Practical Report ฤาความท้าทายจะกลายเป็นความเสี่ยงของเจ้าภาพโอลิมปิก 2016

เมืองริโอเดอจาเนโรพร้อมแล้วหรือสำหรับการเป็นเจ้าภาพโอลิมปิกใน ค.ศ.2016 เนื่องจากเจ้าภาพต้องรับมือกับความคาดหวังและความท้าทายนานัปการ ทั้งในส่วนของความต้องการในเรื่องของที่พักหรือระบบขนส่งสำหรับมหกรรมกีฬาครั้งยิ่งใหญ่ที่กำลังจะเกิดขึ้น เพราะสภาพทางภูมิศาสตร์ของตัวเมืองตั้งอยู่บนที่ราบสูงอาจก่อให้เกิดความอันตรายได้

นอกจากนี้ ยังมีอัตราเฉลี่ยในการก่ออาชญากรรมค่อนข้างสูงทีเดียว กรณีตัวอย่างจาก “แพนอเมริกันเกมส์” ที่
ริโอเดอจาเนโรเป็นเจ้าภาพใน ค.ศ.2007ชี้ให้เห็นว่า มีการเร่งใช้งบประมาณเพื่อปรับโครงสร้างภายในทั้งในส่วนของถนน เส้นทางเดินรถไฟบนดินและใต้ดินนั้น ทำให้ไม่สามารถรักษาสัญญาไว้ว่าจะรักษาความสะอาดให้อ่าวกวานาบาราได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เส้นทางอากาศก็น่าเป็นห่วงมาก ทั้งในส่วนของสนามบินริโอ และซานโตส ดูมอนต์ สำหรับสายการบินภายในประเทศ และสนามบินกาลีโอสำหรับสายการบินระหว่างประเทศนั้นต่างก็รับภาระเกินศักยภาพที่มี ขณะเดียวกัน นายจิโอวานนี่ บิซิกนานิ ประธานสมาคมผู้ประกอบการธุรกิจการบินนานาชาติ (IATA) กล่าวว่า โครงสร้างภายในของระบบการขนส่งของสายการบินแห่งบราซิลนั้นจำเป็นต้องปรับปรุงอย่างเร่งด่วน อีกทั้งตลาดของสายการบินบราซิลถูกคาดหวังว่าจะทำให้มียอดเติบโตขึ้น 10% ต่อปี หรืออย่างน้อยก็ภายใน 3 หรือ 5 ปีข้างหน้า

นอกจากนี้ ทางรัฐได้จัดตั้งหน่วยตำรวจเคลื่อนที่ซึ่งปฏิบัติหน้าที่ในลักษณะเป็นชุดเคลื่อนที่เพื่อรักษาสันติภาพ (Pacification Police Units: UPPs) โดยให้ประจำการอยู่ในบริเวณชุมชนแออัด 13 แห่ง กล่าวคือ ในเมืองริโอเดอจาเนโรนั้นมีชุมชนแออัด หรือที่เรียกกันว่า favela (ภาษาโปรตุเกส) เป็นจำนวนมาก และมีการตั้งรกรากในสมัยเริ่มแรกคือช่วงปลายศตวรรษที่ 18 นั้น เคยเป็นแหล่งอาศัยของชาวอัฟริกันที่เคยเป็นทาสมาก่อน ซึ่งไม่มีที่ดินทำกินเป็นของตัวเองทั้งยังไม่มีอาชีพเลี้ยงตัว อย่างไรก็ตาม แม้ว่าชุมชนแออัดจะกระจายตัวอยู่ตามหัวเมืองหลักของบราซิลหลายแห่ง แต่สำนักข่าว Guardian ระบุในค.ศ. 2010 ว่า ในริโอเดอจาเนโรมีผู้คนอาศัยอยู่ราว 6 ล้านคน ทั้งยังเป็นเมืองที่ถูกจัดให้เป็นเมืองที่มีชุมชนแออัดมากที่สุดเป็นอันดับ    2 รองจากรัฐเซาท์เปาโล ยิ่งไปกว่านั้น ยังมีการปะทะกันระหว่างแก๊งค้ายาเสพติดขนาดใหญ่อย่างต่อเนื่องเป็นระยะเวลายาวนานจนทำให้เห็นว่ามีตำรวจกระจายตัวอยู่ตามบริเวณชุมชนแออัดทั่วไปหมด

ขณะที่แหล่งข้อมูลจาก CIA Factbook ระบุในค.ศ.2010 ว่า บราซิลนั้นถือเป็นประเทศที่มีผู้บริโภคสารเสพติดโคเคนใหญ่เป็นอันดับ 2 ของโลก และนิยมลักลอบปลูกทั้งโคเคนและกัญชาเป็นจำนวนมาก ยังไม่รวมถึงปรากฏการณ์ภัยพิบัติจากธรรมชาติของปีที่ผ่านมาที่เกิดเหตุน้ำท่วม โคลนถล่ม ทำให้คร่าชีวิตผู้คนกว่า 100 ศพ เหล่านี้สะท้อนภาพให้เห็นว่าบราซิลอาจจะพลิกความเสี่ยงให้กลายเป็นความท้าทายที่ใหญ่ยิ่ง สำหรับการพลิกภาพลักษณ์ที่ขัดต่อบรรยากาศแห่งความรื่นรมย์ครื้นเครงจากมหกรรมกีฬาที่จะเกิดขึ้นไม่ว่าจะเป็น “ศึกเวิล์ดคัพ 2014″ และ “โอลิมปิกเกมส์ 2016″ ที่กำลังจะมาถึงในไม่ช้า

The Economist