หนังสือพิมพ์มติชนรายวัน รายงานข่าวสถานการณ์ข้อพิพาทปราสาทพระวิหาร ในบทความ “แนวรบด้านตะวันออกสถานการณ์เข้าสู่ ‘วิกฤต’” ว่า ในขณะนี้สถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา กำลังเข้าสู่ความตึงเครียด เมื่อ สมเด็จฮุนเซ็น ยื่นหนังสือฟ้องสหประชาชาติว่า “ผู้นำไทย” มีท่าทีละเมิดกฎบัตรยูเอ็นในการขู่ใช้ “กำลังทหาร” ในการแก้ปัญหาข้อพิพาท “พื้นที่ทับซ้อน” บนเขาพระวิหาร
ทั้งนี้เนื่องจากการแสดงความเห็นของผู้นำไทยที่ผ่านมาว่า “พร้อมใช้กำลังทหารเข้าแก้ไขข้อพิพาท”
โดยล่าสุดกัมพูชาได้ส่งทหาร กว่า 4,000 นายเข้ามาตรึงแนวชายแดนบริเวณทิศใต้ของเขาพระวิหาร โดยมีผู้บัญชาการกองกำลังภูมิภาคที่ 4 เป็นหน่วยคุมกำลัง และมีการสนธิกำลังจากกองพลสนับสนุนที่ 3 กองพลน้อยที่ 1,7,8 และ 9 นอกจากนี้ยังมียุทโธปกรณ์เป็น รถถังจำนวน 1 กองพัน และปืนใหญ่ 1 กรม โดยวางกำลังอยู่ที่บริเวณบ้านสแอม บ้านโกมุย และบ้านสไหวสงม บริเวณทิศใต้ของเขาพระวิหาร
กองทัพไทยวางแผนรับมือเป็นสองระดับ
โดยระดับพื้นที่ใช้ “แผนบดินทรเดชา” ซึ่งเป็นการประกอบกำลังชายแดนของกองทัพภาคที่ 2 โดยมีกองกำลังสุรนารีเป็นหน่วยงานหลัก โดยสนธิกำลังจากกรมทหารพรานที่ 23 จ. บุรีรัมย์ กรมทหารพรานที่ 26 จ. สุรินทร์ กรมทหารราบที่ 23 จ.นครราชสีมา กรมทหารราบที่ 6 จ. อุบลราชธานี กรมทหารราบที่ 21 และ 22 กองพันทหารม้าที่ 21 จ.ร้อยเอ็ด และกองกำลังทหารปืนใหญ่ วางกำลังตลอดทิศเหนือของเขาพระวิหาร โดยมีขนาดกำลังทัดเทียมกับกำลังของกัมพูชา ทั้งนี้ พล.ท. วีร์วลิต จรสัมฤทธิ์ แม่ทัพภาคที่ 2 เป็นผู้มีอำนาจเต็มในการสั่งการ หากจำเป็นต้องปฏิบัติภารกิจใช้กำลัง
กรณีสถานการณ์ลุกลามบานปลาย จะมีการใช้ “แผนกษัตริย์ศึก” ซึ่งประกอบกำลังจาก 3 เหล่าทัพเข้าประจำการรบเต็มอัตราศึก ทั้งนี้ในส่วนของกองทัพบกจะมีการสนธิกำลังทั้งจาก กองทัพภาคที่ 1, 2 และ 3 แบบเต็มอัตราศึก และประจำการชายแดนไทย-กัมพูชา ตลอดแนว
ด้านกองทัพเรือเตรียมอารักขาน่านน้ำฝั่ง จ.ตราด ตลอดแนว โดยเตรียมเรือหลวงจักรีนฤเบศร เข้าประจำการร่วม
ด้านกองทัพอากาศ จัดเตรียมเครื่องบินรบ F-5 ประจำกองบิน 21 จ.อุบลราชธานี และเครื่องบิน F-16 ประจำกองบิน 1 จ.นครราชสีมา และ กองบิน 4 ตาคลี จ.นครสวรรค์ พร้อมปฏิบัติภารกิจรักษาน่านฟ้าและโจมตีข้าศึกภายใน 5 นาที โดยพร้อมรับคำสั่งแสตนด์บายตลอด 24 ชั่วโมง
ที่มา – มติชน
