Practical Radio Practical Radio ตอนที่ 27: Creative Economy บทเรียนจาก “เกาหลีใต้ อินเดีย ญี่ปุ่น และจีน”

Creative Economy (เศรษฐกิจสร้างสรรค์) ได้กลายเป็น “แรงบันดาลใจและความหวัง” ในการปฏิรูปประเทศไทยให้หลุดพ้นจากวังวนแห่งความยากไร้ โดยเฉพาะการเพิ่มทางเลือกและลดความเสี่ยงทางเศรษฐกิจที่เคยต้องพึ่งพาแต่เพียงภาคเกษตร อุตสาหกรรมและบริการเท่านั้น

นับเป็นทั้ง “โอกาสและวิกฤต” ของประเทศไทย ที่ตื่นตัวและเริ่มเข้าสู่เส้นทางของ Creative Economy พร้อมกับประเทศอุตสาหกรรมชั้นนำทั้งหลาย ข้อเสียก็คือ ไทยจะไม่มี “สูตรสำเร็จ” ที่ผ่านการลองผิดลองถูกกระทั่งตกผลึกของประเทศพัฒนาให้ลอกเลียน แต่ข้อดียิ่งใหญ่ก็คือ หากไทยสามารถค้นพบยุทธศาสตร์ที่ถูกต้องในการก้าวเดินก็จะสามารถดีดตัวจากประเทศผู้ตามเข้าสู่เขตขั้นการเป็นผู้นำทางเศรษฐกิจโลกทัดเทียมกับประเทศพัฒนาทั้งหลาย

Practical Radio ตอนที่ 27 ได้รับเกียรติจาก ผศ.ดร. การดี เลียวไพโรจน์ ผู้อำนวยการศูนย์ให้คำปรึกษาทางธุรกิจแห่งมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (TBCC) คณะกรรมการบริหารสถาบันองค์ความรู้แห่งเอเชีย (Asian Knowledge Institute) และที่ปรึกษาด้านนโยบายเศรษฐกิจสร้างสรรค์ของคุณอลงกรณ์ พลบุตร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ โดยนำบทเรียนจากการศึกษาดูงานและค้นคว้าวิจัยจากหลากหลายประเทศตั้งแต่อินเดียถึงเกาหลีใต้มาสรุปสังเคราะห์เป็น “ยุทธศาสตร์” ที่เหมาะสมสอดร้อยกับบริบทสังคมไทย

ในกรณีของประเทศญ๊่ปุ่น ได้ผลักดันแนวคิดที่เรียกว่า KANSEI หรือ Sense of value โดยเป็นการออกแบบที่กว้างไกลกว่า “สุนทรีย์และความงาม” แต่ยังครอบคลุมถึงการสกัดการรับรู้ออกมาให้เป็นรูปธรรมและเป็นกลยุทธ์ให้ได้

1. การออกแบบสไตล์ (Design in Style) เป็นการออกแบบสินค้าและอุปกรณ์ต่างๆ เครื่องมือทางอุตสาหกรรม โดยคำนึงถึงความปลอดภัยและความทนทาน

2. การออกแบบการใช้ชีวิต (Design in Life) เป็นการออกแบบพื้นที่ทั้งบ้าน สำนักงาน หรือสถานที่ต่างๆ โดยคำนึงถึงความเหมาะสมและความปลอดภัยของผู้พักอาศัย

3. การออกแบบการสื่อสาร (Communication Design) เป็นการออกแบบสื่อ เนื้อหา หรือระบบที่จะช่วยให้เกิดการสื่อสาร เช่น ป้าย โฆษณา Interactive design

4. การออกแบบความคิดของตัวเอง (Design in Thoughts) เป็นการออกแบบแผนงานหรือขั้นตอนที่จะสนับสนุนแผนงาน เช่น การให้บริการของภาครัฐ ที่ต้องมีการออกแบบแผนงานและขั้นตอนในการให้บริการให้เป็นที่ยอมรับของประชาชน

KANSEI ได้ชี้ให้เห็น “จุดอ่อน” ของการออกแบบในประเทศไทยที่ยังมุ่งเน้นในด้านสไตล์และการใช้ชีวิตมากเกินไป โดยละเลยการสื่อสารและความคิดที่เป็นเคล็ดลับซึ่งแยกศิลปินอัจฉริยะออกจากศิลปินทั่วไป

ในกรณีเกาหลีใต้ เราต้องหลุดพ้นจากภาพลวงตาของ “หนังเกาหลี” ที่เป็นยอดภูเขาน้ำแข็ง แต่มองลงไปให้เห็นแก่นแท้ของยุทธศาสตร์ นั่นคือ วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โดยเฉพาะจากบริษัท Samsung ที่มุ่งเน้นด้านการผลิตอุปกรณ์บันเทิงที่สามารถ “เข้าถึง” ทุกครัวเรือน ซึ่งส่งผลให้ภาพยนตร์และความบันเทิงของเกาหลีสามารถกระจายยอดขายไปที่ลูกค้าจำนวนมาก จึงลดต้นทุนและนำผลกำไรมาใช้ปรับปรุงเศรษฐกิจสร้างสรรค์ได้อย่างชาญฉลาดยิ่ง

บทเรียนจากเกาหลีใต้ก็คือ การสร้าง Positioning ที่เหมาะสมสอดคล้องกับความได้เปรียบเชิงเปรียบเทียบของตนเอง (Comparative Advantage) ซึ่งในกรณีของประเทศไทยคงไม่สามารถเลียนแบบเกาหลีที่ถนัดด้านเทคโนโลยี แต่เราต้องเน้นไปที่ “วัฒนธรรม” ที่สนุกสนานเบิกบานและพร้อมจะปรับตัวเข้ากับทุกคนบนโลกใบนี้

ในกรณีของประเทศจีน ได้มีการพัฒนาแนวคิดเรื่อง Creative City อย่างลึกซึ้งจริงจัง โดยเฉพาะการปรับปรุงตีกรามบ้านช่องให้มี “เอกลักษณ์” ความเป็นจีนที่น่าหลงใหล ผสานกับความทันสมัยแบบตะวันตกที่แสนสะดวกสบาย

นี่คือ Creative Economy ที่แสนสร้างสรรค์ไม่ติดกรอบทั้งความเก่าและความใหม่ แต่กล้าหาญที่จะปลดปล่อยตัวโน้ตทั้งสูงและต่ำ ทั้งความเงียบและความกังวานให้บรรเลงไปในท่วงทำนองเดียวกัน เพื่อหลอมรวมเป็นบทเพลงแห่งสรวงสวรรค์ที่แสนบรรเจิดใจ

Creative Thailand จึงต้องเริ่มจาก “กระทรวงศึกษา” ที่กล้าหาญในการทำลายกรอบระหว่างใหม่และเก่า โดยเปิดโอกาสให้นักเรียนสามารถ “ตีความอย่างลึกซึ้ง” ในสิ่งที่อาจารย์พร่ำสอน เพื่อนำไปสู่การสร้างความแตกต่างทางความคิด ที่เป็นวัตถุดิบสำคัญในการผลิตสินค้าสร้างสรรค์ที่มีเสน่ห์งดงาม กลอมกล่อมระหว่างความเป็นไทยและความเป็นอื่น รื่นรมย์ระหว่างโบราณกาลและอนาคตกาล เพื่อตอบสนองรสนิยมในการบริโภคของผู้คนในศตวรรษที่ 21

ขอบคุณ บทความและความรู้ดีๆจาก OKMD และ TCDC ที่ช่วยสกัดความรู้จากทั่วทุกมุมโลกเพื่อนำไปสู่การสังเคราะห์ “ยุทธศาสตร์” เพื่อผลักดันประเทศไทยไปสู่เศรษฐกิจสร้างสรรคที่งดงามรุ่มรวย

ดาวน์โหลด mp3

  • บอล

    ขอ MP4 ด้วยครับ จะโหลดไว้ฟัง ขอบคุณครับ

  • Paul Lin

    ที่บอกว่า สิ่งที่เราแข็ง มาตลอดสิบปี …
    เช่นอะไรบ้างครับ

    ที่บอกว่า มีตั้งเยอะ เราพร้อมอยู่แล้วสำหรับ creative economy และ ไม่ได้จากบันไดขั้นที่่ศูนย์ แต่เป็นขั้นที่หกหรือแปด

    ถ้าหากว่า เป็น หก จริง แล้วทำไมถึงไม่เป็นแปด หรือ เก้า

    อีกนัยคือ อุปสรรคนั้นคืออะไร ทำไมจึงมองว่าสิ่งนั้นถึงมีน้ำหนัก 4 หรือ 2 ในสิบ (ทำให้เป็น 6 หรือ 8) แืทนที่จะมองว่าจะมีน้ำหนักมากกว่านั้นหรือน้อยกว่านั้น

    อืม… นึกตามไม่ออกว่าทำไมถึงเป็น หก ทำไมไม่ใช่ หนึ่ง หรือ สอง

    จากที่ฟัง จับได้ว่า ต้องมีการตีความอย่างลึกซึ้ง

    คือเห็นด้วยว่า ตีความ อาจกลายเป็นบิดเบือน แล้วที่ว่าลึกซึ้ง ลึกซึ้งยังไรแล้วไม่บิดเบือน
    ยกตัวอย่างที่เป็นรูปธรรมสักเรื่องได้ไหมครับ

    เอาที่เค้่ากำลังทำกันอยู่แล้วก็ได้ครับ

    แล้วการตีความอย่างลึกซึ้งนั้น มันก็นามธรรมมาก แค่ไหนที่เรียกว่าลึกซึ้ง เอาอะไรวัด
    การที่บอกว่าลึกซึั้งนั้น ๆ อีกคนจะมองว่าหยาบหรือไม่ ?

  • เจริญชัย ไชยไพบูลย์วงศ์
  • Paul Lin

    ขอบคุณมากครับ :D :D

  • http://- มด พยากรณ์

    ปัญหาที่จะเปลี่ยนแปลงประเทศไม่ใช่เรื่องที่จะเกิดขึ้นง่ายๆ เพราะแต่ละท้องที่มี”จิตวิญญาณ”ของเมืองอยู่ คือ ความยึดติดกับสิ่งเดิมๆที่เคยมี เคยเป็น และที่สำคัญคือการสร้างสิ่งหนึ่งแต่กับสร้างปัญหาใหม่ให้เกิดขึ้นมาแทน เช่นการสร้างเขื่อนกลับทำให้น้ำท่วมมากขึ้น เพราะเขื่อนปล่อยน้ำมาท่วมเพราะกลัวเขื่อนแตก (แล้วทำไมไม่บริหารจัดการน้ำให้เพียงพอกับปริมาณน้ำฝนที่จะตกในแต่ละปี แล้วปล่อยน้ำให้เขื่อนมีพื้นที่เพียงพอสำหรับรองรับน้ำฝนที่ตกลงมา) สรุป ต้องแก้ทั้งระบบ รวมถึงคิดถึงปัญหาที่เกิดตามมาจากการสร้างความเปลี่ยนแปลงประเทศอย่างที่กล่าวมา

  • Anomnymous

    ถึงผู้ล่วงละเมิดข้อมูลส่วนตัวของผู้อืน

    การเข้าถึงหรือล่วงละเมิดข้อมูลส่วนตัวของผู้อืนโดยผู้อืนนั้นมิได้ยินยอม อีกทั้งผู้ล่วงละเมิดนำข้อมูลนั้นไปเปิดเผยแก่บุคคลอืน ไม่ว่าจะทำไปด้วยเจตนาดีหรือร้าย สิ่งนี้ไม่ควรเป็นสิ่งที่ปัญญาชนพึงกระทำ ใช่มั๊ยครับ?

    ยิ่งไปกว่านั้นผู้ถูกล่วงละเมิดนั้นไม่ได้เป็นบุคคลสาธารณะและมิต้องการเปิดเผยตนสู่สาธารณะ แต่การล่วงละเมิดที่เกิดขึ้น ทำให้ความเป็นส่วนตัวที่ผู้ถูกล่วงละเมิดถูกเปิดเผยโดยมิได้ยินยอม แม้เป็นเพียงการเปิดเผยในวงแคบในหมู่เพือนฝูง ท่านอาจคิดว่าการใช้ข้อมูลส่วนตัวของผู้อืนเพือเป็นหัวข้อเพิ่มความสนุกสนานเฮฮาในวงสนทนาเท่านั้น แต่เจ้าตัวเค้าไม่ยินยอม จึงเป็นสิ่งที่ไม่ควรกระทำใช่มั๊ยครับ?

    ถ้าท่านมีส่วนเกี่ยวข้องกับการกระทำที่น่าละอายเช่นนี้ ท่านคิดว่าท่านควรจะชดใช้ให้กับบุคคลที่ถูกท่านล่วงละเมิดความเป็นส่วนตัวซึ่งได้รับความเสียหายทางด้านจิตใจนั้นอย่างไรครับ?

    บรรดาท่านที่เป็นสมองของประเทศอย่าถือตนว่ามีฉลาดและมีความรู้ความสามารถ จนสามารถล่วงละเมิดสิทธิส่วนบุคคลของใครๆก็ได้นะครับ คนทุกๆคนมีสิทธิในความเป็นส่วนตัวเท่าๆกันครับ

    อยากเตือนสติว่า การกระทำใดๆ ที่เกิดจากความคึกคะนองของคนบางคนได้สร้างความเสียหายทางจิตใจให้กับคนที่ถูกกระทำ คราวหน้าคราวหลังจะทำอะไรคิดถึงใจเขาใจเราบ้างนะครับ อย่าเอาแต่อยากสนุกจนลืมความทุกข์ของคนอืนนะครับ

    ผมไม่ได้ระบุนะครับว่า ผมกำลังเตือนใคร แต่คนที่ทำน่าจะรู้ตัวนะครับว่าทำอะไรลงไป คนที่ถูกท่านล่วงละเมิดนั้นกำลังทุกข์ใจอย่างมาก อย่าทำเป็นเล่นไป

  • Anomnymous

    สนุกสนานกับการละเลงข้อมูลส่วนตัวและความรู้สึกของคนอืนกันพอแล้ว ก็เลิกกันได้แล้วมั๊ง จะเล่นต่อกันเพืออะไร? ที่ผ่านมาพวกคุณทำร้ายความรู้สึกของคนๆนั้นมามากพอแล้ว

    อย่าถึงกับต้องบังคับให้เค้าต้องระเหเร่ร่อนเพือหาที่อยู่ใหม่กันเลย ถ้าคุณรู้จักเค้าจริงๆ คุณจะรู้ว่า เค้าจะพยายามหนีพวกคุณได้จริงๆ ไม่ว่าชีวิตของเค้าจะต้องเดือดร้อนยังไงก็ตาม ไม่ใช่เพราะเค้าอาย แต่เค้าไม่ต้องการเกี่ยวข้องกับคนอย่างพวกคุณอีกต่อไป

    การขอโทษและยอมรับผิดในการกระทำทั้งหมดที่เกิดขึ้นอาจเป็นวิธีที่ดีและง่ายที่สุดในการยุติความผิดพลาดที่เกิดขึ้นทั้งหมด

    หรือว่าคนแบบพวกคุณ คุ้นเคยแต่วิธีทำผิดแต่ไม่กล้ารับผิด เคยชินแต่วิธีการโยนความผิดกลับไปยังผู้ถูกกระทำเท่านั้น?

  • Tinuviel

    พูดกะใครเนี่ย? งง