จากที่ติดป้ายหาเสียง “อย่าปล่อยสัตว์เข้าสภา” จนเรียกเสียงฮือฮามาได้ 2 ชุด ทางพรรคเพื่อฟ้าดิน เจ้าของป้ายทั้งสองชุด และพันธมิตรฯ ก็แถลงข่าวเปิดตัวป้ายชุดที่สามซึ่งเป็นชุดสุดท้าย มีกำหนดติดป้าย 24 มิ.ย. ไปจนถึงวันเลือกตั้ง

ป้าย Vote No แบบที่สามของพันธมิตร-พรรคเพื่อฟ้าดิน (ภาพจาก Manager)
สำหรับป้ายชุดที่ 3 ยังใช้โทนสีเหลือง ตัวอักษรสีดำ แต่ไม่มีภาพสัตว์หรือภาพนักการเมืองใดๆ โดยเป็นป้ายที่มีแต่ข้อความล้วนๆ ดังนี้
- “เลือกพรรคไหนก็แพ้ทักษิณ มาร่วมสร้างอำนาจต่อรองให้ประชาชน”
- “3 ก.ค. เข้าคูหา กาไม่เลือกใคร โหวตโน 26 เขต หยุด ระบอบทักษิณได้”
นายปานเทพ พัวพงษ์พันธ์ โฆษกพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ให้สัมภาษณ์ถึงป้ายรณรงค์ว่า
เป็นป้ายข้อความต่อเนื่องกัน โดยป้ายแรกระบุข้อความ “เลือกพรรคไหนก็แพ้ทักษิณ มาร่วมสร้างอำนาจต่อรองให้ประชาชน” ที่เป็นเช่นนั้นเพราะจากสถิติการเลือกตั้งเมื่อ 23 ธ.ค.50 ที่แม้ว่าพันธมิตรฯจะสนับสนุนลงคะแนนให้พรรคประชาธิปัตย์ แต่ก็ยังไม่สามาถเอาชนะพรรคพลังประชาชนในขณะนั้นได้ อีกทั้ง 2 ปีกว่าที่ผ่านมารัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์ก็ไม่ประสบความสำเร็จในการที่จะทำให้ พรรคเป็นที่นิยมมากขึ้น โดยเฉพาะการแก้ไขปัญหาความรุนแรงในบ้านเมือง ปัญหาการทุจริตคอร์รัปชั่น และไม่เดินหน้าในการปฏิรูปการเมือง ในขณะที่คนเสื้อแดงได้ขยายตัวไปเป็นจำนวนมาก สร้างความเชื่อในทางที่ผิด ถือเป็นการเมืองที่ล้มเหลวทั้งคู่ ฝ่ายหนึ่งก็ใช้การปลุกระดมโฆษณาชวนเชื่อ อีกฝ่ายก็อ่อนแอเกินกว่าที่จะรับมือได้ และทำให้ 3 ปีกว่าที่ผ่านมาคนเสื้อแดงและระบอบทักษิณเจริญเติบโตขึ้น ขณะที่พรรคประชาธิปัตย์เสื่อมถอยลง จึงไม่แปลกใจที่ผลการสำรวจทุกสำนักต่างสรุปตรงกันว่าพรรคเพื่อไทยจะชนะพรรค ประชาธิปัตย์
ป้ายแบบที่สอง ได้ระบุข้อความ “3 ก.ค.เข้าคูหากาไม่เลือกใคร โหวตโนชนะ 26 เขต หยุดระบอบทักษิณได้ เปิดสภาไม่ได้ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 93, 127 และกฎหมายเลือกตั้งมาตรา 88-89” ซึ่งกฎหมายดังกล่าวบัญญัติว่าหากคะแนนโหวตโนชนะที่เขตเลือกตั้งใด การเลือกตั้งในเขตนั้นจะเป็นโมฆะ และถ้ามีมากเกินกว่า 26 เขต ก็จะประชุมสภาฯไม่ได้
ที่มา Manager Online
ขณะนี้ยังมีความสับสนในเรื่องการโหวตโนเพื่อให้ที่นั่งในสภาไม่พอเปิดประชุมสภาอยู่มาก ผู้ที่สนใจสามารถอ่านได้จากบทความ “ไม่ประสงค์จะลงคะแนน” (Vote No) มีผลทางกฎหมายอย่างไร? โดย วีรพัฒน์ ปริยวงศ์ นิติศาสตรมหาบัณฑิต (รางวัลทุนฟุลไบรท์และวิทยานิพนธ์เกียรตินิยม) มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด
