Practical Report พาที สารสิน ซีอีโอนกแอร์ ตอบคำถามจาก SIU ผ่าน Twitter

จากกรณี การบินไทยร่วมทุน Thai Tiger Airways สายการบินโลว์คอสต์ เป็นผลให้นายโสภณ ซารัมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมถึงกับเต้น เพราะมองว่าเป็นการร่วมมือที่เร็วเกินไป และสั่งให้การบินไทยชี้แจงข้อมูลในอีกหลายประเด็น เช่น การจัดตั้งสายการบินไทย ไทเกอร์ จะมีผลกระทบต่อการดำเนินงานของสายการบินไทยหรือไม่อย่างไร และผลกระทบต่อสายการบินนกแอร์ ซึ่งการบินไทยถือหุ้นอยู่ว่าในอนาคตจะบริหารสายการบินนกแอร์อย่างไร (อ่านข้อมูลเพิ่มเติมได้จาก โพสต์ทูเดย์)

ฝ่ายการบินไทย นำโดยนายปิยสวัสดิ์ อัมมระนันท์ กรรม​การ​ผู้อำนวย​การ​ใหญ่ และนายอำพน กิตติอำพน เลขาธิการคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ(สภาพัฒน์) ในฐานะประธานกรรมการบริษัทการบินไทย ได้ตอบในประเด็นของนกแอร์ว่า

คณะกรรมบริษัทการบินไทย เห็นชอบข้อตกลงให้เจรจาตั้งสายการบินต้นทุนต่ำ ไทย ไทเกอร์ แอร์เวย์ส หลังจากที่เห็นว่าส่วนแบ่งการตลาดของบริษัทการบินไทยลดลง เนื่องจากถูกสายการบินต้นทุนต่ำที่ขยายตัวมากขึ้น โดยเส้นทางบินในภูมิภาคลดจาก 40% เหลือ 10% และภายในประเทศลดจาก 50% เหลือ 30% ถ้าไม่มีการเปลี่ยนแปลงยุทธศาสตร์อีก 2 ปีข้างหน้า ผลกระทบจะสูงมาก

ที่ผ่านมา การบินไทยได้พยายามหารือเรื่องการเพิ่มทุนกับบริษัทนกแอร์จาก 39% เป็น 49% เพื่อให้นกแอร์เข้ามาทำตลาดโลว์คอสต์มากขึ้น แต่ 8 เดือนที่ผ่านมานกแอร์ไม่สามารถเสนอยุทธศาสตร์ให้พิจารณาได้ จึงเป็นเหตุผลให้กรรมการการบินไทย ต้องหาทางในการพัฒนาธุรกิจโลว์คอสต์ด้วยตัวเอง

นายอำพน ยืนยันว่า ไม่มีความเห็นขัดแย้งกับบริษัทนกแอร์ แต่แนวคิดนี้เป็นความเห็นของกรรมการการบินไทย ซึ่งผมในฐานะประธานบอร์ดต้องพิจารณาตามระเบียบ เพราะถือเป็นโอกาสทางธุรกิจ อย่าพยายามให้ไปทะเลาะกับใครเลย

ที่ผ่านมาได้เคยหารือกับนายพาที สารสิน ผู้จัดการนกแอร์แล้ว แต่นกแอร์ไม่อยากพัฒนาตัวเองเป็นซุปเปอร์โลว์คอสต์ ยังอยากบินจากสนามบินดอนเมืองเป็นหลัก ถือเป็นโลว์คอสต์เฉพาะจุด ซึ่งนกแอร์มีกำไรของตัวเองอยู่ เพียงแต่ตอบโจทย์การบินไทยไม่ได้ ที่ต้องการเป็นซุปเปอร์โลว์คอสต์

“มีการเจรจากับทางนกแอร์เพื่อการบินไทยจะขอไปเพิ่มทุนโดยขอให้นกแอร์ทำ ยุทธฑศาสตร์การเบ็นซุปเปอร์โลคอส แต่ในช่วงแปดเดือนที่ผ่านมาไม่มีความคืบหน้า ได้คุยกับนายพาทีแล้ว เขาอยากเป็นโลว์คอสต์เฉพาะจุด และถ้าการบินไทยยังปล่อยให้ธุรกิจเป็นอย่างนี้อยู่ ต่อไปขาก็จะด้วนขึ้นทุกที” นายอำพน ระบุ

(ข้อมูลจากหนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์)

ด้านนายพาที สารสิน ซีอีโอของนกแอร์ ให้สัมภาษณ์ว่านกแอร์ไม่ได้รับผลกระทบจากสายการบินใหม่

นายพาที สารสิน ประธานเจ้าหน้าที่บริหารสายการบินนกแอร์ เปิดเผยถึงกรณี บมจ.การบินไทย ในฐานะบริษัทแม่ ร่วมทุนกับสายการบิน ไทเกอร์ แอร์ไลน์ เพื่อเปิดให้บริการสายการบินระหว่างประเทศ ต้นทุนต่ำภายใต้ชื่อ สายการบินไทย ไทเกอร์ แอร์ ว่า การดำเนินการดังกล่าว ไม่กระทบต่อนกแอร์ และไม่ถือว่าสายการบินไทย ไทเกอร์แอร์ เป็นคู่แข่งแต่อย่างใด เนื่องจากการบินไทยวางตำแหน่ง ไทย ไทเกอร์ เป็นสายการบินภูมิภาค แม้จะมีเส้นทางบินในประเทศที่ทับซ้อนกันบ้าง แต่เป็นเที่ยวบินที่บินไปยังหัวเมืองใหญ่ๆ ที่มีจำนวนผู้ใช้บริการสูง และเชื่อว่าจะไม่ส่งผลกระทบต่อแผนระยะยาวของนกแอร์ ที่มีเป้าหมายขยายขอบเขตให้บริการเที่ยวบินระหว่างประเทศในอีก 1-2 ปี ข้างหน้า โดยจะสร้างความแตกต่างอย่างชัดเจน ทั้งกลุ่มเป้าหมาย และขอบเขตการทำตลาดที่เน้นลูกค้าระดับบน กว่าสายการบินไทย ไทเกอร์ แอร์

(ข้อมูลจากหนังสือพิมพ์ประชาทรรศน์)

เนื่องจากคุณพาที สารสิน เป็นซีอีโอที่ใช้การสื่อสารผ่าน Twitter อย่างโดดเด่นในประเทศไทย ทาง SIU จึงสอบถามไปยัง @patee122 ซึ่งเป็นบัญชีของคุณพาที ในช่วงสายของวันที่ 7 สิงหาคม 2553

ซึ่งได้รับคำตอบจากคุณพาทีทันที ผ่าน Twitter ดังนี้ (อ่านจากล่างขึ้นบน)

จากคำตอบของพาที เราอาจสรุปได้ว่าพาทียังมั่นใจกับการดำเนินการของนกแอร์ในปัจจุบัน และยังยืนยันแนวทางการขยายตัวที่ยังเน้นเฉพาะในประเทศ (ซึ่งเป็นข้อมูลที่ตรงกับคำสัมภาษณ์ของอำพนและปิยสวัสดิ์)

หลังจากสอบถามเพิ่มเติมว่า นกแอร์กำลังถูกตั้งคำถามจากสังคมอย่างหนักว่าไม่สามารถดำเนินธุรกิจได้อย่างที่การบินไทยต้องการ จึงต้องนำไทเกอร์แอร์ไลน์เข้ามา โดยเฉพาะหลังจากนายปิยสวัสดิ์ ได้ให้สัมภาษณ์ในรายการเรื่องเด่นเย็นนี้ กับนายสรยุทธ สุทัศนะจินดา ทางช่อง 3 เมื่อวันที่ 6 สิงหาคม 2553 ได้รับคำตอบจากคุณพาที ดังนี้ (อ่านย้อนจากล่างขึ้นบน)

พาทีตอบคำถามว่า

  • จะแก้ปัญหาเครื่องดีเลย์ โดยการซื้อเครื่องเพิ่ม
  • ปัญหาเรื่องเพิ่มทุนของนกแอร์ เป็นเรื่องของผู้ถือหุ้น
  • นกแอร์จะยังมั่นใจในการดำเนินการของตัวเอง โดยไม่ต้องเต้นตามท่าทีของการบินไทย
  • ผลประกอบการของนกแอร์ยังไปได้ดี

ข้อมูลด้านแผนการเพิ่มเครื่องบิน และผลประกอบการของนกแอร์

ในวันที่ 4 สิงหาคมนี้ ในการประชุมบอร์ดนกแอร์จะเสนอพิจารณาแผนเช่าฝูงบินอนาคต จากบริษัท จี แคช จำกัด เพิ่มเครื่องบินใหม่ทดแทนเครื่องรุ่นเก่า กำหนดทยอยนำมาปลายปีนี้เรื่อยไปจนถึงสิ้นปี 2555 จำนวน 12 ลำ แยกเป็น โบอิ้ง B737-800 รวม 8 ลำ ขนาดบรรทุกลำละ 189 ที่นั่ง (เข้ามาแทนโบอิ้ง B737-400) และ ATR อีก 4 ลำ ขนาดบรรทุกลำละ 70 ที่นั่ง วางกลยุทธ์นำมาบินในจังหวัดเล็ก ๆ จากกรุงเทพฯ ปลายทางแพร่ น่าน ร้อยเอ็ด ชุมพร

ส่วนผลการดำเนินงานของนกแอร์ ตลอดครึ่งปีแรกระหว่างมกราคม-มิถุนายนปีนี้ สามารถทำกำไรสุทธิเกิน 400 ล้านบาท โดยเฉพาะช่วงนอกฤดูเดินทาง (low season) มิถุนายน มีกำไรสุทธิ 27 ล้านบาท กรกฎาคมมีกำไรสุทธิ 50 ล้านบาท และยอดผู้โดยสารจองซื้อตั๋วล่วงหน้าตลอดสิงหาคมนี้เกิน 30% สะท้อนภาพธุรกิจการบินในประเทศกำลังดีวันดีคืน

(ข้อมูลจากประชาทรรศน์)

อย่างไรก็ตาม นายพาทียังไม่ได้ตอบคำถามโดยว่า เพราะเหตุใด การบินไทยถึงไม่พอใจกับผลการเติบโตของนกแอร์ โดยตอบเพียงแค่ว่า ได้คุยกับนายปิยสวัสดิ์อยู่ตลอด

บทวิเคราะห์ SIU

SIU มองว่านายพาที สามารถนำพานกแอร์ให้มีผลประกอบการที่ดี และเน้นการเติบโตอย่างมั่นคง ซึ่งเป็นแนวทางที่ดีแนวทางหนึ่ง แต่อาจไม่เพียงพอต่อความต้องการจากฝ่ายการบินไทย ซึ่งกำลังประสบปัญหาอย่างหนักจากคู่แข่งสายการบินโลว์คอสต์ โดยเฉพาะ Thai AirAsia ซึ่งเป็นสายการบินโลว์คอสต์อันดับหนึ่งของภูมิภาคจากมาเลเซีย การที่นกแอร์ซึ่งไม่ได้ร่วมทุนกับสายการบินโลว์คอสต์อื่น และเริ่มสร้างสายการบินมาใหม่ตั้งแต่ต้น จึงอาจมีความสามารถในการแข่งขันสู้กับ Thai AirAsia โดยตรงไม่ได้ และด้วยสถานการณ์ของตลาดที่ไม่รอช้า เป็นผลให้การบินไทยต้องปรับยุทธศาสตร์โดยการดึง Tiger เข้ามา เพราะด้วยสถานะสายการบินโลว์คอสต์อันดับสองของภูมิภาค ย่อมทำให้ Thai Tiger ต่อสู้กับ Thai AirAisa ได้สูสีมากขึ้น

ในมุมมองของผู้บริโภคแล้ว การเข้ามาของสายการบินใหม่ ย่อมส่งผลดีต่อการแข่งขันในตลาด นายสรยุทธ สุทัศนะจินดา ได้ตั้งโพลสอบถามผู้ชมรายการเรื่องเล่าเสาร์อาทิตย์ วันที่ 7 สิงหาคม ว่าเห็นด้วยกับที่การบินไทยลงทุนใน Thai Tiger หรือไม่ ซึ่งมีผู้ชมที่เห็นด้วยประมาณ 79.53%

ส่วนนกแอร์ก็ต้องพิสูจน์ตัวเองในระยะยาว ว่าการเข้ามาของ Thai Tiger ไม่ส่งผลกระทบ โดยแสดงให้เห็นผ่านผลประกอบการ ส่วนแบ่งตลาด และความพึงพอใจของผู้บริโภคต่อไป ในขณะที่การบินไทยก็ต้องวางยุทธศาสตร์ของตัวเองในระยะยาวต่อไป ว่าจะมีความสัมพันธ์ในรูปแบบใดกับนกแอร์ ระหว่างการเพิ่มทุนเพื่อเพิ่มสัดส่วนในการถือหุ้น ซึ่งจะส่งผลต่ออิทธิพลของการบินไทยในนกแอร์ หรือจะขายหุ้นทิ้ง เพื่อปล่อยให้นกแอร์เป็นกิจการอิสระเต็มตัว

อย่างไรก็ตาม ในกรณีนี้แสดงให้เห็นพลังของสื่ออินเทอร์เน็ต ที่ช่วยให้ซีอีโอของบริษัทธุรกิจขนาดใหญ่ จากเดิมที่เข้าถึงได้ยาก สามารถใช้โอกาสนี้ตอบคำถามของผู้บริโภค ซึ่งอาจเป็นลูกค้าหรือว่าที่ลูกค้าขององค์กรได้โดยตรง ถือเป็นตัวอย่างของการทำ CRM ที่ตรงไปตรงมาและได้ผลมากชนิดหนึ่ง

ข้อมูลผู้ถือหุ้นของนกแอร์

นกแอร์ก่อตั้งเมื่อปี 2547 โดยมีการบินไทยถือหุ้นใหญ่ 39% และมีผู้ถือหุ้นสถาบันอื่นๆ ดังภาพ (ข้อมูลจากเว็บไซต์นกแอร์)

สำหรับผู้บริหารชุดปัจจุบันของนกแอร์ ได้แก่ นายพาที สารสิน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร, นายปิยะ ยอดมณี รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารอาวุโส, นายสมมิตร เหลืองวรา รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารสายงานบัญชีและการเงิน, กัปตันสรรใจ บุญมา รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายปฏิบัติการบิน

  • http://www.tyui.co.cc goop2565

    อยากให้มีประวัติหรือคำถามและคำตอบที่เกี่ยวกับเรื่องเสวนาพาทีเพื่อนสี่ภาค

  • http://www.tyui.co.cc goop2565

    “ดินแดนที่โอบล้อมด้วยภูผาที่เราสามารถสัมผัสดินสัมผัสน้ำทะเลหมอกหนา”คือภาคใด

  • กิกิ

    นกมินิเชียงใหม่ อุดร มีดีเลย์หรือยกเลิกเที่ยวบินหรือป่าว
    จะบินช่วงสิงหา 2554 ต้องไปทำูธุระสำคัญ
    มีการรับผิดชอบต่อปัญหาอย่างไรหรือเปล่า
    มั่นใจกับเที่ยวบินได้มากแค่ไหน
    ธุระสำคัญจริงๆ เลื่อนไม่ได้
    ต้องการความมั่นใจในเวลาบิน
    กรุณาตอบกลับด้วยค่ะ