เมื่อวันที่ 23 พฤษภาคม 2553 นางสาวนันทา ตันสัจจา ประธานโรงหนังในเครือเอเพ็กซ์ สยาม สกาล่า และลิโด้ เปิดเผยว่า หลังจากที่ โรงภาพยนตร์สยาม อยู่ในบริเวณพื้นที่ชุมนุม ถูกเผาทำลายวอด 100 เปอร์เซ็นต์ ถล่มลงมา ความเสียหายนับร้อยล้าน ขณะนี้กำลังประเมินราคาทั้งหมดเพื่อยื่นต่อรัฐบาล ส่วนโรงหนังสกาล่า และลิโด้ ในเครื่อถูกงัดเข้าไปปล้นเอาคอมพิวเตอร์ จอทีวี และของมีค่าไปทั้งหมด ทุกวันเราต้องร้องไห้เพราะเสียใจที่สูญเสียจุดกำเนิดของสยามสแควร์ไปแล้ว ไม่สามารถเรียกกลับคืนมาได้อีกต่อไป
ความสำคัญของโรงภาพยนตร์นี้คือ เป็นโรงที่คนรักหนัง ต่างรัก และหวงแหน เพราะ หนังเล็กๆ ดีๆหลายเรื่อง ที่ไม่ได้เข้าฉายในวงกว้าง ถูกนำเข้ามาฉายที่นี่ เราจึงมีหนังที่หลากหลายให้ได้ดูกัน โรงหนังราคามิตรภาพบรรยากาศวันชื่นคืนสุขเก่าๆ มอดไหม้ลงบางส่วนแล้ว และขณะนี้ได้เร่งซ่อมทำโรงหนังสกาล่า และลิโด้เรียบร้อยแล้ว พร้อมฉายให้ได้คลายเครียดได้อีกแล้ว จึงขอความเมตตาจากแฟนหนังให้การสนับสนุนมาดูหนังเหมือนเดิม
นางสาวนันทา กล่าวอีกว่า ขณะนี้ได้มีแฟนหนังเก่า และใหม่ ได้แสดงความเสียใจและให้กำลังใจกับเราจำนวนมาก ร้องขอให้โรงหนังนำหนังเรื่อง CINEMA PARADISO ซึงเป็นหนังชีวิตเด็กคนหนึ่งที่ใช้ชีวิตอยู่ในห้องฉายหนัง แต่โรงหนังกำลังจะถูกรื้อทำให้เขาห่วงหาอาทร หนังเรื่องนี้จะเข้ากับสถานการณ์ปัจจุบันที่โรงหนังสยามเกิดความสูญเสียไปแล้ว จึงได้ตัดสินใจเปิดให้บริการแฟนหนัง โดยเปิดฉายหนัง 5 เรื่อง เป็นปฐมฤกษ์รอบเที่ยง 12.00 น.ของวันที่ 24 พฤษภาคม 2553 มีเรื่อง โรบินฮู๊ด ไลออนส์แมน อาโคร่า วูเม้นแอนด์ดูเดอะท๊อป และอุ๊ครินไฟน์เนท จึงขอวิงวอนให้แฟนหนัง และผู้ที่เห็นใจเราได้มาให้การสนับสนุนด้วย
นางสาวนันทากล่าวด้วยว่า ขณะที่โรงหนังสยามถูกเผาวอด สกาล่า และลิโด้ ถูกปล้น พนักงานทุกคนเสียขวัญกำลังใจอย่างมาก เพราะจะทำให้พวกเขาตกงาน และที่น่าเห็นใจก็คือ น้องชาย กัมพล ตันสัจจา ที่ต้องจัดสวนประกวดที่เชลซี ประเทศอังกฤษ สร้างชื่อเสียงให้กับประเทศ ฟื้นฟูการท่องเที่ยวไทย ยังไม่สามารถที่จะกลับมาเห็นภาพความเสียหายได้เลย ได้รับทราบแต่เพียงการรายงานเท่านั้น
ที่มา : คมชัดลึก
