Jim Balsillie และ Mike Lazaridis ซีอีโอร่วมของ RIM ประกาศลาออกจากตำแหน่งอย่างเป็นทางการในวันนี้ (23 ม.ค.) ตามเวลาสหรัฐ
Mike Lazaridis เป็นผู้ร่วมก่อตั้งบริษัทเมื่อปี 1984 ส่วน Jim Balsillie ตามเข้ามาในบริษัทเมื่อปี 1992 ทั้งสองคนพา RIM ขึ้นเป็นราชาแห่งอุปกรณ์สื่อสารองค์กร แต่การมาถึงของสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ๆ ก็พิสูจน์ว่า RIM ปรับตัวแข่งไม่ทันเช่นกัน
ทั้งสองคนจะสละตำแหน่งซีอีโอร่วมและประธานบอร์ดร่วม โดยประธานบอร์ดคนใหม่จะเป็น Barbara Stymiest ซึ่งปัจจุบันมีตำแหน่งในบอร์ดอยู่แล้ว ส่วนซีอีโอคนใหม่ของบริษัทคือ Thorsten Heins ซึ่งปัจจุบันเป็นซีโอโอของบริษัท

Thorstein Heins ซีอีโอคนใหม่ของ RIM
วิดีโอสัมภาษณ์ Thorsten Heins ซีอีโอคนใหม่ของ RIM
Mike Lazaridis จะมีตำแหน่งใหม่เป็นรองประธานบอร์ด ส่วน Jim Balsillie จะเป็นแค่สมาชิกของบอร์ดเพียงอย่างเดียว
นักลงทุนของ RIM พยายามกดดันให้ซีอีโอร่วมทั้งสองคนลาออกจากตำแหน่งซีอีโอมาสักระยะหนึ่งแล้ว แต่ข่าวของ Wall Street Journal รายงานว่าทั้งสองคนสมัครใจลาออกเอง โดยเสนอบอร์ดว่าควรเปลี่ยนตัวบุคคลในตำแหน่งบริหาร และช่วงเวลาที่ลาออกตอนนี้เหมาะสมแล้ว เพราะโครงการสำคัญของบริษัท 2 อย่างคือ PlayBook รุ่นปรับปรุง และ BlackBerry 10 กลับมาเดินหน้าได้ตามเป้าหมาย
พูดง่ายๆ ว่าตอนนี้ “ซีอีโอ” ที่ถูกมองว่าเป็นปัญหาสำคัญของบริษัทถูกเปลี่ยนตัวแล้ว ก้าวต่อไปของ RIM ก็คือพิสูจน์ให้เห็นว่าบริษัทเองยังมีของดีอยู่ในมือให้เร็วที่สุด
ที่มา – RIM, Wall Street Journal
ถึงแม้ RIM จะเปลี่ยนตัวผู้นำบริษัท ซึ่งถูกมองว่าเป็นปัญหาในการบริหารแล้วก็ตาม แต่ในภาพใหญ่ RIM ยังต้องพิสูจน์ตัวเองว่าผลิตภัณฑ์ของบริษัทสามารถแข่งขันในตลาดได้ เพราะปัจจุบัน แพลตฟอร์ม BlackBerry 7 เริ่มแสดงความเก่าให้เห็น ส่วน PlayBook 1.0 ที่วางตลาดในปี 2011 ก็ยังไม่สมบูรณ์มากนัก ในขณะที่ PlayBook 2.0 และ BlackBerry 10 ก็ยังไม่สามารถเปิดตัวผลิตภัณฑ์ได้ตามที่เคยสัญญาเอาไว้
สถานการณ์ของ RIM จะคล้ายๆ กับ Nokia เมื่อ 2 ปีก่อน คือ ระบบปฏิบัติการเดิมของบริษัท (BlackBerry 7 และ Symbian) ไม่สามารถแข่งขันในตลาดได้ แต่ระบบปฏิบัติการใหม่ (BlackBerry 10 และ MeeGo) ก็กลับยังไม่เสร็จในระดับที่ใช้งานได้ และมีความสามารถยังห่างไกลกับคู่แข่งในตลาดอย่าง Android หรือ iOS ของแอปเปิล
Nokia แก้ปัญหาเชิงบริหารโดยตั้ง Stephen Elop ผู้บริหารคนนอกในปี 2010 และเปลี่ยนยุทธศาสตร์ระดับฐานรากของบริษัท โดยตัดสินใจทิ้ง MeeGo ที่ยังไม่สมบูรณ์ และเปลี่ยนมาใช้ Windows Phone ของไมโครซอฟท์แทน ซึ่งช่วยลดต้นทุนในการพัฒนาซอฟต์แวร์ของ Nokia ลงได้ แต่ก็เกิดคำถามว่า Nokia ต้องพึ่งพาไมโครซอฟต์มากเกินไปหรือไม่
ส่วนกรณีของ RIM เริ่มเปลี่ยนตัวผู้บริหารแล้ว แต่ก็มีคำถามลักษณะเดียวกันว่า BlackBerry 10 กับกำหนดออกปลายปี 2012 ช้าไปหรือไม่ และ RIM จำเป็นต้องเปลี่ยนมาใช้ระบบปฏิบัติการของคู่แข่งหรือเปล่า?
