Practical Report สุริยุปราคา (Solar Eclipse) : ท่ามกลางความตื่นตระหนกของ “ไทยมุง”

ชาวบ้าน “หวาดผวา” สุริยุปราคาอาจนำหายนะมาสู่ประเทศไทย โดยเฉพาะในช่วงหลายปีมานี้ได้มีเหตุการณ์ภัยพิบัติทางธรรมชาติ และความไม่สงบทางการเมืองเกิดขึ้นเป็นระยะ จึงทำให้กระแสความตื่นกลัวแพร่ระบาดไปอย่างรวดเร็ว

……………….

นายอานนท์ สนิทวงศ์ ณ อยุธยา ผู้อำนวยการศูนย์เทคโนโลยีภัยพิบัติแห่งชาติ กล่าวถึงข่าวลือ และความกังวลกรณีที่เกิดปรากฏการณ์สุริยุปราคาบางส่วน ในวันที่ 22 ก.ค.นี้ จะทำให้เกิดคลื่นยักษ์และแผ่นดินไหว ว่า ความกลัว และความกังวลดังกล่าวเคยเกิดมาแล้วเมื่อราวปี 2543 หรือค.ศ. 2000

ทั้งนี้ อธิบายได้ว่าวัตถุต่างๆที่อยู่นอกโลกนั้นมักจะมีแรงดึงดูดเสมอ จะมากจะน้อยขึ้นอยู่กับระยะความใกล้ไกลโลก การเกิดปรากฏการณ์สุริยุปราคา คือการที่โลก ดวงจันทร์ และดวงอาทิตย์มาเรียงอยู่ในระนาบเดียวกัน เกิดเงาของดวงจันทร์บังดวงอาทิตย์ ก็เป็นปรากฏการณ์ทางธรรมชาติปรากฏการณ์หนึ่ง แม้ว่าการมาเรียงตัวในระนาบเดียวกันจะทำให้เกิดแรงดึงดูดจากนอกโลกเพิ่มมาก ขึ้น และสิ่งที่อยู่ในโลก ที่จะได้รับอิทธิพลจากแรงดึงดูดดังกล่าวมากที่สุดคือน้ำ เป็นเหตุแห่งความกลัวและกังวลว่าจะเกิดคลื่นยักษ์และแผ่นดินไหวขึ้น

“ผมลองคำนวนตามหลักการวิทยาศาสตร์ดูแล้ว จากข้อมูลต่างๆที่มีอยู่พบว่าในวันที่ 22 ก.ค.นี้ น้ำในแหล่งน้ำขนาดใหญ่คือ ทะเล มหาสมุทรต่างๆจะเพิ่มสูงขึ้นจริงเฉลี่ยแล้วประมาณ 10 เซนติเมตรเท่านั้น และขึ้นอยู่กับความลาดชันของแต่ละพื้นที่ด้วย ถือเป็นการเพิ่มขึ้นตามปกติเมื่อมีแรงดึงดูดจากนอกโลกเช่นนี้ ซึ่งการที่ดาวเคราะห์โคจรมาเรียงตัวในระนาบเดียวกันก็เกิดขึ้นเป็นประจำอยู่ แล้ว” นายอานนท์ กล่าว

นายอานนท์ กล่าวว่า ส่วนเรื่องที่กลัวกันว่าจะเกิดแผ่นดินไหวครั้งใหญ่นั้น มั่นใจได้เลยว่า ถ้าแผ่นดินจะไหวจริงๆไม่ใช่ไหวเพราะปรากฏการณ์สุริยุปราคาที่มาจากดาวเรียง ตัวกันและเกิดแรงดึงดูดเช่นนี้แน่นอน เพราะแรงดึงดูดขนาดนี้ไม่มากพอที่จะถึงขั้นดูดเปลือกโลกให้แยกจากกันได้

เมื่อถามว่า ความกลัวเหล่านี้เกิดจากสังคมไทยถูกอิทธิพลจากไสยศาสตร์นำหน้าวิทยาศาสตร์ ใช่หรือไม่ นายอานนท์ กล่าวว่าไม่ได้ดูถูกไสยศาสตร์ เพราะไสยศาสตร์บางเหตุการณ์เกิดขึ้นจริงแต่ไม่สามารถใช้ความรู้ที่เป็นวิทยา ศาสตร์มาอธิบายได้ เรื่องนี้เห็นว่าอาจจะเป็นแค่ความเชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่งเท่านั้น

หรืออีกนัยหนึ่งก็คือ ใครพูดอะไรมาฟังเอาไว้บ้างก็ดี แต่ในเรื่องการปักใจเชื่อทั้ง 100% คงจะมีน้อย เพราะฉะนั้นการจะบอกว่า ไสยศาสตร์ครอบงำสังคมไทยก็คงจะไม่ถูกนัก

ปราการณ์สุริยุปราคาที่

ด้านพระเทพภาวนาวิกรม ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดไตรมิตรวิทยาราม กรุงเทพฯ เปิดเผยว่า ในช่วงเช้าวันที่ 22 กรกฎาคม จะเกิดสุริยคราส หรือทางโหราศาสตร์เรียกว่า ราหูอมพระอาทิตย์ ตามคติความเชื่อของศาสนาพราหมณ์-ฮินดูมาแต่โบราณ และผูกโยงกับสังคมไทยที่มีความผูกพันกับพระพุทธศาสนา ตามตำราโหราศาสตร์เชื่อว่าจะส่งผลกระทบในแง่ลบต่อชีวิตของมวลมนุษย์ ดังนั้น วัดไตรมิตรวิทยารามจึงจัดพิธีสวดมนต์ครั้งใหญ่ โดยนิมนต์พระเกจิหลายร้อยรูปมาร่วมสวดมนต์สะเดาะเคราะห์ ณ พระอุโบสถวัดไตรมิตรฯ ตั้งเวลา 06.58 น. แบ่งเป็น 3 ช่วง เวลา 06.58-08.00 น. เวลา 08.00-09.00 น. และช่วงเวลา 09.00-11.00 น. เพื่อจะช่วยทำให้เรามีจิตใจที่สงบเป็นสมาธิ ก็จะเกิดความเบิกบาน ทำให้สบายใจ สิ่งดีๆ ก็จะเข้ามาในชีวิต ดังนั้น จึงขอเชิญชวนสาธุชนทั้งหลายร่วมพิธีสวดมนต์ในครั้งนี้

นายชาย พานิชพรพันธ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรี เปิดเผยว่า การเกิดสุริยคราสที่ผ่านมาชาวเพชรบุรีบางส่วนมักใช้อาวุธปืนยิงขึ้นฟ้าจำนวน มาก อ้างว่าเป็นการยิ่งไล่เงามืดที่บดบังทั้งแสงจันทร์และแสงอาทิตย์ ซึ่งเป็นการอ้างเพื่อนำเอาอาวุธปืนออกมายิงอวดยิงโชว์ เป็นการกระทำที่ผิดและอาจทำให้เกิดอันตรายได้

“ล่าสุดก็มีหัวกระสุนปืนที่มีผู้ยิงขึ้นฟ้าในงานบวชแห่งหนึ่งตกลงหลังคาจนทะลุใส่ หัวเด็กจนเสียชีวิตมาแล้ว ขอให้ผู้ที่จะนำปืนออกมายิงไล่สุริยคราสให้นำเอาเกราะ หรือไม้ หรือปี๊บก็ได้มาตีตามความเชื่อจะดีกว่า เพราะเป็นการรักษาประเพณีเก่าที่ถูกต้องและไม่เกิดอันตรายแก่ผู้อื่น และถ้าหากตำรวจตรวจพบใช้ปืนให้ดำเนินคดีทันที” ผู้ว่าฯเพชรบุรีกล่าว

ที่มา : กรุงเทพธุรกิจ, มติชน และ โพสต์ทูเดย์

………………………………..

ความเห็น SIU

วิทยาศาสตร์ พุทธศาสตร์ และไสยศาสตร์ เป็นสิ่งที่อยู่ควบคู่กับสังคมไทยมายาวนาน ขณะที่ระบบทุนนิยมได้ทำให้วิทยาศาสตร์มีฐานะครอบงำเหนือศาสตร์อื่นๆ แต่กระนั้นคนไทยส่วนใหญ่ก็ยังนิยมอ่านหนังสือธรรมะในยามว่างจากการงานที่ต้องใช้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี และหากมีสิ่งใดไม่สบายใจที่วิทยาศาสตร์และพุทธศาสตร์ไม่อาจช่วยได้ คนไทยก็พร้อมจะเข้าหาไสยศาสตร์ โดยเฉพาะหมอดูทั้งไพยิปซี ลายมือ วันเดือนปีเกิด ถูกบ้างผิดบ้างก็ไม่เป็นไร แต่เป็นการกระทำเพื่อความสบายใจ

แน่นอนว่า ศาสตร์ทั้งสามนั้นอาจจะมีความ “ขัดแย้ง” แตกต่างกันในความเชื่อและมุมมอง ดังนั้น ทางออกที่ดีที่สุดของประชาชนไทย คือ การสร้างสมดุลให้กับศาสตร์ทั้งสาม หมายความว่า การเชื่อในศาสตร์ใดมากเกินไป จนทำให้กระทบต่อวิถีชีวิตของคนอื่น เช่น การยิงปืนขึ้นฟ้าเมื่อเกิดสุริยุปราคานั้น ถือเป็นการกระทำที่ไม่สมควร เพราะสร้างความเดือดร้อนให้ผู้อื่น จึงควรต้องปล่อยให้เจ้าหน้าที่บ้านเมืองจัดการดูแล

สำหรับคนที่เชื่อในวิทยาศาสตร์อย่างมุ่งมั่นนั้น ก็ต้องรู้จักเปิดกว้าง เพราะแม้ว่าวิทยาศาสตร์จะสามารถอธิบายสิ่งต่างๆได้น่าเชื่อถือและมีหลักเกณฑ์ที่สุด แต่กระนั้น วิทยาศาสตร์ก็มักจะไม่มี “หลักยึด” ให้คนได้พึ่งพาเพื่อความสบายใจ ดังนั้น การที่พุทธศาสตร์และไสยศาสตร์เข้ามาช่วยเสริมกำลังใจให้คนไทยได้ต่อสู้ฟันฝ่าต่อไปนั้น ก็ถือว่าเป็นมุมมองในด้านดีได้

หวังว่าความเชื่อที่แตกต่างทางการเมืองทั้งเหลืองแดง จะสามารถดำรงอยู่ร่วมกันได้อย่างสมดุุลกลมกลืนในเร็ววัน เช่นเดียวกับ วิทยาศาสตร์ ไสยศาสตร์ และพุทธศาสตร์
………………..

ภาคผนวก : 3 โหรดังทำนาย “การเมือง” ผ่านปรากฎการณ์ “สุริยุปราคา”

3 หมอดูฟันธง

ในมุมของ “โหราศาสตร์” ที่มีมาแต่โบราณ สืบต่อมาจนถึงปัจจุบัน กับเรื่องการเกิดสุริยคราสนั้น ก็มีจุดน่าสังเกต และ “สกู๊ปหน้า 1 เดลินิวส์” ก็มีคำพยากรณ์ของ 3 หมอดูชื่อดังมาให้ลองพิจารณากัน

1. ภิญโญ พงศ์เจริญ นายกสมาคมโหราศาสตร์นานาชาติ บอกว่า

“อยากเตือนรัฐบาลว่า ตั้งแต่ช่วงปลายเดือน ก.ค. ถึงต้นเดือน ต.ค. หรือวันที่ดาวอังคารเข้าราศีกรกฎในวันที่ 2-3-4 ต.ค. จะเกิดอุบัติภัยครั้งใหญ่ ให้เตรียมรับมือ และอาจเกิดการสูญเสียบุคคลสำคัญที่ประชาชนนับถือ รวมถึงนาย อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ซึ่งเกิดในราศีกรกฎ ต้องสนใจสุขภาพและความปลอดภัย และเชื่อว่าจะเกิดการเปลี่ยนแปลงของรัฐบาลภายในเดือน ต.ค. นี้ ด้วย”

อ.ภิญโญระบุ พร้อมทั้งบอกด้วยว่า “ตามหลักโหราศาสตร์และการรวบรวมสถิติ การเกิดสุริยุปราคามักจะให้โทษมากกว่าให้คุณ และให้ผลรุนแรงกว่าจันทรุปราคา โดยเฉพาะสุริยุปราคาในวันที่ 22 ก.ค.นี้ที่ภาคเหนือจะเห็นมากที่สุด ก็ต้องระวังมากกว่าภูมิภาคอื่น ๆ

2. บุญเลิศ ไพรินทร์ อดีต ส.ว. เจ้าของฉายา โหร ส.ว. กล่าวว่า

“แต่ความเด่นชัดคือในทางการเมือง รัฐบาลต้องระวังตัว ไม่ก่อศัตรู ไม่ขัดแย้งกันเองในพรรคร่วมรัฐบาล รวมทั้งไม่เอาความดีเข้าตัวเอาความชั่วให้คนอื่น เพราะจะทำให้เกิดปัญหาบานปลาย”

3.เก่งกาจ จงใจพระ หมอดูชื่อดังอีกคน ก็ระบุว่า

“สุริยคราสในเมืองไทยไม่เต็มดวง การเมืองไทยจะมีปัญหาไม่รุนแรงนัก รัฐบาลสามารถแก้ไขได้ แต่จะส่งผลโดยตรงกับด้านเศรษฐกิจและการเงินของประเทศ รัฐบาลควรระมัดระวังเรื่องการเงินให้ดี เพราะอาจไม่เป็นไปตามที่คิดไว้ และให้ระวังเรื่องภัยพิบัติ-ภัยธรรมชาติ รวมถึงโรคที่จะมากับฝนและน้ำ เช่น ไข้หวัด โรคทางเดินอาหาร อหิวาตกโรค เป็นต้น”