Practical Report รมว. กลาโหมสหรัฐ เขียนจดหมายถึงอินเดีย “เราจะเดินไปด้วยกัน”

นายโรเบิร์ต เกตส์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมของสหรัฐ เขียนจดหมายลงในหนังสือพิมพ์ The Times of India เนื่องในโอกาสเยือนอินเดียอย่างเป็นทางการ แสดงความยินดีต่อความสัมพันธ์ที่ก้าวหน้าของทั้งสองประเทศ

ในสมัยสงครามเย็น อินเดียค่อนข้างเอนเอียงเข้าหาโลกสังคมนิยม แต่หลังจากสงครามเย็นจบลง อินเดียปรับท่าทีเข้าหาสหรัฐมากขึ้น ช่วงหลังปี 2000 เป็นต้นมา โดยเฉพาะรัฐบาลของพรรคคองเกรสที่นำโดยนายมันโมหัน สิงห์ นายกรัฐมนตรีสายพิราบคนปัจจุบัน ซึ่งรับตำแหน่งตั้งแต่ปี 2004 อินเดียมีความร่วมมือทางทหารกับสหรัฐอย่างแนบแน่น ไปจนถึงระดับที่สหรัฐเข้ามาช่วยอินเดียพัฒนาความรู้ทางด้านนิวเคลียร์

โรเบิร์ต เกตส์ เป็นรัฐมนตรีกระทรวงกลาโหมของสหรัฐมาตั้งแต่สมัยของประธานาธิบดีจอร์จ ดับเบิลยู บุช ในสมัยที่สอง หลังจากที่นายโดนัลด์ รัมส์เฟลด์ รมว. คนก่อนลาออกจากตำแหน่ง แม้ว่าจะเป็นรัฐมนตรีของพรรครีพับลิกัน แต่ด้วยความสามารถของโรเบิร์ต เกตส์ ทำให้ประธานาธิบดีบารัค โอบามา เลือกให้เขาทำหน้าที่ต่อไปในรัฐบาลของพรรคเดโมแครต

ในการมาเยือนอินเดียของเกตส์คราวนี้ เขาเขียนในจดหมายที่ลิงพิมพ์ใน The Times of India ว่า “อินเดียจะเป็นผู้พิทักษ์สันติภาพในมหาสมุทรอินเดีย” และ “มีส่วนร่วมอย่างมากต่อความมั่นคงระดับโลก” เขายังพูดถึงข้อตกลงทางด้านการทหารที่เริ่มมาตั้งแต่ปี 2005 ว่ามีผลงานมากมาย โดยเฉพาะปฏิบัติการร่วมกันระหว่างสองชาติในการต่อสู้กับโจรสลัดในอ่าวเอเดน (Gulf of Aden ที่เยเมน) นอกจากนี้ เกตส์ยังพูดถึงคำสั่งซื้อเครื่องบินขนส่งและยุทโธปกรณ์ต่างๆ ที่อินเดียสั่งซื้อจากบริษัทผลิตอาวุธของสหรัฐ และเชิญชวนให้อินเดีย “ร่วมเดินไปข้างหน้าด้วยกันกับสหรัฐ”

บทวิเคราะห์ SIU

การมาเยือนอินเดียและชื่นชมความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐ-อินเดียของเกตส์ เป็นผลต่อเนื่องมาจากการเยือนสหรัฐอเมริกาอย่างเป็นทางการของนายกรัฐมนตรีมันโมหัน สิงห์ เมื่อสองเดือนก่อน ซึ่งรัฐบาลสหรัฐให้การต้อนรับอย่างยิ่งใหญ่ นอกจากการเติบโตทางเศรษฐกิจของอินเดียแล้ว ในแง่ความมั่นคงและการทหาร อินเดียกำลังสร้างอิทธิพลของตัวเองอย่างรวดเร็วในเวทีโลก ในระหว่างที่สหรัฐมีความสัมพันธ์ที่ง่อนแง่นกับปากีสถาน และยังไม่สามารถยุติศึกในอัฟกานิสถานได้ การได้พันธมิตรเป็นประเทศขนาดใหญ่ที่มีอิทธิพลสูงในภูมิภาคอย่างอินเดีย จะช่วยให้เสถียรภาพของสหรัฐในมหาสมุทรอินเดียนั้นเพิ่มสูงขึ้น ซึ่งจะเป็นผลพลอยได้ต่อปัญหาโจรสลัดในเยเมน อันเป็นปัญหาใหม่ล่าสุดของสหรัฐในภูมิภาคนี้ด้วย

ในระยะยาวแล้ว การเป็นพันธมิตรกับอินเดียถือเป็นส่วนหนึ่งในยุทธศาสตร์ในการปิดล้อมจีน โดยเฉพาะพรมแดนด้านตะวันตกเฉียงใต้ของจีนที่ยังเป็นปัญหาความขัดแย้งทั้งกับอินเดียและปากีสถาน ในมุมกลับกัน อินเดียจะอาศัยพลังอำนาจทางทหารของสหรัฐ เพื่อช่วยให้ตัวเองทัดเทียมกับจีนที่มีพลังทหารสูงกว่า ถือเป็นที่ยุทธศาสตร์ที่ win-win ของสหรัฐและอินเดียในภูมิภาคนี้

จีนเองก็ทราบปัญหาเรื่องนี้ดี จึงแข่งสร้างอิทธิพลในหมู่ประเทศอื่นๆ ที่รายล้อมอินเดียเพื่อสร้างช่องทางของตัวเองเช่นกัน ไม่ว่าจะเป็นพม่า หรือการสร้างท่าเรือน้ำลึกในบังคลาเทศ ศรีลังกา และปากีสถาน (อ่านรายละเอียดได้ใน Pan Asianism ตอนที่ 1: ยุทธศาสตร์น่านน้ำทะเลลึกของจีน)

  • darkpower

    จะเป็นการย้ายพื้นที่ก่อการร้ายมาอินเดีย?

  • http://www.isriya.com isriya

    มุมไบโดนไปแล้วนี่ครับ

  • chaismart

    อินเดียถือว่าเป็นประเทศที่สำคัญทางยุทธศาตร์ของสหรัฐไม่ว่าจะเป็นเรื่องการปิดล้อมจีน ยุทธศาสตร์ในเรื่องการก่อการร้าย ในภูมิภาคเอเชียใต้ซึ่งจะต่อเนื่องขึ้นไปถึงเอเชียกลางและอดีตประเทศในเครือสหพันธรัฐรัสเซีย และยังเป็นประเทศมหาอำนาจในมหาสมุทรอินเดียที่เป้นเส้นทางเดินเรือเพื่อการขนส่งพลังงานและ raw material ที่สำคัญของโลก

    ขณะเดียวกันอินเดียอยู่ในกลุ่ม BRIC ที่ถือว่าเป็น emerging market ที่กำลังมีบทบาทมากขึ้นในเวทีทั้งด้านเศรษฐกิจ การเมืองระหว่างประเทศ สิ่งแวดล้อม ในระดับโลก นั่นจะยิ่งทำให้ความสำคัญในอาณาบริเวณของประเทศรอบๆมหาสมุทรอินเดียเกิดความตื่นตัวมากขึ้น

    ขณะเดียวกันการที่อินเดียหันมาจับมือทางยุทธศาสตร์กับสหรัฐมากขึ้น ขณะที่อดีตพันธมิตรอย่างรัสเซียเอง คงจะเข้ามาผูกมิตรกับทางอินเดียเพิ่มขึ้น ในช่วงอันใกล้นี้ ด้วยศักยภาพด้านความมั่งคั่งที่เพิ่มขิ้น การจัดหาอาวุธยุทโธปกรณืย่อมเพิ่มเป็นเงาตามตัวตลอดจนโครงการพัฒนาอาวุธและอวกาศของอินเดียก็กำลังเข้ามามีบทบาทในการแข่งขันในตลาดนี้เพิ่มขึ้น