โดย The Red Road Project 2009
นับตั้งแต่โจออกจากกรุงเทพฯ พร้อมกับบทความ “กว่าหมื่นสามพันกิโล สองขาปั่นจากบางกอกถึงมอสโคว์” ปรากฏสู่สายตามวลมหาชาว SIU การเดินทางของ “โจ” ได้รับการตอบรับดีมากจาก “พ่อ” และ “เพื่อน”
ในนามของผู้สนับสนุนโจอย่างไม่เป็นทางการ ขอขอบคุณด้วยไมตรีจิตร ที่ตามติดชีวิตโจ

คุณ “กุลิศร์ สายประดาบ” ลงชื่อเจิมเป็นคนแรก ตามด้วย “ying” และ “ดาวพราย” น้องหญิงคะ หาข้าวรอเฉพาะ “โจ” เหรอ คนอื่นแวะไปทานด้วยได้ป่าว ของพี่ไม่ต้องข้าว ก๋วยเตี๋ยวก็ได้ อุอุ
ขอบคุณคุณกุลิศร์และคุณดาวพรายสำหรับคำชม ข้าพเจ้าน้อมรับ พร้อมขอชี้แจงว่าที่เขียนเช่นนี้เพราะ “โจ” ระบุคอนเซปต์มาว่า “พี่เขียนยังไงก็ได้ แต่ต้องเขียนให้ผมดูหล่อๆ”

ขอบคุณ “พี่แม็ค” แทนโจ “ความน่ากลัวคือสิ่งที่ท้าทายกว่าระยะทาง” จริงตามที่กล่าว และความท้าทายของชีวิตอีกประการคือ “การไม่สามารถคาดเดาเหตุการณ์ได้ล่วงหน้า” เชื่อว่าโจสามารถรับมือได้และสนุกกับสิ่งที่พบเห็น (ไว้ตอนหน้าจะทยอยเล่า)

ขอบคุณ “กร NTR” และ “พี่ต้อม” สำหรับแรงเชียร์ วันที่ 11 กรกฎาคม 2552 โจอยู่มหาสารคาม “น้องเมพ” ส่งข่าว
“ผมโทรหาแล้ว คุยได้แป้บเดียว เพราะเขากำลังปั่นจักรยานหนีฝูงหมา ไม่สะดวกคุย” แป่ววววววว
นึกถึงคำถามของ “โทนี่” ในค่ำคืนวันเลี้ยงส่งท่ามกลางควันสุกี้
“พี่ไม่กลัวเหรอ” พี่ๆๆๆๆๆๆ “พี่ไม่กลัวเหรอ”
ไอ้นี่ก็ ฉันคิดว่าเธอจะอวยพร
แต่ท้ายสุด “โทนี่” ก็บอกลาหม้อสุกี้ พร้อมกับโอบกอด “โจ” ประหนึ่งจะไม่ได้พบกันเป็น 50 ปี
ทั้งที่ตามกำหนดการ โจจะทิ้งเราไปเพียง 5 เดือน
ช้าก่อน “โจ” พี่คิดว่าฝูงหมาคงวิ่งส่งกำลังใจให้น้องมากกว่านะ
เขาคงเห็นโจจากรายการทาง “ทีวีไทย” ซึ่งโจช่างอารมณ์ศิลปินสุโค่ยเข้าขั้น
ผู้สื่อข่าวชวนไปออกรายการสัมภาษณ์ในห้องส่ง “โจ ปฏิเสธโดยพลัน” เพราะ “ผมยังไม่ได้ไปถึงไหนเลยอ่า”
คืนวันนั้นโจเล่าให้ฟังว่า “วันแถลงข่าว….ผมมีความสุขมาก แค่นี้แหละที่ผมต้องการ”
คุยไปคุยมา “เอ๊ะ หรือเราไม่ต้องเป็นข่าว นับจากนี้ ปั่นเงียบๆ หนีฝูงหมาเงียบๆ”
เพราะ “เราเป็นเสมือนดาวฤกษ์ มีแสงสว่างในตัวเอง”
“ยังไงก็ได้ครับพี่ แต่…ผมต้องการเงิน”
โจ…นี่แกมีตังกี่บาท
“มีไม่กี่ตัง กะไปวาดรูปหาเอาข้างหน้า” โจยืนยันด้วยเสียงง่วงงุน
เพราะรายการทีวีให้โจปั่นจักรยานไป-มาๆๆๆ เพื่อเก็บภาพแสงสุดท้ายแห่งวัน
จนโจเพลียสุดขีด จำต้องเลื่อนกำหนดการออกจากกรุงเทพฯ เป็นวันรุ่งขึ้น
ช่วงต้น-ปลายเดือน “โจหายโดยไม่ทิ้งร่องรอย”
พวกเราก็ได้แต่ถามกันไปมา คำถามแรกของเราไม่ใช่ “สวัสดี” เหมือนเคย
แต่ คือ “โจติดต่อมามั้ย” หรือ “โทรหาโจบ้างมั้ย” คำถามนั้นเงียบงันไร้คำตอบที่ทำให้คลายใจ
เช่นเดียวกันกับ “พี่จุ๊บ” และ “พ่อ”
วันที่ 22 กรกฎาคม “ถึงไหนแล้วลูก ส่งข่าวด้วย อย่าลืมกลับมาให้ได้”
วันที่ 27 กรกฎาคม “ใครติดต่อโจได้บ้างบอกด้วย พ่อมีธุระด่วนที่สุด สำคัญมาก”
แต่ “เพื่อนโจ” บอก “โทรไม่ติดเลยค่ะ ไม่รู้เป็นไงบ้าง”
เห็นป่าว มีแต่คนเป็นห่วง ไม่ว่า “น้อง ตูม นางรอง” น้อง “บอล NTR”

และแล้ว “ลุงอ็อด” กรุณาแจ้งความคืบหน้าให้เบาใจว่า
หลังจากพักยาวตั้งหลัก 3 คืน ที่ริมหนองหาร จ.สกลนคร
โจก็ออกจากเมืองสกลนครไปนอนที่บ้าน พ.ต.ท.พอง แพงจันทร์ ที่ อ.กุสุมาลย์ สกลนคร
เช้าก็ไป จ.นครพนม เมื่อเข้าวันที่ 11 ส.ค.ฝ่านเมืองนครพนมไปนอนที่ อ.ท่าอุเทน ริมโขง
วันที่ 12 ส.ค. ไปนอนกับ จนท.อุทยานแห่งชาติภูลังกา อ.บ้านแพง จ.นครพนม
คืนที่ 13-14 นอนที่สวน “ลุงเอนก” ที่น้ำตกถ้ำพระ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูวัว อ.เซกา จ.หนองคาย
วันที่ 16 ส.ค.52 หลังจากแวะเที่ยวน้ำตกในเขตภูวัว ก็ปั่นไปนอนที่ อ.บึงกาฬ จ.หนองคาย
ลุงอ็อดรายงาน
อ่านแล้วยิ้ม มองเห็น “ลุงอ็อด” กำลังถือไมค์รายงานต่อหน้ากล้อง
ถ่ายทอดมาให้เพื่อนๆ ที่งงกับการหายไปแบบไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ยของโจ
ขณะที่คุณ “Truno” ฝากบอกว่า ผมเห็นเขาแล้วแต่ไม่กล้าทัก
ไว้ถ้าผ่านมาบ้านผมบอกด้วยนะ….จะหาที่พักให้ครับ
ขอบคุณ คุณ “Truno” ทักได้เลย โจไม่ใช่ดารา ไม่หยิ่ง มิหน้ำซ้ำยังอัธยาศัยดีน่าทึ่ง
-คัท-
โจจะรู้หรือไม่ว่า “ชีวิตหนึ่ง” มีความหมายมากมาย
โจจะรู้หรือไม่ว่า เหตุใด คนๆ หนึ่ง ถึงมีความหมายต่อคนอื่นๆ มากมาย

บางทีสิ่งมีชีวิตอย่างพวกเรา อาจไม่ได้ต้องการคำตอบนั้น
เราขอรู้เพียงแค่ว่า “โจ ยังปั่นอยู่” แม้บางวันกรำฝน แต่กินยาแล้ว และสบายดี ไม่ต้องเป็นห่วง
แม้บางวันฝนกระหน่ำจนเสื้อผ้าเปียกปอน
โจแก้ผ้าโทรหาแจ้งว่าอยู่ในเต้นท์ริมโขง….ละเอียดไปป่าวโจ.. -__-!
ส่วน “อ้าย” รายงานว่า “วันก่อนผมและเพื่อนๆ เลี้ยงส่งโจ ช่วยกันซื้อเสื้อหลายตัว”
ถาม “เพื่อนๆ เรามีใครไปงานเลี้ยงส่งโจบ้าง”
อ้าย “เท่าที่ผมรู้จัก มีผมคนเดียว” ยังดีนะ “อ้าย” ที่แกเมาแล้วยังอุตส่าห์รู้จักตัวเอง
————————— ~ * ~ —————————
แม้ฉันจะยิ้มปลื้มกับโจที่มีเพื่อนๆ พี่ๆ เป็นห่วงมากมาย
แต่มีภาพหนึ่งทางอินเตอร์เน็ตที่ทำเอาอึ้ง นั่นคือ “ภาพพ่อ”
“เมื่อวานนี้ อาโสภณ นอภ.ลำปลายมาศ ส่งเสบียงให้ทางบัญชีกรุงไทย 0151509484
ได้รับแล้วตอบกลับด้วย
อย่าลืมต้องกลับมาให้ได้”พ่อ

ล่าสุด 14 กันยายน 2552
“ถึงไหนแล้ว ส่งข่าวด้วย อย่าลืมต้องกลับมาให้ได้”

โจ
พี่ไม่รู้ว่าปริมาณความเป็นห่วงของพ่อเขาวัดกันอย่างไร และมีใครบ้างที่สามารถชั่งตวง
ในวัยเรียน พี่เคยหนีไปเที่ยวหัวหิน โทรหาพ่อตอนไม่มีตังติดกระเป๋า
พร้อมเสียงคลื่นซัดกระหน่ำอยู่เบื้องหลัง โดยไม่คิดถึงความห่วงเลยสักนิด
พ่อโอนเงินให้ พี่กลับบ้านด้วยความตระหนก
ประโยคแรกที่พ่อพูด กลับไม่ใช่ถ้อยคำก่นด่า
แต่… “น่าจะบอกก่อน จะได้ให้ตังติดกระเป๋า ให้เบอร์บ้านญาติ เผื่อมีอะไรฉุกเฉิน”
วันนี้โจไม่ได้หนีเที่ยว ถึงแม้จะโจบอกพ่อล่วงหน้า ถึงความฝันมากมายประสาวัยหนุ่มที่ต้องการแสวงหา
แต่หัวอกพ่อช่างยิ่งใหญ่ ห่วงลูกทุกเวลานาที
จะมีอะไรยิ่งใหญ่ไปกว่าความรักที่ไม่มีเงื่อนไขได้เช่นนี้อีก
อย่าลืม…กลับมาให้ได้นะโจ
