เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 21 เมษายน 2554 ทาง SIU ร่วมกับสถาบันเอเชียศึกษา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และมูลนิธิฟรีดิช เนามัน ได้ร่วมกันจัดงานสัมมนาวิชาการในหัวข้อ “Looking Towards ASEAN Community 2015 : Constraints, Obstacles and Opportunites ที่ห้อง 105 อาคารมหาจุฬาลงกรณ์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เมื่อเวลา 08.00 – 12.00 น.
โดยงานนี้ได้รับเกียรติจาก ดร.สุรเกียรติ เสถียรไทย ศาสตราภิธาน คณะนิติศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย อดีตรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ กล่าวปาฐกถาพิเศษ โดยได้สรุปถึงอุปสรรค และข้อจำกัดของอาเซียนทั้งหมดจำนวน 9 ข้อ อาทิเช่น อาเซียนยังขาดเจตจำนงค์ส่วนรวม และความเป็นเจ้าของอาเซียนร่วมกัน ในขณะที่เมื่อเทียบกับประเทศใน EU จะเน้นความสำคัญของ EU ก่อนผลประโยชน์ประเทศตนเอง นอกจากนี้อาเซียนมีพัฒนาการที่ค่อยเป็นค่อยไป โดยมักจะต้องใช้ข้อตกลงที่เป็นเอกฉันท์ หากมีประเทศใดประเทศหนึ่งไม่เห็นด้วยมติข้อนั้นก็จำต้องตกไป และส่วนใหญ่แล้วอาเซียนก็มักจะไม่ค่อยมีความเห็นต่อปัญหาสำคัญ ๆ ในระดับโลกได้ทันต่อเวลา ยกเว้นช่วงวิกฤตไข้หวัด SARS ซึ่งผู้นำระดับสูงของอาเซียนต่างเข้าร่วมประชุมกันอย่างพร้อมเพรียง เพื่อรับมือกับปัญหาที่เกิดขึ้น
อย่างไรก็ตามเมื่อมองในแง่ดี การที่อาเซียนมีพัฒนาไปอย่างช้า ๆ เช่นนี้ หรือจะเรียกว่าเป็นวิถีอาเซียน ก็อาจเป็นข้อดีที่ทำให้อาเซียนยังคงรวมตัวกันอยู่ได้ และดำรงอยู่มาเป็นเวลานานกว่า 40 ปี ทำให้บางครั้งเราอาจไม่ต้องยึดติดรูปแบบว่าอาเซียนจะต้องมีแนวทางไปคล้ายกับ EU หรือกลุ่มประชาคมอื่น ๆ ซึ่งอาเซียนอาจมีวิถีทางของตนเอง
ในขณะที่การเสวนาในหัวข้อเรื่อง “Looking Towards ASEAN Community 2015 : Constraints, Obstacles and Opportunities” นั้น ได้รับเกียรติจาก
- Mr. Ong Keng Yong, Ambassdor-At-Large, Ministry of Foreign Affairs, Singapore
- Ms. Ng Yeen Seen, Senior Director, Policy, Research & Programmes Asian Strategy & Leadership Institute (ASLI) and Director, Centre for Public Policy Studies (CPPS), Malaysia
- Assoc. Prof. Dr. Pham Quang Minh, Dean, International Studies Department, University of Social Science Humanities, Vietnam National University
- คุณสุรนันทน์ เวชชาชีวะ อดีตรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี
และดำเนินรายการโดย ดร. ยงยุทธ มัยลาภ
ซึ่งผู้เข้าร่วมเสวนาแต่ละท่านต่างก็ได้ระบุถึงปัญหา และข้อจำกัดของอาเซียน แต่ก็ยังมีความเห็นตรงกันว่าการรวมตัวกันของอาเซียนก็ยังเป็นสิ่งที่จำเป็น โดย ดร. ฟาม ได้ระบุว่า “If we don’t hang together, we’ll be hung separately”
ทั้งนี้ SIU จะได้นำเทปการบรรยายโดยละเอียดมาเผยแพร่ในโอกาสต่อไป


