Practical Report ณัฐวุฒิและนายจตุพร ลั่นไม่เจรจากอร์ปศักดิ์และสาทิตย์เพราะไม่มีราคา ต้องนายกฯเท่านั้น

ณัฐวุฒิและจตุพร ลั่นไม่เจรจากอร์ปศักดิ์และสาทิตย์เพราะไม่มีราคา ต้องนายกฯเท่านั้นมาคุยเองและต้องยุบสภาแล้วค่อยมาเจรจา

นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ แกนนำกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการ (นปช.) กล่าวว่า ตามที่รัฐบาลจะส่งนายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย รมว.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และ นายกอร์ปศักดิ์ สภาวสุ เลขาธิการนายกรัฐมนตรี มาเป็นตัวแทนในการเจรจากับกลุ่มคนเสื้อแดงนั้น ยืนยันว่านปช.ไม่ปิดประตูเจรจาแต่หากส่งทั้ง2คนมา รวมทั้งนายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี ทางนปช. จะไม่คุยด้วยเพราะไม่มีราคา แต่จะคุยกับนายกฯคนเดียวและมีข้อเสนอเดียวคือยุบสภา

“ที่ผ่านมานายสาทิตย์ได้ใช้สื่อของรัฐเพื่อให้ร้ายคนเสื้อแดงมาโดยตลอด แบบนี้เราคงจะไม่เจรจากับนายดสาทิตย์รวมไปถึงนายกอร์ปศักดิ์เพราะไม่มีราคา ไม่เจราจา เมื่อรัฐบาลมั่นใจว่าเสื้อแดงจะแผ่วก็ไม่ต้องเจรจา อยู่กันไปแบบนี้จะเจรจาได้อยู่อย่างเดียวคือยุบสภา ไม่งั้นปิดฉากไปได้เลย และเราจะสู้โดยสันติวิธี” นายณัฐวุฒิ กล่าว

ด้านนายจตุพร พรหมพันธุ์แกนนำนปช. กล่าวว่า คนเสื้อแดงจะเจรจากับนายกฯคนเดียวและจากนั้นมาทำข้อตกลงกันโดยทุกพรรคการ เมืองต้องยอมรับในผลการเลือกตั้งว่าจะออกมาเป็นอย่างไร

เสื้อแดงเปิดเกมส์รุกกดดันมาร์คทุกที่

เมื่อเวลา 18.30 น. วันที่ 20 มีนาคม แกนนำ นปช.เปิดแถลงข่าวถึงผลการเคลื่อนขบวนกลุ่มคนเสื้อแดงชักชวนให้คน กทม.มาร่วมชุมนุมในครั้งนี้ นายณัฐวุฒิกล่าวว่า “การเคลื่อนขบวนครั้งนี้ที่เป็นไปอย่างเรียบร้อยไม่เกิดเหตุรุนแรง ชี้ให้เห็นว่าคนกรุงเทพฯก็ไม่พอใจรัฐบาลชุดนี้เช่นกัน จึงอยากฝากถึงนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี หากอยากรักษาชีวิตทางการเมืองและไม่ต้องการเป็นนายกฯที่มีคนออกมาขับไล่มาก ที่สุดในประวัติศาสตร์ไทย ก็ขอให้ประกาศยุบสภาโดยเร็ว ส่วนที่มีกระแสข่าวการปาขวดน้ำ และเกิดการกระทบกระทั่งที่รุนแรงในระหว่างเคลื่อนขบวนไปจุดต่างๆ ใน กทม.ก็ไม่จริง”

นายณัฐวุฒิกล่าวว่า “แกนนำจะประชุมเพื่อกำหนดยุทธศาสตร์การชุมนุมให้เข้มข้นมากขึ้น หลังจากนี้อาจมีการใช้มาตรการแบ่งกลุ่มผู้ชุมนุมเคลื่อนไปทุกที่ที่นาย อภิสิทธิ์ไป ในจำนวนหลักหมื่นคน หากนายอภิสิทธิ์เคลื่อนไหวใน กทม.ก็จะแบ่งกลุ่มจากผู้ชุมนุมจากสะพานผ่านฟ้าลีลาศคอยตามนายอภิสิทธิ์ทุก ที่ แต่หากไปต่างจังหวัดก็จะระดมคนเสื้อแดงในต่างจังหวัดกดดันนายอภิสิทธิ์”

แต่ยืนยันว่าจะไม่ใช้ ความรุนแรง ส่วนการเดินทางไปพรรคชาติไทยพัฒนาวันที่ 21 มีนาคม เพื่อขอหารือกับนายบรรหาร ศิลปอาชา ในการเรียกร้องให้พรรคถอนตัวจากการร่วมรัฐบาลนั้น ยังไม่มีข้อสรุป

อภิสิทธิ์ยังยืนยันว่าไม่มีการยุบสภาและจะทำให้ทุกอย่างกลับมาปกติ

เมื่อเวลา17.20น.นายอภิสิทธิ์เวชชา ชีวะ นายกรัฐมนตรี ได้เดินจากกองบัญชาการ ศอ.รส.ในกรมทหารราบที่11 รักษาพระองค์(ร. 11 รอ.) ไปยังหอประชุมในร.11 พัน 2 รอ.เพื่อพูดคุยกับสื่อมวลชน อย่างไม่เป็นทางการ

นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า “วันนี้เป็นวันที่กลุ่มผู้ชุมนุมได้เคลื่อนตามเส้นทางตามๆใน กทม. ซึ่งใน ภาพรวมเหตุการณ์ทุกอย่างเป็นไปด้วยความเรียบร้อยซึ่งขอขอบคุณประชาชน ทุกกลุ่มที่ไม่ได้มีปัญหาในเรื่องของเหตุการณ์ที่ทำให้ เกิดความไม่สงบ และ ขอเรียนว่าในส่วนแนวทางของรัฐบาลยังยืนยันว่า พร้อมที่จะพูดคุยกับตัวแทนผู้ ชุมนุมในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับผลประโยชน์ของส่วนรวม ส่วนผู้ชุมนุมจะเข้า มามีส่วนร่วมในการพูดคุยหรือไม่ก็ขึ้นอยู่กับการตัดสิน ใจของผู้ชุมนุมเอง ”

ผู้สื่อข่าวถามว่าล่าสุด อดีตแกนนำของพรรคไทยรักไทย เริ่มเข้ามามีบทบาทแล้วและพล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ ประธานส.ส.พรรคเพื่อไทยได้ขึ้นเวทีปราศรัยแล้ว ถือเป็นการเพิ่มน้ำหนัก ให้ผู้ชุมนุมหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า “คงเป็นความพยายามในการที่จะรวม กลุ่มให้เป็นรูปธรรม ในลักษณะที่เปิดเผยมากขึ้น ซึ่งความจริงก็เชื่อมโยงกัน มาตลอดอยู่แล้ว เพียงแต่ว่าตอนนี้เปิดเผยชัดเจนขึ้น เพื่อประโยชน์ในการที่ จะเพิ่มเอกภาพ หรือ ระดมทุกส่วนมาเรื่องของการเคลื่อนไหว”

เมื่อถามว่าความเคลื่อนไหวมีแนวโน้มจะยืดเยื้อ รัฐบาลจำเป็นต้องต่อ อายุ พ.ร.บ.รักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักรหรือไม่นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า “ตนได้มอบหมายให้นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี ด้านความมั่น คง ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการรักษาความสงบ (ศอ.รส.) เสนอความเห็นมาภาย ในวันที่22 มี.ค. เพราะการประกาศจะดำเนินการในวันที่23 มี.ค. ซึ่งอำนาจที่ จะประกาศพ.ร.บ.มั่นคงฯหรือไม่เป็นของครม.ที่จะประชุมในวันที่23 มี.ค. ส่วน สถานที่การประชุมครม.ขณะนี้ยังไม่ได้ตกลงกันโดยจะดูตามความเหมาะสม”

เมื่อถามว่าเบื้องต้นกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน (กอ.รมน.) มีความ เห็นว่าจะขยายการต่ออายุไปถึงวันที่7 เม.ย. นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า ยังไม่ได้ มีการรายงานเข้ามา แต่ในความเห็นของตนไม่น่าขยายยาวขนาดนั้น

เมื่อถามว่ารัฐบาลอยากพูด ถึงการแก้ไขรัฐธรรมนูญก่อนหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ยังไม่ได้พูด เงื่อนไขอะไรเลย เพียงแต่บอกว่าถ้ารัฐบาลจะยุบสภารัฐบาลต้องมีเหตุผลว่าการ ยุบสภาเพื่อแก้ปัญหานำไปสู่ความเป็นปกติความสงบของบ้านเมือง จริงอยู่มีผู้ ชุมนุมและผู้สนับสนุนจำนวนหนึ่งที่มากพอสมควร ที่บอกว่าการยุบสภาเป็นสิ่ง ที่เขาต้องการ แต่มีประชาชนจำนวนไม่น้อยซึ่งไม่ทราบว่าฝ่ายไหนมากกว่า กัน ที่บอกว่ายังไม่อยากให้ยุบสภา ตนมีหน้าที่ในการทำงานให้กับคนทั้ง ประเทศ การบริหารงานก็ต้องฟังเสียงคนทั้งประเทศ

เมื่อถามว่าหากสถานการณ์ ยังดำรงอยู่จะทำความเสียเพิ่มมากขึ้น รัฐบาลจะรับผิดชอบอย่างไร นาย อภิสิทธิ์ กล่าวว่า  เราคงไม่ให้สถานการณ์อย่างนี้ดำรงไปจนไม่มีที่สิ้น สุด ผมก็เรียนว่าหากการชุมนุมอยู่ในกรอบของรัฐธรรมนูญโดยเคร่งครัด แม้จะมี การกระทบกระเทือนถึงความไม่สะดวกบ้าง ก็ไม่มีผลมากนัก ตอนนี้สิ่งที่เราต้อง การที่จะให้เกิดความชัดเจน คือ ผู้ชุมนุมจะชุมนุมอยู่ใน กรอบของรัฐธรรมนูญ เท่าน้น ซึ่งถ้าเขายอมทำได้ทุกอย่างก็จะเป็นไปด้วยดี ถ้าเขาไม่ยอมทำก็เป็น เรื่องที่ผมจะตัดสินใจต่อไป ว่าจะดำเนินการอย่างไรในการบังคับใช้กฎหมาย อย่างเคร่งครัด

เวลานี้นายกฯมองว่าทางออก มันอยู่ที่ไหน นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ตนคิดว่าถ้าผู้ชุมนุมอยู่ในกรอบ ทุกอย่างก็เดินหน้าไปและมาพูดคุยได้ แต่ตนไม่ลงรายละเอียดอะไรเพราะหากตนพูด มากไปกว่านี้ก็จะกลายเป็นว่าตั้งแง่ ตั้งเงื่อนไขอะไร คิดว่ามันอยู่ที่การ ตั้งหลักก่อนว่าอยากจะมาหาข้อยุติด้วยเหตุผลและคำนึงถึง ความเห็นและความ รู้สึกของคนอื่นหรือไม่ ยืนยันว่าจะไม่ปล่อยให้สถานการณ์มันอึมครึมอยู่ไป อย่างนี้ ต้องบริหารให้มีความชัดเจนมากขึ้น เพราะการปล่อยสถานการณ์ให้เป็น อย่าง นี้ต่อไปเรื่อยๆคงไม่ได้

ความเคลื่อนไหวของคนเสื้อแดงที่ออกมาชักชวน คน กทม.ออกมาชุมนุมนายกฯกดดันหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ไม่กดดัน ตน เป็นนักการเมืองลงเลือกตั้งมา 7 ครั้งเวลามีกิจกรรมต่างๆอย่างนี้ก็ไม่ รู้สึกแปลกใจอะไร โดยสภาพข้อเท็จจริงในการเลือกตั้งแต่ละครั้งพรรคที่แทบไม่ มีที่นั่งหรือมี ที่นั่งน้อยในพื้นที่นั้น ผู้สมัคร ส.ส.ของพรรคก็ได้คะแนน เสียงอยู่ประมาณไม่น้อยกว่าร้อยละ35-40 ดังนั้นพวกเขาก็มีผู้สนับสนุนแต่บาง ทีเราไปเข้าใจภาพรวมว่ากรุงเทพฯพรรคประชาธิปัตย์มี ส.ส. 30 คนจาก36 คนแปล ว่าอีกฝ่ายไม่มีผู้สนับสนุนนั้นไม่ใช่เเละเช่นกันตนมี ส.ส.อยู่ภาคเหนือโซน สูงสุด4 คนก็จริงแต่คะแนนเสียงตนก็มีเกือบร้อยละ 40 เหมือนกันไม่ได้มีอะไร น่าแปลกใจส่วนคนที่ไม่สนับสนุนการชุมนุมวันนี้ตนต้องขอบคุณว่าเขาไม่ออกมาทำ อะไรที่ทำ ให้เกิดการปะทะกัน ไปเที่ยวต่างจังหวัดหรืออยู่ในบ้าน

ล่าสุดนครดูไบอนุญาต ให้ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร เข้าไปได้จะดำเนินการอย่างไร นายอภิสิทธิ์ กล่าว ว่า ก็มีการประสานงานกันส่วนใหญ่ ทางรัฐบาลดูไบจะมีปัญหาว่าเขาไม่ทราบ ว่า พ.ต.ท.ทักษิณจะไปทำกิจกรรมตอนไหน แต่โดยหลักแล้วเขาบอกว่าอยู่ที่ดู ไบ พ.ต.ท.ทักษิณไม่ควรจะทำกิจกรรมที่เป็น ปัญหากับประเทศเรา พอเกิดขึ้นแต่ ละครั้งมันต้องไปตามบอกทางดูไบทีหลัง ซึ่งทางดูไบคงดำเนินการไปตามความเหมาะ สมของเขา ส่วนเราก็ต้องแจ้งข้อมูลไปตลอด เหมือนกับที่เราให้ข้อมูลไปยังมอน เตรเนโกร

นายกรัฐมนตรียังกล่าวด้วยว่ากำหนดการเดินทางเยือนประเทศบรูไน ในวัน ที่ 29 มี.ค.และการเยือนประเทศบาห์เรนในวันที่ 30-31 มี.ค. ยังไม่มีอะไร เปลี่ยนแปลงรวมทั้งการเดินทางเข้าร่วมประชุมสหประชาชาติ (ยูเอ็น) ที่ประเทศ เวียดนามในระหว่างวันที่ 8-9 เม.ย. และการเดินทางเพื่อเข้าร่วม ประชุม นิวเคลียร์ซัมมิท ระหว่างวันที่12-14 เม.ย. ก็ยังไม่มีอะไรเปลี่ยน แปลงเช่นกัน ผมจะพยายามทำให้ทุกอย่างกลับคืนสู่ภาวะปกติให้ได้โดยเร็วซึ่งใน สัปดาห์หน้าผมก็จะเดินทางไปประชุมสภาในวันพุธและพฤหัสฯ ส่วนวันศุกร์ทราบว่า จะมีการจัดประชุมสหภาพรัฐสภา ( IPU ) จนถึงวันอาทิตย์ก็คงไม่มีอะไร

ที่มา: มติชน, Posttoday, กรุงเทพธุรกิจ