รายงานจับตาสถานการณ์ในรอบสัปดาห์ 24-28 พฤษภาคม 2553
May 25, 2010
รายงานประจำสัปดาห์ SIU จับตาสถานการณ์ระหว่างวันที่ 24-28 พฤษภาคม 2553 โดยประเมินผลลัพธ์หลังการชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดง ว่าฝ่ายต่างๆ ได้ประโยชน์-เสียประโยชน์อย่างไรบ้าง
SIU – Thailand Monitoring Report 24-28 May 2010
Comments
8 Responses to “รายงานจับตาสถานการณ์ในรอบสัปดาห์ 24-28 พฤษภาคม 2553”
Got something to say?






วิเคราะห์ได้เยี่ยมมากๆ งานนี้ตัวที่ผมสนใจมากที่สุดก็คือ SIU วิเคราะห์การปรับเปลี่ยนโครงสร้างการใช้อำนาจในกองทัพคือ การที่กองทัพจะไม่สามารถทำรัฐประหารง่ายๆตามอำเภอใจอีกต่อไป
แต่กองทัพจะเชื่อมโยงกับประชาชน กับอารมณ์ของสัคงมมากขึ้นเหมือนกับพรรคการเมือง
อะไรคือความจริงที่อยู่เบื้องหลังทั้งสอง – สาม ฝ่าย
อะไรคือผลประโยชน์ของชาติที่แท้จริง
หากทุกอย่างดูเป็นสีเท่าๆแบบนี้ เรื่องราวต่างๆบันทึกในประวัติศาสตร์ที่ไม่สมบูรณ์ ก็จเหมือน
อดียที่ผ่านมา
ที่ว่าทหารจะไม่สามารถยึดอำนาจได้ง่ายๆ อีกต่อไป ดูจากตรงไหนครับ?
คุณ Chris ครับ โครงสร้างอำนาจทางการเมืองหลังจากปี 2528 ย้ายเข้ามาสู่รัฐสภามากขึ้น (ก่อนหน้านั้น อำนาจทางการเมืองยังมีการกระจายไปอยู่ตามกลุ่มทหาร และกลุ่มอำนาจขั้วต่างๆ) แต่ที่สำคัญมากกว่านั้นคืออำนาจรัฐสภานั้นจะไม่ใช่เป็นอำนาจในทางรูปแบบ แต่จะต้องมีฐานยึดโยงกับแรงสนับสนุนจากมวลชนอย่างแท้จริงด้วย
จะเห็นว่าหลังจากปี 2528 เป็นต้นมา การใช้อำนาจทางการเมืองจะต้องอิงความชอบธรรมจากรัฐสภามากขึ้น การทำรัฐประหารของรสช. ในปี 2534 แล้ว จปร.5 พยายามสืบทอดอำนาจ โดยการรวบรวมกลุ่มการเมืองมาจัดตั้งเป็นพรรคสามัคคีธรรมขึ้น ไม่ได้มีความเชื่อมโยงกับมวลชนดังที่ควรจะเป็น จึงเกิดการการประท้วงของประชาชนและเกิดพฤษภาทมิฬ 2535 ทำให้ พล.อ. สุจินดา หลุดออกจากตำแหน่งไป
ส่วนการทำรัฐประหารของ พล.อ. สนธิ ในปี 2549 จะเห็นว่าแม้มีความพยายามจัดตั้งพรรคทหารหลายต่อหลายครั้ง แต่แนวคิดเดิมแบบนี้ก็ไม่ประสบความสำเร็จในตัวของมันเอง สุดท้ายก็มีการคืนอำนาจสู่การเลือกตั้ง และพรรคพลังประชาชน (เดิม) ก็สามารถขึ้นสู่อำนาจ ก่อนที่จะถูกศาลรธน. ตัดสินให้ นายกฯ สมัคร หลุดจากตำแหน่ง และ ต่อมานายกฯ สมชายก็ต้องออกจากตำแหน่งด้วยข้อหายุบพรรค
ในสมัยนายกฯสมัคร / สมชาย ก็มีเสียงเรียกร้องให้ทหารทำการรัฐประหาร แต่ไม่ได้รับการตอบสนอง สาเหตุเป็นเพราะข้อเท็จจริงพื้นฐานว่า การทำรัฐประหารไม่สามารถยืนอยู่ได้ด้วยตัวของมันเองอีก (ผบ.ทบ. ต้องแบกรับความเสี่ยงจากการทำรัฐประหาร ในขณะที่ไม่ได้ประโยชน์อะไรภายหลังรัฐประหารมากกว่าที่เป็นอยู่มากนัก) ในที่สุดก็ต้องคืนอำนาจให้กับนักการเมืองสู่สนามเลือกตั้ง และปัญหาที่เกิดขึ้นคือการลงจากอำนาจ (เกษียณอายุราชการ) รัฐประหาร 2549 แก้ปัญหาเรื่องนี้โดยทิ้งมาตรา 309 เอาไว้ในรัฐธรรมนูญ 2550
ดังนั้นสิ่งที่ พล.อ. อนุพงษ์เลือกทำในสมัยรัฐบาลสมัคร คืออยู่เฉยๆ และสมัยรัฐบาลสมชายคือออกทีวีบอกแนะให้สมชายควรลาออก
ส่วนในช่วงเมษา 2552 และ ในปีนี้ ในช่วงแรก อนุพงษ์ก็มีทีท่าไม่ต้องการใช้กำลังทหารแก้ปัญหาการเมือง แต่เมื่อเหตุการณ์เกิดความตึงเครียดมากขึ้น เขาก็เลือกทำตามคำสั่งของรัฐบาลเพื่อสลายมวลชนเสื้อแดงทั้งสองครั้ง (โดยวางยุทธวิธีการสลายที่แตกต่างกันตามสภาพสถานการณ์) ทั้งที่มีข้อวิจารณ์ว่า กองทัพอาจทำรัฐประหารรัฐบาลอภิสิทธิ์ (มีคนถามผมเรื่องนี้หลายคน แต่หลังจากผมวิเคราะห์ด้วยกรอบคิดนี้ และข่าวกรองเปิด ผมก็สรุปอย่างสิ้นเชิงได้ว่าไม่มีรัฐประหารแน่นอน)
ขอบคุณสำหรับบทความดีๆครับ ผมได้เอาไปแชร์ใน facebook เพื่อนๆชาวต่างประเทศมีความสนใจอยากอ่าน ภาคภาษาอังกฤษ รบกวนแปลได้ไหมครับ? หรือถ้าไม่สะดวกให้ผมช่วยก็ได้นะครับ
พีระพันธ์
คุณพีระพันธ์ ยินดีให้เผยแพร่และแปลเป็นภาษาอังกฤษได้ครับ ขอบพระคุณมากครับ
ขอบคุณมากๆเลยค่ะ วิเคราะห์ได้น่าสนใจจริงๆค่ะ ขออนุญาต แชร์ไปที่ facebook เช่นกันค่ะ
[...] ได้คาดการณ์ไว้ล่วงหน้าแล้วในรายงานจับตาสถานการณ์ในรอบสัปดาห์ 24-…. เอาไว้ว่า พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา [...]