วิถีแห่งการอยู่รอดของธุรกิจในศตวรรษที่ 20 คือ ต้นทุนและคุณภาพ แต่นั่นคืออดีตที่ผ่านพ้นไปแล้ว นับจากนี้ไป “นวัตกรรมและความคิดสร้างสรรค์” จะกลายเป็นปัจจัยชี้ขาดในการเติบโตของธุรกิจ
Scenario จึงได้กลายเป็นเครื่องมือชิ้นใหม่ที่กำลังมาแรง ซึ่งองค์กรธุรกิจต่างปรารถนาให้เป็นเครื่องนำพาไปสู่นวัตกรรมและการรับมือกับอนาคต แต่หลายปีที่ผ่านมาก็ได้พิสูจน์ว่ายังมีปัญหาและความสับสนในการประยุกต์ใช้เครื่องมือแห่งนวัตกรรมชิ้นนี้
Scenario ในความเข้าใจของคนทั่วไป คือ การทำนายอนาคต แต่นั่นไม่ใช่จุดแข็งของ Scenario เพราะถึงแม้จะคาดการณ์อนาคตได้ ก็ไม่แน่ว่าองค์กรที่เต็มไปด้วยระบบราชการที่ปิดกั้นและเชื่องช้าจะสามารถแสวงหาประโยชน์จากอนาคตที่กำลังมาเยือนได้
Scenario จึงเป็นตัวแทนของศตวรรษที่ 21 ซึ่งตระหนักดีว่าโลกนี้ซับซ้อนผันผวนเกินกว่าจะสามารถทำนายชี้ชัดได้ ดังนั้น แทนที่จะหมกมุ่นในการวิเคราะห์ Scenario ได้ใช้ประโยชน์จากอนาคตที่เป็นไปได้หลายทาง ในการอัดฉีดมุมมองและแนวคิดที่หลากหลายให้กับพนักงาน เพื่อให้เกิดการสื่อสารเชิงกลยุทธ์และสร้างความร่วมมือระหว่างหน่วยงานผลิต การเงิน การตลาด และกลยุทธ์ ในการนำพาบริษัทไปสู่ความสำเร็จทั้งด้านนวัตกรรมและผลกำไร
จุดแข็งของ Scenario คือ การปลดปล่อยจินตนาการที่หลากหลาย ให้ไหลซึมซาบเข้าไปในร่างกายและจิตใจของพนักงานทุกคน เพื่อเตรียมพร้อมฉวยคว้าโอกาสและรับมือวิกฤตได้อย่างทันท่วงที ดังนั้น การทำนายอนาคตที่มีคำตอบเดียวแบบในศตวรรษที่ 20 จึงเป็นวิธีคิดที่ปิดกั้นความสำเร็จในการคิดค้นนวัตกรรม ยิ่งกว่านั้นยังนำไปสู่ความเบื่อหน่ายและความขัดแย้งในการทำงาน เนื่องจากความเห็นที่แตกต่างไม่ได้รับการใส่ใจ
Scenario ย่อมไม่ใช่การระดมสมองหรือการประชุมที่ยาวเหยียดน่าเบื่อ หากแต่เป็นการกระตุ้นให้พนักงานทุกคนได้มีส่วนร่วมกับองค์กร ได้ปลดปล่อยศักยภาพที่มีอยู่อย่างเต็มที่ แทนที่จะหมกมุ่นในงานประจำวันที่สร้างกำไรให้บริษัทเพียงน้อยนิด Scenario ยังเหนือกว่าระบบแรงจูงใจด้านผลตอบแทน ที่เน้นการทำงานหนักอย่างไร้จุดหมาย จึงไม่อาจรับประกันได้ว่าสินค้าที่ผลิตออกมามากมายนั้นจะสร้างผลกำไรหรือขาดทุนให้บริษัท เพราะสินค้าที่ขาดแคลนนวัตกรรมนั้น ย่อมไม่อาจดึงดูดลูกค้าที่เอาแต่ใจในยุคนี้ได้อีกต่อไป
หากเข้าใจแนวคิดของ Scenario อย่างถูกต้องแล้ว การพัฒนาระบบ Scenario ขึ้นมาในองค์กร ย่อมไม่จำเป็นต้องใช้เงินลงทุนจำนวนมาก แต่ได้ผลตอบแทนที่ดีใกล้เคียงกับบริษัท Shell ต้นแบบของแนวคิด Scenario
1. สร้างทีมงาน “จินตนาการอนาคต”
หน้าที่ของผู้บริหาร คือ การกำหนดกลยุทธ์และค้นหาวิสัยทัศน์ที่สร้างความแตกต่างให้บริษัท แต่เนื่องจากบริษัทไทยขาดไร้นวัตกรรม จึงกลายเป็นว่า ผู้บริหารต้องไปทำงานปฏิบัติการ สุดท้ายจึงกลายเป็นการล้วงลูกพนักงานหรือจับกลุ่มกันเล่นเกมการเมือง
แทนที่จะปล่อยให้ผู้บริหารใช้เวลาหมดเปลืองไปกับสิ่งที่พนักงานประจำทำได้ดีอยู่แล้ว จึงควรนำทรัพยากรบุคคลที่มีเงินเดือนแสนแพงนี้ มาร่วมมือกันค้นหาและสังเคราะห์ข้อมูลเพื่อแสวงหาโอกาสใหม่ท่ามกลางอนาคตที่ผันผวน
“จินตนาการอนาคต” จึงเป็นโครงการนำร่องของ Scenario โดยผู้บริหารในแต่ละแผนกจะมาแลกเปลี่ยนมุมมองที่มีต่ออนาคตในอีก 5 ปีข้างหน้า ซึ่งบรรยากาศในการสนทนาจะต้องเป็นแบบ Informal ไร้พิธีรีตองที่ขัดขวางความคิดสร้างสรรค์ เพื่อปลดปล่อยความเครียดกังวลในการทำงานประจำวัน และทำให้สมองทั้งซีกซ้ายและซีกขวาได้ใช้ศักยภาพอย่างไร้ขีดจำกัด
ในช่วงเริ่มต้นนั้น ภาพจำลองอนาคตในอีก 5 ปีข้างหน้า ที่ทุกคนร่วมกันสร้างขึ้นมาอาจมีได้ถึง 100 แบบ แต่ย่อมไม่ใช่เรื่องที่ควรกังวลมากนัก สิ่งสำคัญคือ การทลายกรอบคิดที่จำกัดคับแคบของทุกคน เพื่อเป็นจุดเริ่มต้นไปสู่นวัตกรรมสร้างสรรค์
เมื่อเวลาผ่านไป ภาพจำลองอนาคตทั้ง 100 แบบย่อมถูกทดสอบจากสภาพความจริงและข้อมูลที่ไหลเวียนในกลุ่ม จนตกผลึกเหลือเพียงไม่เกิน 5 Scenario ที่เหมาะสมในการวางแผนกลยุทธ์
2. จากจินตนาการสู่ความเป็นจริง
การนำผู้บริหารของแต่ละแผนกที่อาจมีวิธีคิดและมุมมองอนาคตที่แตกต่างมาแลกเปลี่ยนอย่างไม่เป็นทางการนั้น นอกจากช่วยลดกำแพงการปกป้องตัวเองของผู้บริหารในแต่ละแผนกแล้ว ยังช่วยให้ผู้บริหารแต่ละคนได้เปิดรับความรู้ที่แปลกใหม่ทั้งจากผู้บริหารคนอื่น และจากมุมมองอนาคตที่แต่ละคนไปค้นคว้าวิจัยกันมา
หลังจากที่ฝึกฝนกระบวนการคิดแบบ Scenario จนกลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตแล้ว ก็สามารถเปิดประตูไปสู่พนักงานระดับกลางและระดับล่าง โดยการเลือกสัมภาษณ์มุมมองอนาคตของพนักงานในแต่ละแผนก เพื่อเชื่อมประสานระหว่างวิสัยทัศน์ในระดับบริหารกับวิถีปฏิบัติในระดับพนักงานให้เป็นหนึ่งเดียว
ข้อดีของกระบวนการนี้คือ พนักงานจะได้รับการอัดฉีดความรู้ในเชิงบริหาร โดยเฉพาะการฝึกคิดในภาพกว้างที่ครอบคลุมระดับประเทศ ซึ่งจะเป็นวัตถุดิบชั้นดีในการสร้างสรรค์นวัตกรรมให้บริษัท
ในทำนองเดียวกัน ผู้บริหารที่เหินห่างจากงานในภาคสนาม จะได้ดูดซับความรู้ในเชิงปฏิบัติ มาช่วยขัดเกลาให้วิสัยทัศน์และกลยุทธ์ที่คิดค้นขึ้นมีความเฉียบคมและปฏิบัติได้จริงยิ่งกว่าเดิม
หากไม่มี Scenario ก็ย่อมไม่อาจละลายพฤติกรรมของผู้บริหารและพนักงานในการน้อมใจเปิดรับความคิดที่แตกต่าง เพราะทุกคนก็ล้วนแต่หมกมุ่นกับความสำคัญในส่วนงานของตน จึงมีเพียงอนาคตในภาพกว้างที่หลากหลายแบบ Scenario เท่านั้น ที่จะช่วยให้ทุกคนในองค์กรเปิดใจยอมรับฟังซึ่งกันและกัน
3. Scenario เครื่องมือแห่งการสังเคราะห์อนาคต
“นวัตกรรม” ย่อมแยกไม่ออกจากบริบทสังคม บริษัทที่มีความเข้าใจอย่างลึกซึ้งถึงแนวโน้มแห่งอนาคต และความต้องการของผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไป ย่อมสามารถสร้างสินค้าและบริการซึ่งเป็นที่นิยมของตลาดได้อย่างต่อเนื่องและยั่งยืน
Scenario ยังยืนยันเช่นเดิมว่า “อนาคต” ไม่ใช่เรื่องที่ทำนายได้หรือมีเพียงคำตอบเดียว อย่างไรก็ตาม จินตนาการอนาคตของผู้บริหารแต่ละคน ผสมผสานกับสภาพความจริงที่พนักงานได้สัมผัสทุกวัน ย่อมเป็นเครื่องสะท้อนอนาคตได้เป็นอย่างดี ดังนั้น กระบวนการในข้อ 1 และ 2 ในท้ายที่สุดจึงนำไปสู่การหลอมรวมอนาคตที่เป็นไปได้ทั้งหมด เข้าไปอยู่ใน DNA ของบริษัท ที่สำคัญ ข้อมูลและการปฏิบัติงานซึ่งเคยมีกำแพงทางการเมืองภายในขวางกั้นอยู่นั้น ก็จะมลายหายไป กลายเป็นความเข้าอกเข้าใจและร่วมมือเพื่อไปสู่อนาคตที่ดีกว่าร่วมกัน
Scenario จึงเป็นเครื่องมือแห่งความสำเร็จของธุรกิจในศตวรรษที่ 21 โดยเฉพาะการอัดฉีด “ข้อมูล” เกี่ยวกับอนาคตที่แตกต่างหลากหลายเข้ามาในองค์กร เพื่อสร้างบรรยากาศที่เปิดกว้างในการเรียนรู้อนาคตจากกลุ่มคนที่แตกต่างหลากหลาย และจากวัตถุดิบความรู้อันอุดมสมบูรณ์นี้ก็ย่อมนำไปสู่กระบวนการสร้างนวัตกรรมที่ยอดเยี่ยมสอดคล้องกับความต้องการในใจลูกค้าอย่างแท้จริง
นวัตกรรมที่ดีจึงไม่ใช่ไอเดียเลิศเลอที่หลุดออกมาจากมันสมองอัจฉริยะ แต่เป็นกระบวนการสร้างสรรค์ของผู้เชี่ยวชาญในหลากหลายสาขา ที่ยินยอมแลกเปลี่ยนข้อมูลเชิงลึกซึ่งกันและกัน ทั้งการเชื่อมร้อย จัดระเบียบ คัดเลือก กลั่นกรอง และผสมผสาน (Recombine) อันนำไปสู่การผุดบังเกิด “สิ่งใหม่” อย่างแท้จริง
ความยิ่งใหญ่ของ Scenario ในฐานะกลยุทธ์สร้างนวัตกรรมในศตวรรษที่ 21
ปัญหาของธุรกิจในศตวรรษที่ 20 คือ ระบบโรงงานและการบริหารแบบสั่งการ ซึ่งแม้จะนำไปสู่ประสิทธิภาพในการผลิต แต่ก็ต้องแลกมาด้วยการตัดทอนรายละเอียดที่หลากหลายทิ้งไป จึงทำให้นวัตกรรมและการสร้างสรรค์เกิดขึ้นได้ยากในองค์กรแบบนี้
การรณรงค์ของฝ่ายบริหารที่ปรารถนาให้ทุกคนในองค์กรมาร่วมแลกเปลี่ยนข้อมูลซึ่งกันและกัน ย่อมเป็นแนวโน้มใหม่ในศตวรรษที่ 21 แต่ปัญหาคือ ระบบบริหารและวัฒนธรรมองค์กรไม่เอื้ออำนวยให้เกิดการแลกเปลี่ยนความคิดอย่างสร้างสรรค์ได้
Scenario จึงไม่ได้มีความวิเศษเลอเลิศประดุจตะเกียงอาลาดินที่จะเสกสร้างนวัตกรรมขึ้นมาในพริบตา แต่มันได้หยิบยื่นรูปแบบและสัญญลักษณ์ที่เหมาะสมในการดึงศักยภาพสูงสุดของพนักงานแต่ละคนออกมา ไม่ว่าจะเป็นการปลดปล่อยอนาคตให้เต็มไปด้วยความหลากหลาย การประชุมแบบไม่เป็นทางการ (Informal) ที่ทำให้มนุษย์ได้สัมผัสมนุษย์ ซึ่งนำไปสู่บรรยากาศผ่อนคลายและเปิดเผยข้อมูลเชิงลึก ทำให้ความรู้ที่ไหลเวียนในบริษัทเต็มไปด้วยคุณค่าและความเข้มข้นสูงสุด
คุณค่าของ Scenario อาจเป็นเพียงการแก้ไขปัญหาที่เล็กน้อยที่สุดของบริษัท แต่ก็เป็นปัญหาชี้เป็นชี้ตายของบริษัท นั่นคือ การสร้างรูปแบบที่เหมาะสมในการทำให้ “แรงงานมนุษย์” ได้ปลดปล่อยจินตนาการและความรู้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด
จุดอ่อนและข้อจำกัดของ Scenario
ความสำเร็จและล้มเหลวของ Scenario ย่อมพึ่งพาความสามารถของ “จิตใจ” ในการตีดความและเปิดรับอนาคตที่แตกต่างหลากหลาย ซึ่งเป็นลักษณะสำคัญของศตวรรษที่ 21อย่างไรก็ตาม ผู้คนในจุดเปลี่ยนผ่านของศตวรรษนี้ ยังมีความเคยชินของวิธีคิดในศตวรรษที่ 20 นั่นคือ ทุกสิ่งมีคำตอบเดียว การผลิตแบบสายพานคือ การผลิตที่มีประสิทธิภาพสูงสุด ดังนั้น การทำให้ทุกคนในองค์กรเปิดรับ “ข้อมูลอนาคต” ที่แตกต่างหลากหลายจึงเป็นเรื่องที่ต้องใช้จิตวิทยาและศิลปะในการชักจูงโน้มน้าวเป็นอย่างยิ่ง
การเลือกเฟ้น “ผู้ประสาน (facilitator) ” ที่มีความสามารถในการหลอมรวมและสังเคราะห์อนาคตจากมุมมองที่แตกต่างขัดแย้ง จึงเป็นจุดชี้เป็นชี้ตายของโครงการ Scenario ที่เจ้าของบริษัทจะต้องค้นหาด้วยสายตาเฉียบคม เพราะหากเลือกคนที่มีบุคลิกอ่อนโยนหรือแข็งกร้าวเกินไปแล้ว ก็ย่อมไม่อาจสร้างอนาคตที่เต็มไปด้วยความท้าทายได้
อีกจุดหนึ่งที่ต้องระมัดระวัง คือ “ข้อมูล” เป็นสินค้าที่ยากยิ่งในการประเมินคุณภาพ บางครั้งบทวิเคราะห์ที่ซื้อมาด้วยราคาแสนแพง กลับนำพาบริษัทไปสู่ทางเลือกที่ผิดพลาด ขณะที่ความคิดเห็นซึ่งได้มาโดยบังเอิญจากคนแปลกหน้า หลายครั้งได้นำไปสู่การตัดสินใจครั้งสำคัญของบริษัท ดังนั้น การลงทุนด้าน “ข้อมูล” ซึ่งจะเป็นวัตถุดิบในการอัดฉีดอนาคตที่แตกต่างหลากหลายให้กับบริษัท จะต้องคัดเลือกอย่างระมัดระวัง เพราะเป็นจุดชี้ขาดในความสำเร็จล้มเหลวของโครงการ Scenario
