Practical Radio Practical Radio ตอนที่ 20: หลักการสงคราม 10 ประการ เพื่อพิชิตชัยในโลกธุรกิจ

พันเอก ดร. ธีรนันท์ นันทขว้าง คือ นายทหารหนุ่มไฟแรงแห่งกองทัพไทย ผู้มีความเชี่ยวชาญด้านคณิตศาสตร์ เทคโนโลยีสารสนเทศ (IT) และเศรษฐกิจการเมือง โดยในปัจจุบันได้เข้าไปมีบทบาทในโลกออนไลน์ผ่านทางเว็บไซต์ Twitter และ Facebook เพื่อเผยแพร่มุมมองใหม่ด้านความมั่นคงให้ประชาชนได้เข้าใจบทบาทของทหารไทยในศตวรรษที่ 21

ล่าสุดนี้ ดร. ธีรนันท์ ได้ให้สัมภาษณ์กับคมชัดลึก หนังสือพิมพ์เดลินิวส์ และสื่อกระแสหลักทั้งหลาย เพื่อเผยแพร่แนวคิดสันติวิธี และ Scenarios ทั้งในทางดีและร้าย เพื่อเลือกเส้นทางที่เหมาะสมกับประเทศไทยในการฝ่าฟันวิกฤต

Practical Radio ตอนที่ 20 ก็ได้รับเกียรติจาก ดร. ธีรนันท์ มาเป็นแขกรับเชิญในรายการ โดยนำหลักการสงคราม 10 ประการในวิชาการทหาร เพื่อมาปรับใช้ในโลกธุรกิจ ทำให้มุมมองและกลยุทธ์ของนักธุรกิจไทยมีความลึกซึ้งและกว้างไกลยิ่งขึ้น


….

1. หลักความมุ่งหมาย (Objective): สมัยก่อนตอนผมเป็นนายทหารเด็ก ๆ หลักการ ข้อนี้ใช้คำแปลว่า หลักการดำรงความมุ่งหมาย ซึ่งผมคิดว่า ความหมายเมื่อแปลเป็นไทยแล้ว ดูให้ความกระจ่าง และชัดเจนดี หลักการสงครามในข้อนี้ คือการกำหนดเป้าหมาย หรือวัตถุประสงค์ที่ชัดเจน ทั้งในระดับยุทธศาตร์ชาติ ยุทธศาสตร์ทหาร หรือแม้กระทั้ง ในยุทธวิธี การกำหนดความชัดเจนของความมุ่งหมายเป็นเรื่องที่ทำให้การปฏิบัติในทุกส่วน ของ หน่วยระดับรองลงมามีความเข้าใจชัดเจน และไม่สับสนที่จะนำไปปฏิบัติ อีกทั้งการดำรงรักษาความมุ่งหมาย ย่อมจะนำมาซึ่งผลที่มุ่งไปสู่ความมุ่งหมายเดียวกัน ถ้าใช้ภาษาที่ไม่ใช่ภาษาทหารแล้ว ก็คือการกำหนดเป้าหมายที่ชัดเจน ไม่คลุมเคลือ

2. หลักการรุก (Offensive): ในการทำ สงครามใดก็ตาม ผู้ที่เข้าทำสงคราม ย่อมปราถนาที่จะชนะสงคราม การปฏิบัติที่จะนำมาซึ่งชัยชนะได้ เราต้องชิงความได้เปรียบด้วยพยายามใช้ความริเริ่มใหม่ และขยายผลแห่งความคิดริเริ่มนั้น และหลักการรุก นี้เป็นหลักการที่เราสามารถดำรงรักษาความคิดริเริ่มไว้ได้ และจะนำไปสู่การบรรลุความมุ่งหมายตามหลักการสงครามในข้อแรก ซึ่งถ้าฝ่ายใดสามารถดำรงความริเริ่มโดยใช้หลักการรุกได้ ก็จะเป็นผู้ที่กำหนดให้ฝ่ายตรงข้าม ดำเนินตามที่เราต้องการได้ ถ้าใช้ภาษาที่ไม่ใช่ภาษาทหาร หลักการข้อนี้คือ การเป็นผู้ที่กำหนดโจทย์ หรือปัญหาให้กับฝ่ายตรงข้ามเป็นผู้แก้ ไม่ใช่ให้ฝ่ายตรงข้ามเป็นผู้กำหนดปัญหาให้เราเป็นผู้แก้

3. หลักการรวมกำลัง (Mass): หลักการรวมกำลังนี้คือ ในการปฏิบัติแต่ละครั้ง จะต้องมุ่งให้เกิดอำนาจกำลังรบสูงสุด ณ ตำบล และเวลา ที่ต้องการผลแตกหักเสมอ ถ้าใช้ภาษาที่ไม่ใช่ภาษาทหารคือ การใช้ทรัพยากรที่มีอยู่อย่างเป็นกลุ่มก้อน ต่อการปฏิบัติที่เราต้องการจะบรรลุความสำเร็จ ถ้าในระดับยุทธศาสตร์ชาติ จะหมายถึงการใช้พลังอำนาจของชาติ ทั้งมวลในสัดส่วนสูงสุด ต่อปัญหาที่กระทบกระเทือนต่อความมั่นคงของชาติมากที่สุด

4. หลักการออมกำลัง (Economy of Force): หลักการในข้อนี้คือการใช้กำลังน้อยที่สุด ต่อปัญหาหรือ การปฏิบัติที่เป็นรอง เพื่อสงวนกำลังทั้งหมดไว้สนับสนุน หลัการรวมกำลัง เป็นเรื่องหลักที่ต้องทุ่มเทกำลังในการปฏิบัติ ถ้าใช้ภาษาที่ไม่ใช่ภาษาทหารคือ การกระทำใดที่เป็นเรื่องรอง จะใช้ทรัพยากรที่มีอยู่ในอัตราส่วนที่น้อยที่สุดเข้ากระทำ เพื่อสงวนทรัพยากรที่มีอยู่อย่างจำกัดไว้ กระทำในเรื่องหลัก สำหรับหลักการในข้อนี้ เมื่อใช้ร่วมกับหลักการรวมกำลังแล้ว ถ้าฝ่ายที่มีกำลังน้อยกว่าแล้วนำไปใช้ย่อมจะส่งผลให้ ฝ่ายที่มีกำลังน้อยกว่า ชนะฝ่ายที่มีกำลังมากกว่าได้

5. หลักการดำเนินกลยุทธ์ (Maneuver): หลักการในข้อนี้คือการบังคับให้ข้าศึก อยู่ในฐานะที่เสียเปรียบ โดยการใช้ความอ่อนตัวในการใช้อำนาจกำลังรบของฝ่ายเรา การใช้ความอ่อนตัวนี้จะหมายถึง การโยกย้ายกำลังที่เข้าปฏิบัติต่อจุดอ่อนของฝ่ายตรงข้าม เพื่อทำให้ฝ่ายตรงข้ามเสียเปรียบ และ ส่งผลให้เกิดชัยชนะขั้นแตกหักได้

6. หลักการเอกภาพในการบังคับบัญชา (Unity of Command): หลักการในข้อนี้คือการลด ความสับสนในการการควบคุมบังคับบัญชา โดยจัดให้มีอำนาจในการสั่งการภายใต้ผู้บังคับบัญชาคนเดียว นั่นหมายถึงการปฏิบัติการใด ๆ ในแต่ละครั้งจะต้องมีผู้ที่รับผิดชอบเพียงคนเดียว

7. หลักการจู่โจม (Surprise): หลักการจู่โจม คือการเข้าปฏิบัติต่อฝ่ายตรงข้าม ณ เวลา และ/หรือ ตำบล ด้วยวิธีการรบในลักษณะที่ฝ่ายตรงข้ามไม่คาดคิด เพื่อไม่ให้ฝ่ายตรงข้ามได้มีโอกาส เตรียมการในการตั้งรับ ปัจจัยที่จะก่อให้เกิด ความจู่โจมได้แก่ ความรวดเร็ว และปฏิบัติในสิ่งที่ฝ่ายตรงข้ามคิดว่าเป็นไปไม่ได้ หลายครั้งในอดีตที่ผ่านมา หลักการสงรามในข้อนี้เมื่อมีการนำมาใช้ก็จะเป็นสิ่งที่ช่วยยุติการรบในครั้ง นั้นโดยเร็ว ซึ่งบางครั้งเป็นการแก้จุดตาย (deadlock) ของการใช้กำลังจากทั้งสองฝ่าย

8. หลักความง่าย (Simplicity): คือการดำเนินการในเรื่อง ของการทำแผน และคำสังที่มีความชัดเจน ไม่คลุมเคลือ ง่ายต่อความเข้าใจ และเข้าใจตรงกันทุกส่วน หลักความง่ายจะเป็นหลักประกันในเรื่องของการปฏิบัติในแต่ละส่วนที่จะปฏิบัติ มุ่งไปสู่เป้าหมายเดียวกัน

9. หลักการรักษาความปลอดภัย (Security): หลัก การนี้คือหลักการที่ก่อให้เกิดเสรีในการปฏิบัติ ลดความล่อแหลมของฝ่ายเราจากการปฏิบัติของฝ่ายตรงข้าม ถ้าใช้ภาษาที่ไม่ใช่ภาษาทหารคือ การรักษาความลับไม่ให้ฝ่ายตรงข้ามรู้ว่าเราจะทำอะไร และ ป้องกันไม่ให้ฝ่ายตรงข้ามใช้ประโยชน์ จากจุดอ่อนที่เรามี

10. หลักการต่อสู้เบ็ดเสร็จ (Total): หลักการนี้ เป็นหลักการที่กองทัพไทยได้นำมาใช้ โดยนำมาจากบทเรียนจากการรบที่ผ่านมาของกองทัพไทย หลักการนี้ คือการผนึกกำลัง และกิจกรรมในการป้องกันประเทศทั้งมวลเข้าด้วยกันโดยใช้กองทัพเป็นแกนกลาง หลักการในข้อนี้คือการจัดให้มีกำลังประจำถิ่น กำลังประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมในการป้องกันประเทศ วัตถุประสงค์ของการใช้หลักการในข้อนี้ คือ การสร้างความเตรียมพร้อมในการที่จะเผชิญ ต่อภัยคุกคาม โดบเพิ่มสภาพความพร้อมรบ และขยายกำลังเต็มขาดได้อย่างรวดเร็ว ในทางยุทธศาสตร์ หลักการนี้เป็นการแสดงเจตนารมณ์ ของประชาชนในการที่จะรักษาเอกราช และ อธิปไตยของชาติ ซึ่งเป็นสิ่งที่ต้องใช้ความพยายามร่วมกัน ของประชาชนทุกสาขาอาชีพ และกองทัพ

รายละเอียดสามารถติดตามได้ใน www.tortaharn.net

นอกจากนี้ SIU ยังเคยสัมภาษณ์พันเอก ดร. ธีรนันท์ นันทขว้าง ในรายการ Practical Utopia ตอนที่ 10 มาครั้งหนึ่งแล้ว

ดาวน์โหลด mp3

  • Ink

    ชอบตอนนี้เป็นพิเศษครับ