Practical Report สาปภูษา : จุดจบของ “ชาย” เจ้าชู้ ?

โดย เจริญชัย ไชยไพบูลย์วงศ์

ก่อนจะอ่านเรื่องนี้ อยากแนะนำให้ลิ้มลองบทความนี้ จะเข้าใจเรื่องความเจ้าชู้ของทาวิธและผุ้ชายทั้งหลายมากยิ่งขึ้น

“การเมืองเรื่องบนเตียง : ความจริงที่ไม่มีใครอยากพูดถึง”

……………………………..

บางที “ความเจ้าชู้” อาจเป็นเครื่องมือชิ้นเอกของธรรมชาติ เพื่อช่วยดำรงเผ่าพันธุ์ของมนุษยชาติไว้

แต่ใครจะคาดคิดได้ว่า “ความเจ้าชู้” ของผู้ชายเพียงคนเดียว จะนำไปสู่ “เรื่องราวสุดพิสดาร” ที่กระทบต่อวิถีชีวิตของผู้คนอีกจำนวนมาก

“ไหมพิม” สาวสวยใสแสนซื่อ ที่ต้องตกเป็นเหยื่อแห่งการแก้แค้นจากวิญญาณในอดีตชาติของ “เจ้าสีเกด” ที่เข้าสิงเธอเพื่อใช้เป็นเครื่องมือในการหลอกล่อ “ทาวิธ” ให้เลิกรากับ “ปรีชญา” คู่รักตัวจริงในอดีตชาติที่ตามมารักกันทุกชาติภพได้อย่างน่าชื่นชม

ทว่าในความโชคร้ายของ “ไหมพิม” นั้นได้แฝงความโชคดีไว้ ท่ามกลางการตกเป็นเครื่องมือของวิญญาณ “เจ้าสีเกด” เธอกลับได้พบรักกับ “พชร” ชายหนุ่มที่ดีงามและยึดมั่นในความรัก

ความรักที่งดงามไม่เคยได้มาโดยง่ายดาย

“พชร” ชายหนุ่มแสนดีที่หลงรัก “ไหมพิม” นั้น ได้เกิดอาการพ่อแง่แม่งอน จนถึงขั้นหึงหวง เมื่อพบว่าหญิงสาวที่ตนเองหลงรักทั้งความงามและความดีนั้น กลับมีบุคลิกตรงข้ามกับภาพที่แลเห็น นั่นคือ เธอกลายเป็นสาวน้อยจอมยั่วยวนผู้ชาย เมื่อคราลับหลังผู้คน

ผู้ที่ติดตามละครช่อง 3 เรื่อง “สาปภูษา” นี้ คงจะรู้สึก “หมั่นไส้” กับพระเอก ที่คอยพูดจากระแหนะกระแหนนางเอก แต่หากนึกถึงความจริงว่า “พระเอก” ย่อมไม่แม้แต่จะคิดว่า “ไหมพิม” ที่เขาหลงรักและบูชานั้น จะมี “วิญญาณร้าย” สิงสถิต เพื่อให้เธอคอยหลอกล่อผู้ชาย ดังนั้น ผู้ชมทั้งหลายจึงมีเหตุผลที่ดีในการอภัยให้พระเอกที่แสนดีคนนี้

หากทว่า ความรักครั้งนี้ย่อมไม่อาจสมหวังได้เลย ถ้าหากไหมพิมไม่มีพฤติกรรมแสนดีที่มากล้นเกินกว่าคนธรรมดา จนสามารถสร้างความแตกต่างขัดแย้งระหว่างความดีกับความเลวได้มากเพียงพอที่จะสะกิดความสงสัยใคร่รู้ของ “พชร” จนทำให้ต้องติดตามวิถีชีวิตของไหมพิมต่อไป และในที่สุดก็สามารถค้นหาความจริง และนำไปสู่ความรักที่สมหวังในท้ายที่สุดได้

บทเรียนจากเหตุการณ์นี้ คือ หลายครั้งในชีวิตคนเรา อาจมีความเข้าใจผิดเกิดขึ้นได้เสมอ เนื่องจากสิ่งที่เห็นและเชื่อว่าจริงนั้นอาจมีความจริงที่ซับซ้อนกว่าอยู่เบื้องหลัง ดังนั้น ความเชื่อใจจึงเป็นสิ่งจำเป็นในเบื้องต้น เพื่อที่จะสามารถสืบสวนหาความจริงให้กระจ่างชัดต่อไป

ความดีเพียงอย่างเดียว อาจไม่เพียงพอสำหรับความรัก

ความพยายามของ “พชร” กำลังจะสิ้นสุดลง โดยเฉพาะเมื่อ “ความไม่ไว้ใจ” ในตัวไหมพิม กำลังจะทำให้เธอเดินจากไปอย่างไม่มีวันหวนกลับ แต่แล้ว “ความกล้า” ได้ผลักดันให้ “พชร” ต้องตัดสินใจไปงอนง้อสาวคนรัก

“ถ้าเราคบกัน อย่างมากก็ร้องไห้ อกหัก แต่เราไม่ตายหรอก แล้วทำไมไม่ลอง ทำไมไม่เสี่ยงดู ทำไมล่ะไหมพิม”

ความกล้าเป็นคุณสมบัติที่ดีของมนุษย์ ที่สำคัญ ความกล้าย่อมดึงดูดความกล้า จนในที่สุดมนุษยชาติทั้งมวลจึงได้ร่วมกันรังสรรค์อารยธรรมและสิ่งสวยงามมีคุณค่ามากมายบนโลกใบนี้ให้พวกเราในปัจจุบันได้ชื่นชมกันอย่างมิรู้อิ่ม

ไหมพิมที่ดูเหมือนอ่อนแอและบอบบางตามแบบฉบับนางเอกไทยนั้น กลับเกิดแรงบันดาลใจจาก “ความกล้า” ของพชร ทั้งที่เธอรู้ดีว่า หากคิดจะคบกันต่อไปนั้น เธอน่าจะเป็นคนที่เดือดร้อนที่สุด

“ไหมพิมครุ่นคิดหนัก แล้วในที่สุดก็พับร่มเก็บ ไม่ใช้แล้ว ยอมตากฝน เพราะพชรเองก็กำลังเปียกปอนอยู่เพื่อตนเหมือนกัน ไหมพิมเงยหน้าขึ้นมองฟ้า ฝนตกลงมาโปรยปรายทั้งคู่เปียกปอน ในที่สุดก็ตัดสินใจได้

ถ้าอยู่ในบ้าน อยู่ในร่ม เราคงไม่รู้ว่าโลกนี้ ก็มีสายฝนอยู่ ฝนที่อาจทำให้เราไม่สบาย แต่ฝนไม่ทำให้เราตายหรอก บางทีนะ เราอาจจะรู้จักชีวิตของเรามากขึ้นจากสายฝนก็ได้…”

ความดีและความกล้า ในบางครั้งยังไม่เพียงพอที่มนุษย์จะเดินฝ่าความยากลำบากและสามารถมีชีวิตที่แสนสุขโดยสมบูรณ์ได้ มนุษย์ยังต้องการ “ความรู้ลึกซึ้ง” ที่จะช่วยปลดปล่อยตนเองออกจากปัญหาและอุปสรรคทั้งมวลอีกด้วย

ความรู้ในเรื่องผ้าและวิถีชีวิตผู้คนในสมัยโบราณ อาจเป็นเรื่องที่คนในปัจจุบันละเลยไม่ใส่ใจ แต่ในบางครั้งการได้เรียนรู้เรื่องราวบางอย่างด้วยความรักและทุ่มโดยไม่หวังสิ่งตอบแทน อาจนำมาซึ่งประโยชน์ยิ่งใหญ่ในสักวันหนึ่ง หรืออาจนำไปสู่การคลี่คลายปัญหาบางอย่างในชีวิตได้

นอกจากต้องศึกษาเรื่องผ้าโบราณ เพื่อที่จะเข้าใจปัญหาทั้งมวลที่เชื่อมร้อยโยงใยกับบุญคุณความแค้นของ “เจ้าสีเกด” อย่างสลับซับซ้อนแล้ว การที่ “ทาวิธ” ต้นเหตุแห่งปัญหาได้แลเห็นอดีตชาติของตนอย่างแจ่มแจ้งนั้น ย่อมนำไปสู่ความเข้าใจในปัญหาอย่างถ่องแท้ ที่ไม่ใช่เพียงความเข้าใจในระดับความคิดเท่านั้น ความเข้าใจที่แท้จริงนี้เอง ที่นำพาไปสู่การแก้ปัญหาที่ต้นตอสาเหตุได้อย่างถูกต้องและงดงามเป็นที่สุด

แน่นอนว่า ปัญหาที่สั่งสมมานานนับร้อยปีนั้น ย่อมไม่อาจแก้ไขโดยง่าย แต่เมื่อทุกคนมีความเข้าใจอย่างถ่องแท้และร่วมมือกันอย่างเต็มที่ท่ามกลางอุปสรรคที่คุกคามนั้น ในที่สุด ปัญหาซึ่งหนักหนานั้นย่อมสามารถคลี่คลายลงได้

“ทาวิธ” ที่ตระหนักในพิษภัยความเจ้าชู้ของตนเอง ซึ่งทำให้คนรักต้องตายครั้งแล้วครั้งเล่า อีกทั้งยังทำให้เหยื่อความรักนั้นต้องมาตามล้างตามล่าทุกภพชาติไม่ยอมไปผุดเกิด ทั้งหมดจึงทำให้ “ทาวิธ” สามารถตัดสินใจแก้ปัญหาอย่างชาญฉลาดที่สุด

“อาตมาบอกเธอว่า แม้อาตมาจะมีความรักให้เธอแบบที่เธอต้องการไม่ได้ แต่อาตมาจะรักเธอด้วยความเมตตา ความรักด้วยเมตตาบริสุทธิ์ไม่หวังสิ่งตอบแทน เป็นรักที่ยาวนานกว่ารักใดๆ…
…อาตมาจะบวชตลอดชีวิต บวชให้คุณ…สีเกด อาตมาบอกสีเกดว่า…หากวิญญาณของเธอต้องกลายเป็นวิญญาณเร่ร่อน ขอให้ติดตามมาอยู่กับอาตมา เพื่อทำบุญร่วมกัน อาตมากับเธอจะได้อยู่ด้วยกันบนเส้นทางแห่งความรักและเมตตาที่บริสุทธิ์จริงๆ ไม่ใช่ความแค้นเหมือนเมื่อก่อน”

แน่นอนว่า การบวชตลอดชีวิตของทาวิธนั้น อาจจะเกิดปัญหาขึ้นได้ ถ้าปรีชญาออกแรงขัดขวาง เพราะในช่วงเวลานั้น “เจ้าสีเกด” แทบไม่มีอำนาจต่อรองหลงเหลืออยู่เลย อย่างไรก็ตาม ปรีชญาที่เป็นคนดีมาตลอดทุกชาติ แม้จะรู้สึกโกรธเจ้าสีเกดที่ทำร้ายเธออย่างโหดร้ายถึงชีวิตในทุกชาติภพ แต่ปรีชญาก็ยังยืนหยัดที่จะเป็นผู้หญิงแสนดี ทว่าไม่ใช่ความดีแบบใส่ซื่อที่น่าเบื่อหน่าย แต่เป็นความดีที่เกิดจากความพยายามเข้าใจทุกคนในจุดยืนของคนๆนั้น เธอจึงสามารถรักและอภัยทุกคนได้อย่างชาญฉลาด ในครั้งนี้เธอก็ยังรู้สึกซาบซึ้งในการตัดสินใจอย่างเสียสละของทาวิธ ที่สามารถยุติปัญหาทั้งหมดอย่างหลักแหลมที่สุด ที่สำคัญยังไม่ใช่การฝืนใจ แต่เป็นการแปรวิกฤตเป็นโอกาส เพื่อคลี่คลายปมในใจที่อาจทำให้ชีวิตของตนและคนรักต้องไร้ความสุขไปตลอดกาล

“ชีวิตผมไม่มีวันเหมือนเดิมอีกแล้ว ผมรู้สึกผิดกับคุณกับณีและปั๋มมาก ผมคงแต่งงานกับปั๋มไม่ได้

…ปั๋มเข้าใจวิธค่ะ เราคงมีชีวิตครอบครัวที่มีความสุขไม่ได้หรอกสีเกด ทุกคนกำลังรับกรรมของตนเอง ความพลัดพราก ชีวิตที่เป็นทุกข์ เหมือนที่คุณได้รับ”

ปัญหาที่สำคัญสุด คือ วิญญาณของเจ้าสีเกด ซึ่งไม่อาจเป็นสุขได้โดยง่าย เพราะความแค้นได้ฝังแน่น จนยากจะแก้ไขด้วยวิธีง่ายๆ ได้อีกต่อไป จะต้องเป็นความเสียสละที่หนักหน่วงของทาวิธเท่านั้น จึงจะแก้ไขปัญหาทั้งหมดได้

อาจดูเหมือนเกินเลยไปบ้าง ที่ชายเจ้าชู้อย่าง “ทาวิธ” จะยอมสละชีวิตของตนเพื่อเข้าสู่พรหมจรรย์ได้ แต่เราต้องไม่ลืมว่า “ความรุนแรง” ของการได้เห็นอดีตชาติและผลสะเทือนจากความเจ้าชู้ของตนนั้น ย่อมทำให้เกิดความรู้สึกแรงกล้าเพียงพอที่จะเปลี่ยนแปลงชีวิตครั้งยิ่งใหญ่ได้

ที่สำคัญ การใช้ชีวิตเยี่ยงนักบวชนั้น ยังอาจมีความสุขยิ่งกว่าคนธรรมดาที่ต้องเผชิญรักโลภโกรธหลง ไม่สิ้นสุด แน่นอนว่า น้อยคนนักที่จะต้องการใช้ชีวิตเช่นนี้ แต่ก็น้อยคนนักเช่นกัน ที่จะเจอประสบการณ์เช่น ทาวิธ ดังนั้น การตัดสินใจเดินบนเส้นทางสายนี้ จึงน่าจะให้ความสุขมากกว่า การแต่งงานกับคนรักและต้องทนทุกข์ทรมานเพราะความสำนึกผิด

ท้ายที่สุดแล้ว การจบอย่างมีความสุขของละครเรื่องนี้ อาจดูเกินจริงไปบ้าง แต่อย่างน้อย บทเรียนเรื่อง “ความดี ความกล้า และความรู้ลึกซึ้ง” ย่อมควรค่าต่อการนำมาไตร่ตรองและประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวันได้

บทส่งท้าย : อาถรรพณ์ของ “สาปภูษา”

เมื่อวันพุธที่ผ่านมา ผมตัดสินใจออกจากบ้าน ทั้งที่ยังรู้สึกง่วงนอน อ่อนเพลีย ผมต้องออกมาเพราะสัมผัสได้ว่า สหายรักคนหนึ่งต้องการกำลังใจและการพูดคุยปรับทุกข์จากผม โดยเฉพาะเมื่อวิกฤตเศรษฐกิจโลก ได้ทำให้เพื่อนผมคนนี้ขาดแรงจูงใจต่ออนาคต ทุกสิ่งดูมืดมน

หลังจากเสร็จภารกิจ ผมรีบกลับบ้าน เพื่อที่จะมาติดตามละครเรื่องหนึ่ง ปกติผมไม่ใช่คนติดละคร แต่เรื่องนี้มีเสน่ห์บางอย่างต่อผม

รถเมล์เริ่มแล่นช้าลงเมื่อใกล้ถึงบ้านผม รู้สึกว่ามีบางสิ่งผิดปกติ พอลงจากรถจึงทราบว่า ในหมู่บ้านไฟดับ ผมไม่อยากกลับบ้านไปอยู่ในสภาพมืดมิด และร้อนอบอ้าว จึงไปนั่งรับประทานน้ำตกเนื้ออย่างเอร็ดอร่อย เพื่อรอไฟสว่างอีกครั้ง

เมื่อตอนเริ่มต้นย้ายมาอยู่เมื่อสิบกว่าปีที่แล้ว บ้านผมมักจะไฟดับบ่อยมาก แต่ต่อมาเริ่มพัฒนามากขึ้น โดยนานๆครั้งจึงจะดับ และไม่กี่ชั่วโมงก็ฟื้นคืนได้ แต่ครั้งนี้วิกฤตหนัก ผมนั่งอ่านหนังสือรอที่ร้านตั้งนาน จนร้านปิด น้องผมโทรเข้ามาตาม แต่ไฟก็ยังไม่มา

ผมข้ามไปอีกฝั่ง เพื่อเข้าร้านเซเว่นฯ ที่ไฟไม่ดับ เพื่อเติมเงินโทรศัพท์ และจิบเครื่องดื่มคลายความอ่อนล้า ขณะที่กำลังจะกลับเข้าบ้าน เพื่อนผมอีกคนได้โทรเข้ามาและคุยกันนับชั่วโมงได้

ผมรีบกลับบ้าน เมื่อปิดประตูบ้านเรียบร้อยแล้ว ผมแทบมองไม่เห็นอันใด แต่มีแสงสว่างบางอย่างอยู่ที่ชั้น 2 ผมจึงเดินฝ่าความมืดมิดเพื่อขึ้นไปที่นั่น และผมก็พบ “เปลวเทียน”

ผมตระหนักทันทีว่า ชีวิตในเมืองทำให้เราอ่อนแอ แน่นอนว่า ผมก็ยังคงบ่นและเบื่อหน่ายตามเคย แต่สิ่งที่ต่างออกไปจากการไฟดับทุกครั้ง คือ ผมกลับรู้สึกมองเห็น “ความงาม” ในความมืดมิดและตกระกำลำบาก

ประสบการณ์ความทุกข์ยากของผมในช่วง 3-4 ปีที่ผ่านมา ได้ทำให้ผมลดทอนความโรแมนติคลง ดังนั้น การมองเห็น “ความงาม” ในครั้งนี้ จึงน่าจะมี “ความหมาย” บางประการ ผมรู้สึกว่า ในยามมืดมิดนั้น ทำให้มนุษย์ได้ใช้ประสาทสัมผัสอย่างเข้มข้นขึ้น เลิกการทำกิจวัตรประจำวันอย่างเฉยชา เพื่อจะเร่งรีบไปทำงานหาเงินแต่เพียงเท่านั้น

“ไฟดับ” ได้ทำให้มนุษย์หันกลับมาสนใจประสาทสัมผัสของตนเองมากขึ้น ตระหนักใน “ความงาม” ของห้วงปัจจุบันขณะอย่างลึกซึ้งดื่มด่ำยิ่งขึ้น

หากทว่า “ความจริง” ที่โหดร้าย กำลังทำลายความงามที่ผุดขึ้นมาท่ามกลางความมืดมิด การนอนหลับนั้นต้องการความสบาย แต่อากาศที่ร้อนอบอ้าวทำให้ผมประสบภาวะนอนไม่หลับ ผมยังอดทนและอารมณ์ดี โดยคิดว่า เราอาจนั่งสมาธิหรือนั่งไตร่ตรองบางสิ่งได้ แต่ในใจก็แอบกังวลลึกๆว่า ไม่รู้ภาวะอับจนนี้จะคงอยู่นานเท่าไร

ผ่านไปเพียง 5 นาที ผมรู้สึกถึงความสว่างจากห้องน้ำ โชคชะตาเมตตาผมอีกวาระ แต่ครั้งนี้ต่างออกไป เพราะผมทำใจยอมรับได้ก่อนแล้ว ที่สำคัญ วิกฤตครั้งนี้ ผมไร้ความหวังโดยสิ้นเชิง เพราะไฟดับนานกว่าปกติ และผมคิดว่ามันจะดับไปอีกนานพอดูทีเดียว

ในห้วงเวลาที่แสนปิตินี้ ผมไม่แน่ใจว่าควรจะดีใจในเรื่องใดมากกว่ากัน ระหว่างปาฏิหาริย์ที่แสงไฟเจิดจ้าได้สว่างขึ้นมาท่ามกลางความมืดมิดอันยาวนาน หรือ ปาฏิหาริย์ในใจตนเองที่นิ่งสงบเยือกเย็นและพร้อมเผชิญทุกสภาวะ

แน่นอนว่า ผมรู้สึกเศร้าเสียดายอย่างยิ่งที่ไม่ได้ดูฉากที่น่าประทับใจที่สุด ซึ่งนางเอกยินยอมเปียกฝนพร้อมพระเอก และได้กล่าวเปรียบเปรยถึงความกล้าในการเผชิญสายฝนที่อาจทำให้เหน็บหนาวเปียกปอน แต่ก็ทำให้ได้เรียนรู้อะไรมากมายเช่นกัน

ฝนตกหนักที่ทำให้บ้านผมไฟดับในครั้งนี้ แม้ว่าตัวผมจะไม่เปียกปอน แต่การต้องเผชิญกับความมืดมิดและร้อนอบอ้าวนั้น ก็ทำให้ผมได้เรียนรู้อะไรมากมายจริงๆ

คำขอบคุณ

ขอบคุณเรื่องย่อจาก “ชีวิตดารา” และ เว็บไซต์กระปุก Kapook
ขอบคุณ “ช่อง 3″ ที่จัดหาเรื่องดีๆแบบนี้มาให้ลิ้มรส
ขอบคุณ pantip ที่ทำให้ได้อ่านบทวิจารณ์ดีๆมากมาย

  • http://g41act.multiply.com Ink

    คุณเจริญชัยติดหนังเรื่องเดียวกับผมเลยครับ ผมก็รอให้ถึงทุกวันพุธพฤหัส จะได้ดู ผมชอบเรื่องนี้มากๆ เหมือนกัน บอกไม่ได้ว่าเพราะอะไร

    แต่ถ้าคุณเจริญชัยอยากจะดูย้อนหลังก็ได้นะครับ เข้าไปที่ Youtube ครับ แล้ว Search คำว่าสาปภูษา (จริงๆ แล้ว youtube มีหนังไทยเยอะมากๆ ครับ หนังฝรั่ง หนังจีน(พากษ์ไทยด้วย) มีหมดครับ) คนอยู่เมืองนอกอย่างผมไม่เงียบเหงา ก็เพราะมีคนใจดี คอยโหลดใ้ห้ดูนี่แหละครับ

  • pichaya

    อ่า คุณเจิรญชัยชื่อเล่นชื่อ big เหรอครับ

  • pichaya

    อ่อขอโทษทีดูตำแหน่งชื่อผิดที่ แต่ก็สงสัยอยู่ดีว่าทำไมถึงต้องมี “เขียนโดย big”

  • เจริญชัย

    ขอบคุณครับทุกท่าน

    ผมชื่อเล่น Big นะครับ อันนี้เป็นรหัส log in เวลาเข้าไปโพสต์

    ถ้าว่างๆ จะติดตามเข้าไปดูใน you tube แต่ตอนนี้ อาจไม่ว่างแม้จะติดตามแล้ว

    แอบอ่านไปจนจบแล้ว อิอิ เร็วกว่า เสียเวลาน้อยกว่า

    หวังว่า บทวิเคราะห์นี้ จะพอใช้ได้นะครับ

  • Pu สุดสวยเองค่า

    แหม เข้ามาอ่านเป็นครั้งแรก ไม่ต้องอ่านชื่อ ดูจากสำนวนก็รู้แล้วว่าเป็นพี่บิ๊กเขียน
    เรื่องนี้ดูเหมือนกัน ก็สนุกดีตามประสาละครไทย แต่ว่าช่วงนี้ละครไทยย่ำอยู่กับที่รึเปล่าน่ะ พี่ว่าไง? พล็อตเรื่องดูไม่หลากหลาย แล้วบางทีก็พยายามยัดเยียดคุณธรรมเข้ามาเพื่อให้ดูว่าเป็นละครที่สร้างสรรค์

    อยากดูละครดีๆที่คำพูดไม่ต้องสวยหรูเกินมนุษย์ปกติทั่วไป สอดแทรกข้อคิดให้สมจริง ไม่ยัดเยียด…รอต่อไป คงจะมีสักวัน

  • เจริญชัย

    น้องปู สุดสวย ตามมาจริงๆด้วย

    วันก่อนพึ่งคุยกับรุ่นพี่คนหนึ่ง เขาบอกว่านิยายน้ำเน่าไทยก็มีพัฒนาการบางอย่าง
    แต่บางอย่างก็ล้าหลัง

    แอบเชียร์ให้ปูเขียนนิยายเล่มแรกในชีวิตสักครั้ง เผื่อจะมีคนนำไปสร้างหนัง
    เมืองไทยจะได้มีหนังน้ำดีดูกันสักที

  • เจริญชัย

    คุณ Ink และ น้องปูสุดสวยครับ

    ขณะที่เขียนบทความนี้ อยู่ๆ ก็นึกถึงคำพูดเปิดบทความสุดคลาสสิค ที่ว่า

    “บางทีความเจ้าชู้ อาจเป็นเครื่องมือชิ้นเอกของธรรมชาติ เพื่อช่วยดำรงเผ่าพันธุ์ของมนุษยชาติไว้”

    ก็ไม่แน่ใจว่าจะเกี่ยวกับเรื่อง “สาปภูษา” แค่ไหน

    แต่วันก่อน โดนน้องบอล หลอกไปงานสัปดาห์หนังสือด้วยความเข้าใจผิดว่า “หวงอี้” เสด็จมาเปิดตัวหนังสือใหม่

    หากทว่าในความโชคร้ายนั้น ก็มีความโชคดีเหลือหลาย
    1. ได้หนังสือ “ผู้พิชิตดาราจักร” ผลงานเล่มใหม่ของหวงอี้มาฟรีๆ อิอิ ในฐานะนักเขียนและสื่อมวลชน ใครๆก็อยากเอาใจ
    2. แม้ว่าคุณก่อศักดิ์จะบอกว่า “นิยายวิทยาศาสตร์” ของหวงอี้ สนุกสนานน่าสนใจ แต่ในทางสวนตัวยังยึดติดกับ “นิยายกำลังภายใน” หากทว่า เพราะการโดนหลอกมางานนี้แท้ๆ จึงทำให้เราได้ฟังผู้สัมมนาพูดถึงเนื้อหารายละเอียด

    สุดท้าย เมื่อได้ลิ้มรส “ผู้พิชิตดาราจักร” กลับพบว่ามีความโดดเด่นเป็นเอกยิ่งนัก

    ที่สำคัญ พระเอกของเรื่อง “ฟางโจว” ก็เริ่มต้นจากการเอาตัวรอดบนดาวที่แสนโหดร้าย ดังนั้น การปรับตัวของมนุษย์เพื่อให้อยู่รอดได้ ก็คือ การสืบพันธุ์

    การสืบพันธุ์จึงไม่ใช่เรื่องผิดศีลธรรม แต่กลับเป็นหน้าที่ เพื่อให้มนุษย์ดำรงเผ่าพันธุ์ต่อไปได้

    อย่างไรก็ตาม การประณาม เรื่องเพศในสังคมปัจจุบัน ก็ไม่ใช่ความงี่เง่าจอมปลอม เพราะปัจจุบันนั้น มนุษย์ไม่ได้ถูกคุกคามเหมือนในอดีตอีกต่อไป แตมนุษย์ต้องการความละเมียดละไมในการดำรงชีวิตมากขึ้น ดังนั้น ศีลธรรมในเรื่องเพศจึงถูกกำหนดขึ้นมา

    พูดง่ายๆ คือ ค่านิยมสังคม ย่อมเปลี่ยนไปตามกาลเวลาและบริบทสังคม จะยึดติดตายตัวไม่ได้ เราไม่ควรนำค่านิยมในสมัยหนึ่ง ไปตัดสินอีกสมัยหนึ่ง

    อย่างไรก็ตาม “เรื่องเพศ” ในสมัย post modern นี้ก็แตกต่างอย่างยิ่งจากสมัย modern โดยในสมัยหลายสิบปีที่ผ่านมา “เรื่องเพศ” ถูกเก็บกดอย่างยิ่ง แต่ในปัจจุบันมีความสลับซับซ้อนย้อนแย้งยิ่งขึ้น ซึ่งสุดที่จะมาเขียนบรรยายได้

    แต่ไม่ว่าจะซับซ้อนอย่างไร ก็ไม่อาจแยกขาดจากบริบทสังคมในช่วงนี้ที่มีความซับซ้อนย้อนแย้งไม่ต่างจากกัน โดยเฉพาะเมื่อความมั่งคั่งบริบูรณ์ของสังคม เริ่มเข้าสู่ยุคคลื่นลูกที่ 3 ซึ่งมี internet โทรศัพท์มือถือ Google Hi5 เป็นตัวขับเคลื่อนหลัก

    สุดท้ายก็ทำให้นึกถึงบทความชิ้นหนึ่ง ที่เพื่อนผมฝากให้ลงไว้

    http://www.siamintelligence.com/inconvenient-truth/

    ว่างๆ จะมาวิเคราะห์เรื่องเพศ ให้ลิ้มรสกันครับ อิอิ

  • s

    ชอบดูละครเรืองนี้เหมือนกัน ชอบองค์ประกอบหลายๆอย่างในตัวละครด้วยค่ะ ช่อง3 ทำออกมาได้ดีมากค่ะ นักแสดงทุกคนสืออารมณ์ได้อย่างลึกซึ้ง แม้กระทั่งพชร ซึ่งดูเรียบๆ เสียอย่างเดียวผีการะเกดดูน่ากลัวไปหน่อยค่ะ ทำให้เป็นผีสวยๆก็น่าจะพอแล้ว

    ถ้าเจอไฟดับหลังจากดูเสร็จนี่จะ ต้องผวาไปทั้งคืนแหงๆเลยคะ :)