เมื่อวานนี้ ราคาน้ำมันในตลาดล่วงหน้าสหรัฐฯ ได้ปรับตัวสูงขึ้นกว่า 60 ดอลลาร์ ทั้งที่เมื่อสัปดาห์ก่อน ราคาน้ำมันยังอยู่ต่ำกว่า 60 ดอลลาร์ เนื่องจากผลประกอบการของบริษัทน้ำมันสหรัฐ ย่ำแย่กว่าที่คาด
อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์บางส่วนยังเชื่อว่า อุปสงค์ความต้องการพลังงานของสหรัฐฯ ยังอ่อนแอ ขณะที่นักลงทุนในตลาดแห่กันซื้อหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี เนื่องจากบริษัทอินเทล ผู้ผลิตคอมพิวเตอร์ยักษ์ใหญ่ มีผลประกอบการดีเป็นไปตามเป้าหมาย จึงสร้างความหวังให้กับนักลงทุนว่า “เศรษฐกิจอเมริกา” อาจจะเริ่มฟื้นตัว
ในช่วงวิกฤตเศรษฐกิจ สิ่งที่ต้องระมัดระวัง คือ กระแสข่าวลือต่างๆที่มีความผันผวนตลอดเวลา ทำให้ผู้ที่ขาดทักษะการวิเคราะห์ข้อมูลเดินหลงทางและนำไปสู่หายนะได้ โดยเฉพาะ ในช่วงวิกฤตเศรษฐกิจนั้น ความผิดพลาดเป็นสิ่งที่ไม่อาจให้อภัยได้
จากการประเมินของ SIU คาดว่า เศรษฐกิจสหรัฐฯไม่น่าจะฟื้นตัวได้ในระยะสั้น แม้ว่าอุตสาหกรรมเทคโนโลยี จะมีแนวโน้มที่ดีก็ตาม เนื่องจากอุตสาหกรรมเทคโนโลยีนั้น ยังมีช่องว่างการตลาดให้เติบโตได้อีกมากมาย ทำให้ได้รับผลกระทบจากวิกฤตไม่มากนัก แต่สำหรับอุตสาหกรรมการเงิน อุตสาหกรรมก่อสร้าง และรวมถึงอุตสาหกรรมพลังงาน ซึ่งเป็นอุตสาหกรรมที่อยู่ในภาวะอิ่มตัว โดยก่อนหน้านี้ได้เติบโตจากภาวะฟองสบู่ จึงทำให้ยากจะฟื้นตัวได้ในช่วงเวลาอันสั้น
เศรษฐกิจสมัยใหม่มีความลักลั่นขัดแย้งสูงมาก ในช่วงวิกฤต ก็มักจะมีอุตสาหกรรมที่ได้ประโยชน์ ขณะที่ในช่วงเฟื่องฟู กลับมีบางอุตสาหกรรมที่ล้มละลาย ขณะที่ราคาน้ำมันในปัจจุบัน ก็ไม่ได้สะท้อนภาพเศรษฐกิจจริง แต่ผันผวนไปตามแรงเก็งกำไรช่วงสั้น ยิ่งกว่านั้น ราคาน้ำมันที่สูงต่อเนื่องในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ได้ทำให้อุตสาหกรรมพลังงานทางเลือกเติบโตขึ้นมากมาย ราคาน้ำมันจึงผันผวนคาดเดาได้ยากยิ่งขึ้น อย่างไรก็ตาม ยังเชื่อได้ว่าแนวโน้มราคาน้ำมันในระยะยาว 5-10 ปีต่อจากนี้ น่าจะอยู่ในระดับที่ไม่สูงนัก โดยเฉพาะเมื่อบริษัทน้ำมันขนาดใหญ่ของโลก ได้เริ่มเข้ามาลงทุนในอุตสาหกรรมพลังงานทางเลือกอย่างจริงจังแล้ว
