Practical Report สมัครเขียนจดหมายระบายความในใจโดนยกป้ายที่ฮุสตัน มาร์คว่า “ผมไม่ชอบเลย”

นายณัฐวุฒิกล่าวว่า นายสมัครยืนยันว่าตลอดเวลาที่ถูกกระทำ ไม่ได้แสดงอาการตอบโต้ แต่เรื่องที่เกิดขึ้น คนเห็นนายสนธิ ลิ้มทองกุล แกนนำพันธมิตร ขึ้นเวทีที่ทำเนียบรัฐบาล พูดจาล้อเลียนเหยียดหยามซ้ำเติม ทำท่าทางเดินล้อเลียนเหมือนคนไร้เรี่ยวแรง จึงขอประณามการกระทำนี้ ทั้งที่นครฮุสตัน และที่ทำเนียบว่า ไม่ใช่การกระทำของวิญญูชนหรือผู้ต่อสู้เพื่อประชาธิปไตย นายสมัครเป็นอดีตนายกฯจากการเลือกตั้งของประชาชน และเป็นผู้ใหญ่ที่ทำคุณงามความดีให้ประเทศมากกว่านายสนธิ ไม่สมควรได้รับการกระทำอย่างนี้ อย่าคิดว่านี่คือการต่อสู้ที่ยิ่งใหญ่เพื่อประชาธิปไตย จะต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยได้อย่างไร ในเมื่อไร้ซึ่งมนุษยธรรม ไม่มีแม้แต่จิตใจที่จะป้องป้องศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ของคนร่วมชาติ โดยเฉพาะคนสูงอายุ 73 ปีที่เจ็บป่วยด้วยมะเร็ง อาการร้ายแรงถึงขั้นต้องหอบตัวเองและครอบครัวไปรักษาตัวถึงต่างประเทศ



“ท่านบอกว่า ตั้งแต่พ้นตำแหน่งไป ก็พยายามเก็บเนื้อเก็บตัว ไม่แสดงความเห็นใดๆ ทางการเมือง ผมจึงขอบอกไปยังนายสนธิ และผู้สนับสนุนพันธมิตรในต่างประเทศว่า ขอให้ปล่อยนายสมัครไป แล้วมาคิดบัญชีเอากับผมนี่ เพราะเรื่องนี้ไม่ควรเกิดขึ้น ไม่ว่ากับนายสมัคร นายสนธิ หรือ พล.ต.จำลอง ศรีเมือง ในยามเจ็บป่วย เพราะถือเป็นการกระทำที่ไร้ความเมตตาและเกินไป” นายณัฐวุฒิกล่าว

นายเทพไท เสนพงศ์ ผู้ช่วยเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า การเคลื่อนไหวของพันธมิตรก็คงไปห้ามไม่ได้ เพราะบางคนอาจเจ็บปวดกับสิ่งที่นายสมัครทำ แต่เมื่อพ้นจากตำแหน่งไปแล้ว และเจ็บป่วยด้วย ก็ควรจะอโหสิให้กัน ตนอโหสิให้ตั้งแต่วันที่ออกจากตำแหน่งนายกฯแล้ว

ด้านนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงเรื่องดังกล่าวว่า “เรื่องนี้ ผมไม่ชอบเลย”


จดหมายของนายสมัคร สุนทรเวช ที่ถูกอ่านออกอากาศรายการ “ความจริงวันนี้”
เรียน ท่านผู้ดำเนินรายการความจริงวันนี้ที่นับถือ

นับตั้งแต่ที่ผมพ้นจากตำแหน่งหน้าที่ที่ผมรับผิดชอบเรื่องบ้านเมืองไปแล้ว ผมก็ไม่พยายามที่จะแสดงความคิดเห็นอะไรที่เกี่ยวข้องกับทางการบ้านการเมือง โดยเมื่อเดือนเศษๆ ที่ผ่านมา ผมต้องเข้ารักษาตัวในโรงพยาบาลทางเมืองไทย และเมื่ออาการค่อยทุเลาลงแล้ว หมอทางเมืองไทก็ตกกับหมอทางสหรัฐอเมริกาที่เป็นผู้เชี่ยวชาญให้ผมเดินทางมารักษาตัวเพื่อให้อาการของโรคที่เป็นอยู่หายเสร็จเด็ดขาด

เมื่อตอนที่ผมอยู่เมืองไทย คนอย่างผมก็ไปไหนมาไหนโดยไม่เคยเจอใครที่จะมาแสดงอาการด่าทอว่ากล่าวผมตลอดระยะเวลา 7 เดือนที่ผมทำหน้าที่บริหารบ้านเมืองอยู่

ผมมาถึงเมืองฮุสตัน เมื่อเย็นวันที่ 5 พฤศจิกายน มีคนไทย 3-4 คน มายกป้ายด่าทอผม ด้วยถ้อยคำหยาบคาย กล่าวหาว่าผมเป็นไอ้คนขายชาติ และบอกว่ากรรมเวรไม่ต้องรอชาติหน้า ถือป้ายตั้งแต่ผมออกจากเครื่องที่ผมเดินทางกันไป 3 คนพ่อแม่ลูก กับญาติสนิทอีก 2 คนรวมเป็น 5 คน เข้าลิฟต์มันก็วิ่งถือป้ายเข้ามายืนอยู่ในลิฟต์ด้วย ออกไปรอเอากระเป๋าก็วิ่งเที่ยวชูป้าย เที่ยวถ่ายรูป ถ่ายดักหน้าดักหลัง ปากก็ตะโกนร้องคำเหมือนกับผมเป็นอาชญากรตัวสำคัญที่ทำลายบ้านเมืองออกมายืนรอรถข้างนอกประตู ก็ออกมาวิ่งเที่ยวชูป้ายวิ่งข้ามฟากถนนไปมา แล้วไอ้เจ้าผู้ชายก็มายืนตะโกนด่าอยู่ข้างรถที่ผมขึ้นไปนั่ง ว่าผมเป็นไอ้ขายชาติๆๆๆๆ ตะโกนอยู่ข้างรถเหมือนเจ็บแค้นใจแทนพี่น้องคนไทยทั้งชาติทำนองนั้น

ตลอดระยะเวลาที่ 3-4 คน เที่ยววิ่งแสดงกิริยาอย่างที่ว่า ผมไม่ได้แสดงกิริยาตอบโต้อะไร เพราะแม้แต่หน้าของเขา 3-4 คน ที่มาแสดงกันนั้น ผมก็ว่าไม่อยากมองหรือจดจำ

ผมคิดอยู่ในใจเพียงว่าเมื่อผมมีโอกาสนั่งเขียนหนังสือผมก็คิดจะเขียนมาถึงผู้จัดรายการความจริงวันนี้ เพื่อบอกความจริงให้พวกที่เขามาแสดงกันอย่างที่ว่า โดยที่คนพวกนี้เขาไม่เคยรู้หรือแกล้งไม่รู้เลยว่าใครเป็นใคร เช่น คนอย่างผมได้ทำอะไรให้กับบ้านเมือง ตลอดระยะเวลา 7 เดือนที่ผมอยู่ในหน้าที่ ผมจะบอกให้ว่าคนอย่างผม นายสมัคร สุนทรเวช นั้นเป็นนักการเมืองที่ไม่เคยแม้แต่จะคิดเรื่องเอาชาติบ้านเมืองไปขายให้กับใครที่ไหน

ตรงกันข้ามผมนี่แหละเป็นคนที่มีโอกาสทำหน้าที่เป็นคนกอบกู้สถานการณ์ของบ้านเมืองที่เกิดความเสียหายขึ้นภายหลังจากที่มีการยึดอำนาจการปกครองเป็นเวลาปีครึ่ง

ผมเป็นหัวหน้าของคณะผู้คนที่เข้ามารับตำแหน่งที่เป็นผู้บริหารบ้านเมือง อย่างถูกต้องตามตัวบทกฎหมาย
ตลอดเวลาที่ผมทำหน้าที่ทุกอย่าง อย่างไม่เห็นแก่ความเหน็ดเหนื่อยเพื่อกอบกู้สถานะของความเป็นชาติที่อยู่ในสังคมโลกที่ประเทศทั่วโลกเขาหันกลับมาร่วมมือในกิจการต่างๆ จนเกือบเป็นปกตินั้น ผมต้องทำงานหนักเพียงไร
ผมเป็นคนที่ทำหน้าที่รักษาพระศาสนา ตั้งแต่ก่อนแต่ไร จนเมื่อมาเป็นนายกรัฐมนตรีผมก็ยิ่งทำหน้าที่ปกป้องดูแลและส่งเสริมพระศาสนาที่คนไทยร้อยละ 95 ของบ้านเมืองเรานับถือ

ในความเป็นคนไทย ผมก็เป็นคนหนึ่งที่มีความจงรักภักดี และมีความเคารพเทิดทูน สถาบันสูงสุดของบ้านเมืองมาตลอด โดยไม่ต้องไปประกาศให้ใครในบ้านเมืองรู้ เพราะทั้งชีวิตผมและวงศ์ตระกูลผมที่สืบย้อนขึ้นไป 2 ชั่วคนได้สนองงานถวายพระราชวงศ์จักรี ทั้งคุณตา คุณลุง คุณพ่อและคุณตาของผม โดยเมื่อถึงยุคของผม ผมก็ได้สนองงานถวายทุกวาระที่ผมได้รับหน้าที่เป็นฝ่ายบริหารบ้านเมือง

อยากให้รู้ว่าแม้ผมจะทำหน้าที่เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม แม้จะเป็นเวลาเพียง 7 เดือน ผมก็ได้ทำหน้าที่ของผม ให้สถาบันที่มีหน้าที่ดูแลความมั่นคงของบ้านเมืองให้เข้าใจและไม่มีปัญหาที่จะไปทำให้เกิดความแตกแยกในกองทัพ รวมทั้งการให้ความสนับสนุนและส่งเสริมกิจการงานของกองทัพเป็นที่เข้าใจและพอใจของทุกฝ่าย

ในฐานะที่ประเทศไทยได้ดำรงตำแหน่งประธานกลุ่มประเทศอาเซียน ผมได้ทำหน้าที่ของผมในกลุ่มประเทศอาเซียน 10 ประเทศ กับประเทศคู่เจรจาไม่ว่าจะเป็น สหรัฐ หรือจีน ที่ผมมีโอกาสได้พบเจรจาความกับรับผิดชอบอยู่ คือ ผมประกาศและยืนยันที่จะรักษาระบอบประชาธิปไตยให้ยังคงอยู่กับบ้านเมือง โดยไม่ยอมให้ใครมาใช้อำนาจแบบอานารยะมาล้มระบอบการปกครองระบอบประชาธิปไตยที่มีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขที่เรามีและเป็นกันอยู่

เมื่อผมพ้นจากหน้าที่เพราะคำพิพากษาของศาลรัฐธรรมนูญ และผมไม่บอกรับเข้ารับตำแหน่งอีกเมื่อมีการแสดงจากการขัดข้องทางการเมือง ผมก็ถอยออกมาห่างอย่างที่ได้เรียนไว้ในตอนต้น

ที่ผมต้องทำ และต้องเขียนมาถึงรายการความจริงวันนี้ก็เพราะผมต้องการให้พี่น้องประชาชนคนไทยที่รู้จักผมมาตลอด ชี้นำในการดำเนินงานทางการเมืองของผม ว่าผมไม่เคยคิดว่าคนอย่างผมที่ได้เข้ามาทำหน้าที่ทางการเมืองในช่วงที่ต้องมากอบกู้สถานะของประเทศจนเป็นปกติ จะมาถูกคนไทยที่มาอยู่ต่างแดนที่แม้ว่าตั้งแต่เข้ามายังไม่เคยเห็นหน้ากัน มาแสดงอะไรกับคนอย่างผมที่เดินทางมารักษาตัวกันเพียง 5 คน อย่างที่เล่ามาให้ทราบแล้วในตอนต้น

คนพวกนี้ แม้จะออกมาอยู่ไกลคนละซีกโลกของบ้านเมืองเรา อาจจะได้เสพหรือรับรู้แต่ข่าวที่เป็นการให้ร้ายป้ายสีกัน ในการจะล้างผลาญเป็นทางการเมืองโดยไม่ลืมหูลืมตา และไม่ยอมรับรู้รับฟัง ความจริงอีกด้านโดยแยกไม่ออกว่าใครทำอะไร ให้บ้านเมืองมาอย่างไร จนมาคอยจ้องแสดงอาการอย่างที่ผมเล่ามาให้ฟังกันได้ เหมือนกับผมเป็นคนเลวทรามต่ำช้าที่เป็นผู้ทำให้บ้านเมืองเกิดความเสียหาย จนต้องมาเขียนป้ายประณามและมายืนตะโกนด่าซ้ำๆ ซากๆ ว่าผมเป็นไอ้ขายชาติๆๆ อยู่ข้างรถผม

ขอเล่าความทุกข์ใจของผมมาถึงพี่น้องประชาชนชาวไทยที่ยังมีใจเป็นชนชาติเดียวกันให้ทราบความจริงผ่านรายการความจริงวันนี้ ทั้งนี้ เพราะกิจกรรมที่ทำกันอย่างไม่ลืมหูลืมตาของคนกลุ่มเล็กๆ ที่กระจายกันทั่วไปในแหล่งที่มีคนไทยอยู่ทั่วโลกอย่างที่ทำกันนี้ เป็นกิจกรรมที่คนเป็นหัวโจกดำเนินการจะมีความภาคภูมิใจ อย่างไรก็ตามเถิด แต่นี่เป็นกิจกรรมที่ทำลายความเป็นชาติไทยที่มีความรักความผูกพันกันมายาวนานตลอดชีวิตของคนไทยเรา อย่างน่าเศร้าน่าสลดใจเป็นที่สุด

เหมือนอย่างชื่อหนังสือเล่มใหม่ของผมที่กำลังเขียนอยู่ที่ผมให้ชื่อว่า “บางทีจะสายไป…หากคนไทยยังไม่ฉุกคิด”

ด้วยรักและคิดถึง
สมัคร สุนทรเวช

ที่มา – มติชน1,มติชน2, ภาพถ่ายจาก เว็บไซต์ชุมนุมคนไทยในนิวยอร์ค

  • หมื่น

    …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..