Practical Report อีกนานไหม กว่าเงินหยวนจะเป็นเงินสกุลหลักของโลก?

แม้ว่าเศรษฐกิจจีนจะเติบโตอย่างยิ่งใหญ่ในทุกวันนี้ แต่ในโลกการเงินนั้น เงินหยวนยังมีอิทธิพลน้อยมาก ไม่ต้องเทียบกับเงินสกุลหลักของโลกอย่างดอลลาร์ ยูโร และเยน ก็ได้ เพราะเทียบกับเงินสกุลที่รองลงมาอย่างปอนด์สเตอลิง ดอลลาร์ออสเตรเลีย หรือฟรังซ์สวิสแล้ว หยวนยังด้อยกว่ามาก

แม้ว่าช่วงหลัง รัฐบาลจีนจะพยายามสร้างความสำคัญของเงินหยวนให้มากขึ้น แต่พัฒนาการยังเป็นไปอย่างช้าๆ เช่น จีนอนุญาตให้สถาบันการเงินในฮ่องกง สามารถขายพันธบัตรในสกุลเงินหยวนได้เมื่อเดือนกันยายน 2009 และล่าสุดเพิ่งอนุญาตให้ธนาคารของจีนทำ credit swap กับธนาคารต่างชาติบางแห่งได้

หนังสือพิมพ์ FT ของอังกฤษมองว่า ปัจจัยสำคัญในการสร้างอิทธิพลของเงินหยวน คือรัฐบาลจีนต้องผ่อนคลายกฎเกณฑ์ความเข้มงวดในการค้าเงินหยวน เพราะปัจจุบันนี้นักลงทุนจากต่างชาติยังประสบปัญหามากมายในการใช้เงินสกุลหยวน ที่จีนสงวนไว้ให้เฉพาะประชากรของตัวเองเท่านั้น

จากบทเรียนของเงินยูโรและเงินเยน สอนว่าต้องใช้เวลาพอสมควรกว่าเงินจะกลายเป็นสกุลที่คนสนใจใช้งาน ญี่ปุ่นใช้เวลา 20 ปี (1980s-2000s) ในการผลักดันเงินเยน ซึ่งว่ากันตามตรงแล้วก็ยังไม่ประสบความสำเร็จมากนัก ส่วนเงินยูโรก็ยังไม่ประสบความสำเร็จนอกทวีปยุโรปเช่นกัน ดังนั้น การปั้นเงินหยวนสู่เงินสกุลหลักของโลก ยังเป็นเส้นทางอีกยาวไกล

ฟังบทวิเคราะห์ของเศรษฐกิจจีนและเงินหยวนได้ใน Practical Radio ตอนที่ 9 อิทธิพลของประเทศจีนต่อสภาพเศรษฐกิจและการเมืองโลก

ที่มา – China Daily

  • Iterator

    ความเคลื่อนไหวและคำถามราวนี้

    ก็ถูกตั้งโดยทางญี่ปุ่นเช่นกันครับ โดยผมได้ดูข่าวมา เป็นของ nhk world

    ไปทำสกู๊ป โดยสรุปคราว ๆ ว่า ตอนนี้มีการผ่อนคลายด้านกฎระเบียบทางการเงินบางอย่าง
    ซึ่งทำในช่วงจังหวะที่สอดคล้องกับการเปิดเขตการค้าเสรีอาเชียน

    โดยสกู๊ปได้ทำนายก้าวย่างนี้ว่า เป็นการเิริ่มทดลองและผ่อนคลายให้หยวน เป็นเงินสกุล
    หลักที่มีความสำคัญ โดยใช้เขตการค้าเสรีอาเีชียนเป็นตัวทดลอง

    สกู๊ปได้ไปถ่ายทำ เมืองแห่งนึงในเวียดนาม ซึ่งเป็นชายแดนเวียดนามจีน ซึ่งเงินหยวนเป็นเงินที่ใช้กันแพร่หลาย เป็นตัวอย่างนึงของแนวโน้มที่น่าจะเกิดในระยะอันใกล้นี้

    สิ่งที่จีนกลัวคือการปล่อยให้เงินไปอยู่นอกการควบคุมของตัวเองมากๆ และยังรักษาระดับค่าเงิน
    ไว้ต่ำกว่าความเป็นจริง จะเป็นเป้าโจมตีของบรรดานักเก็งกำไรได้

    ตอนนี้นักลงทุนที่มองภาพอนาคตออกต่าง หาช่องทางใช้ประโยชน์ตรงนี้ จากที่ฟัง ทักษิณเล่าในคลิปใน thaksinlive มา บุช จูเนียร์ ร่วมมือกับกองทุน เอาเงินไปลงทุนในชนบทจีน
    เพื่อหวังว่า ผลตอบแทน จาก ความเจริญในชนบท อันเกิดจากทิศทางของรัฐบาลจีนที่มุ่งพัฒนาชนบท และหวังผลตอบแทนเด้งสอง จากค่าเงินหยวนที่รัฐบาลจีนถึงที่สุด ต้องปล่อยให้ค่อย ๆ สะท้อนความจริง

  • zneb

    คุณ Iterator พูดถึงกองทุนที่บุชร่วมลงทุนผมว่าคงหนีไม่พ้น Private Equity ที่บุชผู้พ่อเป็นหุ้นส่วนใหญ่ได้นั่นคือ Carlyle ซึ่งมี David Rubenstein เป็น CEO และมี Abu Dhabi Investment Authority เป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ของบริษัท Carlyle ด้วย

    ตอนนี้รัฐบาลจีนก็มีการส่งเสริมให้เกิดการเติบโตของอุตสาหกรรม Private Equity เหมือนกัน โดยประเทศจีนก็มีการตั้งบริษัท Private Equity ของตัวเองขึ้นมาและระดมทุนเป็นเงินหยวนเหมือนกัน อุตสาหกรรมนี้ก้เติบโตดีพอสมควรแต่ปริมาณการระดมทุนในเอเชียยังไม่สูงมาก ตัวเลขถ้าผมจำไม่ผิดอยู่ราวๆไม่เกิน 50,000 ล้านดอลลาร์ เทียบกับทั้งโลกที่สินทรัพย์โดยรวมที่มีการระดมทุนกันคือ 800,000 ล้านดอลลาร์ แต่ในเอเชียยังมีโอกาสโตได้อีก ตอนนี้หัวหอกของอุตสาหกรรมอย่าง Blackstone, KKR และ Carlyle ก็มีการเปิดสำนักงานเพิ่มเติมในฮ่องกงและนิวเดลีไปแล้ว เมื่อ 2-3 ปีที่ผ่านมา

    จริงๆเงินหยวนของจีนผมว่าจะเป็นเงินสกุลใญ่ของโลกได้นั้นยังมีปัญหาอีกอย่างก็คือ เมื่อพ้นขอบข่ายทางเศรษฐกิจของจีนไปแล้ว เงินหยวนจะเป็นที่นิยมหรือเปล่า เราคงปฏิเสธไม่ได้ว่า หากเป็นธุรกรรมที่ทำกับจีนไม่ว่าจะเป็นฝั่งเดบิตหรือเครดิต คงมีความได้เปรียบและลดต้นทุนทางธุรกรรมไปมาก

    แต่ตอนนี้มันไม่ได้มีจีนที่เดียวที่คิด แต่ประเทศบราซิลและรัสเซียตอนนี้ก็คิดดันเงินของตัวเองเหมือนกันโดยเริ่มจากในระดับภูมิภาค แต่ความชัดเจนของนโยบายและความพร้อมดุจะยังไม่เท่าจีน แต่ถ้าจะทำให้ฝันของจีนเป็นจริงมากขึ้น จีนต้องมีการพัฒนาตลาดเงินและตลาดตราสารหนี้มากขึ้นเพื่อสร้างแหล่งพักเงินที่มีความมั่นคงสูงและมีสภาพคล่องมาก ทุกวันนี้ตลาดพันธบัตรจีนยังมีสภาพคล่องไม่สูงมาก

  • zneb

    ตลาดพันธบัตรรัฐบาลจีนตอนนี้อยู่ในวงจำกัดอยู่ แต่ก็ถือว่ามีขนาดใหญ่ ตัวเลขล่าสุดที่ผมมีตอนนี้มูลค่าของพันธบัตรรัฐบาลจีนที่หมุนเวียนในตลาดมีมากกว่า 940,000 ล้านดอลลาร์ ซึ่งถือว่าใหญ่พอสมควรเลย

    แต่นั่นยังไม่สามารถเทียบได้กับระบบตลาดทุนสหรัฐฯซึ่งพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯมีขนาดตลาดสูงกว่า 7.1 ล้านล้านดอลลาร์ มีมูลค่าการซื้อขายต่อวันสูงกว่า 500,000-600,000 ล้านดอลลาร์ หรือมากกว่า 130 ล้านล้านดอลลาร์ต่อปี มากกว่าการซื้อขายหุ้นทั้งโลกทั้งปีรวมกันอีก ดังนั้นเราจึงไม่แปลกใจว่าทำไมเงินดอลลาร์ยังเป็นที่นิยมของธนาคารกลางทั่วโลกโดยเฉพาะเอเชีย เนื่องจากว่าสภาพคล่องมันสูงมากๆ ความมั่นคงก็สูง พันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯมีการออกที่ถี่มากๆ อย่างน้อย 2 ครั้งต่อสัปดาห์ที่มีการประมูลกัน มี Maturity ที่ต่อเนื่อง ง่ายต่อการทำ Duration และ Convexity Management และตัว Yield Curve Strategy

    พูดง่ายๆว่าการเป็นหนี้แบบท่วมหัวของสหรัฐฯกลับสร้างโอกาสให้ธนาคารกลางและนักลงทุนสถาบันเอาเงินมาพักไว้ที่ประเทศตัวเองหมดเลย

    จีนตอนนี้ต้องมีการปรับปรุงเรื่องอัตราดอกเบี้ยด้วยซึ่งยังควบคุมอยู่ ต้องให้กลไกตลาดมีบทบาทมากขึ้นเพื่อไม่ให้มันถูก manipulate จากรัฐมากจนเกินไปซึ่งจะทำให้ดอกเบี้ยจีนทั้งในตลาด interbank และ government bond บิดเบือนจากความเป็นจริงทางเศรษฐกิจจนถือเอาไปเป็นอัตราอ้างอิงของนักลงทุนให้ได้

    ไม่เฉพาะตลาดพันธบัตรรัฐบาลเท่านั้น จีนต้องยกระดับตลาดพันธบัตรหรือหุ้นกู้ภาคเอกชนด้วย ซึ่งตรงนี้ยิ่งแล้วใหญ่ทั้งในแง่ของปริมาณการออกในแต่ละปี การซื้อขาย และจำนวนพันธบัตรที่หมุนเวียนในตลาดเพราะระบบการเงินจีนยังถูกปกคลุมไปด้วยอิทธิพลของธนาคารพาฌิชย์ของรัฐบาลทั้ง 4 แห่งคือ ICBC, BOC, CCB, ABC

    ทำให้ตลาดหุ้นกู้ภาคเอกชนเกิดยาก แต่จีนมีข้อได้เปรียบอย่างหนึ่งคือ มีรัฐวิสาหกิจซึ่งรัฐบาลเป็นเจ้าของ ซึ่งความน่าเชื่อถือย่อมเกือบเท่ารัฐบาลจีนแน่นอน จีนสามารถใช้ช่องทางตรงนี้กรุยทางไปสู่การยกระดับตลาดตราสารหนี้ของตัวเองเพื่อเสริมกับตลาดพันธบัตรรัฐบาลได้

    เมื่อตลาดตรงนี้ได้รับการพัฒนาและที่สำคัญต้องใหญ่มากๆด้วย ก็จะทำให้เงินหยวนจีนมีอนาคตในเวทีการเงินโลกมากขึ้น รัฐบาลต่างๆจะมีทางเลือกในการบริหารดุลการชำระเงินที่ได้มาในรูปของเงินหยวนมากขึ้น ดังเช่นที่เป็นอยู่ในขณะนี้ซึ่งทุกประเทศที่เกินดุลจำต้อง recycle เงินกลับไปยังสหรัฐฯ และตรงนี้มันก็เป็นข้อบังคับของธนาคารกลางทั่วโลกด้วย

    จีนต้องเพิ่มสัดส่วนนักลงทุนต่างประเทศในตลาดตราสารหนี้ของตัวเองนี่คือ ปัจจัยสำคัญ และต้องยกระดับตลาด Euroyuan ในฮ่องกงให้ทัดเทียม Eurocurrency Market ในลอนดอนซึ่งหลักๆก็คือ Eurodollar ซึ่งตรงนี้จะเสริมทั้งสภาพคล่องและการมี Benchmark ให้กับ Yuan-denominated Securities ด้วย ตลาดที่มีความสมบูรณ์มากขึ้นจะทำให้ประเทสต่างๆมั่นใจได้ว่าเงินหยวนที่พวกเขาถือจะมีที่ใช้ที่อื่นได้ด้วยนอกเหนือกับเมืองจีน