สถานการณ์ตลาดที่อยู่อาศัยปี 2552 และแนวโน้มปี 2553
January 26, 2010
โดย ดร.โสภณ พรโชคชัย, ประธานกรรมการบริหาร ศูนย์ข้อมูลวิจัยและประเมินค่าอสังหาริมทรัพย์ไทย บจก.เอเจนซี่ ฟอร์ เรียลเอสเตท แอฟแฟร์ส (AREA)
ตลาดอสังหาริมทรัพย์และที่อยู่อาศัยของประเทศไทยในปี 2552 นี้ ยังคงได้รับผลกระทบเชิงลบจากการฉุดรั้งของการเมืองและการลงทุนของต่างประเทศในประเทศไทย ทำให้สถานการณ์ทั่วไปดู “ทรง ๆ” และต่อเมื่อมีความชัดเจนกว่านี้แล้ว จึงจะสามารถเห็นได้ว่าตลาดจะเติบโตหรือหดตัวลง คาดว่าในปี 2553 นี้สถานการณ์จะยังทรงตัวอยู่
ว่าด้วยการสำรวจโครงการเปิดใหม่
ข้อมูลที่ดีทันสมัยและสามารถนำมาใช้ประโยชน์ได้จริง ควรเป็นข้อมูลภาคสนาม Agency for Real Estate Affairs (AREA) เป็นศูนย์ข้อมูล วิจัยและประเมินค่าทรัพย์สินแห่งเดียวในประเทศไทยที่ทำการสำรวจข้อมูลโครงการเปิดใหม่ต่อเนื่องมาตั้งแต่ปี 2537 โดยสำรวจข้อมูลโครงการเปิดใหม่ และโครงการที่กำลังขายอยู่ในห้วงเวลาหนึ่ง ๆ
โครงการเปิดใหม่ (newly launched project) หมายถึงโครงการที่เพิ่งเริ่มเข้าสู่ตลาดเป็นครั้งแรก หรืออาจเป็นบางส่วนหรือบางระยะ (phase) ของโครงการที่เปิดขายในภายหลัง โครงการขนาดใหญ่โครงการหนึ่งอาจไม่ได้เปิดขายทีเดียวหมดแต่เปิดเป็น phase ใหม่ ๆ ดังนั้นในการสำรวจภาคปฏิบัติจึงต้องไปสำรวจซ้ำอีก เพื่อบันทึกให้เห็นว่ามีอุปทานเพิ่มเข้ามาในตลาดมากน้อยเพียงใดในแต่ละห้วงเวลา นอกจากนี้ โครงการเปิดใหม่ยังรวมถึงโครงการเดิมที่เคยเปิดตัวไปแล้วแต่ประสบปัญหา “เจ๊ง” ไป ต่อมาเจ้าของใหม่นำโครงการมา “ใส่ตะกร้าล้างน้ำ” แล้วเปิดใหม่โดยใช้ชื่อใหม่หรือชื่อเดิม (relaunch) ก็ตาม
โครงการที่ขายอยู่ ณ ห้วงเวลาที่สำรวจ หมายถึงโครงการที่เปิดขายในช่วงเดือนธันวาคม และมิถุนายนของแต่ละปี ซึ่งในแต่ละรอบของการสำรวจ มีโครงการดังกล่าวอยู่ประมาณ 1,200 แห่ง อย่างไรก็ตาม โครงการที่ยังมีหน่วยขายเกินกว่า 20 หน่วยนั้นมีอยู่ราว 800 แห่ง
การได้มาซึ่งข้อมูลด้วยการสำรวจภาคสนามนี้มีความจำเป็นอย่างยิ่ง และมีความน่าเชื่อถือกว่าแหล่งข้อมูลทุติยภูมิต่าง ๆ ด้วยเหตุผลดังนี้ :
1. ไม่อาจพึ่งการโฆษณาตามหน้าหนังสือพิมพ์หรือสื่อมวลชนอื่นๆ เป็นหลัก เพราะบางโครงการลงโฆษณาแล้วแต่ยังไม่เปิดตัว สิ่งที่โฆษณากับการเปิดตัวจริงอาจต่างกัน เช่น โฆษณาว่าเปิด 10 ตึก แต่เปิดจริงเพียง 1-2 ตึกเป็นต้น นอกจากนี้การโฆษณายังได้ข้อมูลเพียงบางส่วน ไม่เพียงพอต่อการใช้ประกอบการวิเคราะห์เพื่อการวางนโยบายและแผนใด ๆ ดังนั้นข้อมูลการโฆษณา แม้จะเป็นข้อมูลที่ทันสมัยยิ่ง แต่ก็อาจไม่สอดคล้องกับความเป็นจริง
2. ไม่อาจพึ่งข้อมูลการขออนุญาตจัดสรรที่ดิน เพราะไม่ครอบคลุมการขออนุญาตอาคารชุด เพราะบางโครงการขายก่อนได้รับใบอนุญาตจัดสรร หรือได้รับใบอนุญาตแล้วแต่ไม่ได้สร้าง (อาจเพราะยังไม่ได้ฤกษ์) นอกจากนี้การขออนุญาตจัดสรรยังต้องขอทั้งโครงการ แต่ที่เปิดขายอาจเป็นทีละระยะการพัฒนา ดังนั้นการนำตัวเลขทั้งโครงการซึ่งอาจมีจำนวนนับพัน ๆ หน่วยมาประมวล ก็คงจะผิดความจริงไปแน่นอน ดังนั้นข้อมูลการขออนุญาตจัดสรร แม้เป็นข้อมูลที่เป็นทางการ แต่อาจไม่สะท้อนความเป็นจริง
3. ไม่อาจพึ่งข้อมูลการจดทะเบียนบ้านใหม่ เพราะบ้านที่จดทะเบียนนั้นสร้างเสร็จไปหลังจากทำการขาย 6 เดือน – 3 ปีแล้ว บ้านส่วนมากมีกิจกรรมการขายก่อนสร้างเสร็จ บ้านที่สร้างเสร็จวันนี้จึงสะท้อนอุปสงค์ในอดีตไม่ใช่ปัจจุบัน บ้านที่สร้างเสร็จก่อนขายมีเพียงส่วนน้อยนิดมาก นอกจากนี้ยังมีบ้านบางหลัง “ซิกแซก” ได้บ้านเลขที่ก่อนบ้านเสร็จก็ยังมี (แต่ก็เป็นส่วนน้อยนิดเช่นกัน) ดังนั้นข้อมูลการจดทะเบียนบ้านใหม่ แม้เป็นตัวเลขที่แน่ชัด แต่ไม่สะท้อนภาวะตลาดในปัจจุบัน
ดังนั้นการสำรวจภาคสนามจึงเป็นคำตอบสุดท้ายในการหาข้อมูลที่เชื่อถือได้มาประกอบการวิเคราะห์เพื่อการวางแผนของทั้งภาครัฐและภาคเอกชน
ว่าด้วยการสำรวจซ้ำ
ในรอบ 1 ปี ศูนย์ข้อมูลวิจัยและประเมินค่าอสังหาริมทรัพย์ไทย บจก.เอเจนซี่ ฟอร์ เรียลเอสเตท แอฟแฟร์ส ยังทำการสำรวจสถานการณ์การขายของโครงการที่อยู่อาศัยทุกประเภท ทั้งบ้านเดี่ยว บ้านแฝด ทาวน์เฮาส์ ตึกแถว ห้องชุดและที่ดินจัดสรรเพื่อการอยู่อาศัย โดยสำรวจในเดือนมิถุนายน และเดือนธันวาคมของทุกปี
การสำรวจนี้ดำเนินการเพื่อประเมินสถานการณ์การขายของโครงการต่าง ๆ ที่เปิดขายมาก่อนหน้านี้ว่าอยู่ภาวะที่ดี ขายหมดแล้ว หรือเกือบหมดแล้ว หรืออยู่ในภาวะที่ยังขายไม่ได้มากนัก นอกจากนั้นบางโครงการก็อาจชะลอการขายหรือล้มเลิกไปแล้วก็ได้ ทั้งนี้โครงการที่อยู่ในการสำรวจทั้ง 2 รอบนี้ จะมีนับพันโครงการต่อรอบ
วิธีการในการสำรวจก็เป็นการสำรวจในฐานะผู้จะซื้อบ้าน ไม่ใช่ในฐานะนักวิจัยหรือหน่วยราชการ หรือหน่วยงานใด เพื่อให้ผู้ขายเข้าใจว่าเป็นผู้ซื้อบ้าน และให้ข้อมูลที่ปกติให้กับผู้ซื้อบ้าน ถือเป็น “White Lie” และข้อมูลที่ได้ก็ไม่ใช่ข้อมูลลับอะไร แต่เป็นข้อมูลที่พึงทราบของผู้ซื้อบ้าน ซึ่งเมื่อศูนย์ข้อมูลวิจัยและประเมินค่าอสังหาริมทรัพย์ไทย บจก.เอเจนซี่ ฟอร์ เรียลเอสเตท แอฟแฟร์ส ประมวลจากการสำรวจข้อมูลนับพันโครงการ ก็จะสามารถเข้าใจสถานการณ์ตลาดได้อย่างถ่องแท้
อาจกล่าวได้ว่าโครงการที่อยู่อาศัยที่เปิดใหม่ในรอบปีหนึ่ง ๆ จะได้รับการสำรวจถึงประมาณ 3 รอบ เช่นโครงการที่เปิดต้นปี จะได้รับการสำรวจครั้งที่ 2 ในช่วงเดือนมิถุนายนครั้งหนึ่ง และเดือนธันวาคมอีกครั้งหนึ่ง ทั้งนี้ยกเว้นโครงการดังกล่าว จะขายหมดไปก่อนหรือล้มเลิกไปก่อนในระหว่างช่วงเวลาที่สำรวจ
ประโยชน์ของการสำรวจในลักษณะนี้ก็คือ เป็นการประเมินสถานการณ์อย่างใกล้ชิด ทั้งในด้านของอุปทาน และอุปสงค์ที่สืบค้นได้จากการเข้าซื้ออุปทานต่าง ๆ ในตลาดนั่นเอง และนี่เป็นเครื่องชี้ภาวะตลาดอสังหาริมทรัพย์ที่แม่นยำ และและทำให้ทราบสถานการณ์ได้ทันเหตุการณ์ได้ที่สุดอันหนึ่ง
สถานการณ์ตลาดปี 2552
จากผลการศึกษาของศูนย์ข้อมูลวิจัยและประเมินค่าอสังหาริมทรัพย์ไทย บจก.เอเจนซี่ ฟอร์ เรียลเอสเตท แอฟแฟร์ส ได้ข้อค้นพบสำคัญ ดังนี้:
1. ณ สิ้นเดือนธันวาคม 2552 มีโครงการที่อยู่อาศัยที่ยังเปิดขายอยู่ในท้องตลาดทั้งหมด 1,183 แห่ง แต่ถ้านับเฉพาะโครงการที่ยังมีหน่วยขายอยู่เกินกว่า 20 หน่วย จะพบว่ามีอยู่ 843 แห่ง แสดงว่าตลาดก็ยังมีความคึกคักอยู่พอสมควร เทียบกับประเทศเพื่อนบ้านแล้ว กรุงเทพมหานครและปริมณฑลมีโครงการที่อยู่อาศัยมากกว่านครหลวงแห่งอื่น
2. ในรอบปี 2552 ปรากฏว่ามีโครงการอสังหาริมทรัพย์เกิดใหม่ทั้งหมดถึง 283 โครงการ ซึ่งน้อยกว่าปี 2552 ที่เปิด 331 โครงการ และปี 2551 ที่เปิดถึง 375 โครงการ ทำให้จำนวนหน่วยขายในปี 2552 ซึ่งเปิดจำนวน 57,604 หน่วย ถือว่าน้อยกว่าปี 2551 ถึง 15% อย่างไรก็ตามหากพิจารณาจากมูลค่าการพัฒนารวมกันทั้งหมด จะพบว่ามีมูลค่าในปี 2552 ถึง 182,994 ล้านบาท อาจกล่าวได้ว่า นับแต่ปี 2549 เป็นต้นมา มูลค่าของการพัฒนาในแต่ละปีแทบไม่แตกต่างกันเลย

แผนที่โครงการอสังหาริมทรัพย์เปิดใหม่ พ.ศ.2552 (283 โครงการ, มกราคม – ธันวาคม 2553)
3. ประเด็นสำคัญที่พึงพิจารณาก็คือ ราคาขายที่อยู่อาศัยที่เปิดใหม่ในช่วงปี 2550-2552 เพิ่มขึ้นอย่างเด่นชัด จาก 2.289 ล้านบาท เป็น 2.718 ล้านบาท และ 3.177 ล้านบาทตามลำดับ และนี่คือเหตุผลสำคัญที่ทำให้เกิดปรากฏการณ์ที่แม้จำนวนหน่วยขายในช่วงหลังจะลดลงทุกปี แต่มูลค่าโครงการก็ยังคงมีขนาดเท่ากันทุกปี
4. ถ้าเทียบกับการจดทะเบียนบ้านใหม่ จะพบประเด็นที่น่าสนใจมากก็คือ ปี 2552 นี้ ปริมาณบ้านที่จดทะเบียนใหม่คาดว่าจะมีจำนวนมากกว่าบ้านที่เปิดใหม่ กล่าวคือบ้านทุกประเภทที่จดทะเบียนใหม่คาดว่ามี 72,536 หน่วย ในขณะที่บ้านที่เปิดตัวใหม่มี 57,604 หน่วยเท่านั้น บ้านที่จดทะเบียนใหม่อาจไมได้สะท้อนภาวะตลาด หรือไม่อาจใช้วิเคราะห์สถานการณ์ตลาดได้ เพราะเป็นผลจากการขายมาก่อนน้าบ้านสร้างเสร็จเมื่อ 6 เดือนถึง 2 ปีก่อนมากกว่า แต่การที่บ้านสร้างเสร็จมีมากกว่าบ้านเปิดใหม่ ถือเป็นเครื่องเตือนภัยที่สำคัญประการหนึ่งที่ชี้ว่า การผลิตที่อยู่อาศัยกำลังจะล้นเกิน จะสังเกตได้ว่า นับแต่ปี 2537 เป็นต้นมา ในปีที่บ้านสร้างเสร็จมีมากกว่าบ้านที่เปิดตัว จะเป็นปีแห่งการล้นตลาด อย่างไรก็ตามข้อสังเกตนี้จะเป็นจริงหรือไม่ ก็คงต้องจับตามองเป็นพิเศษ
5. ดัชนีสำคัญอีกประการหนึ่งก็คือ จำนวนหน่วยที่ขายได้ในปี 2552 ศูนย์ข้อมูลวิจัยและประเมินค่าอสังหาริมทรัพย์ไทย บจก.เอเจนซี่ ฟอร์ เรียลเอสเตท แอฟแฟร์ส ได้ประมวลภาพรวมไว้ว่า ในปี 2552 พบว่า ในปีดังกล่าว หน่วยขายที่ขายได้มีถึง 59,085 หน่วย ซึ่งมากกว่าจำนวนหน่วยที่เปิดตัวโดยรวมที่ 57,604 หน่วยเสียอีก การขายได้หมายถึงการที่มีคนจองซื้อและคาดว่าได้ทำสัญญาไว้แล้ว หรือในกรณีบ้านเสร็จก่อนขาย ก็คือการโอน (แต่มีจำนวนน้อยมากที่สร้างเสร็จก่อนขาย)
6. อย่างไรก็ตามโดยที่มีหน่วยขายรอผู้ซื้อสะสมเป็นจำนวนมาก ทำให้ ณ สิ้นปี 2552 จำนวนสูงถึง 109,331 หน่วย หน่วยขายเหล่านี้ไม่ใช่ว่ามีปัญหาหรือขายไม่ออก แต่ส่วนมากอยู่ในกระบวนการขาย อาจเพิ่งเปิดขายไม่นาน ส่วนที่ขายไม่ออกก็อาจมีอยู่ในกลุ่มนี้บ้าง อาจกล่าวได้ว่ากลุ่มที่อยู่อาศัยที่รอการขายนี้มีอยู่ประมาณ 2.5% ของจำนวนที่อยู่อาศัยที่สร้างเสร็จทั้งหมด (Stock) ที่มีอยู่ประมาณ 4 ล้านหน่วย สัดส่วนนี้ยังถือว่าไม่มากนักเมื่อเทียบกับในช่วงปี 2540-2542 ที่มีสัดส่วนของหน่วยขายรอการขายอยู่มากถึง 5% ซึ่งถือเป็นภาวะวิกฤติ

แผนที่แสดงทำเลที่มีหน่วยเปิดขายใหม่ในปี 2552 มากที่สุด: ส่วนมากอยู่ใจกลางเมือง
ทำเลเด่น: 1 J2 : Pracha Uthid (4,473 หน่วย); 2 L3 : Bang Plad (2,700 หน่วย); 3 D6 : Navamin (2,508 หน่วย); 4 I3 : Sukhumvit-Rama IV (2,389 หน่วย); 5 E1 : Hatairat (2,360 หน่วย); 6 L1 : Klong San (1,808 หน่วย); 7 H8 : Bang Na – Trad Km. 10-30 (1,800 หน่วย); 8 I2 : Phathumwan (1,754 หน่วย); 9 F3: Chokchai 4 (1,753 หน่วย); 10 N1 : Rama V – Bang Krouy (1,702 หน่วย)
7. ในการเปิดตัวโครงการใหม่นั้น บริษัทมหาชนในตลาดหลักทรัพย์เปิดตัวรวมกันถึง 56% ของหน่วยขายทั้งหมด หากพิจารณาในด้านมูลค่า ก็ใกล้เคียงกันคือประมาณ 55% ของทั้งหมด อสังหาริมทรัพย์เป็นทรัพย์ที่ไม่มีใครครองส่วนแบ่งในตลาดได้ แม้จะมีผู้นำตลาด แต่โดยที่อสังหาริมทรัพย์ขึ้นกับทำเล ทุกพื้นที่ก็สามารถพัฒนาได้หากสถานการณ์เอื้ออำนวย
8. บริษัทมหาชนที่เปิดตัวมากที่สุด 10 อันดับแรกเรียงตามมูลค่าการพัฒนา ได้แก่:
เลขที่ บริษัทมหาชน จำนวนโครงการ มูลค่า (ล้านบาท) จำนวนหน่วย
1 พฤกษา เรียลเอสเตท 40 17,412 9,471
2 เอเชี่ยน พร็อพเพอร์ตี้ ดีเวลลอปเม้นท์ 8 14,039 2,311
3 แสนสิริ 8 13,887 2,332
4 แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ 9 13,351 2,704
5 ศุภาลัย 8 9,433 3,583
6 แอล.พี.เอ็น.ดีเวลลอปเมนท์ 5 8,058 7,059
7 ควอลิตี้เฮ้าส์ 4 7,482 916
8 พร็อพเพอร์ตี้เพอร์เฟค 6 5,457 1,045
9 เอส ซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น 4 2,237 290
10 โนเบิล ดีเวลลอปเม้นท์ 2 2,004 434
9. โครงการขายดีที่น่าสนใจประกอบด้วย
1. เดอะ ซิตี้ โฮม@โรจนะ ถนนอยุธยา-วังน้อย ตำบลคานหาม อำเภออุทัย จังหวัดพระนครศรีอยุธยา
2. บ้านอนานคร โครงการ 4 ถนนโรจนะ-วังน้อย ตำบลบ้านช้าง อำเภออุทัย จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ผู้ประกอบการ : บริษัท อิมเพรสซีฟ โซเฟีย โฮมแลนด์ จำกัด
3. เดอะแพลนท์ สรงประภา-ดอนเมือง (The Plant) ถนนสรงประภา แขวงทุ่งสีกัน เขตดอนเมือง กรุงเทพมหานคร ผู้ประกอบการ : บริษัท พฤกษา เรียลเอสเตท จำกัด มหาชน
4. ศุภาลัย วิลล์ หลักสี่-ดอนเมือง ซอยช่างอากาศอุทิศ 5 ถนนหลักสี่ -ดอนเมือง แขวงสีกัน (สองห้อง) เขตดอนเมือง กรุงเทพมหานคร
5. ลุมพินี คอนโดทาวน์ (รามอินทรา-นวมินทร์) ถนนรามอินทรา-นวมินทร์ แขวงคันนายาว เขตคันนายาว กรุงเทพมหานคร 10230 บริษัท แอล.พี.เอ็น. ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน)
6. ไลฟ์ แอท ลาดพร้าว 18 (Life@Ladprao 18) ซอยลาดพร้าว 18 ถนนลาดพร้าว แขวงลาดยาว เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร ผู้ประกอบการ : บริษัท เอเซี่ยน พร็อพเพอร์ตี้ ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน)
7. ศุภาลัย ปาร์ค รัชโยธิน ถนนรัชดาภิเษก แขวงลาดยาว เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร
8. ลุมพินี วิลล์ ลาดพร้าว-โชคชัย 4
9. พีจี 2 พระราม 9 ถนนพระราม 9 แขวงบางกะปิ เขตห้วยขวาง กรุงเทพมหานคร บริษัท แกรนด์ ยู ลิฟวิ่ง จำกัด
10. ยูดีไลท์ แอท ห้วยขวาง ถนนประชาอุทิศ แขวงสามเสนนอก เขตห้วยขวาง กรุงเทพมหานคร 10310 บริษัท แกรนด์ ยู ลิฟวิ่ง จำกัด
11. บ้านกลางเมือง Urbanion พระราม 9-ลาดพร้าว บริษัท เอเซี่ยน พร็อพเพอร์ตี้ ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน)
12. พฤกษา 47 ซอยโรงเรียนล้วนพฤกษา ถนนเทพารักษ์ ตำบลแพรกษา อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรปราการ
13. ศุภาลัย ปาร์ค อโศก-รัชดา ถนนอโศก-ดินแดง แขวงดินแดง เขตดินแดง กรุงเทพมหานคร
14. เดอะซี้ด เมมโมรี่ สยาม ซอยเกษมสันต์ 2 ถนนพระราม 1 แขวงปทุมวัน เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร บริษัท พฤกษา เรียลเอสเตท จำกัด (มหาชน)
15. โนเบิล รีไฟน์ ถนนสุขุมวิท 26 แขวงคลองเตย เขตพระโขนง กรุงเทพมหานคร
16. ลุมพินี วิลล์ ราษฎร์บูรณะ-ริเวอร์วิว ซอยราษฎร์บูรณะ 8 แขวงบางปะกอก เขตราษฎร์บูรณะ กรุงเทพมหานคร 10140
17. เดอะ พาร์คแลนด์ แกรนด์ นนตากสิน-เพชรเกษม แขวงบางยี่เรือ เขตธนบุรี กรุงเทพมหานคร ผู้ประกอบการ : บริษัท นารายณ์ พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด
อนาคตปี 2553
สินค้าบ้านที่จะขายดีในอนาคตได้แก่
1. บ้านเดี่ยวราคาประมาณ 1-3 ล้านบาท ส่วนหนึ่งอาจเป็นเพราะเป็นสินค้าบ้านที่ขายต่อผู้ที่ยังมีกำลังซื้อที่เข้มแข็งอยู่ เป็นชนชั้นกลาง
2. ทาวน์เฮาส์ราคาไม่เกิน 1.0 ล้านบาท ที่มีแนวโน้มดีขึ้น ทั้งนี้คงเป็นผลจากการส่งเสริมการลงทุนของรัฐบาล
3. อาคารชุดราคาประมาณ 1-2 ล้านบาท ซึ่งก็เป็นผลจากการกระตุ้นของทางราชการ และกำลังซื้อของครอบครัวหรือบุคคลชนชั้นกลางรุ่นใหม่ ๆ รวมทั้งกำลังซื้อในการเก็งกำไร
4. อาคารชุดราคา 3-5 ล้านบาท ซึ่งเป็นอาคารชุดใจกลางเมืองใกล้บริเวณรถไฟฟ้า อันเป็นทำเลที่ไม่อาจแทนที่โดยทำเลอื่น เนื่องจากการมีระบบขนส่งที่จำกัดในปัจจุบัน
อย่างไรก็ตามการส่งเสริมการลงทุน พยายามผลักดันให้ชาวบ้านซื้อบ้านของรัฐบาล อาจกลายเป็นการตีฟองสบู่ ทำให้ตลาดอสังหาริมทรัพย์ในปี 2553-2554 เกิดการฟุบของฟองสบู่ เกิดความยุ่งยากในอนาคตจากการระดมซื้อบ้านเพื่อการเก็งกำไรได้ ทุกฝ่ายจึงพึงระมัดระวัง
Comments
Got something to say?





