Practical Report เมื่อที่ทำการไปรษณีย์ต้องให้บริการด้านการเงิน ต้นแบบ “สินเชื่อไปรษณีย์” จากต่างประเทศ

คณะรัฐมนตรีในรัฐบาลอภิสิทธิ์ ได้มีมติเมื่อช่วงปลายปี 2553 ให้บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด จัดตั้งบริษัทลูกชื่อ บริษัท สินเชื่อไปรษณีย์ไทย จำกัด (สปณ.) เป็นรัฐวิสาหกิจในเครือที่ให้บริการด้านการเงิน โดยเฉพาะการปล่อยกู้สินเชื่อรายย่อย ซึ่งคาดว่าจะเปิดให้บริการได้ในช่วงเดือนเมษายน-พฤษภาคม 2554

นายกรณ์ จาติกวณิช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ได้กล่าวกับสื่อมวลชนขณะมอบนโยบายการดำเนินงานให้กับคณะกรรมการบริษัท สินเชื่อไปรษณีย์ไทย เมื่อวันที่ 3 มีนาคม 2554 ดังนี้

“เราจะพยายามเลียนแบบการปล่อยกู้นอกระบบ คือจะให้จ่ายหนี้คืนเป็นรายวัน และจะมีการดูแลลูกหนี้อย่างใกล้ชิดอย่างเป็นธรรม ซึ่งการปล่อยกู้จะเป็นการปล่อยกู้เป็นกลุ่มๆ ละ 3 คน เพื่อให้ค้ำประกันกันเอง ส่วนอัตราดอกเบี้ยที่แพงกว่าธนาคารออมสิน เนื่องจากถือเป็นกลุ่มผู้มีรายได้น้อยจึงมีความเสี่ยงสูง แต่เราไม่ได้คาดหวังว่าเขาจะมีหลักประกัน จึงมีอัตราดอกเบี้ยสูงกว่าออมสิน แต่เมื่อเทียบกับหนี้นอกระบบแล้วถูกกว่ามาก” – ประชาชาติธุรกิจ

แนวคิดเรื่องการพัฒนาที่ทำการไปรษณีย์ให้ขยายมาให้บริการด้านการเงินเฉกเช่นธนาคารพาณิชย์ไม่ใช่เรื่องใหม่ ในต่างประเทศมีตัวอย่างของไปรษณีย์ที่เปิดบริการธนาคารและประสบความสำเร็จมาแล้วหลายแห่ง

อังกฤษ

ชาติแรกที่มีกิจการการเงินในระบบไปรษณีย์คืออังกฤษ (ซึ่งขณะนั้นใช้ชื่อว่าราชอาณาจักรบริเตนใหญ่) เริ่มเปิดกิจการเมื่อปี 1869 ในชื่อ “penny post” ซึ่งมีแนวคิดเป็นธนาคารเพื่อการออม เพื่อให้รัฐบาลมีกระแสเงินสดหมุนเวียนไปชดเชยงบประมาณแผ่นดินที่ขาดดุล แนวคิดเดียวกันนี้ต่อมาพัฒนามาเป็นธนาคารออมสินของหลายประเทศรวมถึงประเทศไทยด้วย

ตราสัญลักษณ์ปัจจุบันของ National Savings and Investments

ภายหลัง “penny post” พัฒนาต่อเนื่อง นอกจากการออมแล้วยังขายพันธบัตรรัฐบาล ด้านชื่อองค์กรก็เปลี่ยนมาเป็น Post Office Savings Bank, National Savings Bank และ National Savings and Investments ตามลำดับ ปัจจุบันอยู่นอกระบบของกิจการไปรษณีย์แล้ว โดยมีกระทรวงการคลังเป็นผู้กำกับดูแลกิจการ (อ่านรายละเอียดได้จาก NS&I และ Wikipedia)

เยอรมนี

กิจการไปรษณีย์ของเยอรมนียุคหลังหรือ Deutsche Bundespost ก่อตั้งขึ้นในปี 1947 โดยมีสถานะเป็นรัฐวิสาหกิจจนถึงปี 1995 โดยแยกกิจการออกเป็น 3 บริษัทคือ ไปรษณีย์ (Deutsche Post) การสื่อสาร (Deutsche Telekom)  และการธนาคาร (Deutsche Postbank)

กิจการส่วนไปรษณีย์ได้พัฒนามาเป็นผู้ให้บริการลอจิสติกส์ระดับโลกภายใต้แบรนด์ DHL ส่วนกิจการสื่อสารก็กลายเป็นกลุ่มทุนสื่อสารระดับโลกที่รู้จักกันในแบรนด์ T-Mobile

Deutsche Postbank

ตราสัญลักษณ์ปัจจุบันของ Postbank

ในส่วนของกิจการธนาคารนั้นเปิดให้บริการมาตั้งแต่ปี 1909 ภายใต้กลุ่ม Bundespost และผ่านการจัดองค์กร แปรรูป จนเปิดเป็นบริษัทอิสระ Deutsche Postbank ขายหุ้นในตลาดหลักทรัพย์แฟรงเฟิร์ตเมื่อปี 2004 เดิม Postbank มีบริษัทแม่คือ Deutsche Post แต่ปัจจุบันผู้ถือหุ้นใหญ่คือ Deutsche Bank ซึ่งเป็นเครือธนาคารใหญ่อีกรายของเยอรมนี

แนวคิดเริ่มต้นของ Postbank กำเนิดขึ้นเพื่อรองรับความต้องการส่งเงินทางไปรษณีย์ ปัจจุบันมีฐานลูกค้ากว่า 14 ล้านราย เน้นไปด้านลูกค้ารายย่อย (retail bank) เพราะความสามารถในการขยายสาขาร่วมไปกับกิจการไปรษณีย์แต่เดิม ซึ่งปัจจุบันมีสาขามากที่สุดในเยอรมนี 1,100 สาขาที่เป็นธนาคารเต็มรูปแบบ แต่ก็ยังมีเครือข่ายของที่ทำการไปรษณีย์อีก 4,500 สาขาที่ให้บริการทางการเงินของ Deutsche Post ได้

รายละเอียดเพิ่มเติมอ่านได้จาก Postbank.com หรือ Wikipedia

ญี่ปุ่น

กิจการธนาคารของไปรษณีย์ญี่ปุ่นหรือ Japan Post Bank ถือเป็นธนาคารไปรษณีย์ที่ใหญ่ที่สุดในโลก โดยมียอดเงินฝากสูงถึง 198 ล้านล้านเยน ซึ่งถือเป็นธนาคารที่มีเงินออมมากที่สุดในโลก

Japan Post Bank ถือกำเนิดภายใต้การไปรษณีย์ญึ่ปุ่นหรือ Japan Post ซึ่งปัจจุบันแปรรูปมาเป็นบริษัทจำกัดเครือ Japan Post Holdings มีบริษัทลูกที่ให้บริการไปรษณีย์ ส่งพัสดุ ธนาคาร และประกันภัย (กิจการทั้งเครือมีขนาดใหญ่เป็นอันดับ 6 ของโลก ถ้าจัดตามอันดับของ Forbes ในปี 2010)

แผนภาพแสดงโครงสร้างองค์กรของ Japan Post Holdings

Japan Post Bank มีแนวคิดเหมือนกับธนาคารไปรษณีย์ของอังกฤษคือรับฝากเงินออม ปัจจุบันถือเป็นธนาคารใหญ่แห่งหนึ่งของญี่ปุ่น และได้รับความเชื่อถือจากชาวญี่ปุ่นสูงวัยที่เติบโตมากับการฝากเงินกับไปรษณีย์มาตลอด

สรุป

กิจการ “ธนาคารไปรษณีย์” ยังมีในประเทศอื่นๆ อีกมาก ไม่ว่าจะเป็นจีน บราซิล นิวซีแลนด์ แอฟริกาใต้ เนเธอร์แลนด์ ฯลฯ แต่จากตัวอย่างของธนาคารไปรษณีย์ใน 3 ประเทศจะเห็นว่าแนวคิดของแต่ละประเทศอาจแตกต่างกัน ส่วนมากธนาคารไปรษณีย์มักเป็น “ธนาคารเพื่อการออม” แต่ก็มีบางกรณีเช่น ธนาคารไปรษณีย์ของเยอรมนีที่เน้นการโอนเงินทางไกล และธนาคารของบางประเทศจะเน้นการขายประกันชีวิตบุคคล หรือการขายหน่วยลงทุน เป็นต้น

สำหรับธนาคารไปรษณีย์ของประเทศไทยที่เน้นไปในด้านการปล่อยสินเชื่อ อาจเป็นเรื่องที่สมเหตุสมผล เพราะรัฐมีธนาคารออมสินสำหรับการออม และธนาคารกรุงไทยสำหรับการให้บริการทางการเงินทั่วไปอยู่แล้ว แต่ปัจจุบันเป็นที่รับรู้กันว่าการปล่อยสินเชื่อรายย่อยทำได้ยาก เนื่องจากธนาคารพาณิชย์ไทยยังเข็ดกับบทเรียนวิกฤตปี 2540 ดังนั้นการตั้งบริษัท “สินเชื่อไปรษณีย์” เพื่อปล่อยสินเชื่อรายย่อย กระตุ้นธุรกิจขนาดเล็ก จึงเป็นก้าวที่น่าสนใจอย่างยิ่งของนโยบายการเงินการธนาคารในประเทศไทยยุคนี้

สำหรับบริษัท “สินเชื่อไปรษณีย์” จะมีนายเอ็นนู ซื่อสุวรรณ อดีตผู้จัดการ ธกส. ซึ่งมีประสบการณ์ด้านสินเชื่อมาเป็นประธานบอร์ด และรักษาการกรรมการผู้จัดการใหญ่ในช่วงแรก

  • http://drummajorchula.multiply.com/ zneb

    กรณีของญี่ปุ่นผมว่าเป็นสิ่งที่เราต้องเรียนรู้และพึงระวังให้มากไม่ให้ซ้ำรอยที่ประเทศไทย โดยตอนนี้ก็รู้ๆกันอยู่ว่า Japan Post Group นั้นคือเจ้าหนี้รายใหญ่ของรัฐบาลญี่ปุ่น และรัฐบาลญี่ปุ่นก็มีการผ่องถ่ายเงินมหาศาลจากธนาคารและบริษัทประกันในเครือ Japan Post เข้าตลาดพันธบัตรรัฐบาลญี่ปุ่นหรือ JGB Market การที่รัฐมีเครื่องมือทางการเงินที่ทำหน้าที่เป็นดั่ง “Saving Monopoly” ส่งผลให้นักการเมืองย่ามใจในการใช้จ่ายและขาดวินัยทางการคลังอย่างรุนแรง และผมมองว่าการที่ญี่ปุ่นไม่สามารถแก้ปัญหาวิกฤตและสร้างวินัยการคลังได้ส่วนหนึ่งเพราะมี Japan Post เป็นผู้รับประกันว่า รัฐบาลไม่มีวันขายพันธบัตรไม่ได้

    จริงอยู่แง่หนึ่ง Japan Post ให้ประโยชน์ในด้านการส่งเสริมการออมและเป็นเครื่องมือในการช่วยรัฐบริหารการคลังอย่างมีประสิทธิภาพและอุ่นใจยามขาดเงิน แต่การที่ปล่อยให้ Japan Post อยู่ในมือและอิทธิพลของนักการเมืองทำให้ Japan Post กลายเป็นภาระของญี่ปุ่นในหลายๆด้านไม่ใช่เฉพาะด้านการคลังเท่านั้น แต่ในด้านการเงิน Japan Post ยังเป็นตัวถ่วงสำคัญในการพัฒนาภาคการเงินทั้งระบบธนาคารและระบบประกันที่ถูกผูกขาดโดย Japan Post และทำให้เกิด Crowding Out Effect อย่างรุนแรงและเรื้อรังในระบบเศรษฐกิจญี่ปุ่น เกิดความไม่เป็นธรรมในการแข่งขันในภาคการเงิน และส่งผลให้ธุรกิจต่างๆโดยเฉพาะ SME ญี่ปุ่นเผชิญความยากลำบากในการหาแหล่งเงินทุนด้วยจากการที่ต้องแข่งกับรัฐบาลในการแย่งชิงเงินทุนในยามเศรษฐกิจตกต่ำ

    และนั่นเป็นสิ่งที่ทุกภาคส่วนทั้งภาครัฐ นักวิชาการ และประชาชนต้องร่วมกันตรวจสอบการผลักดันกิจการธนาคารไปรษณีย์ในประเทศไม่ให้ตกเป็นเครื่องมือของนักการเมืองที่มีวาระแอบแฝงและอาศัยช่องว่างของความรู้และการขาดความเข้าใจเรื่องระบบธนาคารไปรษณีย์มาฉวยโอกาสปล้นเอาผลประโยชน์และความมั่งคั่งสาธารณะของประเทศนี้ไปเป็นของส่วนตัว

  • Kan Yuenyong

    วิเคราะห์ได้เยี่ยมครับเบ๊นซ์