Practical Utopia II : สถานการณ์การเมืองไทย

March 7, 2008

รายการโทรทัศน์ทางอินเทอร์เน็ต : Practical Utopia หรือ กระชากฝันให้เป็นจริง

(หากรับชมวิดิโอข้างต้นไม่ได้ หรือมีปัญหาในการรับชม โปรดทดลองเข้ารับชมทาง Google Video , ขอแนะนำสำหรับผู้รับชมที่อยู่ต่างประเทศ เนื่องจากการโหลดข้อมูลที่ดีขึ้น)

ชื่อรายการได้รับแรงบันดาลใจมาจากบทเพลง More than you can see

ต้องการวิพากษ์การมองโลกอย่างตื้นเขิน ที่อาจจะเน้นแต่อุดมคติ แต่ไม่มองความเป็นจริง

เราอยากสะท้อนว่ามันมีอะไรมากกว่าอุดมคติ (Utopia)

เพราะการเคลื่อนไหวต่อสู้ในชีวิตของมนุษย์นั้น มีเลือดเนื้อ ความลำบากยากเข็ญ ทุกขเวทนา แต่ก็แฝงไว้ด้วยความสนุกสุขสม ความวิจิตรเลิศจรัส

ตลอดเวลาในประวัติศาสตร์ 5,000 ปีนั้น มีความพลิกผันพลวัตย้อนแย้ง เป็นตัวยืนพื้นอยู่เสมอ

นี่คือเสน่ห์ของชีวิต

ชูนโยบาย “อุดมคติในโลกที่เป็นจริงได้” เสน่ห์ของอุดมคติที่ไม่อุดมคติ(บริสุทธิ์) คือ ความงามในความบกพร่อง

รูปแบบรายการ คือการเปิดโอกาสให้ “หน่วยวิเคราะห์” ที่มีจินตนาการสร้างสรรค์ได้มาร่ายรำบทเพลง บทสังเคราะห์ บทสรุปในใจตน เพื่อประสานกับหน่วยวิเคราะห์อื่น

กลายเป็น “สรุปความ” ที่แสนอัจฉริยะ ตกผลึกเป็นความคิดยุทธศาสตร์ชี้นำ สำหรับก่อการใหญ่

เป็นยอดความคิดที่สามารถปลุกประชาชน โดยเฉพาะ WC ให้ตื่นรู้ในความจริง และเป็นกองกำลังที่มีคุณภาพในการปฏิวัติสังคมไทย
=====
รายการนี้จะนำเสนอสัปดาห์เว้นสัปดาห์ เน้นการวิเคราะห์เรื่อง เศรษฐกิจ การเมือง สังคม และ สถานการณ์ต่างประเทศ เพื่อให้ท่านผู้เข้าชมได้รับทราบความเคลื่อนไหว และแนวคิดเพื่อนำไปใช้ในการตัดสินใจให้เกิดประโยชน์สูงสุด ไม่ว่าจะเป็นในเชิงธุรกิจ หรืองานส่วนตัว

สำหรับตอนนี้จะเน้นหนักการวิเคราะห์สถานการณ์การเมืองไทย : การกลับสู่ประเทศไทยของ พ.ต.ท. ทักษิณ ชินวัตร, การฟื้นตัวของพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย, การโยกย้ายข้าราชการตั้งแต่ อธิบดีกรมประชาสัมพันธ์, อธิบดี DSI, ผู้บัญชาการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ตลอดจนความขัดแย้งของมาตรการทางเศรษฐกิจระหว่างธนาคารแห่งประเทศไทย และรัฐบาลสมัคร 1, ตลอดจนการต่อสู้เชิงชนชั้นในบริบทการเมืองไทย.

Related story:
  • Email Group สำหรับแฟนๆ รายการ Practical Utopia
  • Practical Utopia Online TV
  • จดหมายข่าววิเคราะห์สถานการณ์การเมืองปัจจุบัน ฉบับที่ 1
  • งานสัมมนาไทยศึกษานานาชาติครั้งที่ 10
  • เก็บตกจากการสัมภาษณ์ คุณจักรภพ เพ็ญแข ในรายการ Challenge Thailand 2010



  • Comments

    18 Responses to “Practical Utopia II : สถานการณ์การเมืองไทย”

    1. 1. iMenn on March 8th, 2008 13:21

      มันดีครับ ขอคารวะ

    2. 2. Zhou Yi on March 9th, 2008 15:41

      It’s great. I can’t wait for the next one :)

    3. 3. ปอนด์ on March 9th, 2008 17:04

      ดีมากเลยครับ พูดแล้วเห็นหน้าค่าตาไปด้วยดีกว่าได้ยินแต่เสียงครับ

    4. 4. Suwannee Wattananakorn on March 9th, 2008 19:38

      ทำไม ดูได้แค่นิดเดียว เอง

    5. 5. Suwannee Wattananakorn on March 9th, 2008 19:47

      ได้แค่ 6 นาที เท่านั้น

    6. 6. ตาล on March 10th, 2008 15:57

      ลองดูแล้วค่ะ
      เราดูได้จนจบเลยจบเลยนะค่ะ
      ไม่น่าจะมีปัญหาาอะไรนะ
      ดูได้ทั้ง ie , firefox ค่ะ

    7. 7. กานต์ on March 10th, 2008 19:29

      ถ้าคุณ Suwannee ไม่สามารถรับชม video จากเว็บ SIU ได้ ลองเข้าไปชมที่ Google Video ดูนะครับตาม URL นี้ : http://video.google.com/videoplay?docid=1983444989758689814&hl=en

    8. 8. Suwannee Wattananakorn on March 12th, 2008 19:56

      ถ้ายังไงแล้ว ช่วยทำเป็น ไฟล์ เฉพาะเสียงเหมือน เศรษฐศาสตร์ ตลาดสดได้มั๊ยค่ะ เครื่องสุ ไม่ใช่ Hi speed video ไม่ค่อย เวิกค์ ส่วนมากจะหลับตานอนฟังแต่เสียง เป็นการฟังแบบพักผ่อน หลังเลิกงาน ไม่อยากใช้สายตามาก ขอบคุณค่ะ

    9. 9. ปอนด์ on March 14th, 2008 0:29

      เห็นด้วยกับคุณ Suwannee ครับ เพราะว่าบางทีผมดูได้แค่ 15 นาที แล้วต้องไปทำธุระ ถ้าโหลดมาไว้ในเครื่องได้เลย จะได้กลับมาดูได้ง่าย ไม่ต้องมานั่งรอโหลดใหม่

    10. 10. AI on March 18th, 2008 10:11

      ผมดูได้ 2 นาทีครับโหลดไม่ได้ครับไฟล์ใหญ่เกิน

    11. 11. เจริญชัย on March 18th, 2008 10:44

      เห็นใจแฟนรายการจริงๆเลย
      มีใครใจบุญช่วยเหลือพวกเขาด้วยนะ

    12. 12. ๋๋Jack on March 18th, 2008 13:35

      ดี มีสาระครับ แต่ใช้เวลานานไป
      น่าจะ20-25นาทีกำลังพอดีครับ

    13. 13. nutjubjub on March 18th, 2008 14:51

      ผมตื่นตาตื่นใจจังเลย
      มีของเล่นใหม่ๆมา ซึ่งผมว่าดีนะครับ
      รายการที่จัด ออกแนววิเคราะห์สถานการณ์ที่เกิดขึ้นซึ่งผมว่าดีครับ
      น่าจะใช้conceptนี้ เม้ชื่อรายการกับรูปแบบมันดูขัดๆกัน แต่พอเข้าใจ
      เพราะผมก็ชอบชื่อนี้ และก็อยากให้รายการเป็นแบบนี้
      การวิเคราะห์ในเชิงเศรษฐกิจและการเมือง แบบนี้ผมว่าคนฟังได้ประโยชน์ครับ
      เพราะในรายการจะเน้นคัดข่าวที่มีความสำคัญมานำเสนอ
      จะต่างกับการวิเคราะห์ข่าวทั่วไป ที่ต้องครอบคลุมในทุกระดับ
      และก็จากต่างจากบทวิเคราะห์ของสำนักต่างๆที่จะเน้นหนักไปทางเศรษฐกิจและตัวเลขมาก

      ขอเสนอนิดหนึ่ง คุณสุรศักดิ์ เวลาพูดไม่ยิ้มและไม่ค่อยสบตาใครเลย ดูแล้วแปลกๆครับ
      ผมอยากให้ยิ้มหน่อยรายการจะได้ดูน่ารักขึ้น ไม่ซีเรียสเกินไป และถ้าจะให้มืออาชีพ ก็สบตากับกล้องไปเลยครับ (โดยส่วนตัว ผมชอบฟังคุณสุรศักดิ์ และชอบให้คุณสุรศักดิ์จัดแบบสนุกๆมากกว่า ;)

      สำหรับบทวิเคราะห์เศรษฐกิจ ผมคงไม่อาจไปวิจารณ์ได้ เพราะว่าก็ชอบใจอยู่แล้ว

      แต่สำหรับ เรื่องการเมือง ผมว่าคุณเจริญชัย น่าจะลองวิเคราะห์การเมืองของมุมศรษฐกิจในแนวว่าพวกนักการเมืองเค้าเดินไปทางไหนและคิดอะไรกันอยู่ และเค้าจะเดินอย่างไรต่อไป โดยส่วนตัวผมมักจะคิดแต่ว่านักการเมืองก็ต้องใช้ผลประโยชน์นำนโยบาย แต่ผมว่าคุณเจริญชัยน่าจะวิเคราะห์ตรงนี้ได้ดี เพราะคุณเจริญชัย น่าจะ ไม่ได้มองแต่ด้านลบของทางเดินของนักการเมืองเดินแต่เพียงอย่างเดียว
      สำหรับคุณกานต์ และคุณยศวัฒน์ ผมว่าเสริมทีมได้ดีเลยครับ
      ขอเป็นกำลังให้ครับ

    14. 14. สุรศักดิ์ ธรรมโม on March 18th, 2008 15:23

      วันนั้นแฟนไม่มาให้กำลังใจครับ ปกติ แฟนจะนั่งดูอยู่หลังกล้อง 555

      ผู้ร่วมสนทนามีแต่ผู้ชาย ผมเลยยิ้มให้ไม่ลง 555

      ส่วนคุณกานต์ และ คุณยศวัฒน์มือ Pro ด้านการเมืองและธุรกิจมากกว่าผมเยอะครับ

      คราวหน้าจะให้สองท่าน พูดมากกว่านี้ในเรื่อง การเมืองและธุรกิจ

    15. 15. เจริญชัย on March 19th, 2008 12:25

      จริงๆ เรื่องการเมืองผมเชี่ยวชาญน้อย เพราะผมไม่ชอบ
      แต่ผมวิเคราะห์โดยภาพใหญ่ได้ เพราะมันใช้เฉพาะส่วนเสี้ยวสำคัญ ไม่ต้องติดตามข้อมูลทั้งหมด

      ผมสรุปให้ฟังคร่าวๆคือ
      1. มันจะเล่นกันแรงขึ้นทั้งสองฝ่าย
      2. หล่มปักไม่มี น่าจะจบเร็ว
      3. พลังก้าวหน้า (ทุนนิยม) น่าจะชนะ แต่ไม่แน่ใจว่าจะเป็นใคร อาจเป็นคนอื่นขึ้นมาแทน
      4. พวกเราอาจช่วยเสริมพลัง โดยสร้างธุรกิจใหม่ สร้างระบบการหาผลตอบแทนที่ดีกว่า การอิงระบบราชการ กินสินบน คอร์รัปชั่น อิงงานภาครัฐ

      ข้อ 4 นั้นสำคัญสุด เป็นตัวกำหนดชัยชนะของข้อ 3 ถ้าพวกเราทำได้มากเท่าไร การเปลี่ยนแปลงสู่ 3 จะเร็วขึ้น ต้นทุนต่ำขึ้น แต่ถ้าพวกเราไม่ทำ คนอื่นก็ทำ แต่ก็อาจทำให้ 3 ชนะไม่ได้มาก

      เดี๋ยวเราจะทำเป็นทางเลือกให้ดูต่อไป แต่ต้องขอเวลานิดนึงนะครับ

    16. 16. Anonymous on March 21st, 2008 5:23

      สวัสดีครับ คนหนุ่มสาวไฟแรงทั้งหลาย
      ผมชื่นชมกลุ่มคนมาก ที่มีความรอบรู้และใฝ่รู้เหนือกว่า คนรุ่นเดียวกันในสังคมไทย ทุกวันนี้

      แต่ผมมีความเห็นแย้งกับท่านทั้ง 4 อย่างมากที่มองว่าความขัดแย้งทางการเมืองในปัจจุบันเป็นความขัดแย้งระหว่างชนชั้น ชนชั้นกลางเสียประโยชน์ ในขณะที่ชนชั้นล่างได้ประโยชน์จาก รฐบ.ทักสิน

      รากหญ้าเยอะแยะที่ไม่ชอบระบอบทักสิน ชนชั้นกลางอีกเพียบที่สรรเสริญทักสินและเกลียดพันธมิตรเข้ากระดูกดำ
      เพียงแต่ตัวแทนของฝ่ายต้านทักสินเป็นพวกที่เข้าถึงข้อมูลข่าวสารมาก พูดจาเป็นเรื่องราวมากกว่า

      ประชาชนที่ออกมาต้านทักสิน มิใช่เขาเสียประโยชน์ในเชิงเศรษฐกิจครับ ส่วนใหญ่เขาดำเนินชีวิตต่อไปได้ และได้ดีด้วย แม้ในระบอบทักสินยังคงอยู่

      เขาเพียงแต่เล็งเห็นว่าถ้าปล่อยให้ รฐบ ที่ไม่มีธรรมาภิบาล แสดงตัวตนมันออกมาเรื่อยๆ ต่อไปโดยขาดการตรวจสอบอย่างถูกต้อง บ้านเมืองนี้ เยาวชนรุ่นหลัง จะไม่ศรัทธาในความถูกต้องดีงามอีกต่อไป

      ผมนึกออกแล้วครับ ฟังรายการคุณเจริญชัยกับคุณสุรศักดิ์มาพอสมควร ผมรู้สึกว่าพวกท่านพูดถึงศีลธรรม จริยธรรม ยุติธรรม น้อยไปหน่อยนะครับ

      มาถึงความเห็น 15 ของคุณ เจริญชัย ข้อ 4 คุณก็บอกอยู่แล้วว่า คุณไม่ต้องการ

      “การอิงระบบราชการ กินสินบน คอร์รัปชั่น อิงงานภาครัฐ”

      คงไม่ต้องบอกนะครับว่าฝ่ายที่คุณลุ้นให้ชนะ มันเต็มไปด้วยเรื่องเหล่านี้อย่างเลี่ยงไม่ได้

    17. 17. Paganini on March 21st, 2008 5:24

      อ้อ ขออภัยครับ ลืมใส่ชื่อ ความเห็น 16 ก็เป็นของ Paganini นะครับ

    18. 18. เจริญชัย on March 21st, 2008 10:55

      ขอบคุณมากครับ
      จริงๆการวิเคราะห์สลับซับซ้อนกว่านั้น และสมัยก่อนผมก็พูดประเด็นนี้เสมอกับเพื่อนๆ
      เพียงแต่ไม่ได้สื่อออกมาทางสื่อมากนัก

      อยากจะบอกว่า เห็นด้วยที่ ฝ่ายต้านทักษิณ มิใช่เสียประโยชน์ทางเศรษฐกิจเพียงอย่างเดีย แต่มันมีอะไรที่ลึกซึ้งกว่านั้น ขณะเดียวกัน ก็มีบางกลุ่มที่เสียประโยชน์แล้วมาแอบอิงศรัทธาของคนเหล่านั้น

      ส่วนจริยธรรมที่อาจพูดน้อยไป แต่ก็ได้แฝงอยู่ในนั้นบางอย่าง

      ถ้าไปฟังรายการผมในช่วงแรกๆ จะมีอะไรที่สลับซับซ้อนมากๆ วิเคราะห์อย่างละเอียดถี่ยิบ เพียงแต่ว่า ช่วงหลังๆ พยายามสรุปเฉพาะแก่นๆ แต่มุ่งเน้นเฉพาะทางให้มากขึ้น

      เพราะถ้าพูดทั้งหมด ผู้ฟังคงฟังไม่รู้เรื่อง เพราะที่พูดตอนนี้ก็ยากโขอยู่ ยิ่งเพิ่มปัจจัย “ความแตกต่างอันสลับซับซ้อนของแต่ละฝ่าย จริยธรรมที่ลื่นไหล ไม่หยุดนิ่ง ซึ่งมีไม่กี่คนจะเข้าใจจริยธรรมที่แท้ ไม่อิงกับวัฒนธรรมประเพณีอันล้าสมัย”

      พวกนี้ละเอียดอ่อนมากเกินไป ซึ่งสังคมไทยยังมีเรื่องรีบด่วนให้ต้องพูดอีกมาก

      ขอบคุณอีกครั้งครับ

    Got something to say?