สัมภาษณ์ รศ. ดร. พิชิต ลิขิตกิจสมบูรณ์

September 30, 2008

โครงการ Challenge Thailand 2010 เป็นการสัมภาษณ์ผู้นำความคิด ผู้บริหารนโยบายสาธารณะ นักวิชาการอาวุโส ผู้นำภาคประชาชนที่มีมุมมองต่อความขัดแย้งทางการเมืองตลอดระยะเวลากว่า 2 ปีที่ผ่านมา โดยบริบทการสัมภาษณ์เป็นการใช้ความเป็นไปได้ของประเทศไทยในอนาคต ที่ถูกกำหนดโดยสถานการณ์ทั้งภายในและภายนอกประเทศ

Challenge Thailand 2010 ตอนที่สี่เป็นการสัมภาษณ์ รศ. ดร. พิชิต ลิขิตกิจสมบูรณ์ คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ตอนนี้จะเป็นการวิเคราะห์ถึงรากฐานความขัดแย้งบนกรอบของการต่อสู้ระหว่างกลุ่มทุนเก่าอมาตยาธิปไตยและกลุ่มทุนใหม่ พัฒนาระบอบประชาธิปไตยที่เติบโตคู่กับความขัดแย้งภายในสังคมไทยเปรียบเทียบกับประเทศอื่น ตลอดจนภาพในอนาคตของประเทศไทยหลังจากนี้

เนื่องจากในรายการเราไม่ได้สัมภาษณ์รายชื่อหนังสือแนะนำเหมือนที่เคยเป็น แต่ รศ. ดร. พิชิต ลิขิตกิจสมบูรณ์ ได้แนะนำหลังการสัมภาษณ์ ให้ผู้ชมรายการ Practical Utopia อ่านหนังสือ The commanding heights ซึ่งจะเป็นการเล่าถึงพัฒนาการของระบอบทุนนิยมตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันและในประเทศต่างๆทั่วโลก ผู้สนใจหนังสือเล่มนี้ยังสามารถรับชมตัวอย่างคลิปวิดีโอเรื่องเดียวกันนี้จากยูทิวป์ได้ด้วย


โครงการ Challenge Thailand 2010 ครั้งที่ผ่านมา

Related story:
  • สัมภาษณ์ ม.ล.ณัฐกรณ์ เทวกุล
  • สัมภาษณ์ ดร. สมเกียรติ ตั้งกิจวานิชย์
  • สัมภาษณ์ นพ. พลเดช ปิ่นประทีป
  • สัมภาษณ์คุณก่อศักดิ์ ไชยรัศมีศักดิ์
  • สัมภาษณ์ รศ.ดร. วรเจตน์ ภาคีรัตน์



  • Comments

    30 Responses to “สัมภาษณ์ รศ. ดร. พิชิต ลิขิตกิจสมบูรณ์”

    1. 1. eig on October 1st, 2008 14:28

      ได้ประโยชน์มากครับ ขอบคุณมาก

    2. 2. Ink on October 1st, 2008 16:50

      ได้ความรู้มากจริงๆ ครับ

    3. 3. somkhuan warutkomain on October 1st, 2008 18:33

      ผมว่าท่านสุดยอดทำไมคนเก่งๆแบบท่านไม่ได้เป็นผู้นำทางความคิด ไอ้24คนมันมีสมองน้อยกว่าท่านมากแต่ดันจะมาเสนอความคิด ขอขอบคุณ ท่านมากที่ให้ความรู้และทำให้ผมได้รู้ว่ายังมีนักวิชาการเก่งๆอีกมาก

    4. 4. Anonymous on October 1st, 2008 20:48

      ยังมีคนที่มีความคิด และเห็นด้วยกับท่านอีกจำนวนเยอะมาก แต่คงไม่ได้มีโอกาสเผยแพร่แบบท่าน แต่ก็คุยกันในกลุ่มสังคมเล็ก ๆ เท่านั้น แต่ว่าหลายกลุ่มกระจายไปทั่วประเทศ

    5. 5. งง on October 1st, 2008 21:23

      ตอนนี้ สุดยอด…ชอบมาก ตรงที่อาจารย์สรุปพัฒนาการที่นำมาสู่ปัญหาการเมืองในปัจจุบันได้แจ่มชัด เห็นภาพ และยิ่งชอบมาก ที่อาจารย์ไม่กั๊กในการให้ความเห็นโดยมีเหตุผลในเชิงวิชาการเป็นตัวรองรับ

      อนึ่ง เชื่อเช่นเดียวกับอาจารย์ว่า เป็นเรื่องยากมาก หรือแทบไม่มีทางเป็นไปได้เลย ที่ กลุ่มทุนเก่า อยู่ ๆ จะกลับกลายไปเป็น “พลังสร้างสรรค์” ในการตรวจสอบการเมือง เพราะกลุ่มนี้อยู่กับการ “ผูกขาดอำนาจ” มายาวนาน จนผูกพัน บางทีเข้าขั้นลุ่มหลง และหวงกัน โดยท่าทีและสุ้มเสียงแบบที่ว่านี้ถูกแสดงออกมาตลอด (เพียงแต่ ดังบ้าง เบาบ้าง คนไทยรู้สึกบ้าง ไม่ทันได้รู้สึกบ้าง แล้วแต่ยุค แล้วแต่ช่วง) นับตั้งแต่ 2475 ปีที่เริ่มสูญเสียอำนาจ เป็นต้นมา …จนน่าจะเรียกได้ว่า สาเหตุหนึ่ง ที่ประชาธิปไตยไทย ล้มลุกคลุกคลานไม่ไปไหนเสียที (แม้จะมีต้นแบบ ที่เขารองผิดรองถูกกันมาร้อย ๆ ปี ไว้เลียนแบบแล้ว) ก็เพราะมักถูก กลุ่มนี้แหละคอย “เตะตัดขา”

      ดังนั้น ทางแก้ปัญหา ที่ใครบางคนเรียกว่า แนวทางในการ “ปฏิรูปการเมือง” ในตอนนี้ จึงย่อมไม่ใช่การ “ไปงัด หรือ ปลุกผีกลุ่มทุนเก่าขึ้นมา แล้วบอกว่า เอามาคานอำนาจกับกลุ่มทุนใหม่” (ดูข่าว สนธิ ประกาศขึ้นต้น การเมืองใหม่ ลงท้าย ถวายคืนพระราชอำนาจ ที่ประชาไท ประกอบ) ซึ่งถ้าใครเชื่อแบบนั้น ต้องถือว่า ไร้เดียงสาทางการเมืองไทยเอามาก ๆ

      แต่ทางแก้ คือ จะทำอย่างไรให้บรรดา กลุ่มหัวก้าวหน้า หรือ กลุ่มผลประโยชน์ในอาชีพต่าง ๆ เข้มแข็งขึ้น (ประชาธิปไตย เป็นระบอบที่สนับสนุน ความเท่าเทียมในการ “ต่อรองผลประโยชน์” ระหว่างกลุ่มต่าง ๆ ดังนั้น คำว่า กลุ่มผลประโยชน์ จึงไม่ใช่ถ้อยคำ ปฏิปักษ์ กับระบอบประชาธิปไตย) และทำงานได้จริง ๆ เพราะการ ต้องคอยระมัดระวังผลประโยชน์ของตัวเอง ย่อมนำไปสู่การต้องคอยตรวจสอบการทำงานซึงกันและกัน โดยอัตโนมัติ และตรงนี้ประเด็นสำคัญน่าจะอยู่ที่ การปฏิรูปสังคมทั้งระบบ การปฏิรูปการศึกษา และการทำให้ประชาชนในประเทศรู้สิทธิและหน้าที่ รู้สำนึกได้ว่าตนจะได้ประโยชน์อะไรบ้างจาก “การเมือง”

    6. 6. เจริญชัย on October 2nd, 2008 10:17

      ยินดีครับ ที่ชื่นชอบกัน
      พวกเราพยายามหาสิ่งที่ดีมากำนัลให้เสมอ
      555

    7. 7. Oakyman on October 2nd, 2008 15:38

      ไม่ชอบคนนี้อย่างยิ่ง
      แต่ถ้าว่างเมื่อไหร่จะลองดูครับ
      น่าจะมีถอดบทสัมภาษณ์นะครับ ถนัดอ่านมากกว่า

    8. 8. ปัจเจกชน on October 2nd, 2008 18:11

      ผมว่าท่านมองพัฒนาการได้กว้างดีครับ ชื่นชอบในแนวทางการนำเสนอ หวังว่าจะได้เห็นการนำเสนอที่เป็นลักษณะเชิงสร้างสรรค์ เรื่อยๆน่ะครับ

    9. 9. su on October 2nd, 2008 22:24

      ผมว่าอาจารย์ไม่ยอมรับชนชั้นกลางจะเป็นผู้นำการเปลี่ยนแปลง เพราะอาจารย์ไม่ยอมรับการเปลี่ยนแปลงจากชนชั้นกลาง แต่ถ้าหากชนชั้นล่างอาจารย์อาจยอมรับได้มากกว่า
      ทำไมอาจารย์ไม่คิดว่าพันธมิตรก็เป็นส่วนหนี่งของการพัฒนาของสังคม และประชาธิปไตย

      ก็อาจารย์บอกว่าอย่าโทษแต่นักการเมือง ต้องโทษที่ระบบ และอาจารย์ก็บอกว่าระบบก็มีปัญหา แต่อาจารย์ชอบเสรีนิยมประชาธิปไตย จึงไม่ยอมให้ใครมาแตะระบบเลย และให้แต่การเล่นนอกสภา แต่ก็ไม่ได้เห็นด้วยกับพันธมิตร จึงดูขัดแย้งกันมาก ซึ่งเราจะพบในพวกนักวิชาการแบบนี้แหละ ทั้งๆที่ระบบการเมืองใหม่ก็พูดถึงการตรวจสอบ

      อาจารย์บอกแต่ว่าต้องรอไปอีกหลาย 10 ปี แสดงว่าอาจารย์คิดในแง่ดีเกินไปว่าระบอบทักษิณจะไม่ทำให้ประเทศไปสู่วิกฤต

      อาจารย์ยังพูดถึงการแสดงหลอกคนอื่นอย่างแธตเชอร์เหมือนเป็นการยกย่อง

      ผมเห็นด้วยกับการที่ว่าประเทศไทยมีความสามารถย่นย่อการพัฒนาได้ เพราะข้อมูลข่าวสารปัจจุบันมันเร็วกว่าสมัยที่อเมริกาพัฒนาในช่วงกลางๆเสียอีก ปัญหาคือรัฐไม่ส่งเสริมการให้ข้อมูล แต่การเมืองใหม่ก็ได้พูดถึงการศึกษา การใส่ระบบคิด และการให้ข้อมูล ก่อนที่จะให้เกิดการเปลี่ยนแปลงวัฒนธรรม และสังคมแบบประชาธิปไตย ไม่ใช่หรือ

      ที่สำคัญเราคิดว่าระบอบทักษิณก็เป็นตัวอุปสรรคที่สำคัญต่อการเป็นประชาธิปไตยเหมือนกัน เพราะ มันทำให้คนคิดว่า คนต้องพึ่งรัฐบาล แทนที่จะพึ่งตนเองทำให้คิดว่าการโกงไม่สำคัญเท่ากับการ

      ผมบอกตรงๆนะอำมาตย์มันมีแต่ในไวของนักวิชาการกับพวกที่ไม่ชอบ แต่ผมว่าคนที่เป็นชนชั้นกลางโดยเฉพาะที่อยู่ในทำเนียบ ผมว่าเขาไม่ได้สนใจอำนาจ มากไปกว่าความยุติธรรมของสังคม ผมว่านักวิขาการต้องคิดใหม่ ส่วนใหญ่ไม่ได้เข้าไปมีอำนาจ คุณต้องแยกประชาชนที่มีความต้องการประชาธิปไตยอย่างบริสุทธ์ใจออกจากนักวิชาการ และพวกสส.พรรคปชป. และไม่ได้กลัวว่าพวกรากหญ้าจะมามีอำนาจ เพราะเขาต้องการให้รากหญ้าเข้ามามีบทบาทในรัฐสภา แต่ทุนนิยมใดเล่าจะยอมให้รากหญ้ามีอำนาจเปนือตัวเอง ลองคิดดูสิ

      อาจารย์หลอกลวงว่าทุนนิยมใหม่ไม่มีผลต่อเศรษฐกิจ จริงๆแล้วทั้งทุนใหม่ทุนเก่าทำให้เสียหายทั้งนั้น

      ตอนหลัง อาจารย์มาโทษทักษิณว่าเป็นคนทำผิดพลาด แต่อาจารย์ไม่ยอมใรบการตรวจสอบจากพันธมิตร ไม่ยอมให้เกิดความสมดุลย์ ตอนทักษิณมีอำนาจอาจารย์ไม่พูดว่าอำนาจมากไป แต่ตอนนี้กลับพูดว่าพันธมิตรมีอำนาจมากไปอีก

      การอยู่ดีกินดีของอาจารย์หมายถึงอะไร บางทีนายทุนอาจจะมองการกินดีอยู่ดีต่างไปจากคนอื่น
      พันธมิตรเป็นปรากฏการที่เกิดขึ้นโดยมีที่มาที่ไป ไม่ได้อยู่ดีๆเกิดขึ้น มันมีเหตุมีผลของมัน ผมยังคิดว่าอาจารย์มีความเอนเอียงมากไป และสงสัยพันธมิตรในทางลบมากไป

      อเมริกาเป็นกลุ่มทุนใหม่หรือไม่ แล้วเป็นไง
      อาจารย์บอกว่ารากหญ้าจะได้ประโยชน์จากทุนนิยมใหม่ แล้วทำไม 10 ปียังจน และหนี้เพิ่ม ทรัพย์สินทำไมขายออกไปจนไม่มีที่ของตัวเอง

    10. 10. su on October 2nd, 2008 22:35

      ผมเองก็ไม่เห็นด้วยกับรัฐประหาร แต่ว่าการปฏิวัติในตอนหลังๆเกิดจากการที่มีนักการเมืองโกงใช่หรือไม่ คุณจะโทษใครมากกว่าใครไม่ได้หรอก มันต้องโทษสองฝ่าย แต่สุดท้ายก็ต้องเข้าใจว่า มันเป็นการเปลี่ยนแลงช่วงหนึ่ง เพื่อนำไปสู่สิ่งทีใหม่กว่า หากการรัฐประหารทำให้เกิดการถอยหลังทุกครั้งเสมอไป (ขอย้ำว่าไม่ได้เห็นด้วย) ระบอบทักษิณก็คงไม่เกิด เพราะมีรัฐประหารมามากมาย ถี่กว่าสมัยนี้เสียอีก รัฐธรรมนูญ ปี 40 และ 50 ไม่ใช่ว่าไม่ดี แต่มันไม่ทันกับการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วของสังคม และเล่ห์ของนักการเมือง หรือจะบอกว่าการศึกษาของประชาชนไม่ทันก็ว่าได้

    11. 11. su on October 2nd, 2008 22:43

      เรียนคุณงง
      ที่คุณว่า”จะทำอย่างไรให้บรรดา กลุ่มหัวก้าวหน้า หรือ กลุ่มผลประโยชน์ในอาชีพต่าง ๆ เข้มแข็งขึ้น (ประชาธิปไตย เป็นระบอบที่สนับสนุน ความเท่าเทียมในการ “ต่อรองผลประโยชน์” ระหว่างกลุ่มต่าง ๆ ”
      คุณคิดว่าการเมืองเก่าทำได้ไหม คุณคิดว่าการเมืองใหม่พูดถึงเรื่องนี้ไหม และหากช่วยกัน เรามีโอกาสทำได้ไหม ยอมรับไหมว่าส่วนรวมสำคัญกว่าส่วนตัว
      ต้องปกป้งผลประโยชน์ของชาติมากกว่าผลประโยชน์ส่วนตัว แล้วการเมืองแบบผูกขาดด้วยทุนจะทำให้สิ่งนี้เกิขึ้นหรือ ไม่เมื่อลงทุนแล้วมีหรือจะไม่ถอนทุน หากคิดว่าประเทศชาติเป็นบริษัทของตนต้องให้ได้กำไร แบบนี้ก็ดี แต่นี่ประเทศเป็นเพียงที่หาผลประโยชน์

      คืออาจารย์ พิชิต ลิขิตกิจสมบูรณ์ บอกให้รอให้เป็นไปตามธรรมชาติ แต่ตอนนี้มันไม่เหมือนสมัยก่อน เพราะมันโลกาภิวัฒน์อย่างที่อาจารย์ว่า และการเมืองการปกครองก็มีผลต่อการต่อสู้ในเศรษฐกิจโลก ดังนั้นจะรออย่างสมัยก่อนได้หรือ มันแผลบเดียวก็เป็นอย่างอาเจนตินาได้เลยนา

    12. 12. su on October 2nd, 2008 22:48

      คุณงงกล่าวว่า
      “การปฏิรูปสังคมทั้งระบบ การปฏิรูปการศึกษา และการทำให้ประชาชนในประเทศรู้สิทธิและหน้าที่ รู้สำนึกได้ว่าตนจะได้ประโยชน์อะไรบ้างจาก “การเมือง”

      ก็เหมือนถามว่าไก่เกิดก่อนไข่ หรือไข่เกิดก่อนไก่ เราก็ต้องมาคิดว่าการเมืองเก่าส่งเสริมให้ทำสิ่งที่คุณฝันได้ไหม หากยังเห็นที่มาของรัฐมนตรี ความรู้ ความนึกคิดของเขา ซึ่งก็ต้องโทษที่ระบบทำให้เกิดการเลือกแบบนี้ใช่หรือไม่ หรือมิเช่นนั้นก้ต้องโทษประชาชนที่เลือกเข้ามา แล้วจะแก้ไขอย่างไรกันละนี่

    13. 13. fallingangels on October 2nd, 2008 22:50

      ผมเห็นด้วยกับอาจารย์พินิจทีเดียว (ดังเช่นงานโดยมากของอาจารย์) แต่เรื่องของ “ภาวะโลกาภิวัตน์” นั้นคงจะเห็นต่างกันอยู่ พูดก็คงยาว ขอไว้แค่นี้ละกันครับ

      ด้วยความเคารพ

      ปล. ดีใจที่อาจารย์มาออกสื่อบ้าง เหมือยได้ยินมาว่าอาจารย์ไม่นิยมออกสื่อนัก

    14. 14. su on October 2nd, 2008 22:52

      ป๋าเปรมพูดอยู่บ่อยๆว่า
      “ประโยชน์ของประเทศต้องเหนือกว่าประโยชน์ส่วนตน” ไม่ว่าจะเรียกป๋าเปรมว่าอะไร แต่ประโยคนี้เป็นประชาธิปไตยหรือไม่
      แล้วฝ่ายรัฐบาลยึดหลักอะไร ดังนั้นแทบไม่ต้องพูดถึงเลยว่าการเมืองใหมเก่าเป็นประชาธิปไตยหรือไม่ ทำไมแม้แต่นักวิชาการก็ยังคิแต่ว่าประชาธิปไตยตัดสินด้วยมิติเดียวคือการเลือกตั้ง ที่ผมก็เห็นด้วย พันธมิตรก็ไม่ได้ตัดเรื่องการเลือกตั้งออกไป แต่มันต้องมองในมิติอื่นด้วยสิ

    15. 15. su on October 2nd, 2008 22:55

      ผมจะเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วย แต่ก็ชอบบทความของท่านมาก
      อยากให้มีบทความแบบนี้อีก
      ขอบคุณครับ

    16. 16. - - on October 3rd, 2008 2:17

      เรียนคุณ su on (ไม่แน่ใจนะใช่ชื่อคุณหรือไม่ไม่เคยเล่นเว็ปนี้ แต่เห็นขึ้นมาหลายอัน)

      คุณฟังผิด หรือ ตั้งใจบิดเบือน

      “ก็อาจารย์บอกว่าอย่าโทษแต่นักการเมือง ต้องโทษที่ระบบ และอาจารย์ก็บอกว่าระบบก็มีปัญหา แต่อาจารย์ชอบเสรีนิยมประชาธิปไตย จึงไม่ยอมให้ใครมาแตะระบบเลย และให้แต่การเล่นนอกสภา แต่ก็ไม่ได้เห็นด้วยกับพันธมิตร จึงดูขัดแย้งกันมาก ซึ่งเราจะพบในพวกนักวิชาการแบบนี้แหละ ทั้งๆที่ระบบการเมืองใหม่ก็พูดถึงการตรวจสอบ”

      อาจารย์ แกพูดชัดเจนนะว่าโทษ ที่ ระบบ แต่เป็น ระบบเก่า แบบ อมาตยาธิปไตย !!

      ถ้าจะบิดเบือนแบบนี้ ทุเรศไปหรือเปล่าอ่ะ ?

      เพราะพิมพิ์มายาวเหยียดแบบนี้คงไม่โง่จนฟังไม่เข้าใจหรอกนะ

    17. 17. ประชาธิปไตยไม่ใช่ของเรา on October 3rd, 2008 18:32

      ผมว่าควรจะ หันมาเน้น “พัฒนาความเป็นพลเมือง”ให้มีมากขึ้นในสังคมไทย และไม่ควรที่จะมุ่งคำนึงแต่ชนชั้นกลางจนละเลยที่จะมองชนชั้นล่างในสังคม ในอดีตสังคมเราให้ความสำคัญอยู่กับเฉพาะชนชั้นนำและชนชั้นกลาง แต่ไม่เคยที่จะให้ความสำคัญกับชนชั้นล่างเลย ผมอยากรู้จังว่า ถ้าเป็นม็อบสมัชชาคนจนเข้ามาทำกับรัฐบาลเหมือนที่พันธมิตรทำ รัฐบาลจะทำยังไงกับพวกเขา

    18. 18. nutjubjub on October 4th, 2008 0:44

      ไม่ได้มาเยี่ยมนานแล้ว และก็เริ่มเบื่อตัวละครการเมือง
      ช่วงหลังหันไปสนใจธรรมะมากขึ้น
      เลยสนใจการเจริญสติ จากที่แต่ก่อนไม่เคยเข้าใจเรื่องสติเลย

      ผมฟังบทสัมภาษณ์นี้จนจบ ผมก็เข้าใจประวัติศาสตร์ของอำนาจและการเข้าสู่อำนาจหลังการเปลี่ยนแปลง2475 มากขึ้นอีกนิดหนึ่ง
      แต่พอมานั่งทบทวนในความคิดตัวเอง ผมก็รู้สึกว่า มันก็รู้ๆกันอยู่แล้วนะ
      คือผมก็ถามตัวเองว่าอคติไหม
      ก็คิดว่าเฉยๆ แต่เหมือนผมก็รู้หลักๆอยู่แล้ว แต่อยากฟังว่าในอนาคตจะเป็นยังไง และคิดแก้ปัญหากันยังไง
      แล้วอาจารย์คิดว่าควรไปแทรกแซงระบบตรงไหน ยังไง
      มีส่วนร่วมยังไงของประชาชนถึงจะดี และมีรูปธรรม ทำได้จริง ไม่ผิดกติกา
      และทุนใหม่ทำยังไง ถึงจะเข้าใจการเมืองให้มากกว่าการลงทุนในระบบเศรษฐกิจ
      ทำยังไงการตรวจสอบจะเข็มแข็งและกลุ่มทุนจะไม่แทรกแซงการตรวจสอบ
      แน่นอน รวมถึงทำยังไงระบบอุปถัมป์ ระบบผูกขาด จะหมดไปจากสังคมไทย
      และรวมถึงทำอย่างไรระบบทุนจะไม่เข้ามาผูกขาดซะเอง ด้วยการเมืองและทุนที่จะแปลงเป็นสามานต์ (บาย ดีมานต์ที่ชอบการอุปถัมป์เช่นกัน)
      ต่างๆเหล่านี้ผมคิดว่าคนพวกนักคิดหรือนักวิชาการของไทย
      น่าจะร่วมกันคิด
      ฟังตั้งนานก็ยังไม่พบอยู่ดี
      รวมถึงการเมืองใหม่ ที่ไม่ใช่การเมืองใหม่ของใคร (ไม่ใช่การแฝงเจตนารวบอำนาจแบบของพธม เช่นกัน)ว่ามันควรมีไหมละ

      ผมค่อนข้างผิดหวังการเมืองไทยนานแล้ว แต่อุดมคติผมมี แต่คนมีอุดมการณ์ที่แน่วแน่และมีพลังขับเคลื่อน รวมถึงนักวิชาการที่มีเสียงที่ดังกว่าตาสี ตาสา กลับไม่ค่อยกล่าวถึงว่าอยากเห็นอะไร
      ผมเริ่มเบื่อ การเลคเชอร์ ประวัติศาสตร์
      การเปรียบเทียบโดยมองกันแต่มุมที่อยากมอง
      การวิเคราะห์โดยมีการตั้งผลก่อนค่อยหาเหตุไปใส่
      แล้วอนาคตเป็นไง ก็เหมือนหมอดู ทายว่า อนาคตคุณจะสุขภาพไม่ดีถ้าไม่ออกกำลัง คุณจะต้องแก่ เจ็บและตาย ถ้าทำธุรกิจ คุณขยันก็จะรวย และสุดท้าย ยังไงทุนก็ชนะ มันก็รู้ๆกันอยู่แล้ว

      การเมืองผมว่ามันไม่ใช่ใครทำอะไรสนองผู้บริโภคได้ดีกว่าชนะอ่ะ
      แต่ก็ไม่ใช่ความเปลี่ยนแปลงมันจะไม่ดี
      ระบบเศรษฐกิจ ผมยังว่าไม่ควรเอื่อให้รายใหญ่ผูกขาดกันง่ายๆ
      ระบบการเมืองยิ่งไม่ควร เพราะทุนไม่ปราณีอะไรอยู่แล้ว ถ้าผูกขาดง่ายๆก็จบ
      คิดหรือว่าทุนจะยอมให้ใครมาแข่งง่ายๆ และคิดเหรอว่าทุนจะยอมให้สังคมมีรายได้พอๆกัน
      มันเป็นไปได้เหรอที่ทุนจะใจดีทำเพื่อคนทุกคนอย่างจริงใจโดยไม่ต้องมีอะไรมาควบคุม

      ผมคิดว่ามองไปที่อนาคตและคิดทางออกที่สร้างสรรค์กันดีกว่า
      ว่ากันโต้งๆเลย สังคมยุคหน้าจะเป็นอย่างไร แล้วในใจอยากเห็นอะไร
      ทุนจะเป็นยังไงและระบบถ่วงดุลทุนจะเป็นยังไงและต้องทำอย่างไร
      เราจะทำกันอย่างไรถึงจะเป็น utopia ที่มีแต่ความสงบและความสุข และความเป็นจริงมีแนวโน้วจะไปทางไหน ยังไงมากกว่ากัน

      ผมคิดเห็นแบบนี้แต่บทสัมภาษณ์นี้ผมว่าดีครับ เป็นกำลังใจให้ทีมงาน

    19. 19. Sunate Paesaroje on October 4th, 2008 1:08

      This interview is very informative and impressive. I recommended many friends to watch and also forward it to more people.

      Thank A.Pichit for your clear explanations and quite straightforward opinions. Hope you will give an interview on this subject again in the very near future.

      Regards / Sunate Paesaroje

    20. 20. harin on October 4th, 2008 20:30

      เห็นด้วยเป็นส่วนใหญ่ ควรแลกเปลี่ยนออกไปในวงกว้าง และยินดีรับฟังความเห็นต่าง ผมจะแนะนำเพื่อนต่อๆไป ขอเชิญชวนทุกคนครับ

    21. 21. บดินทร์ on October 9th, 2008 0:50

      เจริญชัย นี่ฟัง อ. พิชิตเพลินเลย นะ

      แน่นอน อ. พิชิต เป็นคนที่เถียงได้ยากคนหนึ่ง
      ถ้าจะให้ดีวันหลัง เตรียมไปเยอะๆ กว่านี้หน่อย

    22. 22. นพดล on October 21st, 2008 0:03

      สังคมไทยต้องเข้าใจว่า
      Nothing is perfect..
      ถ้าเลือกข้างประชาธิปไตย ก็ต้องยอมรับข้อจำกัด และร่วมมือกันแก้ไขอย่างอดทนและเคารพคนส่วนใหญ่

      คุณ nutjubjub ครับ การมีอุดมคตินั้นดี แต่การยึดเอาอุดมคติตัวเองเป็นความดีสูงส่ง และมองการเมืองและทุน (ที่ไม่ได้มาตรฐานตามอุดมคติที่ตั้งไว้) เป็นสิ่งเลว และเรียกร้องหา “คำตอบสำเร็จรูป” ที่ไม่มีอยู่จริงนั้น รังแต่จะเป็นการทำร้ายตัวเอง และทำร้ายสังคมที่เราอยู่

      ผมละเป็นห่วงจริงๆ

    23. 23. เจริญชัย on October 24th, 2008 12:54

      ขอบคุณ คุณบดินทร์ ที่แนะนำครับ
      แหม พึ่งรู้ว่าเป็นเพื่อนผมเอง 555
      (เมื่อวานบังเอิญไปเจอเขาแถวสามย่าน ก็เล่าให้ฟัง เขาบอกว่า ชอบอาจารย์พิชิต
      และยังแนะนำอีกว่า อยากฟัง 2 คน

      1. ไชยันต์ ไชยพร
      เขาบอกว่า คนอะไรก็ไม่รู้ ใช้ Plato อธิบายได้ทุกอย่าง

      2. สุลักษณ์ ศิวรักษ์
      เขาบอกว่า ชอบเพราะ ท่าน ไม่เคยพูดเรื่องชาติ เวลาพูดจะใช้มนุษยชาติ หรือสังคม
      เป็นคนเดียวที่ไม่ติดในวาทกรรม “ชาติ”

      สำหรับ สมศักดิ์ เจียมธีรสกุล
      เขาบอกว่า คนนี้เชิญไป 100 งาน ตอบรับ 1 งาน หากเราทำได้ถือว่ายอดมาก

      โลกมันกลมจริงๆ

    24. 24. สัมภาษณ์ รศ. ดร. สุวินัย ภรณวลัย - Siam Intelligence Unit on October 30th, 2008 15:18

      [...] ตอนที่ 4 - สัมภาษณ์ รศ. ดร. ลิขิต กิจสมบูรณ์ [...]

    25. 25. Anonymous on November 17th, 2008 13:14

      เห็นด้วยกับ ความเห็น 5 “ผมบอกตรงๆนะอำมาตย์มันมีแต่ในไวของนักวิชาการกับพวกที่ไม่ชอบ แต่ผมว่าคนที่เป็นชนชั้นกลางโดยเฉพาะที่อยู่ในทำเนียบ ผมว่าเขาไม่ได้สนใจอำนาจ มากไปกว่าความยุติธรรมของสังคม ผมว่านักวิขาการต้องคิดใหม่” นักวิชาการรู้มาก ทฤษฎีเยอะเลยวิเคราะห์ภาพไปไกลเกินสภาพที่เป็นจริงที่เกิดในประเทศ แต่อย่าง ดร.พิชิตนี่ก็รู้ข้อมูลทุกอย่าง แต่การรับรู้ มองภาพด้านเดียวจริงๆ คิดแบบว่า ทักษิณ ไม่มีข้อบกพร่องเลย อยากถามว่า กรณีที่เขาคนนี้ยังทำบทบาทอยู่เบื้องหลังคณะรัฐบาลไทยที่เป็นอยู่ปัจุบันนี่ คิดว่าต้องใช้ท่อนำเลี้ยง (เงิน) เท่าไหร่เพื่อการนี้ เอามาจากไหน แต่อาจไม่ต้องใช้เงินก็ได้ เพราะก็คงมีกลุ่มคนที่รักสนับสนุนเขาอยู่มากก็ได้ หรือไม่ก็คงจิตอ่อนถูกมนต์ดำครอบงำจิตใจ

    26. 26. Anonymous on November 17th, 2008 13:17

      ขอแก้ไข คห. 25 เป็น เห็นด้วยกับ ความเห็นที่ 9 “ผมบอกตรงๆนะอำมาตย์มันมีแต่ในไวของนักวิชาการกับพวกที่ไม่ชอบ แต่ผมว่าคนที่เป็นชนชั้นกลางโดยเฉพาะที่อยู่ในทำเนียบ ผมว่าเขาไม่ได้สนใจอำนาจ มากไปกว่าความยุติธรรมของสังคม ผมว่านักวิขาการต้องคิดใหม่”

    27. 27. Anonymous on November 17th, 2008 16:12

      ความเห็น 18 ย่อหน้า 3 “..นักวิชาการที่มีเสียงที่ดังกว่าตาสี ตาสา กลับไม่ค่อยกล่าวถึงว่าอยากเห็นอะไร..” เห็นด้วย เพราะถ้าไปฟังชนชั้นกลางที่ทำเนียบตอนนี้ยังแสดงได้ชัดกว่าว่า การเมืองใหม่ที่ต้องการ คือ การเมืองที่สะอาด อย่างที่มีผลสำรวจว่าคนไทย 63% เห็นว่านักการเมืองโกงได้ถ้าเข้ามาทำให้เศรษฐกิจโต ประเด็นอย่างนี้นักวิชาการต้องให้ความสำคัญ เพราะเริ่มต้นคิดก็ผิดแล้ว เราถึงได้ประชาธิปไตยแบบบิดเบี้ยว นักวิชาการมองตามแค่ทฤษฎีเช่น “ประชาธิปไตย เป็นระบอบที่สนับสนุน ความเท่าเทียมในการ “ต่อรองผลประโยชน์” ระหว่างกลุ่มต่าง ๆ” (คห. 5) แบบนี้ ถ้าเจอคำว่า “ฮั้ว” (การโกงรูปแบบหนึ่ง) ประชาธิปไตยก็เดี้ยงแล้ว และความเห็นสวยหรู แบบ “การทำให้ประชาชนในประเทศรู้สิทธิและหน้าที่ รู้สำนึกได้ว่าตนจะได้ประโยชน์อะไรบ้างจาก “การเมือง” อ่านไปก็เหมือนดี แต่ดูให้ดีจะเห็นว่าแฝงความคิดที่ผิดไว้ คือเอาประโยชน์ของตนเป็นที่ตั้ง เพราะแบบนี้การซื้อเสียงก็จึงรับได้ เพราะเป็นคำตอบของชาวบ้านว่ารู้แล้วว่าได้ประโยชน์อะไรจากการเมือง ฉะนั้น ถ้านักวิชาการยังไม่ชัดเจน แล้วชาวบ้านอย่างเราๆ จะไปทำอะไรได้

    28. 28. Anonymous on November 18th, 2008 14:27

      ฟังการบรรยายอาจารย์แล้ว ทำให้คิดหนัก และเริ่มจะพอเห็นสาเหตุว่าทำไมการศึกษาของประเทศไทย จึงมีปัญหาหนัก นักเรียนนักศึกษาฟังอาจารย์ในชั้นเรียนคง งง สับสน เป็นเหตุต้องเรียนกวดวิชา จนเป็นธุรกิจทำรายได้มหาศาล อยากถามมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ หรือมหาวิทยาลัยทั้งหลายว่าถ้ามีอาจารย์ที่ทัศนคติเอนเอียงอย่างนี้ แล้วจะดีต่อเด็กที่เป็นอนาคตประเทศชาติหรือไม่ แต่ก็มองได้ว่า อาจเป็นได้สองทาง คือเด็กสมองนิ่ม หรือไม่ก็จะปราชญ์เปรื่อง รู้ทัน เกลียดชังพวกโกงกินบ้านเมือง และต้องขุดรากไม่ให้เหลือต่อพวกการเมืองเก่า น้ำเน่า ว่าเขา อิเหนาเป็นเอง โห่ฮิ้ว
      ขอร้องเพลง แฮ้ปปี้เบิร์ดเดย์ ให้ คร.พิชิต

    29. 29. สัมภาษณ์คุณก่อศักดิ์ ไชยรัศมีศักดิ์ - Siam Intelligence Unit on December 1st, 2008 16:52

      [...] ตอนที่ 4 - สัมภาษณ์ รศ. ดร. พิชิต ลิขิตกิจสมบูรณ

    30. 30. สัมภาษณ์ รศ.ดร. วรเจตน์ ภาคีรัตน์ - Siam Intelligence Unit on December 8th, 2008 18:28

      [...] ตอนที่ 4 - สัมภาษณ์ รศ. ดร. พิชิต ลิขิตกิจสมบูรณ

    Got something to say?