Nearly all men can stand adversity, but if you want to test a man’s character, give him power.
Abraham Lincoln
ผลการเลือกตั้งในวันอาทิตย์ที่ 3 กรกฎาคม 2554 ได้พิสูจน์ให้เห็นอย่างแจ้งชัดว่า “เสียงประชาชน” เป็นเสียงสวรรค์โดยแท้จริง
ชัยชนะของพรรคเพื่อไทยในวันนี้ ไม่ได้หมายความว่าจะยั่งยืนไปได้หลายสิบปี โดยเฉพาะยุคสมัยโลกาภิวัตน์ที่ข้อมูลข่าวสารรวดเร็วหยั่งรากเช่นนี้ การรักษาชัยชนะให้ยั่งยืนยาว จึงเป็นเรื่องยากเย็นยิ่งกว่าการช่วงชิงชัยชนะหลายเท่าตัว
“พรรคประชาธิปัตย์” นับเป็นตัวอย่างที่ดียิ่ง เนื่องจากชัยชนะที่ได้มานั้น ปฏิเสธไม่ได้ว่า ส่วนหนึ่งเป็นเพราะกลุ่มคนเสื้อเหลืองช่วยตรวจสอบการทำงานของรัฐบาลตั้งแต่ยุคคุณทักษิณ คุณสมัคร จนกระทั่งถึงคุณสมชาย หากทว่า ในยามที่รัฐบาลคุณอภิสิทธิ์เรืองอำนาจ ก็กลับไม่ยินดีรับฟังเสียงเรียกร้องจากฝ่ายใดเลย แม้แต่คนเสื้อเหลืองที่เคยร่วมเป็นพันธมิตรกันมาก็เริ่มทำตัวเหินห่าง จึงยิ่งไม่ต้องพูดถึงเสียงเพรียกหาจากประชาชนที่รวมตัวกันกระจัดกระจาย และเสียงประณามของคนเสื้อแดงที่จัดตั้งโดยคู่อริเก่าก่อน
บทเรียนความล้มเหลวของพรรคประชาธิปัตย์ในครั้งนี้ จึงเป็นอุทาหรณ์เตือนใจให้รัฐบาลเพื่อไทยจะต้องมุ่งมั่นในการรับฟังเสียงประชาชนยิ่งกว่าเดิม โดยเฉพาะเสียงที่ดังก้องสะท้านฟ้าของคนเสื้อแดงที่เป็นมิตรสหายร่วมทุกข์ร่วมสุขกันมา
1. อำนาจที่ยั่งยืน คือ อำนาจที่มีการตรวจสอบถ่วงดุล
“เสร็จนาฆ่าโคถึก เสร็จศึกฆ่าขุนพล” นับเป็นกลยุทธ์ซึ่งใช้ได้ดีในยุคสมัยที่การเมืองยังไร้ระเบียบแบบแผนเมื่อหลายร้อยปีก่อน เนื่องจาก ผู้นำการเมืองที่พึ่งได้รับอำนาจรัฐย่อมมีความหวั่นเกรงว่าบรรดาขุนพลของตนจะรัฐประหารแย่งชิงอำนาจที่ยังไม่ค่อยมั่นคงนักไปครอบครองเสียเอง
ในศตวรรษที่ 21 ผู้นำการเมืองไม่อาจฆ่าล้างผลาญขุนพลได้เฉกเช่นในอดีตอีกต่อไป วิธีที่ผู้นำทางการเมืองจะรักษาอำนาจให้มั่นคงต่อไป จึงต้องแบ่งปันอำนาจทางการเมืองให้กับขุนพลทั้งหลายไปดูแล นี่จึงเป็นที่มาของการจัดสรรเก้าอี้รัฐมนตรีตามโควต้าให้กระจายไปทั่วทั้งมุ้งเล็กมุ้งใหญ่
เมื่อมอบอำนาจให้แต่ละคนไปครอบครองแล้ว ขุนพลก็ย่อมมีสิทธิขาดระดับหนึ่งในการบริหารจัดการอำนาจ โดยผู้นำทางการเมืองไม่อาจก้าวก่ายเกี่ยวข้องได้ หากไม่มีความผิดพลาดที่เป็นหลักฐานแจ้งชัด
“เสื้อแดง” จึงอาจเป็นเครื่องมือหนึ่งที่จะช่วยสร้างสมดุลของสมการอำนาจให้กับรัฐบาลเพื่อไทยไม่ให้เดินย่ำซ้ำรอยรัฐบาลประชาธิปัตย์ เพราะหากปล่อยให้รัฐมนตรีจากมุ้งทั้งหลายมีอำนาจผูกขาดในการบริหารมากเกินไป ก็ย่อมนำมาซึ่งหายนะจากความไม่พอใจของประชาชนได้
เสื้อแดงจึงเปรียบเสมือนกระจกเงา ที่คอยส่องสะท้อนความจริงให้รัฐบาลเพื่อไทยปรับปรุงรูปโฉมโนมพรรณกระทั่งรักษาความสวยสดใสได้เป็นนิจ หากเริ่มจะอ้วนลงพุง ก็จะถูกบีบบังคับให้งดรับประทานอาหารเย็นและหมั่นออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ
รัฐบาลที่ดูแลตัวเองทุกเช้าค่ำ ย่อมมีหน้าตาที่สะอาดใสไร้สิวเสี้ยน จึงเป็นไปไม่ได้ที่ประชาชนจะไม่รักใคร่เอ็นดู และสนับสนุนให้อยู่ในอำนาจไปนานแสนนาน
2. กัลยาณมิตร คือ เพื่อนดีที่กล้าตักเตือนทัดทาน
ความเชื่อใจ คือ สมการสำคัญของความเป็นเพื่อน
รัฐบาลประชาธิปัตย์ค่อนข้างโชคร้าย เพราะแม้จะมีกลุ่มคนเสื้อเหลืองเป็นเพื่อนที่คอยตรวจสอบถ่วงดุล หากทว่ารัฐบาลก็ไม่อาจแน่ใจได้ว่ากลุ่มคนเสื้อเหลืองจะมีความจริงใจเพียงใด เพราะยังมีความแตกต่างทางอุดมการณ์ความคิดกันในระดับหนึ่ง เพียงแต่มารวมกันได้เพราะมีศัตรูเดียวกัน
รัฐบาลเพื่อไทยย่อมมีสถานการณ์ที่แตกต่างออกไป เพราะกลุ่มคนเสื้อแดงแทบจะเรียกว่าเกิดออกมาจากท้องพ่อท้องแม่เดียวกัน จึงไม่ต้องคอยหวาดระแวงว่าจะทรยศหักหลังให้เจ็บช้ำ
หากทว่า จิตใจคนย่อมเปลี่ยนไปเมื่อได้ลิ้มรสอำนาจ ดังนั้น การตรวจสอบของคนเสื้อแดง จึงเป็นเสมือน “ยาขม” ที่จะช่วยแก้ไขโรคเลอะเลือนของรัฐมนตรีในรัฐบาลเพื่อไทยได้เป็นอย่างดี โดยที่รสขมซึ่งรับประทานเข้าไปนั้น ย่อมเชื่อมั่นได้ว่าเป็นยาดีที่บำรุงกำลัง มิใช่ยาพิษที่แฝงเคลือบเข้ามาในยามเผลอไผลอย่างแน่นอน
3. แปลงสินทรัพย์ให้กลายเป็น “คะแนนเสียง”
เหตุผลหนึ่งที่คนไทยเลือกเพื่อไทย ก็เพราะมีภาพลักษณ์ว่าพรรคเพื่อไทยเก่งกาจในการบริหารเศรษฐกิจมหภาค สามารถสร้างความกินดีอยู่ดีให้ประชาชนไทย
หากทว่า ก็ยังมีคนอีกกลุ่มหนึ่งที่ยังลังเลจะเลือกพรรคเพื่อไทย เพราะแม้จะเชื่อมั่นในฝีไม้ลายมือของทีมบริหาร แต่ก็ยังหวาดระแวงในเรื่องการทุจริตคอร์รัปชั่นและการรวบอำนาจผูกขาดทางธุรกิจ
“ฝ่ายเป็นกลาง” ที่เบื่อเต็มทนกับพรรคประชาธิปัตย์จนกระทั่งเลือกที่จะลงคะแนนเสียงให้เพื่อไทยในครั้งนี้ ก็ย่อมพลิกกลับมาเบื่อรัฐบาลเพื่อไทยและย้ายกลับไปลงคะแนนเสียงให้ประชาธิปัตย์ชนะถล่มทลายในสมัยหน้าก็เป็นได้
การช่วงชิงฝ่ายเป็นกลางที่ยังโลเล (Swing Vote) ให้กลายมาเป็นลูกค้าที่จงรักภักดี จึงย่อมเป็นกลยุทธ์ที่ดีที่สุดในการรักษาชัยชนะให้ยั่งยืนของรัฐบาลเพื่อไทย
สินทรัพย์ย่อมประกอบด้วยส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นและส่วนที่เป็นหนี้สิน ดังนั้น การจะแปลงสินทรัพย์ของฝ่ายเป็นกลางให้กลายเป็นคะแนนเสียงของพรรคเพื่อไทยได้ ก็ย่อมต้องทำให้หนี้สินที่ติดค้างกันไว้มีขนาดที่เล็กลง เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้ฝ่ายเป็นกลางยินดีที่จะลงทุนระยะยาวกับรัฐบาลเพื่อไทย
“เสื้อแดง” ที่รักษาภาพลักษณ์แห่งการตรวจสอบรัฐบาลอย่างเข้มข้นเสมอต้นเสมอปลาย ทั้งในรัฐบาลประชาธิปัตย์ที่เป็นฝ่ายตรงข้ามกัน และรัฐบาลเพื่อไทยที่เป็นพรรคพวกเดียวกัน ก็ย่อมช่วยลดหนี้สินและความกินแหนงแคลงใจของฝ่ายเป็นกลางลงทีละน้อย จนกระทั่งกลายเป็นลูกค้าที่จงรักภักดีไปในที่สุด
ศึกเลือกตั้งในปี 2554 ที่นอกจากทำให้พรรคประชาธิปัตย์ต้องกลับไปนอนก่ายหน้าผากและครุ่นคิดวิธีการปรับปรุงพรรคขนานใหญ่แล้ว ยังทำให้เสื้อแดงที่เคยหยิ่งทรนงในการสละชีวิตเลือดเนื้อเพื่อต่อสู้กับรัฐบาลที่เชื่อว่าเป็นร่างทรงของทหารแล้ว จะต้องแสดงความกล้าหาญที่ยิ่งใหญ่กว่าเดิม ในการวิพากษ์ตรวจสอบมิตรสหายของตัวเองโดยไม่ไว้หน้า ให้เข้มข้นยิ่งกว่าที่เคยตรวจสอบนายกรูปหล่อมาแล้ว

