Practical Report SIU ร่วมเวที “เสรีภาพการแสดงความคิดเห็นและจรรยาบรรณ กสทช.”

กานต์ ยืนยง ผู้อำนวยการ Siam Intelligence Unit ร่วมเวทีเสวนา “เสรีภาพการแสดงความคิดเห็นและจรรยาบรรณ กสทช.” จัดโดยมูลนิธิไฮริช เบิลล์ ร่วมกับสมาคมนักข่าววิทยุและโทรทัศน์ไทย ในวันที่ 8 ตุลาคม 2555 ที่สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย

ผู้ร่วมเวทีประกอบด้วย รศ.สมชาย ปรีชาศิลปกุล จากคณะนิติศาสตร์ ม.เชียงใหม่, ดร.มานะ ตรีรยาภิวัฒน์ คณะนิเทศศาสตร์ ม.หอการค้าไทย, รุ่งมณี เมฆโสภณ สื่อมวลชน อิสระ และกานต์ ยืนยง ผู้อำนวยการ Siam Intelligence Unit (SIU) ดำเนินรายการโดย พลกฤต เรืองจรัส จากสถานีโทรทัศน์ TNN24 โดยมีกสทช.จำนวน 2 คน ได้แก่ น.ส.สุภิญญา กลางณรงค์ กรรมการ และ นพ.ประวิทย์ ลี่สถาพรวงศา กรรมการ กสทช.มาร่วมรับฟังและแสดงความเห็น

รายงานข่าวจาก สำนักข่าวอิศรา

นายกานต์ ยืนยง ผู้อำนวยการ Siam Intelligence Unit กล่าวในหัวข้อ “จรรยาบรรณองค์กรกำกับดูแลด้านการสื่อสารในประเทศ” ว่า วิชารัฐศาสตร์หรือเศรษฐศาสตร์ มีหลักการสำคัญอย่างหนึ่ง คือหลักของการเป็นตัวแทน หรือ principle agent คือประชาชนเป็นนายของรัฐ แต่ความขัดแย้งคือทั้งรัฐและประชาชนต่างก็มีผลประโยชน์ของตัวเอง ฉะนั้นเราจะแน่ใจได้อย่างไรว่ารัฐจะทำตามเจตนารมย์ของประชาชนจริงๆ เพราะเป้นไปได้ว่าเจ้าหน้าที่รัฐอาจจะทำอะไรเพื่อรักษาผลประโชน์ของตัวเองมากกว่าประชาชน โดยที่ประชาชนตรวจสอบไม่ได้ เพราะมีความไม่สมบูรณ์ของข้อมูลข่าวสาร ทางแก้มี 3 ข้อ 1.เปิดเผยข้อมูลให้ประชาชนได้รับทราบมากที่สุด 2.มีการตรวจสอบรัฐอยู่สม่ำเสมอ และ 3.มีการควบคุมองค์กรรัฐนั้นๆ

“เรื่องของจริยธรรมที่มีปัญหาเวลานี้ มี 3 คำต้องพูด 1.จริยธรรม 2.แนวทางจริยธรรม 3.จรรยาบรรณ คือจริยธรรมขึ้นอยู่กับกรอบของสังคมของวัฒนธรรม ว่าสิ่งที่ควรปฏิบัติหรือไม่ควรปฎิบัติเป็นอย่างไร แต่องค์กรนั้นๆ อาจจะร่างแนวทางจริยธรรมกว้างๆ ว่าสิ่งที่ควรหรือไทม่ควรปฏิบัติคืออะไร ส่วนจรรยาบรรณจะมีลักษณะจำเพาะมากขึ้น ว่าต้องทำหรือต้องไม่ทำอะไร” นายกานต์กล่าว

นายกานต์ กล่าวว่า การกำหนดเรื่อง “จรรยาบรรณ” ขึ้นอยู่กับค่านิยมหลักหรือ core value ขององค์กรนั้นๆ ซึ่งเท่าที่ศึกษาจากต่างประเทศ เคยมีงานวิจัยที่พูดถึงเรื่องนี้ไว้อยู่แล้ว โดยเปรียบเทียบกับองค์กรในทวีปยุโรป 23 ประเทศ ซึ่งกำหนด core value ไว้ 5-6 ประการ อาทิ การปฎิบัติตามกฎหมาย การไม่เลือกปฏิบัติ ความโปร่งใส การตรวจสอบได้ความเป็นมืออาชีพ ฯลฯ ซึ่งจากการสำรวจพบว่ายังถูกปฏิบัติได้ไม่เต็มที่ สิ่งที่ขาดมากที่สุดคือการตรวจสอบได้

รายงานข่าวจาก ประชาไท

กานต์ ยืนยง ระบุว่า สำหรับ กสทช. นั้น พ.ร.บ. กสทช. 2553 ระบุไว้ว่าต้องมีการรายงานการประชุม มติต้องเปิดเผยให้สาธารณชนได้รับทราบ รวมถึงต้องรายงานข้อเท็จจริง และรายงานด้านวิชาการ

ทั้งนี้ การตรวจสอบ กสทช.จากประชาชน อาจไม่จำเป็นต้องทำตามกลไกกฎหมาย แต่ภาคประชาชนมีช่องทางอื่นๆ ในการตรวจสอบได้ เช่น ตรวจสอบการการใช้เงิน ซึ่ง SIU ศึกษาไว้เมื่อปีที่ผ่านมาโดยข้อสรุปว่า ข้อดีคือไม่มีปัญหาเรื่องงบประมาณ แต่มีปัญหาคือขาดการวางแผนการใช้จ่ายเงินของสาธารณะอย่างรอบคอบ และขาดการประเมินปัจจัยเสี่ยงอย่างเพียงพอ

สำหรับการตรวจสอบนั้นทำได้สามระดับคือ จริยธรรม, แนวทางจริยธรรม และจรรยาบรรณ คือ จริยธรรมขึ้นกับกรอบของสังคมว่าสิ่งใดที่ควรปฏิบัติ ส่วนแนวทางจริยธรรมคือกรอบกว้างๆ ว่าสิ่งที่องค์กรนั้นๆ ควรปฏิบัติควรเป็นอย่างไร ส่วนจรรยาบรรณเป็นกฎหรือข้อบังคับชัดเจน ทั้งนี้แนวทางการกำกับดูแลองค์กร จะใช้การกำกับดูแลกันเองมากขึ้น ผสมทั้งผ่านการใช้ตัวบทกฎหมายและการดูแลกันเอง แต่สุดท้ายก็ต้องวางกรอบให้ดีระหว่างการทำงานในฐานะเป็นองค์กรร่วมกัน แต่ก็ต้องคำนึงถึงประโยชน์สาธารณะด้วย

รายงานข่าวอื่นๆ: ครอบครัวข่าวสาม