Practical Utopia Special I : Billion Dream

May 1, 2008

รายการตอนนี้เป็นตอนพิเศษ พูดถึงการสร้างธุรกิจพันล้าน วิธีการทางการตลาดแบบชาญฉลาด และพลังของการออกแบบในการเพิ่ม value creation

Comments

26 Responses to “Practical Utopia Special I : Billion Dream”

  1. 1. kittisak on May 3rd, 2008 21:48

    Practical Utopia ตอนนนี้ เร้าใจมากครับ ขอบคุณสำหรับความรู้นะครับ ผมไปหาหนังสือ “ดีไซด์ คัลเจอร์” กะ “ต้นแบบบริษัทพันล้าน” มาอ่านแล้ว แต่ “ขุมทองแห่งอนาคต” หายากจังเลย รถกวนคุณ สุรศักดิ์ แนะนำร้านให้ นิดนึงนะครับ ครับ ผมแนะนำหนังสือ “บทเรียน ธุรกิจร้อน ๆ จาก ซิลิกอนวัลเลย์” ของคุณกระทิง พูลผล เกี่ยวกับการปฏิวัติของ web 2.0 น่าอ่านมากครับ
    ขอให้จัดงาน สัมนาเร็ว ๆ นะครับ มีค่าใช้จ่ายก็ไม่เป็นไรครับ ผมยินดีจ่าย

  2. 2. Paganini on May 4th, 2008 7:25

    เห็นด้วยครับ รายการตอนนี้สนุกมาก ขอบคุณทีมงานครับ

  3. 3. kittisak on May 4th, 2008 23:59

    http://img140.imageshack.us/img140/647/48657584ye0.jpg
    ปกครับ
    แนะนำหนัง pirates of Silicon Valley ครับ เป็นหนังประวัติ ของ บิลล์ เกตต์ กับ สตีฟ จ็อป ผมชอบหนังเรื่องนี้มาก เป็นแรงบัญดาลใจเลย ให้ค่ากับการที่ทั้งสองคน ทำงานหนัก ทำการปฎิวัติครั้งใหญ่ของโลกแบบที่ไม่คาดคิด

  4. 4. Lert on May 5th, 2008 2:53

    รายการดีครับ .. ไม่เคยดู (ปกติฟังแต่ที่เว๊บเมเนเจอร์) แต่เดี๋ยวจะไปตามดูของเก่านะครับ …

  5. 5. kittisak on May 5th, 2008 13:14

    เป็นกำลังใจให้กับทีมงาน SIU ครับ ผมเป็นคนนึงที่เป็นชนชั้นกลาง และต้องการเป็นผู้ประกอบการ ผมเห็นด้วยกับพวกคุณนะ ประเทศน่ะต้องมั่งคั่ง ประชาชนต้องกินดีอยู่ดี อย่างอื่นค่อยว่ากัน
    ตอนนี้ผมลองทำ application เป็น web base application เพื่อจัดการกับธุรกรรมต่าง ๆ ที่ติดต่อกับ database เป็น opensource ขอเวลาอีก 3-4 เดือนผมคงเข็น demo version ออกมา (ใช้เวลานานหน่อย เพราะต้องศึกษาและทำหลังจากเลิกงาน ผมก็เป็นคนเข็นใจน่ะ) ผมฟังในรายการ เศรษฐศาสตร์ตลาดสด คุณบอกว่าแฟนรายการไม่ค่อยเห็นสิ่งที่เป็นรูปธรรม ผมเสนอ application ของผมได้มัยครับเป็นจุดเริ่มต้นของรูปธรรม แล้วค่อย ๆ ต่อยอดกันขึ้นไป
    มาสร้างความมั่งคั่งให้ตัวเองแล้วก็ ประเทศกันเถอะครับ

  6. 6. eig on May 5th, 2008 14:41

    ได้ประโยชน์ดีจังครับ

    ทีนี้ อยากจะแสดงความเห็น เศรษฐศาสตร์ตลาดสด ตอน เกมของชนชั้นกลางครับ
    (อยากให้มี forum ของรายการนี้เร็วๆ นะครับ ตอนนี้ผมไม่รู้จะต้องไปแสดงความเห็นที่ไหน)

    คุณเจริญชัยและคุณสุรศักดิ์บอกว่า
    ชนชั้นกลางซึ่งเป็นผู้จ่ายเงินภาษีหลักต้องผนึกกำลังรวมกัน
    (ซึ่งวิธีการ ก็คือ ชนชั้นกลางรวมกันก่อน แล้วก็ให้ชนชั้นกลางชั้นสูงมารวมอีกที)
    1. อยากให้ยกตัวอย่างหน่ะครับ ว่ารวมกันทำอะไร ?
    2. ชนชั้นกลางรวมกันแล้วจะอยู่ในรูปของอะไร ถ้าเค้ามีพลัง มีเงินแล้ว เค้าก็กลายเป็นชนชั้นสูงอัตโนมัติ ซึ่งหาทางไม่เสียภาษีได้อย่างชนชั้นสูงปัจจุบันหรือเปล่า มีเหตุผลสนับสนุนอะไร ที่จะไม่เป็นเช่นนั้นหรือไม่ครับ

    เพราะถ้ารวมกันจนเก่ง แล้วในที่สุดกลายเป็นชนชั้นสูงแล้ว นี่คือยังเรียกว่าชนชั้นกลางเข้มแข็งอย่างที่ในรายการบอกหรือเปล่าครับ หรือเป็นการตีความหมายที่ผิดของผมเองครับ

  7. 7. เจริญชัย on May 6th, 2008 12:53

    ผมไม่รู้จะตอบอย่างไร หลายความเห็นเหลือเกิน (วันทำงาน หลังวันหยุดยาว ก็เป็นแบบนี้)
    แต่ก็ดีใจครับ

    ขอบคุณสำหรับการติดตาม PU ผมก็กลัวว่ามันจะไม่ได้รับความนิยม
    จึงพยายามหาแนวทางสร้างสรรค์ ด้วยตอนพิเศษ ซึ่งก็น่าแปลกใจที่ได้รับความนิยม
    มากกว่าตอนปรกติ เสียอีก

    จริงๆ มันได้รับคำชมตั้งแต่ตอนถ่ายทำ ทั้งคุณกานต์ก็ชอบ คุณกล้าซึ่งเป็นหัวหน้าทีมงานถ่ายทำ (ต้องขอบคุณอย่างสูง ณ ที่นี้)ก็สนใจ เพราะมองว่า เนื้อหาเก็บไว้ได้นานกว่า

    ขอบคุณสำหรับหนังสือแนะนำครับ คุณ kittisak จะลองไปหามาอ่าน จริงๆ pirates ก็สนใจตั้งนานแล้ว แต่ยังไม่มีเวลา เพราะมีภารกิจมากมายยิ่งนัก

    เมื่อกี้พึ่งโทรไปแสดงความยินดี กับผลงานเล่มใหม่ของพี่ น. นพรัตน์ เขาก็แย๊ปถามผมมาว่า ตอนนี้ทำอะไรอยู่ ผมก็ updated ให้ท่านฟังไปหลายประเด็น ท่านก็ตอบกลับมาว่า

    “คุณเอาเวลาที่ไหนมาทำงานเยอะแยะขนาดนี้”

    ผมก็ต้องสารภาพความจริงไปว่า หลายสิ่งที่ผมพูดให้ พี่ น. ฟังนั้น มันก็ยังเป็นโครงการอยู่ ยังต้องรอเวลา ส่วนเรื่อง “อารยธรรมจีน” ทั้งหลายแหล ที่จะผลิตออกมานั้น ก็ยังไม่ละทิ้ง เพียงแต่ว่า งาน Tv Internet และก็ Review หนังสือทางธุรกิจต่างๆ ที่จะช่วยคนไทย ก็ยังต้องทำ

    ขอบคุณ kittisak อีกรอบ ที่ช่วยให้กำลังใจและเสนออะไรเป็นรูปธรรมให้พวกเรา
    ผมว่า คุณไฟแรงมากเลยครับ
    สักวันอาจได้เป็น pirates of Siam ส่วนผมขอเป็น pirates of Paragon ไปก่อน 555 ผมที่ทำงานอยู่แถวนั้น แถมยังชอบไปประชุมก่อการกันแถวนั้นอีก

    ขอบคุณ paganini ที่ยังติดตามพวกเราอย่างเหนียวแน่น
    เห็นด้วยก็เป็นเรื่องดีด้านกำลังใจ
    เห็นต่างก็เป็นเรื่องดีด้านการปรับปรุงแก้ไข รวมถึงต่อยอด

    ขอบคุณ Lert ที่สนใจรายการนะครับ

    ส่วนคุณ eig ถามได้น่าสนใจ ขอเวลาไปขบคิดวเคราะห์ เพื่อสรุปย่อมาเขียนตอบ หรือไม่งั้นก็อาจไปตอบในรายการทีเดียว

    ขอบคุณที่สนใจครับ เพราะตอนนี้ คุณกานต์ ก็ชื่นชมมาก ชอบที่พวกเรามีทฤษฏีและหลักอ้างอิง ไม่วิเคราะห์ไปเรื่อยๆ ไร้แก่น ที่สำคัญ มีความเห็นต่างออกมา ทำให้ผมได้เห็นข้อบกพร่องในการสื่อสาร โดยเฉพาะคนจะเข้าใจผิดว่า ผมวิเคราะห์ตามอย่างชนชั้นของ Marx ซึ่งไม่ใช่ ผมวิเคราะห์คล้ายๆคุณกานต์ เพียงแต่เราอาจสื่อสารไม่ชัดเจน เลยทำให้เข้าใจผิด

  8. 8. Suwannee Wattananakorn on May 6th, 2008 20:43

    เป็นไปไม่ได้หรอก นะ คนชั้นกลาง นะ เพราะยังไง มันก้อ เป็นรูปทรงปิรมิดอยู่ดี ฐานของ ปิรมิด คือชนชั้นล่าง กลางปิรมิด คือ ชนชั้นกลาง ส่วนยอดของ ปิรมิดคือ ชั้นชั้นสูง วิธีการคือ ทำยังไงให้ชนชั้นสูง มองเห็นชั้นชั้นล่างและชั้นกลาง มีคุณค่า สำหรับตัวเอง

  9. 9. ปอมอ on May 6th, 2008 23:28

    Practical Utopia ตอนพิเศษนี้ดูง่ายดีและน่าจะเป็นประโยชน์ต่อหลายๆคนนะครับ
    ยังติดตามตลอดครับ ถ้าจะให้แนะนำ ก็อยากให้จัดถี่ขึ้น ซักอาทิตย์ละครั้งจะยิ่งดี ถ้าทำไหวนะครับ :-)

    วันนี้ผมขอทำตัวเป็น “ลูกค้าแนวร่วม” ด้วยการแนะนำเพื่อนๆผม 4 คน เข้ามาดูเว็บนี้ ถ้าใครที่ถูกผมเชิญมาดูแล้วช่วย Comment ทักทายกันมาบ้างก็ดีนะครับ :-) ว่างๆถ้าผมเจอใครที่น่าจะชอบเว็บนี้อีกผมจะคอยบอกไปเรื่อยๆครับ ผมเจอคนเยอะเดี๋ยวก็น่าจะมีคนมาเยอะอย่าเพิ่งเลิกจัดกันนะครับ

    ผมเพิ่งได้เจอคุณกระทิงมาไม่นานนี้เอง ตัวจริงดูเด็ก นอบน้อมมากครับ ท่าทางฉลาดแต่ไม่อวดเลย และดูมีความสุขมากครับ อ่อ… เดี๋ยวเมล์เว็บนี้ให้คุณกระทิงดีกว่าเผื่อเขาสนใจมาทักเพื่อนๆในนี้นะครับ เพราะดูแล้วคอเดียวกัน คือ รักประเทศไทยครับ กับอีกท่านนึง คือ คุณสัญญา คนที่เขียน จดหมายถึงโชติศักดิ์ เดี๋ยวจะแนะให้มานัดคุยกันในนี้ครับ

    วันนี้ผมเพิ่งรู้ว่า เว็บผมตรงกระทู้หน้าแรก กลายเป็น ที่สั่งอาหารของเด็กๆกลุ่มนึงไปแล้วครับ พอใกล้ๆเที่ยงร้านอาหารจะมาโพสว่าวันนี้มีอะไรขายมั่ง… จากนั้นจะมีคนโพสสั่งอาหารกันเป็นที่เฮฮา โดยไม่สนใจเลยว่ากระทู้ที่ตั้งเป็นเรื่องอะไร 555 ดูแล้วก็ขำครับ (เว็บผมเป็นสิ่งที่ดูเหมือนจะไร้สาระสุดๆเมื่อเทียบกะเว็บนี้ อย่าให้บอกเลยครับว่าเว็บอะไร ตอนนี้ขอ low profile ก่อนครับ… 555)

    จะรอติดตามอ่านตอนต่อไปนะครับ เชียร์ครับ

  10. 10. เจริญชัย on May 7th, 2008 10:50

    ขอบคุณ “ปอมอ” มากๆครับ
    ผมซาบซึ้งมาก เป็นคำชมที่ปลอบประโลมได้ดียิ่ง

    ผมอยากจัดทั้งสองรายการ แต่ดูเหมือนว่าสถานการณ์จะไม่เอื้ออำนวย

    1. “เศรษฐศาสตร์ตลาดสด” อยู่ในเครือผู้จัดการ ซึ่งแม้ผมจะพยายามวางตัวเป็นกลาง แต่สงครามกำลังเกิด ก็ไม่รู้ว่า สถานีวิทยุ จะโดนปิดเมื่อใด หรืออาจมีปัญหาด้านการเงิน

    2. “Practical Utopia” เนื่องจากผู้สนับสนุนใหญ่ นำเทปรายการไปทดสอบกับกลุ่มลูกค้าของเขา ปรากฏว่า ได้รับผลตอบรับไม่ค่อยดี ซึ่งผมและเพื่อนๆก็สงสัยว่า อาจเพราะพวกผมอ่อนด้อย จัดรายการได้ห่วยแตก หรือเพราะมีข้อผิดพลาดบางประการ จึงได้รับผลตอบรับไม่ดี
    ก็เลยยังไม่รู้รายการจะจัดได้อีกกี่ตอน

    แต่ก็พยายามจัดทำอย่างดีที่สุดเหมือนเดิม เท่าไรก็เท่านั้น
    บางที ความช่วยเหลือของคุณ “ปอมอ” และอีกหลายคน ที่พาเพื่อนฝูง มาชมดูเวปไซด์ และ PU ของเรา อาจเป็นประกายไฟเล็กๆที่ช่วยเหลือเราได้

    ด้วยความตอบรับจากแฟนกลุ่มเล็กๆ ด้วยถ้อยคำตอบรับที่กระตือรือล้น ด้วยหลายๆสิ่งที่ท่านแสดงออกมา ทั้งที่เห็นด้วยและไม่เห็นด้วย

    ผมรู้สึกว่าเพียงพอแล้วสำหรับการทุ่มเทของพวกเรา ไม่ว่ารายการทั้งสองจะปิดกิจการลง ล่มสลาย หรือถูกทำลาย ผมก็ไม่ตัดพ้อตำหนิอีกต่อไป ผมพึงพอใจแล้วที่ได้ทำมาจนถึงจุดนี้ ได้รับการตอบรับที่เกินความคาดหมายเยี่ยงนี้

  11. 11. เจริญชัย on May 7th, 2008 12:02

    สำหรับคำถามของคุณ eig ผมขอตอบดังนี้นะ

    1. เรื่องการรวมตัวของชนชั้นกลางในเชิงระบบนั้น จริงๆเป็นความคิดของคุณสุรศักดิ์ ส่วนของผมเสนอในทางปัจเจกเสียมากกว่า แต่เมื่อคุณสุรศักดิ์ยืนกรานว่าจะต้องเสนอในเชิงระบบด้วย ผมก็ต้องเค้นหัวครุ่นคิด จึงออกมาว่าให้ชนชั้นกลางระดับสูงเข้ามาช่วย แต่ก็ยังคิดไม่ออกว่าจะทำอย่างไรอยู่ดี
    ขอบคุณ eig ที่อุตส่าห์ถามมานะครับ มันช่วยทำให้แนวคิดของพวกเราสมบูรณ์ขึ้น และอีกอย่างในช่วงที่คุณสุรศักดิ์พูดเรื่องนี้ ผมก็ขบคิดหัวแทบแตก เพื่อเตรียมไว้ตอบคำถามที่ต้องตามมา โดยเฉพาะรวมกันเพื่อทำอะไร ซึ่งผมก็ไม่ถนัดในเชิงระบบ แต่ในเมื่อเพื่อนผมจุดประเด้นขึ้นมาผมก็ต้องรับผิดชอบ

    ในมุมมองผม เชื่อใน กฏ 20/80 ผมคิดว่า ชนชั้นกลางระดับสูง ต้องเป็นตัวนำในการเปลี่ยนแปลง โดยส่วนหนึ่งอาจขึ้นไปอยู่กับชนชั้นสูง แต่อีกส่วนหนึ่งก็อาจมาเป็นแกนนำในการรวมตัวของชนชั้นกลาง (อันนี้ได้พูดไปแล้วในรายการ แต่มาซ้ำอีกที)

    สำหรับ ชนชั้นกลางนั้น ให้รวมตัวกันก่อน อาจแลกเปลี่ยนความรู้ ชีวิตความเป็นอยู่ ช่วยเหลือกันเท่าที่เป็นไปได้ ถ้ามีระบบจัดการที่ดี จะเกิดภาวะ Free rider น้อย แต่เกิดภาวะ Synergy หรือ Win-Win มากกว่า กลุ่มก็จะอยู่รอด มีความขัดแย้งไม่มากนัก แต่ถ้าอยู่ในภาวะ FR ก็คงต้องทำใจ ว่าวุฒิภาวะและมันสมองของกลุ่มมีน้อยเกินไป จึงทำให้ระบบรวมตัวมีปัญหา ซึ่งถ้ายังแก้ปัญหาไม่ได้ ก็ไม่ควรเป็นกลุ่มต่อไป ควรจะไปหารวมตัวกับกลุ่มอื่น
    เมื่อถึงระดับหนึ่ง ย่อมจะดึงดูด “ชนชั้นกลางระดับสูง” ให้เข้ามาช่วยเหลือ ซึ่งแน่นอน เขาย่อมจะมาแสวงหาผลประโยชน์จากการวมตัวนี้ แต่กลุ่มชนชั้นกลางระดับกลาง-ล่าง ก็ต้องยอมรับตรงนี้ และเสนอยุทธศาสตร์ที่ Win-Win

    เราให้คุณเป็นผู้นำเรา ต่อสู้เรียกร้องเพื่อผลประโยชน์ของเรา ผลักดันกฏหมาย ผลักดันสวัสดิการ เป็นกลุ่มกดดันรัฐบาลในเรื่องต่างๆ
    ถ้ามีผลประโยชน์ก็แบ่งกัน คุณอาจได้มากหน่อย แต่ก็ต้องให้เราอย่างพอเหมาะ

    ผมคิดว่า ชนชั้นกลางระดับสูงที่ฉลาดพอ คำนวณผลได้เสีย ศักยภาพของกลุ่ม เขาจะตอบรับ ถ้ากลุ่มแข็งแกร่งเพียงพอ
    ส่วนการจะต่อรองผลประโยชน์ที่ได้ระหว่าง ชนชั้นกลางระดับสูงซึ่งเป็นแกนนำ กับชนชั้นกลางระดับกลางและล่าง คงต้องขึ้นอยู่กับความแข็งแกร่งของกลาง-ล่าง ที่รวมตัวกันก่อน
    ถ้าคุณเข้มแข็ง ทำประโยชน์ได้มาก ชนชั้นกลาง-สูง ย่อมคิดว่าคุ้มค่าที่เขาจะเข้ามาช่วย แม้ว่าจะต้องให้ผลประโยชน์คุณมากขึ้น แต่เนื่องจากกลุ่มมีศักยภาพสูง เขาก็อาจหาประโยชน์ให้กลุ่มได้มาก สุดท้ายเขาก็จะได้ส่วนแบ่งมาก
    หรือหากไม่ได้ส่วนแบ่งมากตามที่ต้องการ แต่ก็ยังมากอยู่ดีเมื่อเทียบกับชนชั้นกลางระดับกลางและล่าง อีกอย่าง ถ้ากลุ่มเข้มแข็ง เขาจะเสียต้นทุนความเหนื่อยน้อยในการบริหารจัดการ ก็อาจทำให้ยอมรับผลประโยชน์ที่น้อยลงได้

    วิธีง่ายๆ ที่จะรู้ว่าเรียกร้องอะไร คือ การระดมความเห็นจากสมาชิกนั่นเอง เช่น เรื่องสวัสดิการ เรื่องสิ่งแวดล้อม เรื่องการจราจร ฯลฯ
    อาจต้องมีการระดมเงินในกลุ่มเพื่อทำวิจัย สำรวจว่า ชนชั้นกลางกลุ่มอื่นต้องการอะไร และอาจไปร่วมมือกับพวกเขา

    2. การรวมตัวแล้วก็อยู่ได้ในหลายรูปแบบ เช่น กลุ่ม สมาคม ชุมชน หรือกลุ่มอาชีพ และอาจยกระดับถึงขั้นพรรคการเมือง แต่ก็ยังยากอยู่ในประเทศไทย

    การรวมตัวของชนชั้นกลาง คงยากที่จะทำให้ร่ำรวย จนขึ้นไปสู่ชนชั้นสูงได้ แม้กระทั่งรวมตัวเพื่อทำธุรกิจ ก็จะมีคนบางส่วนที่ได้ขึ้นไปเท่านั้น อันนี้ต้องทำใจ
    แต่อย่างน้อย พวกที่ยังเหลืออยู่ในกลุ่มก็คงมีชีวิตที่ดีขึ้นกว่าเดิม ส่วนชนชั้นกลางระดับสูง ที่อาจร่ำรวยขึ้นมาจากการเข้าร่วมกับชนชั้นกลางระดับกลางและล่าง ถ้าอยากจะรักษาความร่ำรวยนั้นไว้ ก็จะต้องเอาใจชนชั้นกลางที่เป็นฐานให้ตนเองขึ้นมา
    เมื่อถึงเวลานั้น ถ้าเขาต้องการออกไปเพื่อแสวงหาผลประโยชน์จากที่อื่น ผมก็เชื่อว่า จะมีชนชั้นกลางระดับสูง หรือแม้แต่ชนชั้นสูง เข้ามารับบริหารกลุ่มต่อ เพราะตอนนี้กลุ่มจะมีพลังที่เข็มแข็งพอที่จะสร้างรายได้อย่างต่อเนื่อง

    ส่วนไอ้เรื่องเสียภาษีอะไรนั่น ก็ไม่ใช่ความคิดผมอีกนั่นแหละ เพราะผมคิดว่าในระยะยาวแล้ว ชนชั้นกลางจะรวมตัวเพื่อกดดันเรื่องภาษีเองครับ เพราะเป็นเรื่องใหญ่ ไม่มีใครยอมใครหรอก สุดท้ายชนชั้นสูงก็ต้องเสียเยอะ ส่วนไอ้การที่จะเลื่อนชั้นเป็นชนชั้นสูงในอนาคต ก็คงไม่สามารถเลี่ยงภาษีเหมือนในปัจจุบันได้อีกต่อไป

    3. สรุป คือ การรวมตัวนั้น เป็นเรื่องยากในสังคมไทย โดยเฉพาะชนชั้นกลางและล่าง แต่เนื่องจากเมืองไทยหลังปี 2540 มีการเปลี่ยนแปลงที่ก้าวหน้าในหลายๆเรื่อง จึงทำให้ความเป็นไปได้แบบในต่างประเทศเพิ่มสูงขึ้น

    น่าเศร้าที่สังคมเรายังไม่มั่งคั่ง พอที่จะให้ชนชั้นกลางมีแรงจูงใจในการรวมตัวเพื่อเรียกร้องผลประโยชน์ เพราะการรวมตัวมีต้นทุนที่สูงพอควร ผลประโยชน์ต้องมากพอเพื่อ Cover ต้นทุนทั้งหมดได้

    ดังนั้น สิ่งที่รายการของเราพยายามกระทำ จึงเป็นการเรียกร้องให้สร้างธุรกิจใหม่ เพราะถ้าทำกันมากๆแล้ว เราจะมีความมั่งคั่งพอที่จะทำให้ชนชั้นกลางรวมตัวเพื่อเรียกร้อง ที่สำคัญ การสร้างธุรกิจใหม่ จะเป็นตัวสร้างชนชั้นกลางระดับกลางและสูงให้เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะชนชั้นกลางระดับสูง ถ้ามีมากระดับหนึ่ง โอกาสที่พวกเขาจะขึ้นไปรับใช้ชนชั้นสูงจะน้อยลง เพราะแข่งขันกันสูงขึ้น พวกเขาจะมองลงมาที่ชนชั้นกลางระดับกลางและล่างแทน

    การรวมตัวสามารถเรียกร้องได้ในหลายประเด็น ทั้งเรื่องสังคม ชีวิตความเป็นอยู่(เช่น การจราจร ความสะอาดของอาหารการกิน มลภาวะ ฯลฯ) เรื่องเศรษฐกิจ (เช่น นโยบายราคาสินค้า นโยบายการเงิน การคลัง กฏหมายที่ดิน)เรื่องการเมือง (เช่น รัฐธรรมนูญ อำนาจของนักการเมือง ระบบราชการ)
    อันนี้คือ การแบ่งเค้ก

    ในส่วนของการสร้าง(เค้ก)ก็เช่น สร้างธุรกิจใหม่ๆ สร้างการช่วยเหลือซึ่งกันและกัน Self-Help Group สร้างกลุ่มความรู้ เสพหนังสือ ดนตรี งานศิลปะ ซึ่งถ้าทำดีๆอาจทำขายเป็นรายได้ให้กลุ่มอีกด้วย

    ทั้งหมดจะเป็นจริงได้ ต้องอาศัยความรู้ในการบริหารจัดการ และบริบทสังคมที่เอื้ออำนวย ซึ่งก็มีความหลากหลายไปตามสภาพกลุ่ม เราต้องประเมินกำลังของตัวเรา กำลังของเพื่อนสมาชิกให้ดี อย่างรีบร้อน แต่ก็อย่าเฉื่อยชา แสวงหาโอกาสตามบริบทสังคม ซึ่งเราต้องอ่านให้ออก บางครั้งสิ่งที่เป็นโอกาสก็กลับกลายเป็นวิกฤต สิ่งที่เป็นวิกฤตก็อาจกลายเป็นโอกาส มีเพียงผู้ที่ลุกโชนด้วยปัญญาและประสบการณ์ลุ่มลึกเท่านั้นที่จะช่วยมองออกและนำพาทีมไปสู่ความสำเร็จ

    ผมเชื่อว่า รายการผมได้เตรียมความรู้หลายๆอย่างไว้ให้ท่าน ซึ่งน่าจะนำไปประยุกต์ใช้ในการสร้างกลุ่มได้
    แต่แน่นอนย่อมมีบางส่วนที่ยังขาดหายไป เรายินดีช่วยเหลือเพิ่มเติมให้เป็นรายกลุ่ม

  12. 12. กานต์ on May 7th, 2008 17:26

    ฝากข่าวถึงท่านที่สนใจอยากแสดงความเห็นในฟอรั่ม (นอกเหนือไปจากความเห็นท้ายบทความในเว็บ) นะครับ สามารถทำได้โดยการสมัคร mailing list ใน http://groups.google.com/group/practical-utopia (กดเข้าร่วมกลุ่ม ตรงเมนูด้านขวามือครับ) ช่วงนี้คงใช้เครื่องมือนี้รองรับการสนทนาในกลุ่มไปก่อนนะครับ

  13. 13. zneb on May 9th, 2008 10:09

    อยากให้ตอนหน้าลองพูดเรื่องที่ใกล้ตัวหน่อยครับ เรื่องวิกฤตอาหารโลกและสถานการณ์ด้านวงการเกษตรไทยในช่วงที่ผ่านมา อยากให้วิเคราะห์และนำเสนอประเด็นทางยุทธศาสตร์ในระดับชาติ และสถานการณ์ในระดับโลกหน่อยครับ

    ที่อยากให้พูดเรื่องนี้ก็เนื่องจากไปเจอข่าวจาก Financial Times และ Gulf News ของ U.A.E. มา

    วันนี้ FT รายงานว่า กระทรวงเกษตรจีนกำลังพิจารณาร่างนโยบายที่จะส่งเสริมให้บริษัทจีนไปลงทุนซื้อที่ดินเพื่อเพาะปลูกในต่างประเทศ ในขณะที่ก่อนหน้านี้หนังสือพิมพ์อันดับ 1 ของ U.A.E. ก็บอกว่า คณะรัฐมนตรีซาอุดิอาระเบียอนุมัตินโยบายด้านอาหารระยะสั้นและระยะยาวแล้ว ซึ่งรวมถึงการจัดตั้ง Holding Company เพื่อบริหารการลงทุนด้านการเกษตรในต่างประเทศด้วยเพื่อความมั่นคงทางด้านอุปทาน

    เรื่องนี้น่าจะเป็นแนวโน้มระดับโลกในอนาคต และจะเป็นเรื่องที่ sensitive มากในระดับโลก และคงส่งผลกระทบค่อประเทศไทยแน่นอน

    โปรดพิจารณาด้วยครับ

    ขอบคุณครับ

  14. 14. zneb on May 9th, 2008 10:14

    UAE plans strategic food reserves
    http://archive.gulfnews.com/articles/08/04/24/10208036.html

    04/24/2008 08:21 AM | By Ahmed A. Elewa, Senior Reporter

    Abu Dhabi: The UAE government is working on a national strategy to build sustained food reserves to cope with rising global food prices, a top official said on Wednesday.

    With the escalation of international food prices, the Ministry of Economy has agreed with major retailers in the country to maintain the prices of 2007 for basic commodities.

    “We are only asking retailers to diminish their profit margins in this respect, but not to incur losses, and as a government we do not have subsidies on our agenda,” Sultan Bin Saeed Al Mansouri, Minister of Economy, said yesterday.

    Addressing a forum organised by the Swiss ambassador to the UAE under the slogan Challenges 2009, the minister and Central Bank Governor Sultan Bin Nasser Al Suwaidi outlined the critical challenges facing the UAE and the region in 2009.

    “Inflation is one of the most crucial challenges facing us in 2009, especially for the Middle East countries, where the world’s most active economies are,” the minister said.

    “In the UAE we seek to curb inflation through the application of local policies such as consumer protection and our agreement with retailers,” he told the audience, announcing that the country’s ambitious target is to take inflation down to five per cent.

    “I cannot reveal any assessment for inflation at this point as we are working out the issue at the cabinet at present, and we will announce accordingly,” Al Mansouri admitted.

    Other challenges he outlined include the volatile international financial market, achieving the GCC monetary union, rising commodities prices especially energy, exchange rates, and global warming.

    “In this region, with limited natural resources, we need to wisely invest what we have to diversify our economies away from oil,” he added, emphasising on the international food crisis which has affected 36 countries and more than 73 million people so far.

    The Central Bank governor emphasised inflation as the most crucial challenge for the UAE in 2009.

    “Inflation in the UAE started with local sources; mainly rents, affecting other related commodities such as building materials, as well as all commodities that include rent in the cost, and these are many,” Al Suwaidi said.

    However, the governor was optimistic on neutralising the effect of rents on the inflation rate, with mega real estate development projects soon to be introduced to the market.

    Another challenge cited by Al Suwaidi was the repercussions of the US subprime mortgage crisis.

    “Since the second half of 2007, a problem that affected a limited segment of the US economy has escalated and spread, and is still, across other segments and to other countries of the world taking us to the biggest financial crisis since World War Two,” the governor said.

    “Nevertheless, the resilience of the emerging and developing economies has limited the impact of the adverse shocks to some extent, reflecting the success of the development policies applied in two decades, but this cannot go on for long,” Al Suwaidi warned.

    He warned against excessive tightening of monetary policies as it will negatively affect economic growth. “Calls for increasing interest rates will result in curbing economic growth rates and this is a risky measure,” he said, suggesting a mixed package of measures to applied according to the specific circumstances of every country.

  15. 15. zneb on May 9th, 2008 10:15

    Oman to build two-year rice stockpile
    By Simeon Kerr in Dubai

    Published: May 4 2008 16:47 | Last updated: May 4 2008 16:47

    Oman is to buy 200,000 tons of rice, enough to build a two-year stockpile, as the Gulf state seeks to ease the inflationary burden on its population.

    Makboul bin Ali bin Sultan, the commerce and industry minister, said the Gulf state would also buy 50,000 tons of wheat, Reuters reported, citing the Oman News Agency.

    Oman, a modest oil exporter, is struggling with inflation levels of more than 10 per cent as global commodities shortages combine with the region’s oil-fuelled development boom to cause severe shortages. Five of the six Arab Gulf states, including Muscat, tie their currencies to the weakening dollar, pushing up the price of some imports.
    Prices of food and drink rose 20 per cent in February, according to recent government figures. Mirroring its neighbours, rents are also spiking in the sultanate, up 14 per cent on the previous year.

    “Some governments don’t want to be caught short and take a risk with rising social tensions,” said Abah Ofon, soft commodities analyst with Standard Chartered Bank in Dubai.

    At market rates, Oman’s two-year stockpile would cost more than $200m. Saudi Arabia, the largest Arab Gulf state, is one of the world’s largest rice importers, buying more than 1m tons a year.

    Other Gulf states have started to subsidise some staples to ease the impact of price increases on consumers, while the United Arab Emirates has said it is considering building a strategic food reserve to mitigate price increases.

    Global rice prices have declined around 15 per cent from recent record highs over the past couple of weeks, Mr Ofon said, with expectations that prices will moderate over the next year as bumper wheat crops offset some rice demand.

    Flush Gulf states have not faced the intensity of popular protest seen in some developing countries, but rising unrest among the large migrant labour populations, who form the backbone of the work force, has sparked concern.

    The rising cost of living is also making it harder to attract and retain the middle-class workers vital for the diversification policies being pursued across the traditionally oil-dependent Gulf.

    Copyright The Financial Times Limited 2008

  16. 16. zneb on May 9th, 2008 10:16

    Mideast reels as hunger outgrows oil earnings
    By Javier Blas in London

    Published: May 7 2008 02:22 | Last updated: May 7 2008 02:22

    For years, food policy in the Middle East and North Africa was very simple: hydrocarbon exports paid for carbohydrate imports.

    Rising agricultural commodities prices and a large population increase mean that the traditional policy is now untenable even if crude oil trades at about $120 a barrel, forcing countries in the region, including Saudi Arabia, to reconsider how it feeds its population.

    “The region has woken up to the new food market reality,” says Abdolreza Abbassian, an expert at the Food and Agriculture Organisation in Rome.
    The FAO estimates the region’s cereals import bill will hit $22.6bn this year (£11.4bn, €14.5bn), a 40 per cent increase on 2007. Since 2000, it has jumped almost 170 per cent. The rising bill is the latest signal of the looming food crisis hanging over the Middle East and north Africa, the region of the world most dependent on imports of food staples.

    Jonathan Calland, of Tilda, India’s largest ex­porter of basmati rice, says: “Security of food supplies is for the first time since the 1970s back on the agenda in the Middle East.”

    In the past few months, food riots have hit Egypt, the United Arab Emirates and Yemen as prices jumped almost 60 per cent in a year. A general strike, demanding action on rising prices, has been called in Lebanon on Wednesday. The discomfort over food price hikes is aggravated by a huge dependence on the international food market. Middle East and north African countries buy almost a quarter of all the cereals traded globally.

    Abah Ofon, agricultural com­modities analyst at Stan­dard Chartered in Dubai, says: “The region is in a very precarious position.”

    Two countries in the re­gion, Morocco and Jordan, have an even more acute problem because not only are they facing higher food prices rises, they are also net importers of fuel.

    The dependence on im­ports is a consequence of the meagre agricultural supply – a result of paltry land and water resources – and booming demand – the upshot of fast rising populations and strong economic growth courtesy of high oil prices.

    Despite the challenge, policymakers have taken a short-term view of the crisis and are pursuing quick-fix solutions, such as raising salaries, as in Egypt, to increase affordability or imposing price controls as adopted by the UAE. Nevertheless, four long-term trends are emerging: food subsidies, seen only a couple years ago in retreat, are on the rise, strategic stocks are been considered, the countries are trying to diversify their imports and there is renewed efforts for agriculture self-sufficiency.

    Akhter Ahmed, at the International Food Policy Research Institute, a Washington-based think-tank, says that in the current environment of rising food prices, “politically it is very difficult to make any substantial change in the subsidies policy” even though, he argues, most result in wastage of public funds.

    Alarmed by the potential for social unrest, Egypt will spend an estimated $2.4bn this year on bread subsidies, up from $820m last year.

    Price controls, mostly eliminated during the 1990s’ economic liberalisation, are back. The UAE, for example, has imposed them through agreements with big supermarkets, such as the French retailer Carrefour, to maintain food costs at last year’s level.

    Governments have also returned to the idea of building strategic food stocks, which were common in the 1980s. Sultan al-Mansouri, UAE economy minister, said strategic inventories are a “formula to control prices once they are out of control”. In Oman, the government has announced the purchase of 200,000 tonnes of rice, enough for two years.

    Diplomats say the region’s policymakers have realised that relying entirely on the global market without a cushion is a flawed idea.

    At the same time, governments are also looking to diversify imports through bilateral government-to-government trade agreements such as that recently reached between Libya and Ukraine. They are also trying to increase local agricultural production, particularly in north Africa, but also in Iran and Syria, but with limited success.

    However, more long-term policies are necessary, particularly to battle the impact of climate change in the region, experts said. In a context where food price shocks are already a big concern, changes in temperature and precipitation will only add to the stress on agricultural resources.

    Saudi Arabia’s plan to halt wheat production by 2016 because of concerns about the kingdom’s scarce water resources is the starkest sign of the troubles the region faces. “The big challenge for the region is water,” says Mr Abbassian.

    Copyright The Financial Times Limited 2008

  17. 17. zneb on May 9th, 2008 10:17

    China eyes overseas land in food push
    By Jamil Anderlini in Beijing

    Published: May 8 2008 19:26 | Last updated: May 8 2008 19:26

    Chinese companies will be encouraged to buy farmland abroad, particularly in Africa and South America, to help guarantee food security under a plan being considered by Beijing.

    A proposal drafted by the Ministry of Agriculture would make supporting offshore land acquisition by domestic agricultural companies a central government policy. Beijing already has similar policies to boost offshore investment by state-owned banks, manufacturers and oil companies, but offshore agricultural investment has so far been limited to a few small projects.

    If approved, the plan could face intense opposition abroad given surging global food prices and deforestation fears. However an official close to the deliberations said it was likely to be adopted.
    “There should be no problem for this policy to be approved. The problem might come from foreign governments who are unwilling to give up large areas of land,” the official said.

    The move comes as oil-rich but food-poor countries in the Middle East and north Africa explore similar options. Libya is talking with Ukraine about growing wheat in the former Soviet republic, while Saudi Arabia has said it would invest in agricultural and livestock projects abroad to ensure food security and control commodity prices.

    China is losing its ability to be self-sufficient in food as its rising wealth triggers a shift away from diet staples such as rice towards meat, which requires large amounts of imported feed.

    China has about 40 per cent of the world’s farmers but just 9 per cent of the world’s arable land. Some Chinese scholars argue that domestic agricultural companies must expand overseas if China is to guarantee its food security and reduce its exposure to global market fluctuations.

    “China must ‘go out’ because our land resources are limited,” said Jiang Wenlai, of the China Agricultural Science Institute. “It will be a win-win solution that will benefit both parties by making the maximum use of the advantages of both sides.”

    In the first quarter of this year, food prices in China rose 25 per cent from a year earlier, the highest level of farm inflation since the early 1990s, said UBS.

    China is still a net exporter of agricultural commodities but is increasingly reliant on soybean imports and is about to become a net buyer of corn.

    It imported up to 60 per cent of the soybean it consumed last year and the crop would be a focus of policy support for companies acquiring land overseas, along with bananas, vegetables and edible oil crops, said an official familiar with the ministry’s proposal. The ministry is already talking to Brazil about the possible acquisition of land for soybean, according to this official.

    Some countries would find it particularly problematic if Beijing supported Chinese firms to use Chinese labour on land bought or rented abroad – common practice for most companies operating overseas.

    Additional reporting by Javier Blas in London

    Copyright The Financial Times Limited 2008

  18. 18. zneb on May 9th, 2008 10:18

    หวังว่าข่าวที่ผมเก็บไว้คงจะมีประโยชน์บ้าง และช่วยให้ทุกท่านเข้าใจสถานการณ์ในขณะนี้ได้

  19. 19. zneb on May 9th, 2008 10:19

    Saudis plan farms abroad to ensure food security
    http://archive.gulfnews.com/articles/08/05/07/10211297.html

    05/07/2008 12:36 AM | By Mariam Al Hakeem, Correspondent

    Riyadh: Saudi Arabia has taken a series of measures aimed at curbing rising prices of consumer commodities as well as to ensure food security, officials announced on Tuesday.

    The measures include plans to invest in agricultural and livestock projects abroad and establish a holding company to manage these projects. “The Council of Ministers approved long-term and short-term arrangements for the adequate supply of essential commodities and to control their prices in the local market,” said culture and information minister Iyad Madani.

    The cabinet’s measures come at a time when inflation in the country soared to a 30-year peak of 9.6 per cent last month. Inflation in the largest Arab economy almost doubled in the six months to March this year.

    The council of ministers has authorised the ministries of finance, agriculture and commerce to prepare study for establishing a Saudi holding company of public and private sectors for operation and investment in agriculture, cattle and fisheries in other countries.

    Long-term issues

    Referring to long-term measures to curb prices, culture and information minister Iyad Madani said the ministries of agriculture and commerce and industry would present within two months a report to the Cabinet of a comprehensive survey it is conducting on investment opportunities in agriculture, cattle and fisheries abroad. Saudi businessmen will be encouraged to invest in the sector by providing them with credit and finance facilities through public finance institutions.

  20. 20. เจริญชัย on May 9th, 2008 11:01

    เรื่องข้อมูล และรายละเอียดยาวๆแบบนี้ โดยเฉพาะเป็นภาษาอังกฤษ
    มิใช่ความถนัดของข้าพเจ้า
    วานพี่ “สุรศักดิ์” ช่วยตอบด้วยครับ อิอิ

  21. 21. Suwannee Wattananakorn on May 9th, 2008 16:45

    แปลหน่อย แปลหน่อย อยากรู้ อยากรู้ ทำงานด้านนี้ เกษตร เหมือนกัน และ เพื่อนไปปักกิ่งมา เค้ามาเล่าอะไรให้ฟังเยอะแยะ ได้รู้สถานการณ์จริง จากปักกิ่งเลย จะบอกให้ แต่เมืองไทย ปิดกันเงียบ แล้วสุฟัง รายการหนึ่ง บอกว่า นักเขียน ที่พึ่งเสียชีวิต โด่งดังมากได้ ทำนายเรื่อง อาหารจะเป็นตัวนำ ตลาดหุ้นด้วย ในไม่ช้า ก้อฟังเค้ามานะค่ะ สุไม่กล้าไปวิเคราะห์ ตลาดหุ้น หรอก ยังต้องฝึกฝนอีกเยอะ

  22. 22. เจริญชัย on May 9th, 2008 21:07

    “อาหารจะเป็นตัวนำตลาดหุ้น” หมายความว่าอะไร
    ถ้าหมายความว่า “หุ้นอุตสาหกรรมอาหาร” จะเป็นดาวเด่นในตลาดหุ้น
    น่าจะเป็นไปได้

    แต่การที่หุ้นใดหุ้นหนึ่ง จะกลายเป็นหุ้นดาวเด่น มันต้องมีอะไรมากกว่า Trend
    จริงอยู่ ตอนนี้ ราคาข้าวขึ้น แต่มีชาวนาสักกี่คนที่ทำกำไรได้เป็นกอบเป็นกำ
    เช่นเดียวกัน การที่ราคาสินค้าเกษตรสูงขึ้น
    จะมีสักกี่บริษัทที่ทำกำไรได้
    แน่นอน มีบริษัทจำนวนมากได้ประโยชน์จากราคาที่สูงขึ้น แต่พอถึงบรรทัดสุดท้าย มันเหมือนกับว่า กำไรไม่ต่างจากเดิม

    พูดง่ายๆ คือ ต้องสร้างระบบหรือยุทธศาสตร์บางอย่าง มารองรับสถานการณ์ที่ได้เปรียบของบริษัทหรือหุ้นตัวนั้น จึงจะสามารถสร้างผลตอบแทนหรือกำไรได้เต็มเม็ดเต็มหน่วย

    นี่จึงเป็นสาเหตุที่ชนชั้นล่าง มักจะยากจนอยู่เสมอ แม้ว่าในทุก 10 ปี อาจมีโชคดีเกิดขึ้น 1 ครั้ง แต่เขาไม่สามารถสร้างระบบหรือยุทธศาสตร์มารองรับได้

    ยังไม่นับว่า ในเชิงของหุ้นนั้น มันมีอะไรมากกว่าระบบบริหารจัดการที่เยี่ยม แต่ยังขึ้นกับ “เจ้ามือ” ยังขึ้นกับ Story ยังต้องอิง Fund flow ฯลฯ

    สรุปก็คือ ต้องมี “คนเก่ง” จำนวนหนึ่ง เข้ามารวมตัว เพื่อสร้างระบบบริหารเพื่อเก็บเกี่ยวจาก trend สินค้าเกษตร และต้องผสานกับ “คนเก่ง” ในการจัดการด้านตลาดหุ้น สร้าง Story สร้างการเคลื่อนไหวของราคา ผสานการลงทุนเข้ากับการบริหารธุรกิจ

    นี่คือ การวิเคราะห์ถึงเบื้องหลังความมั่งคั่ง ที่เรามักจะมองแต่ผิวหน้า จึงคิดว่าเป็นความโชคดีของคนบางกลุ่ม แต่มีการประสานคนเก่งในด้านต่างๆเพื่อทำให้ Trend กลายเป็นกำไรมหาศาล

  23. 23. สุรศักดิ์ ธรรมโม on May 10th, 2008 22:40

    ตอบ คุณzneb

    วิกฤติอาหารโลก ผมไม่มีข้อมูลพอที่จะตอบได้อย่างแม่นยำว่าตกลงนี่คือวิกฤติที่โลกจะขาดอาหารจริงๆหรือเปล่า เพราะข้อมูลเท่าที่มีอยู่บอกได้เพียงว่า stock ข้าวสารในปีที่ผ่านมา ลดต่ำลงในรอบ 25-30 ปี ด้วยหลายสาเหตุซึ่งยากจะระบุว่าปัจจัยใดเป็นเหตุหลัก แต่ในปีนี้และปีต่อไป อุปทานข้าวมีความเป็นไปได้ที่อาจจะกลับสู่ภาวะปกติหรือภาวะที่ดีกว่าปกติ (เนื่องจากมีการผลิตข้าวจำนวนมากเพื่อตอบสนองต่อราคาที่ดีในปีที่ผ่านมา รวมทั้งเทคโนโลยีการเกษตรของโลกที่ดีขึ้นเมื่อเทียบกับเมื่อเกือบร้อยปีก่อน)

    แต่สิ่งที่แน่นอน คือราคาสินค้าเกษตรมีแนวโน้มคงราคาในระดับสูงอย่างต่อเนื่องในสองถึงสามปีข้างหน้า เนื่องจากต้นทุนการผลิตปรับสูงขึ้นมาก จากผลกระทบราคาน้ำมัน

    ทางออกที่ดีที่สุดของประเทศไทยด้านการเกษตร คือการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตภาคเกษตร เช่นระบบชลประทานที่ลำเลียงน้ำไปยังพื้นที่เพาะปลูกของประเทศไทยสำคัญที่ระบบชลประทานเข้าไปไม่ถึง ที่สำคัญ เกษตรกรที่อยู่ในพื้นที่ดังกล่าวต้องยอมรับการใช้น้ำที่มีราคา ผมย้ำครับ เกษตรกรที่ได้ผลประโยชน์จากระบบชลประทานดังกล่าวต้องยอมรับต้นทุนน้ำ รายละเอียดเรื่องต้นทุนน้ำ จะพูดในรายการครั้งต่อไป นอกจากนี้ การพัฒนาสายพันธุ์พืช และการเพิ่มจำนวนพ่อค้าคนกลางการเกษตรให้มาก รวมทั้งการทำลายการผูกขาดการส่งออกสินค้าเกษตร ที่สำคัญที่สุด คือ การเน้นการเพิ่มจำนวนบุคลากรสาขาวิศวกรรมและเทคนิคเพื่อรองรับวันเวลาที่ราคาสินค้าเกษตรตกต่ำ เพราะผมเชื่อว่า ไม่มีประเทศไหนมั่งคั่งได้จากการเน้นการผลิตภาคเกษตร ภาวะราคาสินค้าเกษตรที่เฟื่องฟูนี้เป็นภาวะชั่วคราว หลังจากภาวะชั่วคราวนี้ สินค้าเกษตรกลับมาอยู่ที่ราคาต่ำเหมือนในอดีต ซึ่งส่งผลให้เกษตรกรไทยกลับมาสู่ความยากจนเหมือนเดิม

  24. 24. Suwannee Wattananakorn on May 12th, 2008 19:17

    ตอบได้ ดี จนคนทำเกษตร หมดกำลังใจเลย ที่ว่า บุคลากรสาขาวิศวกรรม นี่ ทำนองเดียวกับเรื่อง ด้านล่าง ที่ส่งมาให้ นี้หรือเปล่าค่ะ (จะเอารูปไก่ตัดแต่งพันธุกรรมลง ทำยังไงค่ะ)

    เรื่องจริงของ KFC ที่คุณอาจยังไม่รู้

    KFC เป็นอาหารที่คนอเมริกันกินกันมากและแพร่หลายมากในอเมริกาแต่ใครจะรู้ละ……ว่าพวกเขากำลังกินอะไรเข้าไป ????? จากการศึกษาวิจัยเกี่ยวกับ KFC ของมหาวิทยาลัยนิวแฮมเชียร์

    พบข้อเท็จจริงบางอย่างที่น่าตกใจ แต่ก่อนอื่น ใครรู้บ้างว่า
    ทำไมบริษัทถึงต้องเปลี่ยนชื่อจาก Kentucky FriedChicken ไปเป็นKFC???
    เหตุผลเป็นเพราะว่าบริษัทนี้ไม่สามารถใช้คำว่า
    ‘chicken’หรือไก่ ได้อีกต่อไป เพราะ KFCไม่ได้ใช้ไก่จริงๆ ในการทอดขายลูกค้า
    แต่บริษัทนี้ใช้ไก่ที่ผ่านการตัดแต่ง ‘พันธุกรรม’
    มาทอดให้ลูกค้ากินไก่นี้ได้รับการเลี้ยงให้มีชีวิตอยู่ด้วยการต่อท่อเข้าไปในร่างกายของไก่เพื่อปัมเลือดและฉีดสารอาหาร บำรุงกำลังเข้าไปในตัวไก่ ไก่พวกนี้ไม่มีจะงอย ไม่มีขน และไม่มีเท้า
    เพื่อทำให้โครงสร้างของกระดูกหดตัวลง เพื่อให้ได้เนื้อมากที่สุด
    ซึ่งสิ่งนี้เป็นกลยุทธ์เด็ดของ KFC เพราะมันจะช่วยลดค่าใช้จ่ายหรือต้นทุนในการผลิตให้กับบริษัทเป็นอย่างมากเนื่องจาก ไม่ต้องถอนขน จะงอย
    และเท้าไก่เวลาฆ่า รัฐบาลอเมริกันไม่อนุญาตให้ใช้คำว่า ‘ไก่’ กับผลิตภัณฑ์ที่พวกเขาใช้อีกต่อไปขอให้ดูภาพแล้วคุณจะรู้ว่า ทำไมถึงไม่ให้เรียกว่า’ไก่’???

    คนที่นำข้อมูลนี้มาเปิดเผยไม่ได้ต้องการสร้างให้เกิดกระแสตื่นตระหนกแต่อย่างใด
    แต่ต้องการให้สาธารณชนได้รับรู้เพื่อที่ทางบริษัทจะได้มีสำนึกและหันกลับมาใช้ ‘ไก่’ ที่แท้จริงมาทำผลิตภัณฑ์

    ขอย้ำว่านี่คือภาพที่ได้จากการถ่ายรูปของไก่ที่ถูกตัดแต่งพันธุกรรมจริงๆ
    ไม่ใช่ภาพการ์ตูนย์แอนนิเมชั่นหรือภาพตัดต่อแต่อย่างใด

  25. 25. Jazzy the kid on May 15th, 2008 17:38

    ติดตามเรื่องราวของคุณเจริญชัยและคุณสุรศักดิ์มานานแล้วครับ บางประเด็นเห็นด้วย บางประเด็นเห็นต่างเป็นธรรมดา

    ประเด็นที่ผมจะเข้ามาขอบคุณรายการนี้ก็คือการผสานบริบทของสังคมไทยเข้ากับทฤษฏี
    ีของต่างประเทศครับ เจ้าของรายการทำได้อย่างน่าประทับใจ แต่ผมอยากให้ยก Case study มาประกอบให้มากกว่านี้ครับ

    เพราะผมรู้สึกว่ารายการนี้จะเน้นในส่วนของทฤษฏีมากไปสักนิด

    และถ้าเป็นไปได้ผมอยากให้คุณวิพากษ์เรื่องราวของชนชั้นไทยธรรมดา
    (ยายนิด ลุงหน่อย ป้าแม้น ไอ้เก่ง น้าแหวน)หรือที่คุณเรียกว่าชนชั้นกลางระดับล่าง
    หรือการประกอบอาชีพแบบที่เห็นอยู่ทั่วไป เช่น
    ขายข้าวแกง ขับแท็กซี่ กระปี๋รถเมล์
    ผมอยากให้คุณพิธีกรพูดถึงคนพวกนี้หน่อยครับ เพราะในความคิดเห็นผม
    คนพวกนี้แหละเป็นผู้บริโภคหลักๆของประเทศและนำพากระแสอย่างแท้จริง
    อยากฟังยุทธศาสตร์ของคุณเจริญชัยด้วยครับว่าในทิศทางแล้ว เราจะทำอย่างไร
    กับพวกเค้าดี ชนชั้นที่ไม่เคยอยู่ในสายธารวาทกรรมนี่ลำบากไม่ใช่น้อยนะครับ

    สุดท้ายผมขอขอบคุณวิทยาทานจากพิธีกรทั้ง 2 ท่านครับ Utopia ของผมเองไม่
    แตกต่างจากทั้ง 2 ท่านมากนัก ขอสมัครเป็นเพื่อนร่วมอุดมการณ์ครับ

    ปล.ผมรู้สึกจริงๆนะครับว่าประเทศนี้ไม่ได้ข้าวยากหมากแพงหรอก ประเทศนี้อุดมสมบูรณ์
    จนน่าอิจฉา กับข้าวก็อร่อย หายากนะครับประเทศสบายๆแบบนี้ รักษากันให้ดีครับทุกคน

  26. 26. สุรศักดิ์ ธรรมโม on May 15th, 2008 19:12

    ขอบคุณ คุณJazzy the kid สำหรับความคิดเห็นและคำแนะนำครับ

    ส่วนตัวอย่างชนชั้นกลางระดับล่าง นั้นที่เป็นรูปธรรมที่สุดคือตัวพิธีกรผู้ดำเนินรายการคือผมและคุณเจริญชัยครับ ถ้าคุณ Jazzy the kid จำได้ คุณเจริญชัยเคยกล่าวถึงชีวิตของคนขับแท๊กซี่ พฤติกรรมของตำหนวด ในสังคมไทย

    นอกจากนี้แล้ว ชนชั้นกลางระดับล่างและชนชั้นล่าง คือคนเข็ญใจ ในความหมายของคุณเจริญชัยอย่างสมบูรณ์ รวมทั้งตัวผมและคุณเจริญชัยด้วย

    แต่จากคำแนะนำ ของคุณ Jazzy the kid ผมและคุณเจริญชัยจะหาตัวอย่างเป็นรูปธรรม แต่สถานการณ์ประเทศไทยในขณะนี้กำลังเดินหน้าเข้าสู่ภาวะ “ทางตัน” ซึ่งผลกระทบจะกระทบต่อชนชั้นกลางทุกระดับและชนชั้นล่างโดยตรง

    รบกวนคุณ Jazzy the kid สมัครสมาชิกจดหมายข่าวของเราที่ http://groups.google.com/group/practical-utopia เพราะผมและทีมงานจะพยายามใส่บทวิเคราะห์ชั้นนำจากต่างประเทศหรือบทวิเคราะห์ที่น่าสนใจของทีมงานของเราในจดหมายข่าวนี้ครับ

Got something to say?