Practical Report ซีเกมส์ 2011 – มหกรรมกีฬาแห่งภูมิภาคที่มาถูกเวลา

ซีเกมส์ (SEA Games) เป็นมหกรรมกีฬาของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้รวม 11 ประเทศ ที่จัดเป็นประจำทุกสองปี และมีรากเหง้ายาวนานมาตั้งแค่ ค.ศ. 1959 ในชื่อ “กีฬาแหลมทอง”

ในสายตาคนไทย ความนิยมในกีฬาซีเกมส์พุ่งถึงจุดสูงสุดในช่วงทศวรรษ 1990 แต่เมื่อเข้าสู่ทศวรรษที่ 2000 ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีการสื่อสาร และปัจจัยโลกาภิวัฒน์ ทำให้ซีเกมส์ถูก “กลบรัศมี” โดยมหกรรมกีฬาที่ใหญ่กว่าอย่างโอลิมปิก ฟุตบอลโลก และเอเชียนเกมส์แทน

นอกจากนี้ ปัจจัยเรื่อง “คู่แข่ง” ชิงเจ้าเหรียญทองที่สมน้ำสมเนื้อของประเทศไทย ยังมีส่วนสำคัญต่อความน่าตื่นเต้นติดตามของซีเกมส์ เพราะในอดีต ไทยกับอินโดนีเซียเป็น “คู่กัด” ชิงความเป็นเจ้าเหรียญทองมาโดยตลอด แต่หลังจากที่อินโดนีเซียประสบปัญหาการเมืองภายในในช่วงปลายทศวรรษ 1990 ความสามารถในการแข่งขันก็ถดถอยลงไป ทำให้การแข่งขันมาอยู่ที่ไทยกับมาเลเซียและเวียดนามแทน ซึ่งดีกรีความร้อนแรงก็เทียบไม่ได้กับสมัยที่ต่อสู้กับอินโดนีเซียอย่างเข้มข้น

ระยะหลัง คนไทยจึงสนใจกับเหรียญทองหลักหน่วยในโอลิมปิก และเหรียญทองหลักสิบในเอเชียนเกมส์ มากกว่าจำนวนเหรียญทองหลักร้อย (หรือเกือบร้อย) ที่เยอะจนไม่มีความหมายในซีเกมส์ มิหนำซ้ำ หลายคนที่ไม่ได้ติดตามข่าวกีฬามากนัก อาจไม่รู้ด้วยซ้ำว่ามีซีเกมส์แข่งขันอยู่ในขณะนั้น ต่างไปจากโอลิมปิกหรือเอเชียนเกมส์ที่มีข่าวเผยแพร่อย่างต่อเนื่องบนทุกหน้าสื่อในไทย

ความสำคัญของซีเกมส์ค่อยๆ จางหายไปเรื่อยๆ และกำลังจะตามรอย “กีฬาแห่งชาติ” ที่ถูกลืมไปแล้วอย่างน่าเศร้า

ซีเกมส์

แต่ซีเกมส์ 2011 ที่ประเทศอินโดนีเซีย ซึ่งจะจัดระหว่างวันที่ 11-22 พฤศจิกายน 2554 รอบนี้ กลับมีความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง

เหตุเพราะ ช่วงเวลานี้ “คนไทย” กำลังซึมเศร้าเหงาหงอยกับภาวะอุทกภัยครั้งใหญ่เป็นประวัติการณ์ ภาวะความเครียดจากน้ำท่วม เศรษฐกิจที่ล่มสลาย แรงงานมหาศาลที่สูญเสียงาน ส่งผลไปถึงครอบครัว คนรายรอบ และสังคมโดยรวม

การมาถึงของซีเกมส์ในสัปดาห์หน้า จึงถือว่า “มาถูกเวลา” เป็นอย่างมาก

ตอนนี้เราคงทำอะไรกับน้ำท่วมไม่ได้มาก เครียดมากไปอาจก่อให้เกิดปัญหาอื่นๆ ตามมา ดังนั้น มาจดจ่อกับการเอาใจช่วย “ทัพนักกีฬาไทย” ในการพิชิตซีเกมส์ดีกว่า

ซีเกมส์ครั้งนี้จัดขึ้นในสองเมือง คือ เมืองหลวงจาการ์ตา และเมืองปาเล็มบัง (Palembang) ในเกาะสุมาตรา (และเป็นเมืองหลักของการแข่งขันครั้งนี้) จำนวนกีฬาที่แข่งขันมีทั้งหมด 44 ชนิด ชิงเหรียญทองทั้งหมด 542 เหรียญ

ส่วนประเทศไทยจะได้เหรียญทองสักกี่เหรียญ ตัวเลขประเมินของแต่ละองค์กรก็ต่างกันออกไป แต่โดยรวมคาดว่าคงสู้ “เจ้าภาพ” อินโดนีเซียในฐานะเจ้าเหรียญทองได้ยาก

  • การกีฬาแห่งประเทศไทย ประเมิน 110-115 เหรียญทอง
  • สมาคมกีฬาไทย ประเมินเหรียญทองของแต่ละสมาคมรวมกัน 120 เหรียญทอง
  • สมาคมนักข่าวช่างภาพกีฬาแห่งประเทศไทย คาด 126 เหรียญทอง
  • พล.ต.จารึก อารีราชการัณย์ รองประธานและเลขาธิการคณะกรรมการโอลิมปิกแห่งประเทศไทย คาดว่าไม่ต่ำกว่า 100 เหรียญ

กีฬาสำคัญที่ทุกคนต้องจับตาคือ “ฟุตบอลชาย” ที่ทีมชาติไทยอดีตแชมป์ 8 สมัยติดต่อกัน ต้องพลาดท่าถึงขนาด “ตกรอบแรก” ในซีเกมส์ 2009 ที่ประเทศลาวอย่างเจ็บปวด และตั้งเป้าจะกลับมาทวงบัลลังก์แชมป์คืนอย่างมาก

ฟุตบอลซีเกมส์ครั้งนี้ ทีมชาติไทยอยู่ในสายแข็ง คือ ร่วมกับสิงคโปร์ มาเลเซีย (แชมป์เก่า) และอินโดนีเซีย (เจ้าภาพ) มีเพียงกัมพูชาประเทศเดียวที่มองได้ว่าอ่อนกว่าทีมไทย และไทยต้องแย่งเป็นอันดับ 1 หรือ 2 ให้ได้เพื่อเข้ารอบถัดไป

ฟุตบอลไทยจะลงเตะนัดแรกในวันพุธที่ 9 พฤศจิกายนนี้ โดยจะต้องพบกับแชมป์เก่าอย่างมาเลเซีย ส่วนพิธีเปิดการแข่งขันอย่างเป็นทางการจะมีขึ้นในวันที่ 11 พฤศจิกายน ถ่ายทอดสดทางโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทย

ย้ำอีกรอบว่า น้ำท่วมเครียดไปก็ไม่ช่วยให้น้ำลด และ “น้ำพริกถ้วยเก่า” อย่างซีเกมส์ก็มีดีกว่าที่คิด ระหว่างนี้หันมา “เอาใจช่วย” ทีมนักกีฬาไทยที่ฝ่าวิกฤตน้ำท่วมไปแข่งขันในฐานะตัวแทนของประเทศกันดีกว่า