บก. ลายจุด หรือ สมบัติ บุญงามอนงค์ โพสต์กระทู้เสนอความคิดเห็นเกี่ยวกับแนวทางการต่อสู้ของคนเสื้อแดงปีใหม่ มีใจความดังต่อไปนี้
….
ผมมีความยินดีที่จะมีผู้อ่านแสดงความคิดเห็นทั้งใน เชิงเห็นด้วยและแตกต่าง บนพื้นฐานของเหตุผล และ จุดยืนที่อาจแตกต่างกันในรายละเอียด
1…..สีแดง = ชูธงประชาธิปไตย
ต้องทำให้คนคิด ถึงสีแดง แล้วคิดถึงประชาธิปไตย ไม่ใช่คิดถึงกลุ่มคนรักทักษิณ ดังนั้น เนื้อหาที่นำเสนอ ต้องเข็มข้น ผูกติดกับประชาธิปไตยเป็นเรื่องแรก ๆ และต้องอยู่ในทุกพื้นที่ของสีแดง
2….จัดวางบทบาททักษิณเป็นแนวร่วม
ให้เสื้อแดงต่อสู้ไปโดยไม่ต้องพะวงกับทักษิณมากนัก เขาดูแลตัวเองได้ การที่ทักษิณจะร่วมต่อสู้ ขอให้จัดวางทักษิณอยู่ในฐานะของแนวร่วม เฉกเช่นแนวร่วมเสื้อแดงอีกหลาย ๆ คน
3…..ผู้นำการต่อสู้คือ วีระ
ต้องยกคุณวีระขึ้นอย่างโดดเด่นที่สุด ด้วยเหตุผลเรื่องวุฒภาวะ หัวใจการต่อสู้ และได้พิสูจน์หลายครั้งแล้วว่า เขามีความรับผิดชอบเพียงพอต่อภาระกิจและชีวิตของมวลชน
4…….สถาบันคนเสื้อแดง = องค์กรนำ
ให้จัดวางแกนนำกลุ่มต่าง ๆ เข้าไปเป็นสมาชิกในองค์กรนำแห่งใหม่ ซึ่งเข้าใจว่า อีกหน่อยจะใช้ชื่อ สถาบันคนเสื้อแดงแทน นปช
5…..หยุดแย่งชิงการนำ
พื้นที สนามหลวง มีปัญหาบ่อยครั้ง หลายครั้งที่มีเวทีขึ้นพร้อม ๆ กัน จากกลุ่มหลาย ๆ กลุ่ม ซึ่งจริง ๆ แล้ว เป็นสมาชิกในแนวร่วมนั้นแหละ คนที่เป็นแกนนำของแต่ละกลุ่ม ต้องยกระดับการเป็นนักต่อสู้ เพื่อไม่ให้มีภาพการแย่งการนำอีกต่อไป ประเภทมี 3 เวที ในสนามหลวงนี่ต้องเลิก
6……หยุดใช้คำหยาบ และ เรื่องส่วนตัวเกินเลย
ประเภทกู ๆ Mung ๆ หลุดออกมาได้บ้าง แต่สัตว์เลื้อยครานนี้ต้องหยุด เรื่องใต้สะดื้ออย่าเอามาเล่น ความแตกต่างทางเพศอย่าเอามาล้อเลียน หากใครเขาว่าเสื้อแดงเป็นม็อบรากหญ้า ก็ต้องแสดงให้เขาเห็นว่า รากหญ้าก็มีวุฒิภาวะทางสังคม ศิลปะในการพูดผสมกับการทำการบ้าน ทำงานข้อมูล หยิบจับแง่คิดคม ๆ มาแบ่งปัน เป็นภาระกิจของนักพูดบนเวที
7……การชุมนุมอย่างเปิดเผย
ความจริงแล้วเห็นไม่มากนัก แต่ยังมีบางคน ปิดหน้าปิดตา เหมือนกับการ์ด พธม ไม่รู้จะปิดไปทำไม มันดูไม่ดี
8…..ป้ายยกจากผู้ชุมนุม
อันนี้ถือเป็นสีสันที่ดี การที่ผู้ชุมนุมจากที่ต่าง ๆ นำป้ายยก เขียนข้อความที่ต้องการสื่อสาร ถือว่าเป็นสีสัน และขยายผลทำให้ Message ถูกส่งตรงจากผู้เข้าร่วมการชุมนุม ซึ่งไม่มีโอกาสพูดบนเวที ตรงนี้ต้องส่งเสริมกันให้มาก ๆ
9……ขยายฐานมวลชนเสื้อแดง
ให้เชื่อมโยงคนที่เป็นเสื้อแดงไว้ด้วยกัน เกาะกันให้ได้ อาจเป็นกลุ่มเล็ก ๆ 3-5 คน จะมีประโยชน์มากกว่า ปล่อยให้สีแดงอยู่กันเป็นปัจเจกคนเดียว เพราะจะได้มีการแบ่งปันข่าวสาร ถกเถียงพูดคุย และคิดอ่านในการทำกิจกรรม
10……อย่าผลักสีขาว เป็นสีเหลือง
เวลาเจอพวกสีขาว หรือ พวกกลาง ๆ อย่าไปด่าเขาเสีย ๆ หาย ๆ หรือไปป้ายเขาว่าเป็นพวกนิยมเหลือง หรือ พวกพันธมิตร แม้แต่เหลืองอ่อน ๆ ก็ต้องพยายามไม่ผลักให้เขาเป็นฝ่ายตรงข้าม แต่ต้องพยายามให้ข้อมูลแบบไม่ยัดเยียด ไม่เร่งรีบ หรือคาดหวังมากนัก ค่อย ๆ ชวนคุยให้เกิดประกายความคิดว่า ประชาธิปไตยดีกว่าสิ่งที่ พธม เสนออย่างไร
11…….อย่าคิดเปลี่ยนสีเหลืองเป็นสีแดง
เป็นเรื่องไม่มีประโยชน์ที่จะทำเช่นนั้น เพราะในทางกลับกัน เหลืองคนไหนก็เปลี่ยนแดงเป็นเหลืองไม่ได้เช่นกัน ดังนั้นสิ่งที่เสื้อแดง ควรมีท่าทีกับสีเหลืองคือ การเคารพในตัวตนเสื้อเหลือง สิ่งเดียวที่ทำให้เสื้อเหลืองเปลี่ยนได้ คือ ตัวของเขาเอง ให้เวลาเป็นข้อพิสูจน์และจงเชื่อมั่นว่า มนุษย์เป็นสิ่งมีชีวิตที่มีเหตุผล ที่สำคัญ เสื้อเหลืองที่คุณพยายามไปเปลี่ยนเขา(ซึ่งยากทีจะสำเร็จ) อาจเป็นคนในครอบครัว เพื่อนสนิท เพื่อนที่ทำงาน เพื่อนบ้านที่คนเคยคบหากันมาก่อน อย่าให้ความคิดเรื่องการเมือง ทำลายโครงสร้างความสัมพันธ์ที่คุณเคยมีกับเขา โดยเฉพาะคนที่มีผลต่อชีวิตคุณมาก ๆ เช่น คนในครอบครัว จงเรียนรู้ที่จะมีชีวิตอยู่กับความหลากหลาย และ แตกต่าง แบบสุด ๆ
12…..ทีวีสีแดง และ วิทยุชุมชน
จงเชื่อมโยงตนเองเข้ากับเครือข่ายการสื่อสารของฝ่ายเสื้อแดง ใครพอมีกำลังก็ติดจานดาวเทียม และแบ่งปันให้กับเพื่อนบ้าน ใช้โทรศัพท์ที่สามารถรับฟังวิทยุได้ เมื่อมีเวลา ก็รับฟังทางวิทยุชุมชน และโทรศัพท์ เขียนข้อความไปแสดงความคิดเห็นอย่างต่อเนื่อง ทำให้สื่อสีแดง เป็นช่องทาง 2 ทาง และมีแง่มุมของคนเล็กคนน้อยอยู่ในพื้นที่สื่อเหล่านั้น หมดยุคข้อมูลจากบนลงล่างแล้ว
13…..นักรบไซเบอร์
นอกจากช่วยกัน นำข้อมูลจากแหล่งต่าง ๆ มาทำซ้ำแล้ว จะต้องยกระดับในแง่การเปลี่ยนข้อมูล ให้มีแง่มุมในเชิงหลักการ คือ ต้องชี้ให้ชัดว่า ข้อมูลนั้นอยู่บนพื้นฐานทางหลักการอะไร โดยจะต้องเชื่อมโยงทั้งในประเด็นทางสังคม เศรษฐกิจ วัฒนธรรม ไม่ใช่แค่หยิบจับข่าวการเมืองที่ผ่านปากนักการเมืองมาคุยกันเท่านั้น นอกจากนั้น จะต้องขยายฐานไปยังเวบอื่น ๆ ที่ไม่ได้เป็นเวบการเมือง สอดแทรกแง่มุมข่าวสารให้กว้างขวาง (ขยายฐานการรับรู้ และการทำงานการเมืองในโลกไซเบอร์)
14…..เปลี่ยนมวลชน เป็น ผู้ปฏิบัติงาน
สำหรับคนที่ไปร่วมเวทีการชุมนุมมาระดับหนึ่งแล้ว จะต้องหาที่ยืนใหม่ที่มีความสำคัญมากขึ้น กล่าวคือ ต้องมองว่า ตนเองสามารถมีส่วนร่วมในการขยายผลได้อย่างไร โดยเริ่มจากการสมัครเป็นสมาชิกสถาบันเสื้อแดงในพื้นที่ของตนเอง และเสนอตัวเป็นแกนนำหรือผู้ปฏิบัติงานในการขยายฐานสมาชิก หรือช่วยยกระดับการศึกษาความเข้าใจทางการเมืองให้กับสมาชิกในพื้นที่ใกล้ บ้านที่คุณเป็นสมาชิกอยู่
15…..จงมุ่งมั่นที่จะชนะ แต่อย่าเร่งรีบที่จะชนะ
รักษาความมุ่งมั่นในการต่อสู้ และต้องปรับความคิดในการที่จะชนะในระยะเวลาสั้น ๆ เพราะจะทำให้การต่อสู้พลาดพลั้งได้ง่าย คิดไปเลย 10 ปี
16….จัดการศึกษาให้นักการเมือง
หากพรรคเพื่อไทย จะเป็นผู้แทนของคนเสื้อแดง พวกเขาต้องปรากฎตัวและออกมารับฟังความคิดเห็นของประชาชนเสื้อแดง และต้องร่วมต่อสู้ ไม่ใช่หดหัว Play Safe ปล่อยให้เสื้อแดงต่อสู้กับแกนนำบางคนเท่านั้น ต้องมีการปรึกษาหารือระหว่างประชาชนกับนักการเมือง ในการวิเคราะห์ปัญหาบ้านเมืองที่ไม่ใช่เฉพาะเรื่องทางการเมือง แต่ต้องไปถึงเรื่องนโยบาย และ สถานการณ์ทางสังคม ถ้านักการเมืองยังคงทำตัวเป็นคนที่มีอาชีพเป็นนักการเมือง แต่ไม่ได้เป็นผู้แทน(จิตวิญญาณ)ประชาชน ก็อย่าไปเลือกมัน และถ้านักการเมืองปรับเปลี่ยนพฤติกรรมที่เอาแต่เล่นเกมอำนาจและผลประโยชน์ ขอให้คนเสื้อแดงตัดใจ ให้บทเรียนกับนักการเมืองเหล่านี้ พรรคการเมืองต้องจัดเวที เปิดโอกาสรับฟังความคิดเห็นประชาชนอย่างต่อเนื่อง เน้นการไปนั่งฟัง อย่าไปเน้นการสั่งสอน หรือ โฆษณาหาเสียงกับชาวบ้าน แล้วนำสิ่งที่ชาวบ้านเสนอปัญหาและแนวทางมาพิจารณาในการออกแบบนโยบายพรรค ทำให้พรรคการเมืองเป็นสถาบันทางการเมืองของประชาชนให้ได้ เลือกเสียที พรรคการเมืองของนายทุน หรือ พรรคของนักการเมือง
17……ศึกษา ค้นคว้า แลกเปลี่ยน
อย่ามัวแต่ตอบกระทู้ด่ากันไปด่ากันมา แต่หาเวลาไปค้นใน wiki ทั้งข้อมูลประวัติศาสตร์ หรือ ข้อมูลต่าง ๆ ตามเวบไซด์ หรือ หยิบจับหนังสือดี ๆ มาอ่าน หรือเข้าร่วมการประชุมเสวนาทางวิชาการ หรือ จะฟังจาก Clip ที่มีคนเอามาเผยแพร่ก็ได้ จากนั้นนำข้อมูลและแง่มุมมาร่วมพูดคุยแลกเปลี่ยน
18…..เสนอตัว เป็นอาสาสมัคร
ดูว่าตนเองมีต้นทุนอะไรบ้าง สามารถช่วยเหลือผู้อื่น หรือ การต่อสู้ในด้านใด เช่น ถ่ายภาพ ออกแบบกราฟฟิค จัดฝึกอบรม งานเขียน กระจายสื่อ ฯลฯ แล้วเชื่อมโยงตนเองเข้าไปกับการเคลื่อนไหวและกิจกรรมต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น
19…….บริหารเวลา
การต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยเป็นส่วนหนึ่งของชีวิต แบ่งปัน และบริหารชีวิตในด้านอื่น ๆ ให้ดี อย่าให้เกิดผลกระทบในระดับวิกฤติ ไม่ใช่เคลื่อนไหวจนบ้านแตก ถูกไล่ออกจากงาน หรือ เรียนหนังสือไม่จบ จงหลอมรวมภารกิจเพื่อประชาธิปไตยเป็นส่วนหนึ่งของชีวิต แต่ไมใช่ทั้งหมดของชีวิต ยกเว้นแกนนำหรือผู้มีความพร้อมบางคนเท่านั้น อย่าลืมว่า การต่อสู้นั้นยาวนาน ชีวิตต้องดำรงอยู่ หากเกิดปัญหาในมิติอื่น ๆ ของชีวิต ย่อมส่งผลต่อการต่อสู้ด้วยเช่นกัน
20…..จงต่อสู้ด้วยจิตใจที่เบิกบาน
ขอนำคำของหมอเหวง มาแบ่งปัน แม้ว่าเราจะต้องต่อสู้อย่างเข้มข้น เกิดอารมณ์เครียด ท้อถอย หรือ โกรธแค้น แต่ต้องขจัดสิ่งเหล่านั้นออกๆไป จงต่อสู้ด้วยจิตใจที่เบิกบาน ยกระดับจิตวิญญาณให้สูงขึ้น ไม่ตกเป็นเหยื่อของสถานการณ์การต่อสู้ที่ทำลายจิตวิญญาณของความเป็นมนุษย์ ให้กลายเป็นสัตว์ร้าย
(จบ)
ที่มา – เว็บบอร์ดพันทิพ – ราชดำเนิน
ความเห็น SIU
เป็นที่น่าจับตามองว่า ทิศทางทางการเมืองของกลุ่มคนเสื้อแดง หรือ สถาบันคนเสื้อแดง ที่ว่ากันว่าจะมาแทน นปช. นั้น จะเป็นอย่างไรต่อไป
คนเสื้อแดงจะแพ้ทางการเมือง “สองชั้น” คือ
(1) การเชื่อมโยงกับ พ.ต.ท. ทักษิณ ชินวัตร นี่เป็นทั้งจุดอ่อนและจุดแข็ง เพราะกล่าวโดยด้านพื้นฐานแล้ว การที่มวลชนส่วนหนึ่งที่รวมตัวกันเข้าได้ ก็เพราะศรัทธาแนวคิดของอดีตนายกรัฐมนตรีผู้นี้เป็นทุนเดิม แต่ในระยะยาว จะมีปัญหาในการขยายตัวเพราะสื่อในประเทศมักจะนำเสนอภาพลบ ทำให้เชื่อมโยงกับการคอรัปชั่น การหนีคดีศาลยิ่งตอกย้ำความเชื่อเหล่านี้
(2) แนวทางการต่อสู้ของ พ.ต.ท. ทักษิณ จึงต้องพยายามส่งสารว่า คดีความที่ตนเองโดนเล่นงานนั้นเป็นเรื่องทางการเมืองและไม่ชอบธรรม ซึ่งนั่นเท่ากับโยนคำถามกลับไป ยังกระบวนการยุติธรรมทั้งระบบ ฝ่ายตรงข้ามอาจนำไปเชื่อมโยงสูงกว่านั้น ดังเช่นที่มีข้อกล่าวหาเรื่อง “ทุนสามานย์และคอมฯ อกหัก ร่วมมือกัน…” และกระทำการจาบจ้วงต่อสถาบันฯ (ซึ่ง พ.ต.ท. ทักษิณ และกลุ่มคนเสื้อแดงก็พยายามปฏิเสธข้อกล่าวหานี้มาตลอด) อันเป็นเรื่องที่คนไทยส่วนใหญ่ไม่สามารถยอมรับได้
การต่อสู้ของคนเสื้อแดง จึงละม้าย และแยกไม่ออกจากการต่อสู้ ของ พ.ต.ท. ทักษิณ และนั่นทำให้ “กับดัก” สองชั้นยังคงขัดขวางการขับเคลื่อนทางการเมืองของกลุ่มคนเสื้อแดงต่อไป
