ประเทศไทยมีความอุดมสมบูรณ์ ในน้ำมีปลาในนามีข้าว สมัยอยุธยาถึงต้นกรุงรัตนโกสินทร์ เราจึงร่ำรวยมั่งคั่ง เพราะมนุษยชาติยังอยู่ในยุคคลื่นลูกที่ 1 ที่คุณค่าหลักอยู่ที่ “เกษตรกรรม” แต่หลังสนธิสัญญาบาวริ่ง โลกได้เข้าสู่คลื่นลูกที่ 2 คุณค่าหลักย้ายไปอยู่ที่ “อุตสาหกรรม” เราก็ตกต่ำให้ฝรั่งย่ำยีเรื่อยมา “จีน” ที่เคยเป็นใหญ่ในโลกก็ยังเอาตัวไม่รอด
ตอนนี้มาถึง “คลื่นลูกที่ 3” คุณค่าหลักของโลก ไม่ได้อยู่ที่เทคโนโลยีอีกต่อไป แต่กลับเป็นการบริหารข้อมูลข่าวสาร ล่าสุด Creative Economy ก็เป็นการบริหารข้อมูลข่าวสารรูปแบบหนึ่ง นั่นคือ “ความงาม”
ต้นทุนกาแฟสตาร์บัคส์ไม่เกิน 20 บาท แต่ไปหนักที่ค่าจ้างพนักงาน ค่าสถานที่ ค่าออกแบบร้าน
Mcdonald ไม่ได้ยิ่งใหญ่ เพราะผลิตแฮมเบอร์เกอร์ดีที่สุด แต่คิดวิธีสร้างแฟรนไชส์ ระดมเงินอย่างไร สร้างระบบบริหารอย่างไร เพื่อให้เกิดการเติบโต เพราะเงินทุนบริษัทจำกัด กู้ธนาคารก็มีขอบเขตตามจำนวนสินทรัพย์
เจ้าของร้านอาหารหรือเจ้าของโรงงานอุตสาหกรรมจึงต้อง Paradigm Shift คุณค่าของสินค้าไม่ได้อยู่ที่ตัวสินค้าอีกต่อไป แต่อยู่ที่การบริหารข้อมูลข่าวสาร รวมถึงระบบ Logistic
ประเทศไทยมีฝีมือด้านอาหารและเกษตรกรรม 100 คะแนนเต็ม อุตสาหกรรม 60 คะแนน ข้อมูลข่าวสาร 30 นี่พูดอย่างเกรงใจ คนไทยอ่านหนังสือปีละกี่บรรทัด ไม่ต้องพูดถึงการประยุกต์ใช้ข้อมูล ทั้งด้าน IT และ Creative Economy
เจ้าของร้านก๋วยเตี๋ยวเนื้อรสเลิศ เสียชีวิตลง ลูกจ้างนำสูตรไปตั้งร้านเอง ลูกหลานทำสู้ไม่ได้ เพราะไม่เคยลงมาช่วยพ่อแม่ทำอย่างจริงจัง
ปัญหาไม่ใช่ถูกลอกเลียนสูตร แต่อยู่ที่การจัดการ หากเปิดร้านได้มากแบบ MK ต่อให้ลูกจ้างรู้สูตรทั้งหมด ก็ยากจะเลียนแบบได้
การขยายสาขา สร้างระบบจัดการ สร้างแบรนด์ ในระยะยาว จึงทำให้ธุรกิจยั่งยืนกว่า เพราะลอกเลียนแบบได้ยากกว่าเทคนิคในการสร้างผลิตภัณฑ์ให้เลอเลิศ
วิธีแก้ปัญหาคือ เถ้าแก่ควรให้ลูกหลานมาช่วย แน่นอนว่าลูกหลานย่อมมีสิทธิ์เลือก จะทำการตลาด หาแหล่งทุน สร้างระบบบริหาร ไม่ใช่งานที่ปาดเหงื่อ หรือหากลูกหลานรักในกิจการ ก็ให้อยู่ดูแลกิจการประจำวัน แล้วพ่อแม่จึงเปลี่ยนบทบาทเป็นนักการตลาด
โลกเปลี่ยนไปแล้ว ธุรกิจก้าวไปไกลแล้ว สิ่งสำคัญคือ การบริหารข้อมูลข่าวสาร รู้จักสื่อสารกับตลาด รู้จักระดมทุนจากนักลงทุน รู้จักสร้างระบบที่ให้พนักงานทำงานแทนคุณ เพื่อว่าคุณจะได้มีเวลาวางกลยุทธ์ให้ธุรกิจขยายตัวเติบโต
อย่าปิดกั้นตัวเอง อย่าหลอกตัวเอง ลองสังเกตธุรกิจของคุณว่ามีความเสื่อมชำรุดบ้างไหม อย่าคิดง่ายๆว่า ทำธุรกิจมา 20 ปี ส่งลูกหลานให้เรียนสูงๆ ถือว่าสิ้นสุดภารกิจแล้ว น่าเศร้าที่ลูกหลานต้องไปทำงานกินเงินเดือนคนอื่น แทนที่จะนำวิชา MBA มาช่วยที่บ้านขยายกิจการ
หากลูกหลานไม่เอาไหน ก็ให้มารักษาสถานภาพ แล้วจึงนำเวลาว่างจากงานเถ้าแก่ ไปลงทุนด้านข้อมูลข่าวสาร อ่านหนังสือ ฟังวิทยุ แล้วสร้าง “เครือข่าย” กับผู้มีความสามารถ ย่อมค้นพบเพชรที่จะมาช่วยเจียระไนธุรกิจท่าน
ประดุจ “เล่าปี่” ได้ตัว “ขงเบ้ง” มาช่วยเปลี่ยนธุรกิจแบบกงสีที่ไร้จัดการมาเป็นธุรกิจที่ทันสมัย ซึ่งเติบโตรุดหน้า พร้อมจะเป็นที่หนึ่งในแผ่นดิน
อย่าเป็น “จิวยี่” ที่กระอักเลือดตาย เพราะจิตใจคับแคบ มองแต่ผลประโยชน์ระยะสั้น ไม่คิดแสวงหาพันธมิตรเพื่อความยิ่งใหญ่ในระยะยาว ที่แม้แต่คนซื่อบื้ออย่าง “โลซก” ก็ยังคิดได้และดูฉลาดกว่า
Podcast: Play in new window | Download
