Practical Report ปฏิกิริยาจากตะวันออกกลาง: หลังลิเบียโดนโจมตีทางอากาศ

มุมมองจากประเทศในโลกอาหรับมีทั้งเห็นพ้องและขัดแย้ง ในประเด็นการโจมตีลิเบียจากกองกำลังผสมนานาชาติ ความเห็นพ้องและร่วมสนับสนุนอาจเกิดขึ้นได้ในประเทศที่ไม่ประสบภาวะความแตกแยกจากการคัดค้านไม่เห็นด้วยในการปกครองของผู้นำประเทศ ขณะเดียวกัน ประเทศที่ไม่เห็นด้วย อาจต้องทบทวนบทบาทในการปกครองของชาติตน เพราะเห็นตัวอย่างการแทรกแซงทางทหารในลิเบีย

อิรัก

หลังการโจมตีลิเบียจากชาติตะวันตกเป็นวันที่ 3 ทำให้จำนวนผู้บาดเจ็บและผู้เสียชีวิตมียอดเพิ่มสูงขึ้น นักการเมืองอิรักยังคงเงียบงันและอาจให้การสนับสนุนอย่างระแวดระวัง

“ผมรู้สึกเสียใจกับชาวลิเบีย” นาย Asmaa al-Mousawi สมาชิกรัฐสภาคณะกรรมาธิการกิจการต่างประเทศกล่าว “ผมขอตำหนิกลุ่มอาหรับลีกและนักการทูตที่ยังคงเงียบเฉยสำหรับเหตุการณ์ครั้งนี้ ทั้งที่มันมีความจำเป็นอย่างยิ่งยวดที่ประชาคมระหว่างประเทศต้องเข้ามาเกี่ยวพัน”

เขากล่าวถึงประธานกลุ่มอาหรับลีก นาย Amr Moussa ว่า “เขาพูดว่า เขาต่อต้านการคร่าชีวิตพลเรือน” “แต่เราก็ควรจะยอมรับว่า ไม่มีการโจมตีทางทหารใดๆ ที่จะไม่กระทบต่อชีวิตของพลเรือนได้”

Ahmed Ismali พ่อค้าวัย 30 กล่าวว่า “ผมเชื่อว่า มันเป็นสิทธิของประชาชนที่สามารถประท้วงต่อต้านทรราชย์ได้”

“มันเป็นเรื่องที่ดีมากสำหรับมติขององค์การสหประชาชาติ มันบอกให้ผู้นำทุกคนได้รู้ว่าควรจะทำสิ่งที่สร้างความยุติธรรมแก่ประชาชนของพวกเขา นั่นคือความชอบธรรมของ UN และมันคือทางเลือกที่ถูกต้องในการกำจัดมูอัมมาร์ กัดดาฟี”

บาห์เรน

การโจมตีทางทหารและเหตุการณ์ไม่สงบในลิเบียนั้น ยังไม่ถูกนำมาพูดคุยเป็นการสาธารณะนัก แต่ปฏิบัติการดังกล่าวนั้นมีคณะมนตรีความร่วมมือรัฐอ่าวอาหรับได้ให้ความสนับสนุนเพื่อปกป้องพลเมืองชาวลิเบีย

ขณะที่ผู้ต่อต้านภายในบาห์เรนได้เห็นพฤติกรรมในลิเบียเป็นแบบอย่าง พวกเขามีความต้องการให้เกิดสถานการณ์เช่นเดียวกันในประเทศของตน พวกเขาเรียกร้องว่าระบอบบาห์เรนไม่ปกป้องผลประโยชน์ของพวกเขาและมีการใช้กำลังของรัฐเพื่อโจมตีพวกเขาอย่างรุนแรงในช่วง 2 เดือนที่ผ่านมา มีผู้ประท้วงเสียชีวิตแล้ว 16 ราย

รัฐบาลกล่าวว่า ได้พยายามปรับแก้กฎหมายและระเบียบกฎเกณฑ์และพยายามยับยั้งการรัฐประหารที่ได้รับการสนับสนุนจากต่างประเทศเช่นที่เคยเกิดขึ้นในอิหร่าน

กาตาร์

เป็นอีกหนึ่งประเทศในอ่าวอาหรับที่ให้การสนับสนุนการโจมตีลิเบีย ด้วยการส่งเครื่องบินรบและทหารเข้าสนับสนุนการปฏิบัติการดังกล่าว แต่กาตาร์ก็ไม่ได้ให้การสนับสนุนในประเทศที่ประสบปัญหากับพลเมือง เช่นในบาห์เรน

หนังสือพิมพ์ al-Qana ระบุว่า “กาตาร์แสดงจุดยืนที่ชัดเจนมาก ในการประณามการกระทำอันรุนแรงที่มีการฆาตกรรมชาวลิเบียของกัดดาฟีที่เริ่มมีการปฏิวัติจากประชาชนตั้งแต่ช่วงแรก”

“การเผชิญหน้าระหว่างประชาชนที่ปราศจากอาวุธและเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ทำสงครามต่อต้านประชาชน ประสบความสำเร็จได้ด้วยการมีส่วนร่วมจากทหารรับจ้าง ผมถือว่าเราได้มีจุดยืนแห่งประวัติศาสตร์ร่วมกันในการทำตามมติขององค์การสหประชาชาติ”

อียิปต์

ชาวอียิปต์ยังคงเฝ้าดูการปฏิวัติของชาวลิเบียอย่างต่อเนื่องผ่านกระจกสะท้อนประสบการณ์ประท้วงของพวกเขา ฮอสนิ มูบารัค ผู้ปกครองจอมเผด็จการที่เป็นผู้นำยาวนานกว่า 3 ทศวรรษ ถูกขับไล่จากการปฏิวัติของประชาชนอย่างไม่ยอมผ่อนปรนต่อสิ่งใด ตลอดจนการสนับสนุนการแทรกแซงทางทหารของชาติตะวันตกจำนวนมาก

ขณะที่มีการปฏิวัติภายในประเทศ ทหารอียิปต์มีความเป็นกลางตลอดระยะเวลา 18 วัน แต่กัดดาฟีใช้กองกำลังทหารเข้าปะทะกับพลเรือนผู้ที่พยายามจะโค่นล้มเผด็จการอย่างสันติ

กว่า 10 ปีมานี้ กัดดาฟีไม่ได้มีความสัมพันธ์อันดีกับเพื่อนบ้านชาติตะวันออกนัก เนื่องจากเขามีมุมมองว่า มีความไม่แน่นอนและไม่สามารถคาดการณ์ได้

Homza Moussa นักวิจาร์ณจากหนังสือพิมพ์ al-Destour กล่าวว่า “อำนาจทางกฎหมายตามมติ UN จะช่วยหยุดอาชญากรรมที่เขาก่อ ที่มีการละเมิดหลักสิทธิมนุษยชน กัดดาฟีขู่ทั้งประชาชนของเขาและชาติตะวันตก เขาหลอกตัวเองว่าได้รับชัยชนะผ่านการรายงานข่าวแบบผิดๆ จากสถานีโทรทัศน์ของเขา เราควรจะต่อต้านเขา”

สหรัฐอาหรับเอมิเรสต์

เป็นชาติในอ่าวอาหรับอีกหนึ่งชาติที่ให้การสนับสนุนชาติตะวันตกใช้การทหารเข้าแทรกแซงลิเบีย

Abdul Rahman al-Atiyah เลขาธิการประจำคณะมนตรีความร่วมมือรัฐอ่าวอาหรับ กล่าวยืนยันว่า สหรัฐอาหรับเอมิเรสต์เป็นส่วนหนึ่งของชาติพันธมิตรที่ตั้งขึ้นเพื่อทำการตกลงกับกองกำลังทหารของกัดดาฟี แต่ไม่ได้ยืนยันว่าร่วมปฏิบัติการทางทหารหรือไม่

Aal-Atiyah กล่าวว่า สหรัฐอาหรับเอมิเรสต์มีบทบาทด้านการต่างประเทศในลิเบีย แต่ไม่ได้รับบทบาทหลัก

หนังสือพิมพ์ภาษาอังกฤษในเมืองอาบูดาบีระบุว่า “ความเป็นหนึ่งเดียวของชาติอาหรับถือเป็นสิ่งที่สำคัญยิ่ง ยิ่งไปกว่านั้น โลกอาหรับจำเป็นต้องพูดให้เป็นเสียงเดียวกัน”

“ความขัดแย้งเกิดขึ้นจากความลังเลต่อภารกิจในลิเบียดังกล่าว”

ฝ่ายตรงข้ามของกัดดาฟีคือเหยื่อของความโหดร้ายอย่างแสนสาหัสและต้องเผชิญกับการทำลายล้างที่อาจเกิดขึ้น แต่ตริโปลีและฝ่ายที่สนับสนุนกัดดาฟีควรพึงระลึกว่าพลเมืองชาวลิเบียสมควรได้รับการปกป้อง

ซีเรีย

ยังคงมีความเงียบงันจากรัฐบาลซีเรีย ท่ามกลางบรรยากาศที่เต็มไปด้วยการประท้วงเพื่อสนับสนุนประชาธิปไตยทั่วภูมิภาค ทั้งยังมีการแทรกแซงจากต่างประเทศในลิเบีย ซีเรียเป็นชาติจากโลกอาหรับที่ต่อต้านการสนับสนุนมติ UN ในการปิดน่านฟ้าลิเบีย ที่นำโดยประธานาธิบดี Bashar al-Assad แห่งซีเรีย ทำให้เกิดการประท้วงจากฝ่ายต่อต้านลิเบียในเบงกาซี

“การไม่เห็นด้วยกับมติ UN ดังกล่าว อาจเป็นผลมาจากผลประโยชน์ของตนเองที่ไม่ต้องการถูกแทรกแซงจากภายนอก”

ขณะเดียวกัน ระบอบการปกครองของซีเรียก็ได้รับแรงกดดันจากการประท้วงในทางตอนใต้ของเมือง Daraa เช่นกัน ทั้งยังมีการควบคุมสื่อในการเผยแพร่ข้อมูลการโจมตีทางอากาศของกองกำลังผสมนานาชาติในการต่อต้านรัฐบาลกัดดาฟีด้วย แต่ความโหดร้ายที่รัฐบาลกัดดาฟีกระทำต่อกลุ่มต่อต้านก็กระตุ้นความกลัวกับชาติอื่นๆ เช่น ซีเรีย

การแทรกแซงในลิเบียเป็นการส่งสัญญาณจากประชาคมระหว่างประเทศว่าจะไม่ปล่อยให้เกิดการฆาตกรรมหมู่ในฮามา (Hama massacre) เช่นที่เคยเกิดขึ้นในปี 1982 ที่ทำให้ประชาชนเสียชีวิตราว 40,000 คน จากการพยายามปฏิวัติ แต่ไม่ประสบความสำเร็จของ Muslim Brotherhood

อย่างไรก็ตาม ซีเรียเคยมีประสบการณ์จากเหตุการณ์ไม่สงบมาแล้ว อีกทั้งในปัจจุบันซีเรียกำลังเผชิญกับการต่อต้านประท้วงจากประชาชน จึงไม่ได้ให้การสนับสนุนการโจมตีลิเบีย

อิหร่าน

อิหร่านมีท่าทีหวาดระแวงต่อการแทรกแซงทางทหารในลิเบีย แม้จะสนับสนุนให้เกิดการปฏิวัติต่อต้านกัดดาฟีก็ตาม

โฆษกกระทรวงการต่างประเทศของอิหร่าน Ramin Mehmanparast กล่าวถึง การโจมตีทางอากาศว่าเป็นรูปแบบของจักรวรรดินิยมใหม่ แต่อิหร่านสนับสนุนข้อเรียกร้องของผู้ต่อต้านกัดดาฟีให้ได้รับความชอบธรรม

สำนักข่าวอิหร่านอ้างถึงคำพูดของโฆษก กต. อิหร่านว่า “ประเทศที่เข้าร่วมเป็นกองกำลังผสมนั้น ได้เข้าสู่คำโฆษณาที่เย้ายวนใจที่ว่า เพื่อเป็นการสนับสนุนประชาชน แต่จริงๆ แล้วพวกเขาก็ทำเพื่อปกป้องผลประโยชน์ของตนเอง ถือเป็นความต่อเนื่องของการปกครองประเทศแบบจักรวรรดินิยมในรูปแบบใหม่”

ขณะเดียวกัน สื่อของอิหร่านกล่าวว่า “มีการนำเสนอข่าวการแทรกแซงในลิเบีย แต่ได้ลดการเผยแพร่ข่าวลงนับจากลิเบียถูกโจมตีทางอากาศ”

นักศึกษาชาวอิหร่านกล่าวว่า “ฉันไม่คิดว่าประชาชนในอิหร่านจะเห็นด้วยกับการโจมตีลิเบียของรัฐบาลจากชาติตะวันตก ฉันคิดว่ามันช่วยย้ำเตือนพวกเขาถึงสิ่งที่เคยเกิดขึ้นในอัฟกานิสถานและอิรัก ซึ่งทำให้พลเมืองที่บริสุทธิ์ต้องเสียชีวิตจากการกระทำดังกล่าว”

“ชาวอิหร่านมีความอ่อนไหวต่อสิ่งที่เกิดขึ้นทั้งในบาห์เรนและเยเมนมากกว่าในลิเบีย เพราะมีชาวมุสลิม ชีอะห์ เกี่ยวข้องโดยตรงกับความขัดแย้งที่มาจากการต่อต้านผู้นำดังกล่าว”

ผู้มีอำนาจระดับสูงในอิหร่านต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า พวกเขาต่อต้านการใช้ความรุนแรงเพื่อปราบปรามชาวบาห์เรนและชาวเยเมนที่ประท้วงเพื่อสนับสนุนประชาธิปไตย อิหร่านยังกล่าวเตือนถึงการต่อต้านโดยกำลังทหารของซาอุดิอาระเบียในบาห์เรนด้วย

สัปดาห์ที่ผ่านมา ประธานาธิบดี Mahmoud Ahmadinejad กล่าวเตือนถึงการต่อต้านโดยการใช้กำลังเพื่อปิดน่านฟ้าในลิเบียและประณามการโจมตีโดยการกระหน่ำยิงชาวลิเบียของกัดดาฟี เขากล่าวว่า “ผมคิดว่าการแทรกแซงทางทหารน่าจะทำให้สถานการณ์เลวร้ายมากขึ้น เรามีประสบการณ์มาแล้วทั้งในอิรักและอัฟกานิสถาน ที่ส่งผลร้ายมากกว่าจะทำให้ดีขึ้น”

“ชาติตะวันตกมีความปรารถนาอย่างแรงกล้าราวกับพวกจักรวรรดินิยม ผมหวังว่ารัฐบาลยุโรปและสหรัฐ จะไม่แทรกแซงในกิจการภายในของภูมิภาคนี้ และควรจะปล่อยให้ประชาชนในภูมิภาคนี้ตัดสินอนาคตด้วยตัวของพวกเขาเอง”

 

Guardian