Practical Report หลังตริโปลีโดนยึด: มหาอำนาจตบเท้าร่วมต้านกัดดาฟี

หลังฝ่ายต่อต้านรัฐบาลลิเบียเคลื่อนทัพมายึดตริโปลี เมืองหลวงลิเบียได้สำเร็จ ท่ามกลางเสียงโห่ร้องดีใจ และเสียงเชียร์จากจากชาวลิเบียอีกนับหมื่นดังกึกก้องขานรับชัยชนะ หลังเผชิญกับสงครามกลางเมืองนานนับ 6 เดือน ตามด้วยการร่วมฉลองแสดงความยินดีกับความสำเร็จ ณ บริเวณจัตุรัสกรีน (Green Square)

ภาพจาก The New York Times

สถานการณ์หลังยึดอำนาจจากทหาร ณ กรุงตริโปลี

จตุรัสกรีนมีนัยสำคัญเชิงสัญลักษณ์ อันเนื่องมาจากชื่อเดิมคือ Martyr’s Square เอามาจากชื่อนำหน้ากัดดาฟี่ เขาเคยกล่าวกับฝ่ายสนับสนุนเขาตั้งแต่ปลายเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมาว่า “ฉันจะสู้ต่อไปกับฝ่ายต่อต้านรัฐบาลและพร้อมจะยอมตายเสมือนการสิ้นสุดของจัตุรัสมาไทร์ส” (vowed to fight on and die as a “martyr”) “ฉันไม่เคยสั่งให้มีการใช้กำลัง ไม่แม้แต่จะสั่งให้มีการยิงกระสุนออกไปแม้เพียงนัดเดียว ถ้าฉันทำ ทุกอย่างจะเผาไหม้ไปหมด” สลับภาพไปที่จตุรัสกรีน น้ำเสียงแห่งความยินดียังคงดังกึกก้อง “เราอิสระแล้วๆ” พร้อมกับยิงปืนไปที่โปสเตอร์กัดดาฟี

ขณะที่ลูกชายกัดดาฟี นายซาอิฟ อัล-อิสลาม (Seif al-Islam) ถูกจับกุมในหมู่บ้านนักท่องเที่ยวทางตะวันตกของเมืองตริโปลี โดยหลุยส์ โมเรโน-โอแคมโป (Luis Moreno-Ocampo) อัยการประจำศาลอาญาระหว่างประเทศ (ICC) ยืนยันว่า ซาอิฟ อัล-อิสลาม ลูกชายของกัดดาฟีถูกคุมขังจริง อย่างไรก็ตามทาง ICC อาจต้องหารือกับทาง NTC (National Transitional Council: NTC สภาเปลี่ยนผ่านอำนาจแห่งชาติ ของลิเบีย) ในการส่งตัวเขาไปยังกรุงเฮก

อย่างไรก็ตาม ยังไม่ได้รับการยืนยันถึงเครื่องบิน 2 ลำของสายการบินแอฟริกาใต้ที่จอดอยู่ในสนามบินตริโปลี แต่มีการคาดเดาว่าเครื่องบินดังกล่าวน่าจะนำพากัดดาฟีออกไปจากลิเบียแล้ว แต่มาห์มูด ชามาม (Mahmoud Shamam) แห่ง NTC กล่าวกับอัลจาซีราว่า เครื่องบินนั้นอยู่ในความควบคุมโดยฝ่ายต่อต้าน เขาย้ำ “ผมไม่เชื่อว่ากัดดาฟีจะยังอยู่ในกรุงตริโปลี”

ขณะที่โมฮัมเหม็ด ดังกอร์ (Mohammed Dangor) เอกอัครราชทูตแห่งแอฟริกาใต้ประจำลิเบียยืนยัน “ผมไม่ทราบข้อมูลอะไรเลยเกี่ยวกับเครื่องบินของแอฟริกาใต้ที่อยู่ในตริโปลี แต่นาโตน่าจะรู้เรื่องนี้มากกว่า เพราะตั้งแต่ที่พวกเขาคุมสนามบินได้ ก็ไม่มีเครื่องบินลำใดสามารถลงจอดได้โดยไม่ขออนุญาต”

ภาพจาก CNN

ผู้สื่อข่าวพูดถึงฝ่ายต่อต้าน “ชาวลิเบียที่เราได้พูดคุยด้วย ต้องการให้กัดดาฟีและลูกชายของเขาชดใช้สิ่งที่พวกเขาได้กระทำ ชาวลิเบียตราหน้าว่าพวกเขาก่ออาชญากรรมที่ต่อต้านมนุษยชาติ”
“ผู้คนต่างกังวลและพยายามทำให้แน่ใจว่าจะไม่มีมือสไนเปอร์ คอยซุ่มยิงพวกเขาจากตึกข้างเคียง” “หลังจากตริโปลีอยู่ในความควบคุมของพวกเขา ยิ่งสร้างความมั่นใจว่ารัฐบาลอยู่ในมือพวกเขาแล้ว”

มาห์มูด ชามาม แห่ง NTC กล่าวกับสำนักข่าว AP ว่า “เราได้ร่วมปฏิวัติและสั่งให้ทหารที่คอยอารักขากัดดาฟีวางอาวุธ” ช่วงเช้ามืดของวันยึดตริโปลี ฝ่ายต่อต้านรัฐบาลบุกเข้าไปในฐานที่มั่นของทหารในเมืองหลวงพร้อมรถบรรทุกอาวุธ ขับด้วยความเร็วสูงมุ่งหน้าสู่กรุงตริโปลี

กัดดาฟียังคงยืนกราน “จะไม่ยอมจำนนต่อกองกำลังฝ่ายต่อต้านที่กำลังยึดเมืองตริโปลี”

“พวกคุณเข้ามาในตริโปลีได้อย่างไร มันถูกยึดอีกแล้วหรือ?” “คนทรยศปูทางให้เอากองกำลังเข้ามายึดกรุงตริโปลีล่ะสิ” เขาปฏิเสธที่จะยอมจำนนและพยายามจะ “เอาชนะ” จากการสู้รบเพื่อตริโปลี เขาเรียกร้องให้ชาวลิเบียออกมาจากทุกแห่งหนและปลดปล่อยให้ตริโปลีเป็นอิสระ “เราจะไม่ยอมให้ตริโปลีถูกยึดครอง ฉันจะสู้ไปพร้อมกับพวกคุณ” “เราจะไม่ยอมแพ้และพระเจ้าจะดลบันดาลให้พวกเราชนะ”

เจ้าหน้าที่อาวุโสใน NTC กล่าวว่า ปฏิบัติการเมื่อวันอาทิตย์ในกรุงติโปลี เป็นความร่วมมือระหว่างฝ่ายต่อต้านกัดดาฟีในเมืองและฝ่ายต่อต้านจากที่อยู่ในฝั่งตะวันออก ขณะที่พันเอก Fadlallah Haroun ผู้บัญชาการทหารในเบงกาซี กล่าวกับสำนักข่าว AP ว่า อาวุธยุทโธปกรณ์ถูกรวบรวมและจัดส่งโดยเรือพ่วงไปยังตริโปลีตั้งแต่คืนวันศุกร์แล้ว

ชาติมหาอำนาจตบเท้าร่วมหนุนฝ่ายต่อต้านกัดดาฟี
ท่าทีสหรัฐอเมริกา

ประธานาธิบดีบารัค โอบามา ประกาศเจตนารมย์ผ่านช่วงเวลาแห่งการพักผ่อนจากเกาะมาร์ธาส์ วินยาร์ด “สถานการณ์กำลังลื่นไหลไปเรื่อยๆ ความไม่แน่นอนยังคงมีอยู่ แต่เริ่มชัดเจนมากขึ้นแล้ว ระบอบกัดดาฟีกำลังมาถึงจุดสิ้นสุดแล้ว และอนาคตของลิเบียอยู่ในมือของประชาชน”

“6 เดือน สำหรับการประท้วงมูอัมมาร์ กัดดาฟีที่ปกครองมาแล้ว 42 ปี เราได้รับแรงบันดาลใจจากการประท้วงทั่วลิเบีย เสียงสะท้อนของความต้องการเสรีภาพที่เราได้ยินทั่วทั้งภูมิภาคจากตูนิสไปยังไคโร กัดดาฟีตอบสนองผู้ประท้วงด้วยการปราบปรามอย่างรุนแรง พลเมืองถูกฆาตกรรมตามท้องถนน กัดดาฟีคุกคามสันติภาพของผู้ประท้วงด้วยกองกำลังของเขาที่มีทั่วประเทศ พร้อมด้วยศักยภาพในการฆาตกรรมหมู่ต่อพลเมืองบริสุทธิ์ พฤติกรรมก้าวร้าวเช่นนี้ทำให้ประชาคมโลกต้องออกปฏิบัติการ”

UN ช่วยกำหนดมติผ่านคณะมนตรีความมั่นคง (UNSC) เพื่อปกป้องพลเมืองชาวลิเบีย รวมทั้ง NATO และชาติอาหรับ ในเดือนมีนาคม ประชาคมโลกร่วมปฏิบัติการทางทหารเพื่อรักษาชีวิตและยุติกองกำลังของกัดดาฟี การแทรกแซงโดยสหรัฐ และเพื่อนของเรา รวมทั้งพันธมิตรช่วยทำให้ปฏิบัติการดังกล่าวคืบหน้าไปมาก TNC (หรือ NTC :Transitional National Council) ถูกตั้งขึ้นด้วยตัวเองเพื่อเป็นตัวแทนของชาวลิเบีย และสหรัฐฯ พร้อมด้วยพันธมิตรชาติยุโรปยอมรับ TNC ให้มีอำนาจชอบธรรมในการปกครองลิเบีย อาวุธและเงินสดของกัดดาฟีถูกจำกัดออกไปแล้วพร้อมด้วยกองกำลังของเขาก็ลดลงด้วย จากเบงกาซี สู่ มิสราตา สู่หุบเขาทางตะวันตก ฝ่ายต่อต้านลิเบียต้องเผชิญหน้ากับระบอบกัดดาฟีด้วยความกล้าหาญ ไม่กี่วันที่ผ่านมานี้ สถานการณ์เริ่มพลิกผัน เมื่อฝ่ายต่อต้านได้รับความร่วมมือมากขึ้นจากทั้งฝั่งตะวันออกและฝั่งตะวันตก และประชาชนเมืองตริโปลีได้ลุกขึ้นเพื่อเรียกร้องหาเสรีภาพของพวกเขา

กว่า 4 ทศวรรษที่ประชาชนชาวลิเบียต้องทนอยู่ภายใต้การปกครองของเผด็จการทรราชย์ที่ปฏิเสธหลักการขั้นพื้นฐานว่าด้วยสิทธิมนุษยชน ขณะนี้ เราได้เห็นชาวลิเบียร่วมเฉลิมฉลองกัน แสดงให้เห็นถึงความพยายามให้ได้มาซึ่งศักดิ์ศรีของมนุษย์ที่ได้รับเกินกว่าที่เผด็จการเคยให้ ผมต้องการเน้นย้ำว่า ณ ตอนนี้เรื่องราวยังไม่จบ ยังไม่มีการล่มสลายของระบอบนี้ ยังมีการต่อสู้ในบางพื้นที่ และเราจะต่อสู้กับระบอบที่เป็นภัยคุกคามต่อไป

แม้ว่าการปกครองของกัดดาฟีจะถือเป็นการสิ้นสุดแล้ว แต่เขายังมีโอกาสที่จะลดการนองเลือดในอนาคตได้แน่นอน เพียงแค่ปล่อยอำนาจคืนสู่ประชาชนแห่งลิเบีย และสั่งการให้กองกำลังของเขาวางอาวุธเสีย เพื่อประโยชน์แก่ลิเบีย

เราต้องก้าวไปข้างหน้า ฝ่ายต่อต้านควรจะใช้ช่วงเวลาที่สำคัญนี้นำการเปลี่ยนผ่านอำนาจให้เป็นไปอย่างสันติ และยุติธรรม ความเป็นผู้นำแห่ง TNC ต้องทำให้ชัดเจน ต้องเคารพในสิทธิของชาวลิเบียทั้งมวล ความยุติธรรมที่แท้จริงจะต้องไม่มาจากการแก้แค้นและไม่ใช้ความรุนแรง จะต้องมาจากความปรองดองและพลเมืองชาวลิเบียต้องกำหนดชะตาด้วยตนเอง

ภาพจาก The White House

ด้วยความพยายามนี้ สหรัฐฯ จะเป็นทั้งเพื่อนและหุ้นส่วน เราจะร่วมมือกับพันธมิตรและหุ้นส่วนเพื่อปกป้องประชาชนแห่งลิเบีย ผมคิดว่าระบอบยังคงมีความอันตรายค้างคาอยู่ ดังนั้น ผมจะให้ทีมของผมยังคงให้การเชื่อมสัมพันธ์อย่างใกล้ชิดทั้งกับ NATO และองค์การสหประชาชาติในการกำหนดขั้นตอนต่อไปที่เราจะสามารถทำได้ ต้องมีการจัดการทางด้านมนุษยธรรม ต้องแน่ใจว่าทำงานตอบสนองความต้องการได้อย่างเพียงพอ โดยเฉพาะผู้ที่ได้รับบาดเจ็บ

รัฐมนตรีต่างประเทศ คลินตันฯ ได้กล่าวว่า เธอได้ทำหน้าที่คู่ขนานไปพร้อมกับการนำพาประเทศกับชาติพันธมิตรเพื่อการนี้ และผมได้ให้เอกอัครราชทูตประจำ UN ซูซาน ไรซ์ ร้องขอให้เลขาธิการสหประชาชาติใช้เวทีจากสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติช่วยสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านทางอำนาจที่สำคัญนี้ในเดือนหน้า

หลายเดือนมานี้ TNC ได้ทำงานร่วมกับประชาคมระหว่างประเทศเพื่อเตรียมพร้อมอนาคตของลิเบียหลังระบอบกัดดาฟี ความพยายามดังกล่าวยังคงดำเนินต่อไป ทูตของเราจะทำงานร่วมกับ TNC และจะทำให้พวกเขาแน่ใจว่า สถาบันของลิเบียจะได้รับการปกป้อง และเราจะสนับสนุนพวกเขาด้วยทรัพย์สมบัติที่มาจากระบอบกัดดาฟีที่เราได้อายัดไว้ในช่วงต้นปีที่ผ่านมา การเปลี่ยนผ่านทางอำนาจดังกล่าวจะนำประชาธิปไตยมาสู่ลิเบีย

ถึงเพื่อนและพันธมิตรของเรา การแทรกแซงในลิเบียนั้น ประชาคมโลกสามารถทำให้สำเร็จลุล่วงได้ เมื่อพวกเรายืนหยัดด้วยกัน แม้ว่าความพยายามในลิเบียจะยังไม่สำเร็จ NATO จะต้องยิ่งเพิ่มแสนยานุภาพทางทหารของชาติพันธมิตรและอำนาจจากอุดมการณ์ประชาธิปไตยของพวกเรา และสมาชิกชาติอาหรับที่เป็นพันธมิตรของพวกเราจะต้องแสดงให้เห็นว่าเราสามารถบรรลุผลสัมฤทธิ์ได้ เมื่อเราร่วมมือกันกับหุ้นส่วนของเราอย่างเท่าเทียม ปฏิบัติการของเราจะส่งข้อความอันทรงพลังของความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันของความพยายามของพวกเรา และแรงสนับสนุนของพวกเราเพื่ออนาคตของลิเบีย

ท่าทีองค์การสหประชาชาติ (United Nations)

ความขัดแย้งในลิเบียเกิดขึ้นมานานกว่า 6 เดือน และใกล้จะสิ้นสุดลงแล้ว เลขาธิการสหประชาชาติ บัน คีมูน ขอให้มีการเปลี่ยนผ่านอำนาจอย่างสันติและราบรื่น และ UN พร้อมจะให้ความช่วยเหลือแก่ประชาชนแห่งแอฟริกาเหนือทั้งมวล

ระบอบของการปกครองโดยมูอัมมาร์ กัดดาฟี กำลังจะล่มสลายด้วยฝ่ายต่อต้านผู้ที่กำลังยึดเมืองหลวงตริโปลีแห่งลิเบียได้ พร้อมลูกชายของกัดดาฟีทั้งสองที่ถูกจับกุม ฉากทัศน์ดังกล่าวถือเป็นบทพิสูจน์ที่สนับสนุนและกำหนดให้ประชาชนชาวลิเบียแสวงหาอิสรภาพและประชาธิปไตยเพื่ออนาคต ขณะนี้ สิ่งสำคัญก็คือความขัดแย้งจะต้องสิ้นสุด โดยไม่ให้เกิดการสูญเสียชีวิตและการล้างแค้น”

ขณะเดียวกัน บัน คีมูน ได้ให้การรับรองประธานแห่ง NTC นาย Mustafa Abdul Jallil ที่ประกาศว่าจะให้การปกป้องต่อประชาชนและสถาบันของรัฐ และจะรักษากฎระเบียบและกฎหมายต่อไป

“ผมขอให้กองกำลังของพันเอกกัดดาฟีลดความรุนแรงโดยทันที และทำให้การเปลี่ยนผ่านอำนาจมีความราบรื่น”

“นี่คือห้วงเวลาที่เต็มไปด้วยความคาดหวัง แต่ยังคงมีความเสี่ยงรออยู่ข้างหน้า ขณะนี้คือช่วงเวลาที่ชาวลิเบียจะมุ่งเป้าหมายไปที่ความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันของชาติ ความปรองดองอย่างถ้วนหน้า”

บัน คีมูนเตรียมแผนที่จะหารือกับประธานของแต่ละภูมิภาคและองค์การระหว่างประเทศต่างๆ อย่างเร่งด่วน เขาได้ส่งทูตพิเศษเพื่อลิเบีย นาย Abdel Elah Al-Khatib และที่ปรึกษาพิเศษเพื่อหารือแผนการหลังความขัดแย้ง นาย Ian Martin ที่จะเดินทางไปเมืองโดฮา กาตาร์ เพื่อพบปะกับผู้นำ NTC เขาย้ำว่า “องค์การสหประชาชาติพร้อมจะยืนหยัดและช่วยเหลือชาวลิเบียเท่าที่จะทำได้”  โลกจะต้องเตรียมพร้อมที่จะให้ความช่วยเหลือทั้งด้านความมั่นคง หลักนิติรัฐ สังคม และการฟื้นฟูเศรษฐกิจ จัดทำรัฐธรรมนูญ รวมทั้งประเด็นสิทธิมนุษยชน และการเปลี่ยนผ่านอำนาจอย่างเป็นธรรม

“ผมได้กำหนดให้องค์การสหประชาชาติสามารถสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านอำนาจนี้ และตอบสนองแรงปรารถนาของประชาชนชาวลิเบีย เพื่อให้ได้มาซึ่งสันติภาพ ประชาธิปไตย และโอกาส”

ท่าทีองค์การสนธิสัญญาป้องกันแอตแลนติกเหนือ นาโต (NATO: North Atlantic Treaty Organisation)

นาง Oana Lungescu โฆษกประจำ NATO “กองกำลังของกัดดาฟีสูญเสียอำนาจไปมาก และบ้านเมืองถูกคุกคามเป็นระยะเวลานานแล้ว เราได้เห็นประชาชนในตริโปลีเข้าร่วมแสดงความยินดีหลังระบอบของกัดดาฟีล่มสลาย พวกเขาอยู่ภายใต้ภัยคุกคามของความรุนแรงมานานนับทศวรรษ ขณะนี้ พวกเขาสามารถที่จะคาดหวังว่าจะมีสิ่งใหม่ๆ ที่จะเกิดขึ้น NATO และหุ้นส่วนจะสนับสนุนให้ชาวลิเบียภายใต้อำนาจของคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติประสบผลสำเร็จอย่างสูง

กว่า 5 เดือนที่ผ่านมา เราได้พยายามลดขนาดอาวุธที่ถูกสั่งสมมากกว่า 40 ปี วันนี้ เราทำลายการต่อต้านทางอากาศไปแล้ว 20,000 จุด เราได้ทำลายเป้าหมายทางด้านการทหารไป 5,000 จุด ซึ่งรวมทั้งรถถัง 800 คันและปืนใหญ่ เราช่วยลดความเสี่ยงภัยที่มีต่อพลเมืองให้เหลือน้อยที่สุดเท่าที่จะทำได้ ระบอบกัดดาฟีเดินทางมาถึงฉากสุดท้ายแล้ว การสิ้นสุดกำลังจะมาถึง สถานการณ์จะเคลื่อนไปอย่างรวดเร็วมากขึ้น

NATO เห็นด้วยกับคณะมนตรีความมั่นคง (UNSC) ที่จะร่วมปกป้องพลเมืองชาวลิเบียต่อไป อย่างไรก็ตาม นับจากนี้ไป นาโตจะเข้าไปเกี่ยวพันกับสถานการณ์ลิเบียโดยตั้งอยู่บนหลักการ 3 ข้อ ประการแรก คือบทบาทนำของนาโตหลังยุคกัดดาฟี โดยการสนับสนุนชาวลิเบียพร้อมกับองค์การสหประชาชาติ ประการที่สอง คือนาโตจะไม่ใช้กองกำลังภาคพื้นดิน และประการที่สาม คือบทบาทใดๆ ก็ตามในอนาคตของนาโตในลิเบียจะอยู่ภายใต้ปฏิบัติการร่วมปกป้อง (Operation Unified Protector) และต้องได้รับการร้องขอ

จากคำแถลงการณ์ของตัวแสดงหลักบนเวทีโลกทั้งหลาย ล้วนย้ำเจตนารมย์ที่พร้อมจะลุยต่อ พร้อมจะเพิ่มกำลังทางทหารไม่ว่าจะอยู่ภายใต้กรอบขององค์การสหประชาชาติ กรอบนาโต หรือภายใต้ร่มของปฏิบัติการร่วมปกป้อง เพื่อนำไปสู่การคลี่คลายสถานการณ์ร้อนระอุในลิเบีย ทุกฝ่ายล้วนเห็นพ้องเป็นเสียงเดียวกันในการรับรอง NTC หรือ TNC หรือสภาการเปลี่ยนผ่านอำนาจแห่งชาติ ของลิเบีย ที่จัดตั้งขึ้นโดยฝ่ายต่อต้านรัฐบาลกัดดาฟี ขณะเดียวกัน NTC ต้องเดินหน้าสร้างความชัดเจนในการปกครองลิเบียภายหลังโค่นอำนาจกัดดาฟีสำเร็จต่อไป หวังเป็นอย่างยิ่งว่าคงไม่เป็นการทวีสถานการณ์สงครามกลางเมืองให้บานปลายมากไปกว่าเดิม

 

Al Jazeera, Whitehouse, United Nations, NATO