โดย พ.อ. ดร. ธีรนันท์ นันทขว้าง
ธรรมาภิบาลในกิจการความมั่นคง-ภาวะเมื่อพลเรือนจะมาคุมทหาร ตอนที่ ๔/๔
4. ข้อเสนอแนะ
จากที่กล่าวมาในข้างต้นจะพบว่าแนวคิดของธรรมาภิบาลในกิจการความมั่นคง เป็นประเด็นที่ประเทศที่พัฒนาแล้วส่วนใหญ่ผลักดันให้เป็นเรื่องที่นานาประเทศจะต้องมีภายหลังจากหลังสงครามเย็นยุติลง ดังนั้นการที่กองทัพในฐานะที่เป็นหน่วยงานหลักที่ทำงานด้านความมั่นคง จึงมีความจำเป็นที่ต้องศึกษา ปรับเปลี่ยน และพัฒนากิจกรรมต่างให้สามารถรองรับกับภารกิจที่จะต้องปฏิบัติในอนาคตได้อย่างมีประสิทธิภาพ และการที่หน่วยงานด้านความมั่นคงของไทยจะมีธรรมาภิบาลได้นั้นจะต้องมีการดำเนินการดังต่อไปนี้
4.1 ยกระดับภาคประชาสังคมให้มีความเข้มแข็ง:
การส่งเสริมให้ภาคประชาสังคมมีความเข้มแข็งนั้นเป็นสิ่งที่ต้องเร่งดำเนินการ ทั้งนี้เพราะภาคประชาสังคมนั้นเปรียบเสมือนกับผู้ที่คอยทำหน้าที่ตรวจสอบการใช้อำนาจของฝ่ายต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายบริหาร นิติบัญญัติ ตุลาการ แม้กระทั่งข้าราชการ หรือ แม้กระทั่งภาคเอกชนต่างๆ เพราะประชาชนเป็นเจ้าของอำนาจที่แท้จริง โดยการที่จะส่งเสริมให้ภาคประชาสังคมมีความเข้มแข็งได้ ประเทศไทยจะต้องการมีการส่งเสริมในประเด็นต่างๆ ดังนี้
4.1.1 มีการออกนโยบายสาธารณะที่เปิดโอกาสให้ประชาชนและภาคประชาสังคมได้มีบทบาท หน้าที่ และรวมไปถึงการมีอำนาจในการตรวจสอบการทำหน้าที่ของภาคส่วนต่างๆ ในระดับที่มีความเป็นรูปธรรมและเหมาะสม
4.1.2 จัดให้ประชาชนทุกคนได้มีโอกาสทางการศึกษาในระดับสูงสุดเท่าที่เป็นไปได้ และให้ครอบคลุมมากที่สุด เพื่อยกระดับคุณภาพทางการศึกษาของประชาชนในประเทศ อีกทั้งยังเป็นการเพิ่มภูมิคุ้มกันและมีความรู้เท่าทันในสถานการณ์ความเป็นไปของประเทศ
4.2 รณรงค์ส่งเสริมสื่อมวลชนสร้างสรรค์
ความสำคัญของสื่อนั้นมีความสำคัญยิ่งในสภาวะแวดล้อมปัจจุบัน นอกจากนี้ความต้องการในการบริโภคข้อมูลข่าวสารของปัจเจกบุคคลมีแนวโน้มที่สูงมากขึ้นเป็นลำดับ ดังนั้นการทำหน้าที่ของสื่อจึงมีความสำคัญเป็นอย่างยิ่งต่อการตรวจสอบการดำเนินการต่างๆ ของภาคส่วนต่างๆ ในสังคม เพื่อนำไปสู่ความโปร่งใสตรวจสอบได้ อันเป็นปัจจัยพื้นฐานของธรรมาภิบาล การรณรงค์ส่งเสริมสื่อมวลชนสร้างสรรค์ ควรมีการดำเนินการดังนี้
4.2.1 สร้างความเข้มแข็งของประชาคมเครื่อข่ายสื่อมวลชน ด้วยการเน้นการมีส่วนร่วมระหว่างสื่อมวลชนที่เป็นสมาชิกในการร่วมกันนำเสนอข้อมูลข่าวสารที่เป็นจริง ถูกต้อง ทันเวลา และเป็นข่าวสารเชิงสร้างสรรต่อสังคมไทย โดยคำนึงถึงบทบาทในการเป็นเครื่องมือหนึ่งของสังคมในการทำหน้าที่ตรวจสอบ นโยบายสาธารณะที่กำหนดใช้โดยหน่วยงานภาครัฐ ความสัมพันธ์ระหว่างกลุ่มอำนาจที่อาจนำไปสู่การเอื้อประโยชน์ซึ่งกันและกัน การตรวจสอบการทุจริตและคอร์รัปชั่น เป็นต้น
4.2.2 ส่งเสริมจรรยาวิชาชีพ รวมถึงการพัฒนาองค์ความรู้ที่เกี่ยวข้องโดยตรงกับวิชาชีพและองค์ความรู้ในด้านอื่นๆ เพื่อให้มีลักษณะเป็นสหวิทยาการในมิติของการสื่อสารมวลชน อันนำไปสู่การยกระดับให้ผู้ที่ทำหน้าที่เป็นสื่อมีมาตรฐานในวิชาชีพที่สูง เป็นสากล คำนึงถึงผลประโยชน์ของส่วนรวม ไม่ตกอยู่ภายใต้อิทธิพลของกลุ่มหนึ่งกลุ่มใด
4.3 ส่งเสริมให้กองทัพมีความเป็นทหารอาชีพ
ความเป็นทหารอาชีพของกองทัพนั้นจะช่วยให้การดำเนินการด้านต่างๆ ในกิจการความมั่นคงของประเทศเป็นไปอย่างมีเสถียรภาพ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในประเด็นทางการด้านการเมือง ที่กองทัพจะต้องรักษาระยะให้มีความเหมาะสม คือไม่ห่างเหินหรือใกล้ชิดจนเกินไป เพราะความเหมาะสมของระยะของกองทัพกับกลุ่มผลประโยชน์ต่างๆ จะช่วยให้กองทัพมีความเป็นทหารอาชีพ โดยการดำเนินการที่มุ่งไปสู่ความเป็นทหารอาชีพมีประเด็นสำคัญได้แก่
4.3.1 ปรับโครงสร้างกองทัพให้มีความทันสมัยและเหมาะสม เพื่อให้มีกระบวนการทำงานที่มีประสิทธิภาพ มีความชัดเจนในบทบาทและหน้าที่ รวมถึงเป็นการเตรียมความพร้อมเพื่อรองรับการควบคุม ตรวจสอบ บริหาร และจัดการที่จะเกิดขึ้นโดยพลเรือนในอนาคต
นอกจากนี้ บทบาทของกองทัพในการเตรียมกำลัง และใช้กำลัง จะต้องมีลักษณะที่แยกออกจากกัน ปัจจุบันกองทัพเป็นหน่วยงานมีลักษณะรวมการใช้กำลังและเตรียมกำลังภายในตนเอง ทำให้มีการใช้อำนาจแบบเบ็ดเสร็จผูกขาดที่บุคคลคนเดียว ดังนั้นการที่กองทัพมีโครงสร้างที่เหมาะสม โดยมีการแยกการเตรียมกำลัง และใช้กำลังออกจากกัน ซึ่งสิ่งเหล่านี้จะช่วยให้กองทัพมีความเป็นทหารอาชีพมากยิ่งขึ้น
4.3.2 ปลูกฝังอุดมการณ์ความเป็นทหารอาชีพอย่างต่อเนื่อง ในเรื่องอุดมการณ์ในการเป็นทหารอาชีพนั้น เป็นสิ่งที่ทุกคนในกองทัพจะต้องได้รับการปลูกฝังอย่างต่อเนื่องยาวนาน เพื่อไม่ให้ลืมจิตวิญญาณในการเป็นทหารอาชีพ แต่ในสภาพความเป็นจริงที่ผ่านมานั้นกองทัพให้ปลูกฝังอุดมการณ์ในการเป็นทหารอาชีพให้เฉพาะ โรงเรียนทหาร และช่วงการฝึกบุคคลพลเรือนเข้ามาเป็นทหาร แต่หลังจากจบการศึกษาหรือผ่านการฝึกจากหลักสูตรเหล่านั้นไปแล้ว เมื่อเข้ามาประจำการในกองทัพก็ไม่ได้โอกาสให้มีการปลูกฝังอุดมการณ์ในการเป็นอาชีพสักเท่าไหร่
อย่างไรก็ดีในปัจจุบันในสถาบันการศึกษาของทหารหลายแห่งเริ่มมีความตื่นตัวในการเป็นปลูกฝังอุดมการณ์ในการเป็นทหารอาชีพอย่างต่อเนื่องตลอดเวลา ซึ่งการดำเนินการเหล่านี้จะช่วยให้ทหารในอนาคตมีทรรศนะในการเป็นทหารอาชีพที่เพิ่มมากขึ้น
4.4 เน้นกระบวนการมีส่วนรวมจากทุกภาคส่วน
ในปัจจุบันการดำเนินการต่างที่จะสามารถผ่านไปได้อย่างดีนั้น เป็นที่ทราบกันดีว่าจะต้องอาศัยการมีส่วนร่วมของภาคส่วนต่างๆ ที่มีส่วนได้ส่วนเสียในเรื่องนั้นๆ เพราะหากไม่ได้มีส่วนร่วมจากภาคส่วนที่เกี่ยวข้องแล้ว ย่อมมีแนวโน้มว่าการดำเนินการนั้นยากที่จะประสบความสำเร็จ เพราะปัจจุบันสังคมมีความสลับซับซ้อนที่มากขึ้นและที่สำคัญมีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลาในลักษณะที่เป็นพลวัตร การมีส่วนร่วมจากภาคส่วนต่างๆ จึงเป็นเรื่องที่หน่วยงานด้านความมั่นคงไม่สามารถที่จะหลีกเลี่ยงได้ ดังนั้นการดำเนินการใดๆ จึงมีความจำเป็นที่ต้องมีส่วนร่วมจากภาคส่วนต่างๆ ลักษณะดังนี้
4.4.1 จัดให้มีเวทีสาธารณะที่เน้นการมีส่วนร่วมจากภาคส่วนต่างๆ ในวาระสำคัญๆ ของประเทศ ด้านความมั่นคง เพื่อให้เกิดความโปร่งใสในการดำเนินการในด้านต่างๆ ของกิจการความมั่นคง อันนำไปสู่การตรวจสอบจากภาคส่วนต่างๆ อีกทั้งยังนำไปสู่ฉันทามติในเรื่องต่างๆ ที่หน่วยงานด้านความมั่นคงดำเนินการ แต่ทั้งนี้และทั้งนั้นการมีส่วนร่วมนั้นจะต้องมีดุลยภาพระหว่างความมั่นคงแห่งชาติและการรับรู้ข่าวสารของประชาชน
4.4.2 จัดกิจกรรมที่เน้นการมีส่วนร่วมจากภาคส่วนต่างๆ ในวาระสำคัญๆ ของประเทศ เพื่อเป็นการสื่อสาร ประชาสัมพันธ์ และเพิ่มระดับการมีส่วนร่วมของภาคส่วนต่างๆ อันนำไปสู่การขับเคลื่อนร่วมกันในมิติความมั่นคง
4.5 ปลูกฝังค่านิยมที่ถูกต้องให้กับเยาวชน
เยวชนเป็นกำลังสำคัญที่จะต้องเติบโตเป็นพลเมืองของประเทศในอนาคต หากได้รับการปลูกฝังในสิ่งที่เหมาะสมและดีแล้วย่อมที่จะเป็นหลักประกันสำคัญประการหนึ่งในอนาคต ที่จะช่วยให้สังคมส่วนรวมมีการพัฒนาขึ้นไปในทางที่ดี ดังนั้นค่านิยมจึงกลายเป็นสิ่งที่สำคัญที่จะประคับประคองให้สังคมพัฒนาไปอย่างมีทิศทาง
4.5.1 รณรงค์ให้เยาวชนตระหนักถึง สิทธิ และหน้าที่พลเมือง เพื่อให้ตระหนักถึงสิทธิตนเองมีว่ามีขอบเขตเพียงไร และต้องไม่ลืมว่าอำนาจเป็นของปวงชน ดังนั้นสิ่งที่สำคัญประการแรกคือ สิทธิการเป็นเจ้าของอำนาจ ที่จะต้องหวงแหนและรักษาเอาไว้ นอกจากนี้หน้าที่พลเมืองก็ยังเป็นสิ่งที่มีความสำคัญควบคู่ไปกับสิทธิ โดยหน้าที่ที่ตนเองต้องรับผิดชอบและสำคัญมากคือหน้าที่ในการตรวจสอบ เพราะหากไม่มีความสำนึกในเรื่องของการตรวจสอบแล้ว ทุกคนจะไม่ทำหน้าที่ในการติดตามว่าผู้ที่ได้รับเลือกให้เป็นผู้แทน หรือ ผู้ที่ปฏิบัติงานในภาคส่วนต่างๆ ได้ทำหน้าที่ของตนอย่างเต็มกำลังความสามารถหรือยัง
นอกจากนี้การไม่ให้ความสำคัญอาจจะนำไปสู่ความสะดวกในการคอร์รัปชั่นอีกด้วย ดังนั้นการรณรงค์ให้เยาวชนมีความรู้ความเข้าใจ และตระหนักถึงสิทธิและหน้าที่พลเมือง จึงเป็นสิ่งสำคัญที่ต้องเร่งสร้างในเกิดความคิดอย่างแพร่หลายในสังคมไทย เพื่อที่เยาวชนเหล่านั้นจะได้กลายไปเป็นผู้ใหญ่ที่มีคุณภาพของสังคมไทยในอนาคต
4.5.2 การปลูกฝังคุณธรรมจริยธรรม เพื่อให้เยาวชนมีคิดดีทำดี มีความคิดเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ เอื้ออาทรต่อกัน นอกจากนี้การมีคุณธรรมจริยธรรมจะช่วยให้เยาวชนเหล่านี้มีจิตสำนึกที่เป็นจิตสาธารณะและจิตอาสา ในการที่จะช่วยเหลือผู้อื่นที่ประสบปัญหาหรือด้อยกว่าตน อีกทั้งช่วยให้แนวคิดในเรื่องของธรรมาภิบาลได้แพร่กระจายไปสู่สังคม ไม่ว่าจะเป็นเรื่องความโปร่งใส และการยินยอมให้ถูกตรวจสอบจากบุคคลอื่น การเริ่มรณรงค์ที่เยาวชนจึงเป็นจุดเริ่มที่จะช่วยให้สังคมไทยเปลี่ยนผ่านไปสู่อนาคตอย่างมีเสถียรภาพ
5. บทสรุป
ธรรมาภิบาลในหน่วยงานความมั่นคงเป็นแนวคิดใหม่ที่เกิดขึ้นในยุคหลังสงครามเย็น มีความสัมพันธ์และสอดคล้องกับการปกครองในระบอบประชาธิปไตยในยุคปัจจุบันที่ให้ความสำคัญกับธรรมาภิบาล ควบคู่กันไป โดยหลักการสำคัญของธรรมภิบาลในหน่วยงานความมั่นคงนั้น คือ การที่หน่วยงานด้านความมั่นคง ซึ่งรวมถึงกองทัพนั้นสามารถที่จะถูกควบคุม ปกครอง จัดการ และ ตรวจสอบ โดยประชาชน ในฐานะที่ประชาชนเป็นเจ้าของอำนาจที่แท้จริงของประเทศ
อย่างไรก็ดี ถึงแม้แนวความคิดเรื่องธรรมาภิบาลในหน่วยงานความมั่นคงจะเป็นเรื่องที่ถูกขับเคลื่อนมาพร้อมกระแสประชาธิปไตย แต่การปรับปรุงและเปลี่ยนผ่านให้หน่วยงานด้านความมั่นคงของไทยไปสู่จุดที่มี ธรรมาภิบาลในทัศนะของประเทศตะวันตกนั้น เป็นเรื่องที่ละเอียดอ่อนและสัมพันธ์กับกลุ่มอำนาจต่างๆในสังคมไทย
การดำเนินการต่างๆ ควรที่จะมีลักษณะค่อยเป็นค่อยไปและสอดคล้องกับบริบทต่างๆในสังคมไทย เพราะสังคมไทยเป็นสังคมที่มีพัฒนาการมานานมีความสลับซับซ้อน นอกจากนี้การเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้นนั้นเป็นการเปลี่ยนแปลงที่ต้องกระทบกับผลประโยชน์และอำนาจที่ผูกติดไว้กับตำแหน่งต่างๆ ทำให้การเปลี่ยนแปลงต่างๆ ยิ่งเป็นเรื่องยากขึ้นไปอีก
หากวันนี้หลายท่านที่อยู่ในอำนาจหรือกำลังจะขึ้นสู่อำนาจ ไม่เสียสละยอมที่เปลี่ยนแปลงปรับปรุงโครงสร้างอำนาจหน้าที่ที่มีในปัจจุบันให้มีความสอดคล้องรองรับกับการเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้นแล้ว
วันหนึ่งข้างหน้าสังคมและส่วนรวมจะกลายมาเป็นเป็นผู้ที่บีบบังคับให้เกิดการเปลี่ยนแปลงเอง ซึ่งหากวันนั้นมาถึงหลายคนที่ไม่ได้เตรียมตัวไว้ย่อมจะต้องเสียใจ การมีอำนาจในอนาคตจะตามมาด้วยการตรวจสอบจากภาคส่วนต่างๆ เพราะยิ่งท่านยิ่งมีอำนาจท่านยิ่งต้องยิ่งมีความรับผิดชอบต่อสังคมมากขึ้นเท่านั้น เหมือนกับคำพูดของลุงเบนที่สอน ปีเตอร์ ปาร์คเกอร์ ในภาพยนต์เรื่อง สไปเดอร์แมน ที่ว่า “With great power comes great responsibility.” แล้วท่านล่ะครับ มี great responsibility กันรึยัง
6. อ้างอิง
[1] DCAF, “Security Sector Governance and Reform”, DCAF Backgrounders Series, 2009, p.1.
[2] UNDP, “Human Development Report 2002”, Oxford University Press, 2002, p.87.
[3] http://www.panyathai.or.th/wiki/index.php/สภาความมั่นคงแห่งชาติ.
[4] The American Heritage® Dictionary of the English Language, Fourth Edition copyright ©2000 by Houghton Mifflin Company. Updated in 2009. Published by Houghton Mifflin Company. All rights reserved.
[5] Collins English Dictionary – Complete and Unabridged © HarperCollins Publishers 1991, 1994, 1998, 2000, 2003
[6] DCAF, op.cit., p.2.
[7] Madeline L. England, “Security Sector Governnace and Oversight: A Note on Current Practice”, Published December 2009 from Future of Peace Operations Program, Henry L. Stimson Center : http://www.stimson.org/images/uploads/research-pdfs/Stimson_Governance_oversight_security_Sector_FINAL_12dec09_1.pdf
[8] USAID, “Security Sector Governance”, Published February 2009 from United States Agency for International Development : http://www.usaid.gov/our_work/democracy_and_governance/publications/pdfs/SSR_JS_Mar2009.pdf
[9] http://en.wikipedia.org/wiki/Security_sector_reform.
[10] Heiner Hänggi, “Making Sense of Security Sector Governance,” Challenges of Security
Governance, ed. Heiner. Hänggi, and Theodore Winkler (Münster: Lit Verlag, 2003), 11.
[11] Ibid, 8.
[12] Ibid, 16 – 17.
[13] H. Joseph S. Kraft, “Establishing Good Security Sector Governance in Southeast Asia”, Asia Iniative Asia Security Initiative Policy Series: Working Paper No. 14, S. Rajaratnam School of International Studies (RSIS), 2011, P.5.
*หมายเหตุ* เผยแพร่ใน Website Tortaharn.net เมื่อวันอาทิตย์ที่ 26 มิถุนายน 2554
บทความทั้งหมดในชุด
- SECURITY SECTOR GOVERNANCE – ธรรมาภิบาลในกิจการความมั่นคง – ภาวะเมื่อพลเรือนจะมาคุมทหาร (๑/๔)
- SECURITY SECTOR GOVERNANCE – ธรรมาภิบาลในกิจการความมั่นคง – ภาวะเมื่อพลเรือนจะมาคุมทหาร (๒/๔)
- SECURITY SECTOR GOVERNANCE – ธรรมาภิบาลในกิจการความมั่นคง – ภาวะเมื่อพลเรือนจะมาคุมทหาร (๓/๔)
- SECURITY SECTOR GOVERNANCE – ธรรมาภิบาลในกิจการความมั่นคง – ภาวะเมื่อพลเรือนจะมาคุมทหาร (๔/๔)

