Practical Report ‘ผู้สื่อข่าวไร้พรมแดน’ เตือนสถานการณ์ปิดกั้นเน็ตไทยใกล้ระดับ ‘ศัตรูของอินเทอร์เน็ต”

องค์กรผู้สื่อข่าวไร้พรมแดน (Reporters Without Borders หรือ RSF ตามตัวย่อในภาษาฝรั่งเศส) มีธรรมเนียมรวบรวมรายชื่อประเทศที่เป็น “ศัตรูของอินเทอร์เน็ต” (Enemies of the Internet) เรื่องการเซ็นเซอร์และการดำเนินคดีกับผู้ใช้อินเทอร์เน็ตเป็นประจำทุกปี ล่าสุดเผยแพร่รายงานของปี 2012 แล้ว

สถานการณ์อินเทอร์เน็ตโลกในภาพรวม

RSF สรุปประเด็นว่าตลอดปี 2011 ที่ผ่านมามีเหตุการณ์ Arab Spring เกิดขึ้นในประเทศกลุ่มอาหรับและแอฟริกาเหนือ ซึ่งผู้ใช้อินเทอร์เน็ตในภูมิภาคเหล่านี้มีบทบาทอย่างมากในการต่อสู้กับอำนาจรัฐ และถูกผู้ปกครองมองว่าผู้ใช้เน็ตพยายามสร้างสถานการณ์วุ่นวายเพื่อบั่นทอนอำนาจลง ซึ่งฝั่งผู้ใช้เน็ตเองก็พยายามใช้เครื่องมือออนไลน์ต่างๆ เพื่อกระจายข้อมูลข่าวสารออกไป แต่ก็ต้องเจอกับการสกัดกั้นข้อมูลข่าวสาร โดยเฉพาะการ “ตัดเน็ต” ในหลายประเทศช่วงที่มีการประท้วงรุนแรง

ในขณะที่ประเทศพัฒนาแล้วก็พยายามควบคุมอินเทอร์เน็ตโดยใช้มาตรการต่างๆ โดยเฉพาะประเด็นเรื่องปัญหาลิขสิทธิ์ออนไลน์ โดยประชาชนในประเทศเหล่านี้ก็เรียนรู้ที่จะต้องพิทักษ์สิทธิ์ของตัวเองบนโลกออนไลน์

นอกจากนี้ กลุ่มแฮ็กเกอร์และนักเทคนิคในประเทศต่างๆ พยายามกระจายเทคนิคการหลบเลี่ยงการเซ็นเซอร์ให้กับประชากรผู้ใช้เน็ตที่ถูกปิดกั้น ส่วนบริษัทที่เชี่ยวชาญเรื่องการจับตา (surveillance) ก็ทำตัวเป็นนักรบรับจ้างในโลกออนไลน์ให้กับรัฐบาลของประเทศต่างๆ

เสรีภาพทางการแสดงความคิดเห็นบนโลกออนไลน์ กลายเป็นประเด็นเชิงนโยบายทั้งในและต่างประเทศของประเทศทั่วโลกไปแล้ว

ศัตรูของอินเทอร์เน็ต

RSF จะแบ่งประเทศออกเป็น 2 กลุ่ม คือ “ศัตรูของอินเทอร์เน็ต” ที่มีระดับการเซ็นเซอร์และการดำเนินคดีต่อชาวเน็ตสูงมาก และ “ประเทศที่จับตามองประชาชน” (countries under surveillance) ที่มีระดับรองลงมา

สำหรับกลุ่มแรก ปีนี้มีประเทศเข้ามาเพิ่มอีก 2 ประเทศคือ บาห์เรน กับ เบลารุส ส่วนประเทศที่ติดโผอยู่ก่อนแล้วและยังอยู่ในปีนี้คือ พม่า จีน คิวบา อิหร่าน เกาหลีเหนือ ซาอุดีอาระเบีย ซีเรีย เติร์กเมนิสถาน อุซเบกิสถาน เวียดนาม รวมทั้งหมดในรายการ 12 ประเทศ

ส่วน ประเทศไทย อยู่ในกลุ่มที่สองมาหลายปีแล้ว ร่วมกับออสเตรเลีย อียิปต์ เอริเทรีย ฝรั่งเศส มาเลเซีย รัสเซีย เกาหลีใต้ ศรีลังกา ตูนิเซีย ตุรกี สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์

ในปี 2012 มีประเทศที่เพิ่มเข้ามาในกลุ่มที่สองอีก 2 ประเทศคือ อินเดีย และ คาซัคสถาน ส่วนประเทศที่หลุดชาร์ทนี้ไปคือลิเบีย (หลังโค่นกัดดาฟี) และ เวเนซุเอลา

สถานการณ์ของประเทศไทย

RSF พูดถึงกรณีของไทยว่ายังมีปัญหาเรื่อง “ตัวกลาง” อย่างผู้ดูแลเว็บและเว็บโฮสติ้ง โดยยกคดีของคุณจีรนุช เปรมชัยพร แห่งเว็บไซต์ประชาไทขึ้นมาแสดง นอกจากนี้ยังมีประเด็นเรื่องการเซ็นเซอร์เนื้อหาเว็บไซต์ โดยอ้างประเด็นเรื่องหมิ่นพระบรมเดชานุภาพมาเกี่ยวข้อง

ส่วนสถานการณ์ของอินเทอร์เน็ตไทยในปี 2011 เริ่มแย่ลงนับจากรัฐบาลของนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เริ่มเข้าสู่อำนาจช่วงเดือนกรกฎาคม 2011 โดยการใช้ข้อกล่าวหา “หมิ่นพระบรมเดชานุภาพ” ในเชิงการเมืองยังเดินหน้าไปอย่างต่อเนื่อง และมีคดีสำคัญคือ “อากง SMS” ที่สร้างแรงสะเทือนทั้งในและนอกประเทศ

RSF มองว่ารัฐบาลยิ่งลักษณ์ทำผิดสัญญาที่บอกว่าไม่ควรใช้กฎหมายหมิ่นพระบรมเดชานุภาพอย่างไม่เหมาะสม ซึ่งภายหลังรองนายกรัฐมนตรีเฉลิม อยู่บำรุง ก็ประกาศว่าจะต่อสู้กับคนที่หมิ่นพระบรมเดชานุภาพอย่างจริงจัง โดยจะลงทุนอีก 400 ล้านบาททำระบบเซ็นเซอร์อินเทอร์เน็ตขนานใหญ่ นอกจากนี้กระทรวงไอซีทีภายใต้รัฐบาลยิ่งลักษณ์บล็อกเว็บเพจเพิ่มอีก 60,000 หน้าภายใน 3 เดือนตามคำสั่งของ น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงไอซีที ในรอบปีที่ผ่านมายังมีข่าวว่าระบบเซ็นเซอร์ของ Twitter จะเริ่มใช้กับประเทศไทยเป็นที่แรกอีกด้วย

ส่วนคดีสำคัญในรอบปี นอกจากคดีอากง SMS แล้วยังมีคดีของโจ กอร์ดอน คดีของสมยศ พฤกษาเกษมสุข และคดีของชาวเน็ตคนอื่นๆ อีกเป็นจำนวนมาก

RSF เตือนประเทศไทยว่าถ้ายังมุ่งหน้าไปในทิศทางนี้ต่อไป ทั้งในเรื่องการเซ็นเซอร์เว็บและการดำเนินคดีกับผู้ใช้เน็ตโดยใช้โทษจำคุกด้วยข้อหาหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ ประเทศไทยก็จะเข้าร่วมกลุ่ม “ศัตรูของอินเทอร์เน็ต” ในอีกไม่ช้า

ข้อมูลจาก RSF และ RSF Thailand

อ่านข้อมูลเพิ่มเติมได้จาก ประชาไท

  • Apple

    ฃ่วงนี้ ยิ่งกว่าช่วงเผด็จการ คมช อีก

  • Dgdg

    ถ้าผมจำไม่ผิดคดี อากง ยุคของอภิสิทธิ์ใช่ไหม