ละครซีรีส์ต่างประเทศที่น่าสนใจในขณะนี้ คือซีรีส์ประวัติศาสตร์ญี่ปุ่น “เรียวมะ จอมคนพลิกแผ่นดิน” ที่ฉายทางสถานี Thai PBS ทุกวันพฤหัสและวันศุกร์ เวลา 20.20 น

แนะนำ Ryomaden
“เรียวมะ จอมคนพลิกแผ่นดิน” หรือชื่อภาษาอังกฤษ “Ryomaden” เป็นละครซีรีส์ย้อนยุคของสถานีโทรทัศน์ NHK ที่เรียกว่า “Taiga Drama” ซึ่งเป็นละครประวัติศาสตร์ฟอร์มยักษ์ของสถานี NHK ที่สร้างปีละ 1 เรื่อง โดยสร้างติดต่อกันมา 50 เรื่องแล้ว (ตั้งแต่ปี 1963) โดยเรื่อง Ryomaden เป็นเรื่องที่ 49 ฉายในญี่ปุ่นเมื่อปี 2010
Ryomaden เป็นละครชีวประวัติของ “ซาคาโมโตะ เรียวมะ” บุคคลสำคัญในประวัติศาสตร์คนหนึ่งของญี่ปุ่นยุคปฎิรูปเมจิ

ความโดดเด่นของเรียวมะต่างไปจากมหาบุรุษคนอื่นๆ ในประวัติศาสตร์ที่สร้างผลงานข้ามยุคสมัยจากการรบ การทูต หรือการปกครอง เพราะ “ซาคาโมโตะ เรียวมะ” เป็นเพียงซามูไรบ้านนอกธรรมดาคนหนึ่ง ไม่มีสังกัดหรือเจ้านาย ไม่มีกองทัพหรือตระกูลใหญ่หนุนหลัง แต่เขากลับเป็นคนเชื่อมประสานกองกำลังหลายฝ่ายที่ขัดแย้งกันอย่างหนักให้กลายเป็นพันธมิตร และจุดชนวนการปฏิรูปญี่ปุ่นเข้ามาสู่สมัยใหม่อันก้าวหน้า มีอารยธรรมและอิทธิพลทัดเทียมกับชาติตะวันตกได้เพียงลำพัง
ความน่าสนใจของ Ryomaden นอกจากจะเน้นชีวิตอันโลดโผนของเรียวมะ และคณะนักแสดงมากฝีมือแล้ว ละครเรื่องนี้ยังหยิบยกประวัติศาสตร์ช่วงเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ของญี่ปุ่นในชั่วเวลาเพียงไม่กี่ปี ซึ่งใกล้เคียงกับบริบทของประเทศไทยในปัจจุบันอย่างมาก ผู้ชมชาวไทยจึงควรศึกษาแนวทางแก้ไขความขัดแย้งและปฏิรูปประเทศสู่ยุคสมัยใหม่ ดังที่คนญี่ปุ่นในสมัยของ “เรียวมะ” ทำสำเร็จมาแล้ว
ประวัติศาสตร์ญี่ปุ่นในยุคโชกุน
ก่อนจะทำความเข้าใจกับบริบททางการเมืองใน “เรียวมะ จอมคนพลิกแผ่นดิน” ผู้ชมจะต้องมีพื้นฐานเรื่องประวัติศาสตร์ญี่ปุ่นในช่วงนั้นอยู่บ้าง
ประวัติศาสตร์ญี่ปุ่นในยุคกลางหรือที่เรียกว่า “ยุคศักดินา” (Feudal Japan) แบ่งการปกครองออกเป็นแว่นแคว้นต่างๆ ที่ไม่ขึ้นต่อกัน มีศึกสงครามระหว่างกันอยู่เนืองๆ
ประเทศญี่ปุ่นสามารถรวมตัวกันเป็นปึกแผ่นได้ประมาณ ค.ศ. 1600 โดยปฏิบัติการทางทหารของโอดะ โนบุนางะ (Oda Nobunaga) ขุนศึกผู้ยิ่งใหญ่ในช่วงนั้น แต่อำนาจของเขาไม่อยู่ยั้งยืนยง เมื่อโอดะถูกลอบสังหาร อำนาจจึงถูกส่งต่อมาที่ตระกูลโทโยโทมิ ก่อนที่ “โตคุงาวะ อิเอยาสึ” (Tokugawa Ieyasu) อดีตทหารของโอดะ จะขึ้นมากินรวบอำนาจได้เบ็ดเสร็จ
ตระกูลโตคุงาวะสร้างระบอบ “โชกุน” อันเปรียบเสมือนผู้สำเร็จราชการแทนองค์พระจักรพรรดิ (ซึ่งในยุคนี้จักรพรรดิญี่ปุ่นเป็นเพียงสัญลักษณ์ศักดิ์สิทธิ์ที่ไม่มีอำนาจใดๆ) และสั่งการ “ไดเมียว” หรือเจ้าที่ดินที่แบ่งแยกไปปกครองแว่นแคว้นต่างๆ (เทียบได้กับระบบสหพันธรัฐ) โดยมีศูนย์กลางที่เมืองหลวงใหม่ “นครเอโดะ” (กรุงโตเกียวในปัจจุบัน)
ระบอบโชกุนที่มีตระกูลโตคุงาวะเป็นศูนย์กลาง มีรัฐบาลกลางทำหน้าที่ปกครองรัฐบาลท้องถิ่น มีระบบวรรณะแบ่งลำดับชั้นของคนในสังคม ส่วนตำแหน่งโชกุนจะสืบทอดกันในตระกูลโตคุงาวะเท่านั้น ระบอบโชกุนของโตคุงาวะสืบทอดมาเป็นเวลา 260 กว่าปี ถือเป็นช่วงเวลาอันสงบสุขอันยาวนานช่วงหนึ่งของญี่ปุ่น
อย่างไรก็ตาม ยุคสมัยนั้นเป็นยุคที่เทคโนโลยีด้านการเดินเรือก้าวหน้ามากขึ้น และชาติตะวันตกเริ่มออกมาสำรวจโลกกว้างทางทิศตะวันออก ทำให้ญี่ปุ่นอันสงบสุขของตระกูลโตคุงาวะ หลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะต้องเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงจากภายนอก
ปฏิกริยาช่วงแรกของโตคุงาวะเลือกที่จะ “ปิดประเทศ” เพื่อป้องกันความเปลี่ยนแปลงที่จะมาสะเทือนอำนาจเบ็ดเสร็จของฝ่ายตน ยอมเลือกค้าขายกับชาติตะวันตกบางประเทศที่ให้ผลตอบแทนสูงสุดเท่านั้น ไม่เปิดโอกาสให้ประชาชนหรือแว่นแคว้นสามารถค้าขายกับต่างชาติได้โดยตรง
“เรือดำ” จุดเริ่มต้นของการปฏิรูปเมจิ
ความพยายามของตระกูลโตคุงาวะได้ผล แต่ก็มีวันสิ้นสุด เพราะในปี 1853 กองเรือกลไฟจากสหรัฐอเมริกาโดยการนำของนายกองเรือแมธธิว เพอร์รี ได้ปิดล้อมอ่าวโตเกียวเพื่อบีบให้รัฐบาลโตคุงาวะต้องเปิดประเทศ รัฐบาลโตคุงาวะที่มีแสนยานุภาพทางเรืออ่อนด้อยกว่ากองทัพเรือจากตะวันตกมาก จึงไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากยอมทำตาม
การยอมเปิดประเทศของโตคุงาวะในช่วงนี้ ได้เปิดโอกาสให้ “อารยธรรมต่างชาติ” เข้ามายังญี่ปุ่นได้มากขึ้น ญี่ปุ่นที่หยุดนิ่งมาเป็นเวลาสองร้อยกว่าปีเริ่มถูกกระตุ้นให้มองโลกในมุมใหม่ และยุคสมัยนี้เองเป็นยุคสมัยที่ “ซาคาโมโตะ เรียวมะ” ก้าวเข้ามามีบทบาท
ซาคาโมโตะ เรียวมะ เกิดในแคว้นโทสะ (Tosa คือเกาะชิโกกุในปัจจุบัน ซึ่งอยู่ทางใต้ของญี่ปุ่น) เขามีวรรณะเป็นซามูไรระดับล่าง (วรรณะซามูไรแบ่งเป็นซามูไรชั้นสูงที่เป็นซามูไรอยู่ก่อน กับซามูไรระดับล่างที่เป็นคนวรรณะอื่นได้รับการแต่งตั้งให้เป็นซามูไร) ตระกูลของเขาเป็นพ่อค้าเก่าที่มีอันจะกิน เรียวมะถือเป็นซามูไรหนุ่มที่ค่อนข้างกว้างขวางในแคว้น เพื่อนของเขาคนหนึ่งคือ “อิวาซากิ ยาทาโร่” (Iwasaki Yataro) ซามูไรระดับล่างฐานะยากจน ที่ภายหลังเป็นผู้ก่อตั้งบริษัทมิตซูบิชิ (ยาทาโร่มีบทบาทเป็นพระรองในซีรีส์เรื่องนี้ด้วย)
ยุคสมัยที่เรียวมะเติบโตและแสวงหาเป็นยุคเดียวกับที่ญี่ปุ่นต้องเปลี่ยนแปลงอย่างพลิกฟ้าคว่ำแผ่นดินเพราะ “เรือดำ” กองเรือของเพอร์รี คนญี่ปุ่นที่มีวิถีชีวิตแบบเดิมมา 200 กว่าปี ต่างตื่นตระหนกตกใจกับการรุกรานของเรือดำ และสร้างภาพของมันราวกับปีศาจหรือสัตว์ประหลาดที่เข้ามาบุกยึดประเทศ (ถ้าเป็นสมัยปัจจุบันก็อาจเทียบได้กับมีจานบิน UFO มาลอยอยู่เหนือกรุงเทพ)
การรุกรานของต่างชาติส่งผลให้คนญี่ปุ่นกลุ่มหนึ่งเกิดปฏิกริยาต่อต้านต่างชาติ และรวมตัวกันเป็นขบวนการ “ขับไล่ต่างชาติ” นำโดยแคว้นโจชู (Choshu) ซึ่งอยู่ทางใต้สุดของเกาะฮอนชู (เกาะหลักของญี่ปุ่น) เป็นผู้นำ และมี “ทาเคจิ ฮัมเปตะ” ตัวละครสำคัญอีกคนในครึ่งแรกของเรื่อง เพื่อนสมัยเด็กของเรียวมะจากแคว้นโทสะ ร่วมสนับสนุน
ขบวนการ “ขับไล่ต่างชาติ” ไม่พอใจที่ญี่ปุ่นถูกกดขี่จากต่างชาติ และไม่พอใจวิธีการบริหารงานของรัฐบาลกลางอันด้อยประสิทธิภาพ จึงเสนอให้รัฐบาลกลาง “คืนอำนาจให้จักรพรรดิ” ที่อาศัยอยู่ที่เกียวโต แนวทางนี้ทำให้ขบวนการขัดแย้งกับรัฐบาลอย่างหนัก แคว้นโจชูยกกำลังบุกยึดวังจักพรรคดิที่เกียวโตหวังใช้ “พระราชอำนาจ” ของจักรพรรดิเป็นเกราะคุ้มกัน แต่สุดท้ายโดนกองกำลังร่วมของฝ่ายรัฐบาล ซึ่งใช้กำลังหลักจากแคว้นซัตสึมะ (Satsuma เกาะคิวชูในปัจจุบัน อีกเกาะหนึ่งที่อยู่ข้างๆ เกาะชิโกกุ) ปราบปรามจนถอยร่นไป
เส้นทางของซาคาโมโตะ เรียวมะ
เรียวมะเป็นอีกคนหนึ่งที่ไม่พอใจการรุกรานของต่างชาติ แต่เขากลับมองว่าแนวทางการต่อสู้กับต่างชาติ ใช้ดาบซามูไรไล่ฟาดฟันฝรั่งตาน้ำข้าวที่อาศัยอยู่ในญี่ปุ่น ไม่ได้ช่วยให้สถานการณ์ดีขึ้น การไล่เข่นฆ่าฝรั่งอาจสะใจ แต่สุดท้ายญี่ปุ่นก็ต้องชดใช้ความเสียหายหนักกว่าเดิม
เรียวมะเลือกที่จะไปฝึกกับ “คัตสึ รินทาโร่” (Katsu Rintaro) นายพลเรือหัวก้าวหน้าที่ต้องการสร้างกองทัพเรือกลไฟของญี่ปุ่นเอง เพื่อสร้างดุลย์ทางการทหารกับโลกตะวันตก จนเรียวมะมีวิชาควบคุมเรือรบสมัยใหม่ที่ซับซ้อน ถือเป็นความรู้ที่มีค่ามากในยุคสมัยนั้น
แต่ภายหลัง รินทาโร่ประสบปัญหาขัดแย้งทางการเมืองกับผู้นำรัฐบาลจนหมดอำนาจไป เรียวมะและพรรคพวกเหล่ากลาสีเรือผู้มีวิชาเดินเรือสมัยใหม่ ที่ฝันว่าจะสร้างกองทัพเรือจึงฝันสลาย พวกของเรียวมะจึงแยกตัวมาเปิดบริษัทแห่งแรกของญี่ปุ่นชื่อ “คาเมะยามะ” (ภายหลังเปลี่ยนชื่อเป็น ไคเอนไต) ทำการค้าทางทะเลอยู่ที่เมืองนางาซากิ ซึ่งเป็นเขตอิทธิพลของแคว้นซัตสึมะ
แคว้นซัตสึมะถือเป็นแคว้นมหาอำนาจในยุคนั้น เพราะอยู่ทางภาคใต้ซึ่งมีการค้าขายกับต่างชาติมาก (เช่นเดียวกับแคว้นโจชูซึ่งอยู่ติดกัน) ถึงแม้แคว้นซัตสึมะจะช่วยรัฐบาลกลางปราบปรามแคว้นโจชูในตอนแรก แต่หลังจากนั้นรัฐบาลกลางก็เริ่มระแวงแคว้นซัตสึมะ จนต้องสั่งห้ามแคว้นซัตสึมะค้าขายกับต่างชาติโดยตรง เพื่อลดอิทธิพลของซัตสึมะลง สร้างความไม่พอใจให้ซัตสึมะเป็นอย่างมาก
เรียวมะเองก็เห็นว่ารัฐบาลกลางโตคุงาวะเป็น “เนื้อร้าย” ของประเทศที่ปิดกั้นความเจริญของญี่ปุ่น เมื่อซัตสึมะซึ่งเปรียบเสมือน “ผู้มีอิทธิพลคุ้มครอง” กลุ่มของเรียวมะมีปัญหา เขาจึงเสนอทางแก้ปัญหาชนิดที่ทุกคนฟังแล้วต้องอึ้ง
ทางออกของเรียวมะก็คือ ซัตสึมะจะต้องผนึกกำลังกับคู่แค้นอย่างโจชู เพื่อ “สร้างขั้วอำนาจใหม่” ที่เหนือกว่ารัฐบาลกลาง และทำศึกเพื่อล้มรัฐบาลลงไป
ทั้งซัตสึมะและโจชูต่างไม่ไว้ใจซึ่งกันและกัน แต่เรียวมะในฐานะ “คนกลาง” ที่เคยมีความสัมพันธ์อันดีจับโจชู และทำงานให้แคว้นซัตสึมะ ก็มีบทบาทสำคัญในการเจรจาให้ทั้งสองฝ่ายไว้เนื้อเชื่อใจกัน เมื่อผนวกกับการบีบคั้นของรัฐบาลกลาง ทำให้ พันธมิตรซัตสึมะ-โจชู อันเข้มแข็งถือกำเนิดขึ้นในปี 1866 โดยมีเป้าหมายเพื่อ “โค่นล้มรัฐบาลโตคุงาวะ ถวายคืนพระราชอำนาจ”
ขั้วพันธมิตรซัตสึมะ-โจชู สามารถเอาชนะกองทัพของรัฐบาลกลางอันเก่าแก่และเทอะทะได้ในปีเดียวกัน ทำให้อิทธิพลของรัฐบาลกลางยิ่งอ่อนแอลงไปอีก
น่าเสียดายว่า “เรียวมะ” ผู้สร้างความเป็นไปได้จากความเป็นไปไม่ได้ ไม่ได้เห็นความสำเร็จที่เขาแผ้วถางเส้นทางไว้ เพราะในปีถัดมา 1867 เรียวมะที่ “เจิดจรัสเกินไป” จนเป็นภัยคุกคามต่อขั้วอำนาจเก่าหลายๆ ฝ่าย ถูกลอบสังหารอย่างลึกลับในเกียวโต โดยยังไม่สามารถหาตัวผู้สังหารที่แท้จริงได้จนทุกวันนี้
ความตายของเรียวมะกลายเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญ ให้กองกำลังของซัตสึมะและโจชูเปิดสงครามเต็มขั้นกับตระกูลโตคุงาวะ (เรียกว่า Boshin War) ระหว่างปี 1868-1869 ซึ่งเป็นจุดสิ้นสุดของยุคสมัยโชกุน ญี่ปุ่นก้าวเข้าสู่ยุคใหม่ เลิกระบบโชกุนและไดเมียว เลิกระบบวรรณะ ปฏิรูปประเทศโดยใช้แนวทางสมัยใหม่ อันมีชื่อเรียกว่า “การปฏิรูปเมจิ” (Meiji Restoration) และมีผลต่อเนื่องให้ญี่ปุ่นกลายเป็นมหาอำนาจแห่งเอเชีย จนถึงสงครามโลกครั้งที่สอง
ดูหนังดูละคร แล้วย้อนดูตัว
“เรียวมะ จอมคนพลิกแผ่นดิน” เป็นเรื่องราวของญี่ปุ่นยุคที่เกิดการเปลี่ยนแปลงทางความคิดและความเชื่อครั้งใหญ่ ค่านิยมหลายๆ อย่างไม่ว่าจะเป็น “ซามูไรเป็นใหญ่” “การค้าเป็นสิ่งเสื่อมเกียรติซามูไร” “แคว้นสำคัญกว่าประเทศ” “ตระกูลโตคุงาวะคือความถูกต้อง” เริ่มถูกสั่นคลอน
ความน่าสนใจของซีรีส์เรื่องนี้ก็คือวิธีคิดของ “เรียวมะ” เองที่มองข้ามปัจจุบันไปยังอนาคต มองข้ามระบอบการปกครองแบบเก่าๆ ที่เริ่มเสื่อมถอย เขาเสนอแนวทาง “เลิกระบบแคว้น เน้นความเป็นประเทศ” ทำให้คนญี่ปุ่นก้าวข้ามความขัดแย้งระหว่างแว่นแคว้น หันมารวมตัวกันเป็น “ประเทศ” ในรูปแบบใหม่ๆ โดยใช้ “อำนาจจักรพรรดิ” เป็นธงนำ ขับไล่ตระกูลโตคุงาวะออกไป
เรียวมะไม่เคยไปต่างประเทศเลยสักครั้ง แต่เขายอมเปิดรับเทคโนโลยีใหม่ๆ จากต่างประเทศ ไม่ว่าจะเป็นการเดินเรือ การค้า การสร้างสัมพันธ์กับต่างชาติ เขายอมทรยศต่อขนบแบบเดิมๆ ทำตัวเป็น “ซามูไรหนีแคว้น” ที่มีความผิดถึงขั้นประหารเมื่อกลับแคว้นบ้านเกิด เพื่อร่วมสร้างกองทัพเรือตามอุดมการณ์ที่ตนเชื่อ

เมื่อมองย้อนดูแล้ว ญี่ปุ่นในยุคสมัยอันวุ่นวายของเรียวมะ ก็เทียบได้กับประเทศไทยในปัจจุบัน ที่เกิดความแตกแยกทางความคิดของคนในประเทศ และกำลังเผชิญกับภัยคุกคามแบบใหม่ๆ จากระบบโลกโลกาภิวัฒน์ ซึ่งไม่อนุญาตให้ประเทศไทยปิดประเทศอยู่กับบรรยากาศอันสงบสุขแบบเดิมๆ ได้อีกต่อไป
บางที ประเทศไทยเราอาจจะต้องการคนอย่าง “เรียวมะ” ให้เกิดขึ้นมา ประสานรอยร้าวของคนในชาติ และมองทะลุความสับสนวุ่นวายในปัจจุบัน สร้างวิสัยทัศน์ของ “ประเทศไทยโฉมใหม่” ที่ยังไม่เคยมีใครมองเห็นมาก่อน
ติดตาม “เรียวมะ จอมคนพลิกแผ่นดิน” ได้ทุกวันพฤหัส-ศุกร์ 20.20 น ทางสถานี Thai PBS (ผู้ที่สนใจติดตามย้อนหลัง สามารถค้นหาคลิปวิดีโอได้จากอินเทอร์เน็ต)
วิดีโอแนะนำจาก Thai PBS




