Practical Report Marion Cotillard สาวปารีเซียง ต้นแบบแห่งความเซ็กซี่ใน Public Enemies

ฮอลลี่วู้ด เริ่มมีมุมมองที่เปลี่ยนไป ในการใช้นักแสดงจากต่างชาติมาเป็นจุดขายมากขึ้น

ล่าสุด Public Enemies ได้เชื้อเชิญนักแสดงจากปารีส เมืองแห่งแฟชั่นอันร้อนแรงมาร่วมสร้าง “ประสบการณ์เลิศหรู” ให้กับผู้บริโภค

ถือเป็นการตอบโจทย์อันท้าทายของเศรษฐกิจยุคใหม่ หรือที่เรียกว่า เศรษฐกิจสร้างสรรค์ Creative Economy ที่ต้องพยายามเสนอสิ่งใหม่ๆ ที่ตื่นเต้นเร้าใจให้ผู้บริโภคอยู่เสมอ

…………………

Marion Cotillard (มารีออง คอตียาร์ด) สาวปารีเชียง สมถะ เผยเบื้องหลังร่วมงาน จอห์นนี เด็ปป ใน Public Enemies ชมรสจูบเลิศ อัทธยาศัยดี แต่เลิฟซีนขอแบบไม่โป๊

เว็บไซต์ thevine.com ของออสเตรเลีย นัดสัมภาษณ์นักแสดงชาวฝรั่งเศส จาก Public Enemies มารีออง คอตียาร์ด ซึ่งล่าสุด เธอเพิ่งถ่ายโฆษณาให้กับกระเป๋าหนังสุภาพสตรีแบรนด์ คริสเตียน ดิออร์ คอลเลคชั่นใหม่

ดาราสาววัย 33 ปี นัยน์ตาสีเทาอมฟ้า เล่าถึงการถ่ายทำภาพยนตร์เรื่องล่าสุด Public Enemies ว่าเธอต้องใช้เวลา 4 เดือนในชิคาโก้ เพื่อทำงานร่วมกับพระเอกหล่อ จอห์นนี เด็ปป์ และคริสเตียน เบล ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ทำให้เธอคิดถึงบ้านที่ปารีสเป็นที่สุด

“ฉันเป็นคนฝรั่งเศส รักการกินอาหารฝรั่งเศส ชอบทำอาหารฝรั่งเศส และคิดว่าทำได้อร่อยเสียด้วย” เธอครวญด้วยรอยยิ้ม อย่างไรก็ตาม ‘คอตียาร์ด’ บอกว่าต้องขอบคุณเพื่อนหญิงในวัยเด็กของ ‘เด็ปป์’ ที่ช่วยให้เขาใช้ภาษาฝรั่งเศสได้เป็นอย่างดี ซึ่งช่วยให้เธอรู้สึกไม่เหงาหงอยคิดถึงบ้านจนเกินไป เพราะยังมีคนคุยภาษาฝรั่งเศสด้วยอยู่บ้าง นอกจากนี้ ‘เด็ปป’ ยังช่วยเธอเรื่องการออกเสียงสำเนียงอเมริกันอีกด้วย

ผู้กำกับ ไมเคิล มานน์ สร้างภาพยนตร์ Public Enemies โดยดัดแปลงบทจากหนังสือ ว่าด้วยเรื่องราวในช่วงปี 1930 ของ จอห์น ดิลลิงเจอร์ ชายผู้ซึ่งการก่ออาชญากรรมของเขาดึงดูดความสนใจของคนทั้งสังคมที่กำลังจม จ่อมอยู่ในความทุกข์ยากจากสถานการณ์ตกต่ำทางเศรษฐกิจ พวกเขาจึงยกย่องการกระทำของชายที่ลุกขึ้นปล้นธนาคาร ซึ่งถูกมองเป็นตัวการดูดเงินจากกระเป๋าจนประชาชนยากจนลง การกระทำของเขากลายเป็นแรงบันดาลใจให้อาชญากรรมแพร่ระบาดไปทั่วประเทศ

‘คอตียาร์ด’ รับบทเป็น บิลลี เฟรเซ็ทท์ แฟนสาวของ ดิลลิงเจอร์ เธอยืนยันด้วยว่า “แน่นอน จูบของจอห์นนีช่างยอดเยี่ยม” ถึงอย่างนั้น ในฉากเลิฟซีนของเรื่อง ‘คอทียาร์ด’ ไม่ยอมเปลื้องผ้า และ ‘เด็ปป์’ ก็เห็นดีด้วยกับการตัดสินใจของเธอ

Public Enemies ถือเป็นหนังเรื่องแรกในรอบ 2 ปีของ ‘คอร์ทียาร์ด’ เจ้าของรางวัลนักแสดงนำหญิงยอดเยี่ยมจากเวที Academy Award จากบท Edith Piaf จากหนัง La Vie En Rose และเธอย่อมแบกความคาดหวังอันสูงส่งบนสองไหล่ไว้หนักอึ้ง ตั้งแต่บทบาทการแสดง ไปจนกระทั่งถึงสำเนียง ‘มิดเวสต์อเมริกัน’ ในหนังเรื่องนี้

และแม้จะผ่านงานหนังมาอย่างโชกโชนจนเรียกว่าเจนสนาม แต่สมรภูมิที่ทำให้ ‘คอตียาร์ด’ เสียความเชื่อมั่น เธอสารภาพว่าคือรันเวย์แฟชั่น หลายคนคิดไม่ถึง ในเมื่อเธอเป็นดาวเด่นของแบรนด์ดิออร์ และยังถูกจัดให้เป็นนักแสดงหญิงแถวหน้าในด้านการแต่งกายอีกด้วย

“แฟชั่นน่ะหรือ” คอตียาร์ดร้อง อ๊าก ! เลยทีเดียว

‘คอตียาร์ด’ บอกว่าเธอคุยได้ทุกเรื่อง ตั้งแต่ดอกไม้ อาหาร หมา แมว ศิลปะ แต่กรุณาอย่าถามเธอเรื่องแฟชั่น ส่วนเหตุผลที่ทำให้เธอตัดสินใจรับงานถ่ายสปอตโฆษณาสั้นๆ ชุดนี้ของดิออร์ ก็เพราะเธอได้ยินว่ามันจะถูกเผยแพร่บนอินเตอร์เน็ต ..เพราะปกติเธอไม่ดูทีวี

ถ้ามีเวลาว่าง ‘คอตียาร์ด’ มักใช้เวลาอยู่บ้านในปารีสกับแฟนหนุ่มนักแสดงและผู้กำกับ Guillaume Canet หรือไม่ก็ออกไปนั่งร้านกาแฟ หรือเดินช้อปปิ้งใกล้ๆ บ้าน

‘คอตียาร์ด’ บอกว่าเธอชอบชีวิตเรียบง่าย ถึงแม้เธอจะเล่นหนังหลายเรื่อง มีโอกาสทำงานร่วมกับนักแสดงดังๆ มากมาย ไม่ว่าจะเป็น นิโคล คิดแมน ในภาพยนตร์ Nine หรือ ลีโอนาโด ดิคาปรีโอ ใน Inception แต่ ‘คอตียาร์ด’ ไม่เคยคิดจะย้ายไปอยู่ฮอลลีวู้ดแม้แต่น้อย

“ฉันรักปารีส” เธอยืนยัน

“ฉันรู้สึกมีความสุขและอบอุ่นเมื่อได้อยู่ในหมู่คนที่คุ้นเคย ครอบครัว เพื่อนๆ ..แค่นี้ก็พอแล้ว” เป็นชีวิตสงบ แต่ไม่เหงา ที่ดูเหมือนแตกต่างกับแสงสีและผู้คนอลม่านในย่านฮอลลีวู้ดราวฟ้ากับเหว

ที่มา : กรุงเทพธุรกิจ

……………………….

ความเห็น SIU

แม้จะอายุมากไปสักนิด Marion Cotillard ก็ยังมีเสน่ห์ดึงดูดใจ สไตล์สาวฝรั่งเศส ซึ่งขึ้นชื่อด้านความเลิศหรูร้อนแรง นับเป็นความสำเร็จอีกครั้งหนึ่งของฮอลลี่วู้ด มือวางอันดับ 1 ของธุรกิจภาพยนตร์โลก ที่รู้จักปรับตัวให้เข้ากับกระแสโลก ที่ความหลากหลายสดใหม่กำลังเป็นที่นิยม เห็นได้ชัดว่าความสำเร็จส่วนหนึ่งของ Megan Fox นั้น นอกจากความเซ็กซี่แล้ว ผู้กำกับยังจงใจที่จะแปลงผิวอันขาวนวลของเธอให้กลายเป็นผิวสีแทนอันร้อนแรงยั่วยวนสไตล์สาวบราซิล

Creative Economy ซึ่งกำลังเป็นกระแสที่ทั่วโลกต้องแข่งขันกันนั้น ฮอลลี่วู้ดได้ก้าวไปก่อนวงการหนังจากประเทศอื่นอีกครั้งหนึ่งแล้ว

“ผู้ปรับตัวเท่านั้นที่อยู่รอด”