เมื่อวันที่ 28 เมษายน 2554 เว็บไซต์หนังสือพิมพ์บางกอกโพสต์ ได้รายงานในหัวข้อ NPP leader leaves PAD ว่า นายสมศักดิ์ โกศัยสุข ได้ยืนยันว่าเขาลาออกจากการเป็นสมาชิกภาพของกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยเรียบร้อยแล้ว โดยตัวเขาเป็นหนึ่งในห้าแกนนำของกลุมพันธมิตรฯ ซึ่งประกอบไปด้วย นายสนธิ ลิ้มทองกุล พล.ต. จำลอง ศรีเมือง นายพิภพ ธงไชย และ นายสมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์
ทั้งนี้นายสมศักดิ์ปฏิเสธความขัดแย้งระหว่างแกนนำพันธมิตรฯ รายอื่น โดยเขากล่าวเพียงว่าได้ทำตามมติของ สมาพันธ์แรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ (สรส.) ซึ่งตัวเขาเป็นที่ปรึกษาอยู่ ในขณะที่มีการแจกจ่ายแถลงการณ์ของสรส. ออกมาเมื่อวานนี้ในอินเทอร์เน็ต
SIU ได้ตรวจสอบเว็บไซต์ของ สรส. พบว่ามีการเผยแพร่แถลงการณ์ฉบับดังกล่าวไว้ในเว็บไซต์ในวันนี้
โดยหนังสือฉบับดังกล่าวลงเลขที่ สรส. ๐๘๙/๒๕๕๔ เรื่อง แจ้งมติกรรมการบริหารสมาพันธ์แรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ (สรส.) เรียน ๔ แกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย
ใจความสำคัญของหนังสือฉบับนี้ได้ระบุว่า เมื่อการชุมนุมผ่านมาได้ระยะหนึ่ง มีการนำเสนอของแกนนำและผู้ปราศรัยบนเวที เป็นไปในลักษณะที่ไม่รักษาจุดยืนเดิม และมีการกล่าวโจมตีต่อบุคคลต่าง ๆ ที่เคยร่วมต่อสู้อย่างเคียงบ่าเคียงไหล่ ในลักษณะที่รุนแรงฝ่ายเดียว โดยที่ผู้ที่ถูกกล่าวหาไม่มีโอกาสได้ชี้แจง รวมทั้งการนำเสนอโดยแกนนำบนเวที ที่สุ่มเสี่ยงต่อการเปลี่ยนแปลงอำนาจทางการเมืองที่เป็นไปในลักษณะที่ไม่ได้เป็นไปตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย และการปกครองในระบอบประชาธิปไตย ซึ่งขัดต่อจุดยืน อุดมการณ์ และธรรมนูญของ สรส.
หนังสือฉบับนี้ยังได้ระบุให้ นายสมศักดิ์ โกศัยสุข ที่ปรึกษา สรส. ถอนตัวออกจากแกนนำรุ่นที่ ๑ และนายสาวิทย์ แก้วหวาน เลขาธิการ สรส. ถอนตัวออกจากแกนนำรุ่นที่ ๒ ตั้งแต่วันที่ ๒๖ เมษายน ๒๕๕๔ เป็นต้นไป หนังสือลงนามโดย นายสาวิทย์ แก้วหวาน
ทั้งนี้ สรส. ถือเป็นกำลังมวลชนที่สำคัญหนึ่งในสามกำลังหลักของพันธมิตรฯ นอกเหนือจากมวลชนที่เป็นแฟนคลับของสื่อเครือเอเอสทีวี และมวลชนจากสำนักสันติอโศก และเป็นที่น่าสังเกตว่าแถลงการณ์ฉบับนี้ออกมาในทันที หลังจากที่พรรคการเมืองใหม่มีการลงมติไม่ลงเลือกตั้งในวาระการเลือกตั้งที่กำลังจะมาถึง ซึ่งมีข้อมูลว่ามีความขัดแย้งจากการอภิปรายและการแสดงความคิดเห็นภายในเป็นอย่างมาก

