Practical Report แถลงการณ์สำนักเลขาธิการอาเซียน: หลังเหตุปะทะไทย-กัมพูชา

คำแถลงการณ์ของสำนักงานเลขาธิการอาเซียนเมื่อวันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2011 ระบุว่า หลังจากมีความพยายามผลักดันทางการทูตอย่างหนักจากรัฐมนตรีต่างประเทศอินโดนีเซีย Dr. Marty Natalegawa ประธานอาเซียนคน ปัจจุบัน พยายามจะปลดชนวนความรุนแรงจากความขัดแย้ง หลังเหตุปะทะระหว่างกัมพูชาและไทยเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมานั้น ทางสหประชาชาติเห็นเป็นวาระเร่งด่วนที่จะนำประเด็นดังกล่าวมาหารือร่วมกัน

ประธานอาเซียนได้รับเชิญให้เข้าร่วมการประชุม ณ สำนักงานใหญ่องค์การสหประชาชาติ นครนิวยอร์ก วันที่ 14 กุมภาพันธ์ ศกนี้ เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความเชื่อมั่นของประชาคมโลกที่มีต่ออาเซียนที่สามารถเป็นเครื่องมือในระดับภูมิภาคที่จะสามารถสร้างสันติภาพเพื่อระงับความขัดแย้ง

เลขาธิการอาเซียน ดร.สุรินทร์ พิศสุวรรณ กล่าวว่า “ประธานอาเซียนจะเข้าร่วมประชุมกับ UNSC เพื่อแสดงให้เห็นว่าอาเซียนนั้นมีวิวัฒนาการ โดยจะพยายามแก้ปัญหาข้อพิพาทดังกล่าวภายใต้กรอบทวิภาคีท่ามกลางรัฐสมาชิกแห่งอาเซียน ตามกฎบัตรอาเซียน”

“นี่ เป็นลักษณะเฉพาะที่สำคัญมาก ซึ่งจะแสดงให้เห็นถึงอนาคตของอาเซียน ที่จะเป็นกลไกระงับความขัดแย้ง”

ตามเจตนารมณ์ของกฎบัตรอาเซียน จะทำให้มีความสัมพันธ์ที่กระชับแน่นและทำให้การหารือทั้งด้านการเมืองและความมั่นคงมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น อาเซียนเห็นว่าเป็นการดีที่จะให้ประธานอาเซียนได้เข้ามาเกี่ยวพันกับประเด็นดังกล่าว ซึ่งถือว่าประธานอาเซียนมีบทบาทโดดเด่นเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์

เลขาธิการอาเซียน ดร.สุรินทร์ฯ กล่าวว่า “ทั้งสองฝ่ายมีความยินดีที่จะให้รัฐมนตรี Marty ช่วยเหลือในการแสวงหาทางประสานความกลมเกลียวระหว่างกัน เพื่อแก้ปัญหาข้อพิพาทให้เกิดสันติภาพ อาเซียนจะเป็นกลไกในการระงับความขัดแย้งอย่างแข็งแกร่งต่อไป ตามหลักกฎบัตรอาเซียน”

ตามหลักกฎบัตรสหประชาชาติมาตราที่ 52 ว่าด้วยความร่วมมือตาม “ข้อตกลงภูมิภาค” ว่า สนับสนุนให้ธำรงไว้ซึ่งสันติภาพและความมั่นคงระหว่างประเทศ

ดร.สุรินทร์ฯ กล่าวปิดท้ายว่า “พวกเรา สำนักเลขาธิการอาเซียนพร้อมที่จะสนับสนุนความเป็นไปได้ทุกวิถีทาง ด้วยการพยายามแสวงหาหนทางในการแก้ไขปัญหา เพื่อทำให้สันติภาพและความกลมเกลียวฉันท์มิตรเริ่มขึ้นใหม่ ท่ามกลางความขัดแย้งระหว่างรัฐสมาชิกอาเซียนทั้งสอง”

จากเหตุปะทะระหว่างกองกำลังทางทหารของทั้งสองประเทศที่เกิดขึ้นเมื่อปลายสัปดาห์ที่ผ่านมา ใกล้บริเวณปราสาทเขาพระวิหารของเทวสถานพราหมณ์ฮินดูที่มีอายุกว่า 900 ปี ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 8 ราย

ASEAN  Secretariat

  • http://www.facebook.com/profile.php?id=100001507148681 คิงคับ โสดสนิดสิดสายหน้าครับผม

    กาก