Practical Report คณะรัฐมนตรีอนุมัติงบสร้างถนน อุตรดิตถ์-ปากลาย เชื่อมการค้าไทยลาวตอนเหนือ

ข่าวเล็กๆ ที่น่าสนใจในการประชุมคณะรัฐมนตรี 1 พฤษภาคม 2555 คือการอนุมัติหลักการสร้างถนนในประเทศลาว จากด่านภูดู่ อำเภอบ้านโคก จ.อุตรดิตถ์ ไปยังเมืองปากลาย แขวงไชยะบุรี สปป.ลาว

โครงการนี้จะช่วยเปิดเส้นทางการค้าระหว่างไทย-ลาว เส้นทางจังหวัดอุตรดิตถ์ และแขวงไชยะบุรี เพิ่มอีกจุดหนึ่ง

ค่าใช้จ่ายของโครงการนี้อยู่ที่ 718 ล้านบาท โดยแบ่งเป็นเงินกู้แก่ประเทศลาว 80% และเงินให้เปล่า 20% สัญญาเงินกู้นาน 30 ปี โดย 10 ปีแรกเป็นระยะเวลาปลอดหนี้ และมีข้อกำหนดว่าต้องใช้บุคคลากรจากประเทศไทย และใช้สินค้าไทยไม่น้อยกว่า 50% ของมูลค่าโครงการ

ในจำนวนนี้เป็นค่าก่อสร้างถนน 661 ล้านบาท และค่าใช้จ่ายอื่นๆ รวมกันแล้ว 57 ล้านบาท รูปแบบการให้เงินจะผ่านสำนักงานความร่วมมือพัฒนาเศรษฐกิจกับประเทศเพื่อนบ้าน (องค์การมหาชน) หรือ สพพ ซึ่งเป็นหน่วยงานของประเทศไทยที่ให้ความช่วยเหลือกับประเทศเพื่อนบ้านแถบลุ่มน้ำโขงอยู่แล้ว

แผนที่ อ.บ้านโคก - เมืองปากลาย (จุดสีแดงในภาพ)

จากข้อมูลของเว็บไซต์สำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬา จังหวัดอุตรดิตถ์ ให้ข้อมูลว่าจุดผ่านแดน ช่องภูดู่ (Phu Duu Border Pass) ตั้งอยู่ที่ หมู่ที่ 2 ตำบลม่วงเจ็ดต้น อำเภอบ้านโคก จังหวัดอุตรดิตถ์ เดิมทีเป็นแค่จุดผ่านแดนชั่วคราวที่เปิดเฉพาะวันศุกร์และเสาร์ เวลา 06.00-18.00 น. แต่ภายหลังคณะรัฐมนตรีได้กำหนดให้เป็นจุดผ่อนปรนถาวร ถือเป็นช่องทางการค้าระหว่างไทยและลาวอีกช่องทางหนึ่ง

วิกิพีเดียให้ข้อมูลว่า ช่องภูดู่เป็นเส้นทางการค้ามายาวนาน ระหว่างอาณาจักรสุโขทัยกับกรุงศรีสัตนานคหุต (เวียงจันทร์ในปัจจุบัน) และมีชื่อเมืองสวางคบุรีหรืออุตรดิตถ์อยู่ในศิลาจารึกหลักที่ 1 ของพ่อขุนรามคำแหงมหาราชด้วย

การเดินทางในฝั่งไทยมีถนนจากอุตรดิตถ์โดยตรง  แต่ถนนในฝั่งลาวยังเป็นถนนลูกรัง โดยระยะทางระหว่างภูดู่ไปยังเมืองปากลาย อยู่ที่ประมาณ 50 กิโลเมตร และจากปากลายไปยังไชยะบุรีอีก 154 กิโลเมตร

เมืองปากลาย (Pak Lay) ถือเป็นเมืองท่าสำคัญของลาวตอนเหนือ อยู่ติดกับแม่น้ำโขง และเป็นศูนย์กลางการขนส่งสินค้าทางน้ำของลาวตอนเหนือ

การเชื่อมเส้นทางภูดู่-บ้านปากลาย มีศักยภาพสามารถพัฒนาให้เป็น East-West Corridor จากเมืองเมียวดี ประเทศพม่า ผ่าน อ.แม่สอด จ.ตาก ผ่านสี่แยกอินโดจีน ที่ จ.พิษณุโลก ตรงเข้าสู่ จ.อุตรดิตถ์ และไปยังเมืองปากลาย ด้วยระยะทางที่สั้นที่สุดเพียง 422 กิโลเมตร นอกจากนั้น ยังสามารถพัฒนาให้เป็นเส้นทางท่องเที่ยว โดยเชื่อมโยงแหล่งท่องเที่ยวเมืองมรดกโลก กำแพงเพชร – สุโขทัย กับหลวงพระบาง ด้วยระยะทางประมาณ 500 กิโลเมตร

มูลค่าการค้าที่ตลาดชายแดนช่องภูดู่ ในปีงบประมาณ 2553 มีมูลค่าการค้ารวม 35.19 ล้านบาท แบ่งเป็นการนำเข้า 26.52 ล้านบาท และการส่งออก 8.67 ล้านบาท ทั้งนี้มูลค่าการค้าเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องทุกปี โดยในปี 2553 มีอัตราการขยายตัวร้อยละ 85.74 แยกเป็นการนำเข้า กว่า 1.29 เท่า และการส่งออกร้อยละ 18.44 สินค้านำเข้าที่สำคัญ ได้แก่ ข้าวโพด ถ่านไม้ ขี้เลื่อย และสินค้าส่งออก ได้แก่ เครื่องใช้อุปโภคบริโภค และวัสดุก่อสร้าง เช่น ปูนซีเมนต์ และเหล็กเส้น (ข้อมูลจาก กรมประชาสัมพันธ์ สำนักประชาสัมพันธ์เขต 4)

ช่องภูดู่ (ภาพจากสำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดอุตรดิตถ์)

ข้อมูลในมติคณะรัฐมนตรี

การให้ความช่วยเหลือทางการเงินแก่ สปป.ลาว  สำหรับโครงการก่อสร้างถนนจากภูดู่ (อำเภอบ้านโคก จังหวัดอุตรดิตถ์) ถึงเมืองปากลาย   แขวงไชยะบุรี สปป.ลาว

คณะรัฐมนตรีอนุมัติในหลักการการให้ความช่วยเหลือทางการเงินแก่สาธาณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว (สปป.ลาว) เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายดำเนินโครงการก่อสร้างถนนจากภูดู่ (อำเภอบ้านโคก  จังหวัดอุตรดิตถ์) ถึงเมืองปากลาย   แขวงไชยะบุรี สปป.ลาว วงเงินรวม 718 ล้านบาท โดยมีวิธีดำเนินโครงการและเงื่อนไขการให้ความช่วยเหลือ ตามที่กระทรวงการคลัง (กค.) เสนอ

สาระสำคัญของเรื่อง

กค. รายงานว่า โดยที่โครงการก่อสร้างถนนจากภูดู่ (อำเภอบ้านโคก จังหวัดอุตรดิตถ์) ถึงเมือง          ปากลาย   แขวงไชยะบุรี สปป.ลาว จะก่อให้เกิดประโยชน์แก่ประเทศไทยและ สปป.ลาว  โครงการดังกล่าวจึงมีความคุ้มค่าและสนับสนุนให้เกิดการพัฒนาเศรษฐกิจของ สปป.ลาว รวมทั้งอยู่ภายใต้ กรอบความร่วมมือทางเศรษฐกิจ   GMS ซึ่งเป็นการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานทางด้านคมนาคมขนส่งระหว่างประเทศไทย และ สปป.ลาว นอกจากนี้ โครงการนี้จะส่งเสริมและสนับสนุนการดำเนินนโยบายต่างประเทศของรัฐบาลไทยกับประเทศเพื่อนบ้าน (สปป.ลาว) ได้อย่างดี เนื่องจากโครงการดังกล่าวจะเสริมสร้างความเข้าใจและความรู้สึกที่ดีของประชาชนชาวลาวที่มีต่อประเทศไทยได้มากยิ่งขึ้น  จึงเห็นสมควรให้ความช่วยเหลือทางการเงินแก่ สปป.ลาว โดยมีรูปแบบการให้ความช่วยเหลือทางการเงินวิธีการและเงื่อนไขดังเช่นโครงการที่รัฐบาลไทยเคยให้ความช่วยเหลือมาก่อนหน้านี้ คือ เป็นเงินช่วยเหลือที่มีสัดส่วนของเงินกู้และเงินให้เปล่าร่วมกัน แต่ให้ปรับลดสัดส่วนของเงินกู้และเงินให้เปล่าจากร้อยละ 70 :  30 เป็นร้อยละ 80 : 20 เนื่องจากสภาวะทางเศรษฐกิจในภาพรวมของ สปป. ลาว  มีแนวโน้มที่ดียิ่งขึ้น โดยจะเห็นได้จาก GDP  ของ สปป.ลาวที่คาดว่าจะสามารถขยายตัวได้ในอัตราร้อยละ 7-8 ทุกปี สรุปได้ ดังนี้

  1. สรุปวงเงินรายการค่าใช้จ่ายของโครงการ ได้ดังนี้  ค่าก่อสร้าง 661 ล้านบาท   ค่าที่ปรึกษาควบคุมงานก่อสร้าง 33 ล้านบาท    ค่าสำรองเผื่อเหลือเผื่อขาด 20 ล้านบาท    ค่าบริหารจัดการ 4 ล้านบาท     รวม 718 ล้านบาท
  2. ให้ สพพ. ขอรับการจัดสรรเงินงบประมาณเป็นรายปีระหว่างปี 2555-2557 เพื่อดำเนินการให้ความช่วยเหลือทางการเงินแก่ สปป.ลาว สำหรับค่าใช้จ่ายดำเนินโครงการดังกล่าว โดยมีประมาณการเบิกจ่ายเงินในแต่ละปี ดังนี้  (1) ปี 2555 107.70 ล้านบาท    (ได้รับจัดสรรแล้ว) (2)  ปี 2556 360.30 ล้านบาท (3) ปี 2557  250.00 ล้านบาท    รวม 718.00 ล้านบาท
  3. เงื่อนไขทางการเงิน ประกอบด้วย (1) วงเงินให้ความช่วยเหลือ 718 ล้านบาท แบ่งเป็น เงินให้เปล่าร้อยละ 20 (คิดเป็นเงินไม่เกิน 143.60 ล้านบาท ) เงินกู้เงื่อนไขผ่อนปรน ร้อยละ 80  (คิดเป็นเงินไม่เกิน 574.40 ล้านบาท) (2) อัตราดอกเบี้ย  ร้อยละ  1.5 ต่อปี (3) อายุสัญญา 30 ปี รวมระยะเวลาปลอดหนี้ 10 ปี  (4) ค่าบริหารจัดการ ร้อยละ 0.15 ของวงเงินให้ความช่วยเหลือ (5) กำหนดชำระดอกเบี้ย ปีละ 2 ครั้ง (6) การใช้ผู้รับเหมาก่อสร้างและวิศวกรที่ปรึกษา นิติบุคคลไทย (7) การใช้สินค้าและบริการจากไทย ไม่น้อยกว่าร้อยละ 50 ของมูลค่าสัญญาจัดจ้าง หรือจัดซื้อ (8) กฎหมายที่ใช้บังคับ กฎหมายไทย

 

  • G11334

    ตลกดี รายงานเรื่องการค้าชายแดนแต่ใช้ข้อมูลสำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดอุตรดิตถ์ แล้วสำนักงานพาณิชย์จังหวัดมันทำอะไรอยู่ หรือมันไม่ทำงาน หรือทำงานไม่เป็น

  • Krit

    อยากให้เปิดเส้นทางที่ช่องมหาราชด้วยครับ จะดีมากเลยเพราะว่ามีแหล่งท่องเที่ยวด้วย และเป็นเขตติดต่อกับจังหวัดน่าน ด้วยเขตนี้สวยล่ะแหล่งท่องเที่ยวมากกว่า คาดว่าอนาคตน่าจะเปิดเส้นทางนี้ต่อจากเส้นทางช่องภูดู่

  • JAI

    ทำครับผม แต่ข้อมูลก็เป็นของสำนักงานครับเพียงแต่ ส่งให้หน่วยงานที่เกี่ยวค้องครับผม