลกระทบต่อราคาน้ำมันอย่างมาก น่าจะมาจากที่อื่นที่ไม่ใช่อุปสงค์/อุปทาน

และได้คำตอบสุดท้าย ว่า เป็นเรื่องของการเก็งกำไร เป็นเพราะการบริโภคข่าวลือหนาหูว่าน้ำมันใกล้หมดโลกทำให้ราคาสูงขึ้น

ส่วนปัจจัยหนุนอื่น อาจเป็นเพราะนักลงทุนกำลังมองหาผลตอบแทนรายได้สูงสุดจากการลงทุนหลังจากฟองสบู่เศรษฐกิจสหรัฐ แตกไปแล้ว 3 ฟอง (ฟองสบู่อินเทอร์เน็ตปี 2540 ฟองสบู่อสังหาฯ ปี 2549 และปัญหาหนี้ด้อยคุณภาพปี 2550)

บางส่วนหันมาเก็งกำไรหลังรัฐบาลสหรัฐยกเลิกกฎระเบียบการค้าน้ำมันล่วงหน้าเมื่อต้นปี 2549 ซึ่งตอนนั้นทำให้เกิดความผันผวนขึ้นช่วงสั้นๆ สุดท้าย นักลงทุนอาจวิตกว่า ค่าเงินดอลลาร์อ่อนอาจกระตุ้นให้คนหันไปทำประกันความเสี่ยงเผื่อราคาน้ำมันปรับตัวขึ้นในอนาคต

ตอนนี้อาจพูดไม่ได้เต็มปากว่า ฟองสบู่น้ำมันแตกแล้ว แต่ราคาน้ำมันที่ลดลงอย่างรวดเร็วในช่วง 6 เดือน พอให้ข้อสรุปบางอย่างได้บ้าง

ที่มา : กรุงเทพธุรกิจ ออนไลน์