Practical Report PTT หุ้นอันดับ 1 ที่น่าผิดหวัง ?

PTT หุ้นอันดับ 1 ที่น่าผิดหวัง ?

โดย เจริญชัย ไชยไพบูลย์วงศ์
charoenchai.cha@gmail.com

ความรู้สึกของคนไทย ที่มีต่อ “ตลาดหุ้น” ช่างคละเคล้าไปด้วยอารมณ์กล้า ๆ กลัว ๆ

                เหตุใดจึงเป็นเช่นนี้ !

  • ความกล้า เกิดขึ้นมาเพราะคนยุคนี้เริ่มฉลาดขึ้น พวกเขารู้แล้วว่า ตลาดหุ้นให้ผลตอบแทนที่ดีกว่าดอกเบี้ยธนาคาร ที่สำคัญ ตลาดหุ้น ยังเป็นช่องทางเลือกในการสร้างรายได้ ให้กับคนที่ไม่มีธุรกิจเป็นของตัวเอง ซึ่งครอบคลุมตั้งแต่พนักงานประจำ ฟรีแลนซ์ และแม้กระทั่ง ผู้เกษียณอายุ

 

  • ความกลัว เกิดขึ้นเพราะตลาดหุ้นมีความผันผวนมาก คนที่ขาดความเข้าใจจึงหวั่นเกรงว่า เงินเก็บที่หามาได้ทั้งชีวิต จะถูกทำลายย่อยยับไป จึงทำให้พวกเขารีรอที่จะเข้าสู่ตลาดหุ้น

 

บทความชิ้นนี้จึงถือกำเนิดขึ้นมา เพื่อช่วยเหลือให้คนธรรมดาทั่วไป สามารถมองเห็น “เหตุผล” ที่ตลาดหุ้นเต็มไปด้วยความผันผวนได้ เมื่อเข้าใจสิ่งเหล่านี้แล้ว พวกเราก็ย่อมสามารถเข้าสู่ตลาดหุ้นได้อย่างมั่นใจ และมีความสุขกับผลตอบแทนทางการเงินที่เพิ่มพูนขึ้น

 

credit by fxpips.com

credit Image by fxpips.com

 

เรามาเริ่มกันด้วยการวิเคราะห์หุ้นของบริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) ซึ่งมีชื่อย่อในตลาดหุ้นว่า PTT เพราะหุ้นตัวนี้เป็นที่รู้จักของคนทั่วไป อีกทั้งยังเต็มไปด้วยความผันผวนของราคาหุ้น จึงเหมาะสำหรับใช้เป็นกรณีศึกษาในการเข้าใจความซับซ้อนซ่อนเงื่อนของตลาดหุ้นได้

 

ประการแรก

เรามักถูกทำให้เชื่อว่า ราคาแรกเข้าตลาด (IPO) ของหุ้น PTT ที่ราคา 35 บาทนั้น มีราคาต่ำเกินจริง แต่สิ่งที่คนส่วนใหญ่ไม่ค่อยรู้ก็คือ หลังจากที่หุ้นตัวนี้เข้ามาซื้อขายที่ตลาดหลักทรัพย์ ในเวลา 4-5 เดือนแรก เรายังสามารถซื้อหุ้นตัวนี้ได้ที่ราคาระหว่าง 31-34 บาท

สิ่งที่เกิดขึ้นนี้ ชี้ให้เห็นบทเรียนในตลาดหุ้นว่า คนธรรมดาทั่วไป ก็สามารถเข้าซื้อหุ้นดี ๆ ในราคาถูกได้ แต่ที่น่าเศร้าก็คือ จะมีรายย่อยสักกี่คนที่มีความอดทนในการถือหุ้นตัวนี้จนกระทั่งมันขึ้นไปที่ราคา 190 บาท เมื่อวันที่ 31 ธันวาคม 2546 หรือภายหลังจากที่หุ้น PTT ได้เข้าสู่ตลาดไปแล้ว 2 ปีกว่า

สรุป ก็คือ แม้แต่หุ้นที่คนเชื่อว่าดี และมีราคาถูกเกินจริง ก็ยังต้องใช้เวลาในการสะสมตัวเอง ก่อนที่จะพุ่งทะยานขึ้นไป

แต่หากมองให้ลึกกว่านั้น เราจะเห็นว่า ในช่วง 2 ปีแรก ที่คนส่วนใหญ่มองว่าหุ้น PTT มีราคาต่ำกว่าความเป็นจริงนั้น ทำให้คนส่วนใหญ่เข้าไปเก็บหุ้นตัวนี้กัน ซึ่งหากนักลงทุนรายใหญ่ซึ่งมีเงินมาก และสามารถทำให้ราคาซื้อขายสูงขึ้นไปได้ ตัดสินใจลากหุ้นตัวนี้ขึ้นไปที่ราคา 190 บาท ตั้งแต่วันแรก ๆ ที่หุ้น PTT เข้าซื้อขาย ก็ย่อมทำให้นักลงทุนรายย่อยได้กำไรกันมากมาย ในขณะที่ตนเองไม่ได้อะไรมากนัก เพราะหุ้นจำนวนไม่น้อยยังอยู่ในมือรายย่อย

ดังนั้น ทางเลือกที่ฉลาดกว่า คือ นักลงทุนรายใหญ่ควรจะปล่อยให้ราคานิ่งอยู่ตรงนี้นาน ๆ ทำให้รายย่อยเริ่มหมดความอดทนที่จะถือหุ้น เพราะรู้สึกว่าหุ้นนี้อาจไม่ดีอย่างที่คิด

เมื่อเวลาผ่านไป 2-3 ปี จนกระทั่งนักลงทุนรายย่อยเลิกสนใจหุ้น PTT ในขณะที่นักลงทุนรายใหญ่สามารถกว้านซื้อหุ้นตัวนี้ได้มากพอ ก็ย่อมถึงเวลาที่หุ้นตัวนี้จะขึ้นไปที่ราคา 190 บาทแล้ว

 

ประการที่สอง

ในปลายปี 2550 เมื่อราคาน้ำมันกำลังจะพุ่งทะลุไปที่ 100 เหรียญ/บาร์เรล เราก็ถูกทำให้เชื่อกันว่า หุ้น PTT ที่ราคา 400 บาทนั้น สมเหตุสมผล และอาจจะขึ้นไปถึง 500 บาทแต่สุดท้ายก็ไปไม่ถึงดวงดาว โดยยังเคยตกลงไปถึงที่ราคาประมาณ 140 บาท และเมื่อผ่านมา 7 ปีกว่าแล้ว ราคาหุ้น PTT ก็ยังฟื้นตัวมาได้ที่ประมาณ 350 บาทเท่านั้น

นี่ก็เป็นอีกครั้งที่ “เมื่อคนส่วนใหญ่เชื่อว่าหุ้น PTT น่าสนใจเข้าซื้อ ราคาหุ้น PTT ก็จะถล่มลงมา”

แน่นอนว่า  ผลประกอบการของ PTT ในช่วงที่ราคาน้ำมันเพิ่มสูงขึ้นขนาดนี้ ย่อมออกมาดีอย่างแน่นอน แต่ทว่า ราคาหุ้น PTT ที่ราคา 400 บาทได้สะท้อนความดีนั้นไปหมดแล้ว

พูดง่าย ๆ ก็คือ ราคา PTT มีราคาสูงเกินกว่ามูลค่าที่แท้จริง

นักลงทุนที่เผลอใจเข้าไปซื้อหุ้น PTT ในช่วงนี้ ส่วนใหญ่แล้วก็ต้องเจ็าบตัวกลับไป

 

credit by business2community.com

credit Image by business2community.com

ประการที่สาม

ในปี 2558 ที่ราคาน้ำมันลดต่ำลงในรอบหลายปีที่ผ่านมา ซึ่งทำให้ผลประกอบการของ PTT ย่ำแย่ลงนั้น ราคาหุ้นของ PTT ก็ยังสามารถเลี้ยงตัวอยู่ได้ที่ 300-320 บาท และสามารถดีดกลับไปได้ที่ราคา 360-380 บาท ซึ่งหากนักลงทุนกล้าเข้าไปซื้อไว้ ก็จะได้กำไรประมาณ 10-20 % โดยใช้เวลาไม่ถึง 6 เดือนเลย

แน่นอนว่า ไม่ใช่หุ้นทุกตัวที่มีผลประกอบการไม่ดีแล้ว ราคาหุ้นจะสามารถฟื้นตัวกลับมาได้แบบ PTT

แต่กรณีของ PTT เป็นสิ่งที่น่าศึกษา เพราะทุกคนรู้ว่า PTT เป็นบริษัทที่ดีที่สุดแห่งหนึ่งในประเทศไทย โดยมีการกระจายความเสี่ยงของบริษัทเป็นอย่างดี ทำให้ไม่ได้รับผลกระทบจากความผันผวนของราคาน้ำมันมากเกินไป อีกทั้งยังมีการรุกเข้าไปในธุรกิจค้าปลีกในนามของบริษัทกาแฟ Amazon ซึ่งกำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว

หากทว่า ราคาหุ้นของ PTT ก็ยังคงผันผวน และส่วนใหญ่มักจะตรงข้ามกับความรู้สึกของนักลงทุนรายย่อยในช่วงเวลานั้น

 

นักลงทุนหน้าใหม่ที่ต้องการเข้ามาลงทุนในตลาดหุ้น จึงต้องเข้าใจ “สัจธรรม” หรือ “มายา” ในตลาดหุ้นตรงนี้ให้ดี ก่อนที่จะเข้าสู่สนามการลงทุนที่เต็มไปด้วยการแข่งขันสุดหฤโหด

ที่สำคัญ นักลงทุนจะต้องไม่คิดเอาเองว่า ตลาดหุ้นนั้นง่าย เพียงแค่ทำตรงข้ามกับความเห็นส่วนใหญ่ เราก็จะสามารถได้กำไรเป็นกอบเป็นกำ

เพราะหลายครั้งที่เราไม่สามารถรู้ได้ว่าคนส่วนใหญ่กำลังซื้อหรือขายหุ้นตัวไหน

ตัวอย่างที่ชัดเจน ก็คือ กรณีของหุ้น PTT ก่อนที่จะวิ่งขึ้นไปที่ 190 บาทนั้น ก็ต้องผ่านช่วงเวลา 2-3 ปีภายหลังจากเริ่มเข้าซื้อขายในตลาด (IPO) เรียกว่าต้องทำให้รายย่อยเบื่อกันไปก่อน

credit by tradingblog.optionfx.com

credit Image by tradingblog.optionfx.com

แล้วเราจะเข้าไปตอนไหน เราจะรู้ได้อย่างไร

หากรอให้หุ้นวิ่งขึ้นไปแล้ว เราก็คงไม่กล้าซื้อตามเข้าไป เพราะหลายครั้งเวลาเราซื้อตาม มันก็มักจะถล่มลงมา

ยิ่งกว่านั้น PTT ยังเป็นหุ้นตัวใหญ่ในตลาด พฤติกรรมจึงมีความผันผวนน้อยกว่าหุ้นธรรมดาทั่วไป ทำให้นักลงทุนจับทิศทางได้ง่ายกว่า แต่การนำไปประยุกต์ใช้กับหุ้นตัวอื่น ก็จะต้องมีความระมัดระวังเพิ่มขึ้น

เราจึงต้องศึกษามายาตลาดหุ้น ให้ลึกกว่านี้ในบทความชิ้นต่อไป

 

สิ่งที่อยากทิ้งท้ายไว้ในบทความชิ้นนี้ ก็คือ ราคาหุ้นของ PTT นิ่งอยู่ที่ประมาณ 300 บาทมาหลายปีแล้ว ถึงแม้จะมีราคาสูงหรือต่ำกว่านี้ไปบ้าง แต่ก็ยังไม่ยอมไปไหนสักที

นั่นหมายความว่า นักลงทุนที่เข้าไปซื้อหุ้น PTT ในจุดสูงสุดที่ราคาประมาณ 400-440 เมื่อหลายปีก่อน ก็ย่อมจะรู้สึกเบื่อหน่ายกับความอึดช้าของหุ้นตัวนี้

ที่สำคัญ ก็คือ ในยามที่ดัชนีตลาดหลักทรัพย์ (SET) พุ่งสูงขึ้นในรอบหลายปีที่ผ่านมา ก็มักจะถูกนำโดยหุ้นในกลุ่มธนาคารขนาดใหญ่ ไม่ว่าจะเป็น KBANK หรือ SCB

อย่างไรก็ตาม ในรอบที่ผ่านมาหุ้นกลุ่มธนาคารเริ่มที่จะแผ่วลง ขณะที่หุ้นกลุ่มพลังงานได้เริ่มแสดงอาการที่คึกคะนองออกมาให้เห็นบ้างแล้ว

ดังนั้น จึงน่าจะถึงเวลาของหุ้น PTT ที่จะฟื้นตัวกลับมายิ่งใหญ่อีกครั้ง ภายในเวลาไม่เกิน 1 ปีนับจากนี้

 

แน่นอนว่า หุ้นตัวใหญ่ระดับ PTT เราจะหวังให้สร้างผลตอบแทน 200-300 % คงจะเป็นเรื่องยาก แต่การเข้าซื้อที่ระดับราคา 300-330 เพื่อหวังไปขายที่ราคา 370-420 ก็ยังมีหวังไม่ใช่น้อย ใครจะเล่นแบบเป็นรอบ โดยกำไรเพียง 10-20% แต่กำไรปีละหลายครั้ง หรือจะรอเล่นรอบใหญ่ กำไร 30-50 % แต่นาน ๆ ครั้ง ก็ตามแต่ความสะดวกและใจสมัคร